- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 668 เย่ซวนเทียนพ่าย
บทที่ 668 เย่ซวนเทียนพ่าย
บทที่ 668 เย่ซวนเทียนพ่าย
'พันธนาการมังกร' เกิดจากการควบแน่นลมปราณของหลงเฉียนซานผสานกับเคล็ดวิชาเฉพาะตัว แม้แต่เหล็กกล้าที่ว่าแข็งแกร่ง หากสัมผัสกับเส้นใยนี้ยังถูกตัดขาดได้โดยง่าย นับประสาอะไรกับเลือดเนื้อของมนุษย์
หลงเฉียนซานใช้เส้นใยที่ครอบคลุมรัศมีหลายสิบเมตรโอบล้อมร่างของเย่ซวนเทียนจนมิดชิด มั่นใจเต็มร้อยว่าศึกนี้จบลงแล้ว
ทว่า... ในวินาทีที่เขากระชับวงล้อมจนพันธนาการมังกรห่อหุ้มร่างเย่ฟานเป็นรูปทรงดักแด้ จู่ๆการเคลื่อนไหวก็หยุดชะงัก
ราวกับมีพลังอำนาจมหาศาลบางอย่างคอยต้านทานเอาไว้
หลงเฉียนซานใจหายวาบ ลางสังหรณ์ร้ายผุดขึ้นในใจ
และแล้ว... สิ่งที่เขาหวาดกลัวก็เกิดขึ้นจริง พันธนาการมังกรอันไร้เทียมทานเริ่มปรากฏรอยปริแตก
เย่ฟานใช้มือเปล่าแหวกใยเหล็กกล้าเดินออกมาอย่างสบายอารมณ์
เสื้อผ้าอาภรณ์ยังคงราบเรียบไร้ริ้วรอย อย่าว่าแต่บาดแผลเลย แม้แต่ปลายเล็บก็ยังไม่ถลอก
ใบหน้าสีทองแดงของหลงเฉียนซานซีดเผือดลงทันตา
ผู้ชมริมฝั่งแม่น้ำต่างตกตะลึงอ้าปากค้าง
หลงเฉียนซานผู้มีชื่อเสียงระบือไกล เจ้าของไม้ตายที่เคยสยบยุทธภพเมื่อสิบปีก่อน กลับทำอะไรเย่ซวนเทียนไม่ได้แม้แต่ปลายก้อย?!
“ไม่อยากจะเชื่อ... หนุ่มหน้าตาบ้านๆคนนั้นคือปรมาจารย์เย่จริงๆเหรอเนี่ย” จัวชิวลั่วเหยียนอุทานด้วยความตกใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยประหลาดใจ
“คนเราดูกันที่หน้าตาไม่ได้จริงๆ ใครจะไปคิดว่าแม้แต่หลงเฉียนซานก็ยังจัดการไม่ได้ ไม้ตายก้นหีบก็งัดออกมาใช้แล้ว ดูท่าศึกนี้คงรู้ผลแพ้ชนะในไม่ช้า” ผู้เฒ่าจัวชิวถอนหายใจยาว
“พ่อหนุ่มแซ่หวังคนนั้นพูดถูกจริงๆ สิบตระกูลใหญ่แห่งฉางโจวมัดรวมกันก็ยังสู้ปรมาจารย์เย่ไม่ได้ โชคดีจริงๆที่ตอนนั้นเชื่อเขา”
“ซวยแล้ว... ซวยแน่ๆ...” จัวชิวเฉินอวี้โอดครวญ ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
เธอเทหมดหน้าตักแทงข้างหลงเฉียนซาน กะว่าจะรวยทางลัด ใครจะไปรู้ว่าเย่ซวนเทียนจะเทพขนาดนี้
“ท่านพี่... ท่านลงพนันไปเท่าไหร่?” จัวชิวลั่วเหยียนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ผู้เฒ่าจัวชิวเองก็หันมามองหลานสาวคนโตด้วยความสงสัย
เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหายไป เขาจึงตามใจจัวชิวเฉินอวี้ทุกอย่าง ยอมให้เธอใช้เงินของตระกูลได้ตามใจชอบ
“ฉัน... เอ่อ...” จัวชิวเฉินอวี้อึกอัก ไม่กล้าสบตา
เห็นท่าทีอ้ำอึ้งของหลานสาว ผู้เฒ่าจัวชิวก็ใจเต้น สังหรณ์ร้ายผุดขึ้นในใจ
จัวชิวเฉินอวี้อยากจะทึ้งหัวตัวเองด้วยความเสียดาย นึกด่าตัวเองในใจว่าเป็นตัวล้างผลาญสมบัติ
