เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 664 วันตัดสินชะตา

บทที่ 664 วันตัดสินชะตา

บทที่ 664 วันตัดสินชะตา


เมื่อได้ยินวาจาโอหังของชายนักตกปลา หวังฮ่าวหรานก็หัวเราะเบาๆ

“คุณเองก็ไม่ใช่คนแรกที่บังอาจลบหลู่ผม แต่อาจจะเป็นคนที่ตายอนาถที่สุด... อยากลองดูไหม?”

สิ้นเสียง ร่างที่นั่งนิ่งเป็นหินของนักตกปลาก็ขยับไหว ดวงตาที่เคยจับจ้องผิวน้ำค่อยๆเบนมาจ้องมองหวังฮ่าวหราน

นัยน์ตาลึกล้ำคู่นั้นทอประกายวาวโรจน์

ด้วยระดับลมปราณอันแก่กล้าของเขา หากไม่จงใจสะกดพลังไว้ เพียงแค่ปรายตามองก็อาจทำให้คนธรรมดาบาดเจ็บกระอักเลือดได้

ทว่า ทันทีที่สายตาของนักตกปลาปะทะเข้ากับดวงตาอันราบเรียบของหวังฮ่าวหราน เขากลับสัมผัสได้ถึงขุมพลังอันมหาศาลที่พุ่งสวนกลับมาราวกับกระแสไฟฟ้า

นักตกปลาใจหายวาบ รู้สึกได้ว่าลมปราณในกายเริ่มปั่นป่วนจนควบคุมไม่อยู่ เลือดลมตีกลับรุนแรงจนรสคาวเลือดเอ่อล้นขึ้นมาที่ลำคอ

โชคยังดีที่เขากัดฟันข่มไว้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้พ่นเลือดออกมาแล้ว

“เห็นแก่ที่คุณไม่ได้มีเจตนาฆ่าฟัน ผมจะละเว้นชีวิตให้สักครั้ง” หวังฮ่าวหรานเอ่ยเสียงเรียบ สายตามองตามเส้นเอ็นใต้ผิวน้ำที่เกิดจากการควบแน่นลมปราณของนักตกปลา

“ควบแน่นลมปราณเป็นเส้นเอ็น สานถักทอเป็นตาข่าย... ฝีมือไม่เลว แต่น่าเสียดาย ปลาที่คุณอยากจับน่ะ... มันดุร้ายกว่าที่คิด”

“เจ้า... เจ้าคือเย่ซวนเทียน!?”

นักตกปลาผู้นี้ย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลงเฉียนซาน เมื่อเห็นความแข็งแกร่งอันมากล้นและรูปลักษณ์อันอ่อนเยาว์ของหวังฮ่าวหราน เขาก็อดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงไปถึง 'ปรมาจารย์เย่' ผู้โด่งดังในช่วงนี้

“ผมไม่ใช่เย่ซวนเทียน ผมแค่มาส่งข่าว” หวังฮ่าวหรานปฏิเสธ

“ข่าวอะไร?” น้ำเสียงของหลงเฉียนซานไม่สุขุมเยือกเย็นเหมือนเก่า แต่เจือไปด้วยความประหม่า

“คุณไม่ใช่คู่มือของเย่ซวนเทียน ศึกครั้งนี้... คุณมีสิทธิ์สูงที่จะต้องตายด้วยน้ำมือเขา” หวังฮ่าวหรานกล่าวช้าๆชัดๆ

“ข้าอุตส่าห์เก็บตัวฝึกวิชานับสิบปี นึกว่าใต้หล้านี้จะไร้คู่ต่อกร ใครจะรู้ว่าโลกภายนอกเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้แล้ว” หลงเฉียนซานไม่ได้กังขาในคำพูดของหวังฮ่าวหราน เขาเพียงแต่ถอนหายใจออกมาอย่างขมขื่น ทว่าแววตากลับฟื้นคืนความเด็ดเดี่ยวในชั่วพริบตา

“แต่ในเมื่อข้านัดหมายกับเย่ซวนเทียนไว้แล้วว่าจะสู้กันที่นี่ ต่อให้โอกาสชนะจะริบหรี่เพียงใด ข้าก็ไม่มีวันถอย!”