ตอนที่รับมรดกจากปู่บุญธรรมมา เธอก็มีเงินก้อนโต แต่เพราะลงทุนพลาดซ้ำซากจนเจ๊งไม่เป็นท่า จึงผลาญมรดกปู่บุญธรรมจนเกลี้ยง
พอได้เจอญาติที่แท้จริง นึกว่าดวงจะขึ้น ที่ไหนได้... ดันกลับมาอีหรอบเดิม คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิตจริงๆ
ไม่ใช่แค่สามคนจากตระกูลจัวชิวเท่านั้นที่ตกใจ คนอื่นๆริมฝั่งแม่น้ำก็อึ้งกับสถานการณ์พลิกล็อกนี้
ไม่มีใครคาดคิดว่าเย่ซวนเทียนที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้จะมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้
แม้แต่เย่อู๋เหินที่นั่งดูอยู่บนเรือกลางแม่น้ำก็ยังใจสั่นระรัว
ในฐานะคู่ปรับเก่า เธอรู้จักหลงเฉียนซานดีกว่าใคร
เมื่อเทียบกับสิบปีก่อน หลงเฉียนซานแกร่งขึ้นมาก ก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์เข้าสู่ระดับเซียนเดินดินได้อย่างสมบูรณ์แบบ นับเป็นจุดสูงสุดของวิถียุทธ์
สิบปีก่อน เธอเอาชนะเขาได้ด้วยกระบวนท่าสุดท้าย แต่หลังจากเห็นการต่อสู้วันนี้... หากต้องสู้กันอีกครั้ง โอกาสชนะของเธอคงริบหรี่เต็มที
สาเหตุก็เพราะเธอมีภารกิจทางโลกคอยกวนใจ แถมยังห่วงรูปลักษณ์ ยอมเสียลมปราณไปกับการคงความอ่อนเยาว์
ผิดกับหลงเฉียนซานที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการฝึกวรยุทธ
สิบปีที่ผ่านมา ช่องว่างระหว่างเขากับเธอจึงห่างชั้นกันเรื่อยๆ
แต่โชคยังเข้าข้าง... ที่มีเย่ซวนเทียนโผล่มา และเก่งกว่าหลงเฉียนซานเสียอีก
ถ้าเย่ซวนเทียนจัดการหลงเฉียนซานได้ ไม่ว่าจะแค่บาดเจ็บสาหัสหรือถึงตาย เธอก็รอดตัว ไม่ต้องไปเสี่ยงตายในวันประลอง
เย่อู๋เหินสัมผัสไม่ได้ถึงจิตสังหารจากตัวเย่ซวนเทียน
ต่างจากหลงเฉียนซานที่บ้าคลั่งไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เย่ซวนเทียนดูจะเป็นคนมีเหตุผลมากกว่า
ถ้าเขาอยากได้ตำแหน่งอันดับหนึ่งแห่งทำเนียบปฐพี เธอก็ยินดียกให้
สำหรับเย่อู๋เหิน ชื่อเสียงจอมปลอมพวกนี้มันไร้ค่า
แต่หลงเฉียนซานนั้นต่างออกไป เขาเป็นพวกคลั่งความแข็งแกร่ง ยึดติดกับชัยชนะและไร้หลักการ
หากวันนี้หลงเฉียนซานตาย มันย่อมเป็นผลดีต่อเธออย่างไม่ต้องสงสัย
เย่อู๋เหินเฝ้ามองการต่อสู้ด้วยความหวัง
เย่ฟานแหวกพันธนาการออกมา ยืนสงบนิ่งบนผิวน้ำ มองหลงเฉียนซานที่หน้าซีดเผือด แล้วเอ่ยวิจารณ์
“พันธนาการมังกรของเจ้านับว่ามีดีอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่ช่องว่างระหว่างเรามันห่างชั้นกันเกินไป... อย่างไรก็ตาม เจ้านับเป็นคู่ต่อสู้ที่ควรค่าแก่การยกย่อง มีคุณสมบัติพอที่จะตายด้วยน้ำมือข้า”
สิ้นคำพูด ร่างของเย่ฟานก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นอุ้มชู
เขาชูนิ้วชี้ขึ้นฟ้า
เปรี้ยง!!