หวังฮ่าวหรานไม่ได้แปลกใจกับคำตอบนี้

ก่อนมาที่นี่ เขาได้สืบประวัติหลงเฉียนซานมาบ้างแล้ว

ชายผู้นี้ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อแสวงหาจุดสูงสุดแห่งวิถียุทธ์ จิตใจเข้มแข็งดั่งหินผา ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถเก็บตัวในสภาพแวดล้อมราวกับนรกอย่างหุบเขาเจ็ดสังหารได้

แต่จิตใจแกร่งกล้าแค่ไหน เขาก็ยังเป็นมนุษย์

และมนุษย์... ย่อมกลัวตาย

ทว่าข่าวการประลองแพร่สะพัดไปทั่วยุทธภพแล้ว ขืนหลงเฉียนซานหนีหางจุกตูด คงโดนคนทั้งยุทธภพถ่มถุยประณามหยามเหยียดไปชั่วลูกชั่วหลาน

พูดง่ายๆคือ 'ต้องยอมตายดีกว่าเสียหน้า' นั่นเอง

“จริงๆแล้ว... คุณอาจจะไม่แพ้ก็ได้นะ” หวังฮ่าวหรานเอ่ยขึ้นลอยๆ

“เจ้าหมายความว่ายังไง?” หลงเฉียนซานขมวดคิ้ว

หวังฮ่าวหรานรวบรวมสมาธิเล็กน้อย ก่อนจะดีดนิ้วส่งลำแสงสีขาวพุ่งวาบเข้าสู่ร่างของหลงเฉียนซาน

หลงเฉียนซานรู้สึกถึงพลังประหลาดที่ไหลบ่าเข้าสู่จุดตันเถียน พร้อมกับข้อมูลบางอย่างที่หลั่งไหลเข้ามาในสมอง

วิชาปาฏิหาริย์เช่นนี้... เกินขอบเขตความรู้ของเขาไปไกลโข

“เจ้าเป็นใครกันแน่!?” หลงเฉียนซานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

“บรรลุถึงขั้นนี้ได้ คุณคงไม่ใช่คนโง่ ถ้าไม่อยากตาย ก็รีบทำความเข้าใจมันซะ” หวังฮ่าวหรานไม่ตอบคำถาม

“นี่ไม่ใช่พลังของข้า ต่อให้ชนะเย่ซวนเทียนได้ด้วยวิธีนี้ก็ไร้ความหมาย” หลงเฉียนซานสลัดความตกใจทิ้งไป ยืนกรานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ไม่หรอก... เดี๋ยวคุณก็ใช้มันเอง” หวังฮ่าวหรานยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะค่อยๆพายเรือจากไป

เรือลำน้อยที่หยุดนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกห่างจากสายตาของหลงเฉียนซาน

“คนเมื่อกี้ใครเหรอคะ? แล้วทำไมคุณถึงพูดจาแปลกๆกับเขาแบบนั้น?” ฉินฮวาเมิ่งขยับมานั่งริมกราบเรือ แกว่งเท้าเปล่าตีน้ำเล่น พลางเอ่ยถาม

“เขาชื่อหลงเฉียนซาน เป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง อีกไม่นานเขาจะมีนัดดวลกับคนที่ชื่อเย่ซวนเทียนที่นี่” หวังฮ่าวหรานตอบ

“แล้วมันเกี่ยวกับเรายังไงหรอคะ?” ฉินฮวาเมิ่งถามด้วยความสงสัย

“ไอ้เย่ซวนเทียนนั่น... คือศัตรูคู่อาฆาตของผมในชาติก่อน คนที่ฆ่าคุณก็คือมัน! ไอ้สารเลวนั่นฉวยโอกาสตอนผมไม่อยู่ บุกมายังดินแดนของผม ข่มเหงรังแกคุณ แล้วก็ฆ่าคุณทิ้ง! ความแค้นนี้... ต้องชำระด้วยเลือดเท่านั้น!” หวังฮ่าวหรานใส่อารมณ์เต็มที่ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้น

“เย่! ซวน! เทียน!” ฉินฮวาเมิ่งกัดฟันกรอด จดจำชื่อนี้ไว้ในบัญชีดำ

“อ้อ... มันยังมีอีกชื่อหนึ่งว่าเย่ฟาน” หวังฮ่าวหรานเสริม

ฉินฮวาเมิ่งพยักหน้าหงึกหงัก จดจำชื่อนี้ไว้

“ที่ผมคุยกับหลงเฉียนซานยืดยาวก็เพื่อจะยืมมือเขาฆ่าไอ้เย่ซวนเทียนนั่น” หวังฮ่าวหรานเฉลย

“คุณเก่งขนาดนี้ ทำไมไม่ลงมือจัดการเขาเองเลยล่ะคะ?” ฉินฮวาเมิ่งถามซื่อๆ

“ถ้ามันง่ายอย่างนั้นก็ดีสิ แต่หมอนั่นมีไพ่ตายสารพัด ถ้าจวนตัวจริงๆ มันอาจจะใช้วิธีระเบิดตัวเองลากผมตายไปด้วย ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ต้องมาหลบๆซ่อนๆยืมมือคนอื่นแบบนี้หรอก” หวังฮ่าวหรานแกล้งถอนหายใจ

“อย่างนี้นี่เอง...” ฉินฮวาเมิ่งพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะถามต่อ “แล้วพวกเขาจะสู้กันเมื่อไหร่คะ?”

“อีกสองวัน”

“งั้นอีกสองวันเรามาดูกันนะคะ ฉันอยากเห็นจุดจบของไอ้สารเลวนั่น!” ฉินฮวาเมิ่งพูดเสียงแข็ง แววตามุ่งมั่น

“ได้ ถึงเวลาเรามาดูด้วยกัน” หวังฮ่าวหรานเองก็อยากเห็นกับตาเหมือนกันว่าเย่ซวนเทียนจะรับมือยังไง

......

สองวันก่อนการประลอง

หวังฮ่าวหรานไม่ได้อยู่เฉย

ในเมื่อแก๊งสาวๆทั้งห้าคนอยู่ที่เมืองมหัศจรรย์ แล้วตอนนี้มีฉินฮวาเมิ่งเพิ่มมาอีกคน เขาจึงพาฉินฮวาเมิ่งไปแนะนำตัวกับพวกฉินหยุนหาน

ในฐานะที่เป็น ‘สนม’ เหมือนกัน จึงถือว่าเป็นพี่เป็นน้องกัน

หลังจากพูดคุยกันสักพัก สาวๆก็เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย

หลังจากทุ่มเท ‘ฝึกวิชา’ อย่างหนักหน่วงตลอดสองวัน

วันตัดสินชะตาระหว่างเย่ซวนเทียนกับหลงเฉียนซานก็มาถึง

กลุ่มของฉินหยุนหานไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับเย่ซวนเทียน และไม่รู้เรื่องการประลอง

หวังฮ่าวหรานก็ไม่ได้ตั้งใจจะบอก เพราะเรื่องของเย่ฟานไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเธอ ไม่มีความจำเป็นต้องดึงเข้ามายุ่งเกี่ยว

ดังนั้น แก๊งสาวๆจึงยังคงเพลิดเพลินกับการกินเที่ยวช้อปปิ้งในเมืองมหัศจรรย์ต่อไป

หวังฮ่าวหรานพาเพียงฉินฮวาเมิ่งไปที่จุดหมาย

สองวันผ่านไป ผู้คนมารวมตัวกันหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม

ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ

ชื่อเสียงของหลงเฉียนซานเมื่อสิบปีก่อนนั้นโด่งดังคับฟ้าในยุทธภพ

การที่เขาเก็บตัวไปสิบปี แล้วจู่ๆก็ออกมาท้าดวลกับเย่ซวนเทียน ถือเป็นข่าวใหญ่ระดับสะเทือนวงการ

ผู้ฝึกยุทธ์ที่รู้ข่าวต่างหลั่งไหลมาเพื่อเป็นสักขีพยานในศึกครั้งประวัติศาสตร์นี้

“คนเยอะจัง มองอะไรแทบไม่เห็นเลย” ฉินฮวาเมิ่งบ่นอุบอิบเมื่อเห็นฝูงชนมหาศาลบดบังทัศนียภาพริมแม่น้ำไปจนหมด

*****

จบบทที่ บทที่ 664 วันตัดสินชะตา

คัดลอกลิงก์แล้ว