เมฆดำหมุนวน สายฝนโปรยปราย สายฟ้าฟาดผ่าลงมาจากฟากฟ้า
พลังสายฟ้ารวมตัวกันที่ปลายนิ้วของเย่ฟาน กลายเป็นลูกบอลสายฟ้าขนาดมหึมาเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งฟุต
ผู้ชมริมฝั่งต่างตกตะลึง
การยืมพลังจากฟ้าดินมาใช้ได้ดั่งใจนึก... นี่มันเกินขอบเขตของเซียนเดินดินไปไกลแล้ว!
“เจ้า... เจ้าบรรลุขอบเขตศักดิ์สิทธิ์แล้ว!?” ดวงตาของหลงเฉียนซานเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
เซียนเดินดินคือที่สุดของมนุษย์ แต่ 'ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์' นั้นคือผู้ที่เหาะเหินเดินอากาศและบงการพลังธรรมชาติได้
“ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์?” เย่ฟานยิ้มบาง ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ “ข้าจะมอบเกียรติใช้พลังห้าส่วนส่งเจ้าไปสู่สุคติ... มีอะไรจะสั่งเสียไหม?”
หลงเฉียนซานจุกจนพูดไม่ออก
เย่ฟานไม่รอช้า ดีดนิ้วเบาๆ
ลูกบอลสายฟ้าพุ่งแหวกอากาศ ตรงเข้าหาหลงเฉียนซานด้วยความเร็วแสง
วินาทีแห่งความตายมาเยือน
เขาอุตส่าห์ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อไขว่คว้าจุดสูงสุดแห่งวิถียุทธ์ จะมาจบชีวิตลงตรงนี้จริงๆ?
ถ้าตายไป... ทุกอย่างก็สูญเปล่า
พลังที่ไม่ใช่ของตัวเองแล้วยังไง?
ถ้าไม่มีชีวิต จะเอาปัญญาที่ไหนไปไขว่คว้า?
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ความคิดมากมายแล่นพล่านในหัวหลงเฉียนซาน
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งการให้เขาดึงพลังลึกลับที่แฝงอยู่ในจุดตันเถียนออกมาใช้
ก่อนที่ลูกบอลสายฟ้าจะปะทะร่าง ดาบวิญญาณสีครามขนาดมหึมาก็ก่อตัวขึ้นขวางหน้า
ดาบวิญญาณฟาดฟันลูกบอลสายฟ้าจนแตกกระจาย แล้วพุ่งทะยานสวนกลับไปหาเย่ฟานที่ลอยอยู่อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
สีหน้าที่เคยเรียบเฉยของเย่ฟานเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกทันที เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเจออะไรแบบนี้
ด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้ เขาพยายามเบี่ยงตัวหลบกลางอากาศอย่างทุลักทุเล
แต่ดาบวิญญาณสีครามนั้นราวกับมีตา มันเลี้ยวไล่ตามเขาราวกับงูพิษ
เย่ฟานรู้ทันทีว่าถูกล็อกเป้าแล้ว หลบยังไงก็คงไม่พ้น
ท่ามกลางสายตานับพันคู่ จะให้หันหลังหนีก็ไม่ใช่เรื่อง
เย่ฟานตัดสินใจระเบิดพลังวิญญาณทั้งหมดออกมาสร้างเกราะป้องกันซ้อนทับกันหลายชั้น
ฉึก!
ดาบวิญญาณสีครามทรงพลังเกินต้าน ทะลวงผ่านเกราะป้องกันทุกชั้น เจาะทะลุร่างเย่ฟานอย่างจัง
เย่ฟานกระอักเลือดคำโต ร่วงหล่นจากกลางอากาศ จมดิ่งลงสู่แม่น้ำชุนเซิน
ดาบวิญญาณที่ทะลุร่างเย่ฟานไปแล้วยังคงมีอานุภาพเหลือล้น ฟาดลงบนผิวน้ำ แยกผ่าแม่น้ำชุนเซินออกเป็นสองฝั่ง
ชั่วขณะหนึ่ง ก้นแม่น้ำที่เป็นโคลนตมลึกกว่าสิบเมตรก็ปรากฏแก่สายตาผู้คน
มวลน้ำมหาศาลที่ถูกแยกออก ก่อตัวเป็นกำแพงยักษ์ถาโถมเข้าใส่ฝั่งอย่างบ้าคลั่ง!
*****