- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 662 เย่ซวนเทียนท้าดวลหลงเฉียนซาน
บทที่ 662 เย่ซวนเทียนท้าดวลหลงเฉียนซาน
บทที่ 662 เย่ซวนเทียนท้าดวลหลงเฉียนซาน
เมื่อเย่ฟานจากไป หวังฮ่าวหรานก็ดึงสายตากลับมาที่หญิงสาวตรงหน้า
ตั้งแต่เย่ฟานก้าวเท้าเข้ามาในเขตรอบนอกคฤหาสน์ เขาก็จับสัมผัสได้แล้ว
และแน่นอนว่าบทสนทนาระหว่างเย่ฟานกับอินฉี เขาก็ได้ยินครบทุกถ้อยคำเช่นกัน
องค์กรไป๋เสี่ยวเซิงที่ว่านี้เขาเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง แต่ตอนนั้นเป็นเรื่องของ ‘ทำเนียบมังกรหงส์เร้นลับ’
ส่วนสิ่งที่เย่ฟานกับอินฉีพูดถึงคือ 'ทำเนียบปฐพี'
สำหรับหวังฮ่าวหราน การมีอยู่ของทำเนียบพวกนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร
พูดกันตรงๆ มันก็คือพล็อตดาษดื่นที่พบเห็นได้ทั่วไปในนิยายแนวนี้นั่นแหละ
ไม่ต้องไปสืบให้เสียเวลา เขาก็เดาได้ว่าเหนือ 'ทำเนียบปฐพี' ขึ้นไปก็คงมี 'ทำเนียบสวรรค์' รออยู่แน่ๆ
จากบทสนทนาเมื่อครู่ พอจะอนุมานได้ว่า ขีดสุดของยอดฝีมือในทำเนียบปฐพีน่าจะอยู่ที่ระดับเซียนเดินดิน
ส่วนพวกที่อยู่ในทำเนียบสวรรค์ คงเป็นตัวตนที่อยู่เหนือกว่าเซียนเดินดินขึ้นไปอีกขั้น
โลกใบนี้ช่างซับซ้อนกว่าที่ตาเห็นจริงๆ
แต่พอลองคิดดูดีๆ มันก็สมเหตุสมผลอยู่
เพราะกว่าเย่ฟานจะมีพลังแก่กล้าพอจะเหาะเหินเดินอากาศฝ่าความว่างเปล่าออกไปจากโลกนี้ได้ ก็ต้องผ่านด่านทดสอบและเวทีประลองฝีมืออีกนับไม่ถ้วน
และเจ้าหลงเฉียนซาน อันดับสองแห่งทำเนียบปฐพีคนนี้ก็คงเป็นแค่บันไดอีกขั้นให้เย่ฟานเหยียบขึ้นไปเท่านั้นเอง
หลังจากเย่ฟานถล่มทำเนียบปฐพีจนราบคาบ ก็คงถึงคิวของพวกทำเนียบสวรรค์ที่จะดาหน้าออกมาให้เชือด
"นัดดวลกันที่ริมแม่น้ำชุนเซินแห่งเมืองมหัศจรรย์... ไอ้เย่ซวนเทียนนี่ช่างสรรหาทำเลจริงนะ" หวังฮ่าวหรานรำพึงในใจ
แม่น้ำชุนเซินไหลผ่านกลางเมือง แบ่งเมืองมหัศจรรย์ออกเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตก ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองเลยทีเดียว
การที่เย่ฟานเลือกที่นี่เป็นสังเวียนตัดสินชะตากับหลงเฉียนซาน รับรองว่าข่าวต้องดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองแน่นอน
ถึงแม้หลงเฉียนซานจะไม่มีทางเอาชนะเย่ฟานได้ แต่ด้วยระดับพลังที่คาดว่าน่าจะถึงขั้นเซียนเดินดิน การปะทะกันของยอดฝีมือระดับนี้ย่อมสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาล ยากที่จะหลบซ่อนสายตาผู้คน
เมื่อเย่ฟานคว่ำหลงเฉียนซานลงได้ ชื่อเสียงของเขาต้องเลื่องลือไปทั่วแผ่นดินจีน... หรือจะพูดให้ถูกต้องกว่านั้นคือ ชื่อ 'เย่ซวนเทียน' จะโด่งดังไปทั่วประเทศ
เพราะเมื่อกี้เย่ฟานประกาศกร้าวว่า ‘เย่ซวนเทียนจะรอรับการมาเยือนของหลงเฉียนซาน’ ไม่ใช่เย่ฟาน
ชื่อ 'เย่ฟาน' มันดูบ้านๆเกินไป สู้ 'เย่ซวนเทียน' ที่ฟังดูขลังและทรงพลังกว่าไม่ได้
ทว่าประเด็นที่หวังฮ่าวหรานสนใจตอนนี้ไม่ใช่เรื่องชื่อเสียง แต่เป็น... เขาจะขัดขวางไม่ให้เย่ฟานโชว์เทพยังไงดี?
ถ้าไม่รู้เรื่องก็แล้วไป แต่ในเมื่อรู้แล้ว จะปล่อยให้ตัวเอกทำตามใจชอบได้ยังไง?
"ปะ...เป็นอะไรไปเหรอ?"
เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของหวังฮ่าวหราน
ฉินฮวาเมิ่งที่นอนรออยู่บนเตียงคาดเดาเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ เธอหลับตาแน่นด้วยความตื่นเต้นระคนเขินอาย เตรียมใจยอมรับทุกสิ่งอย่าง แต่รออยู่นานสองนานก็ไม่เห็นเขาขยับเขยื้อน จึงลืมตาขึ้นมามองด้วยความสงสัย
"คุณคิดดีแล้วจริงๆเหรอ?" แน่นอนว่าหวังฮ่าวหรานไม่ยอมบอกความจริงว่ามัวแต่คิดเรื่องอื่น จึงหาข้ออ้างสวยหรูมากลบเกลื่อนความล่าช้าของตัวเอง
อันที่จริง เขาไม่ได้กะจะทำถึงขั้นตอนสุดท้ายตอนนี้หรอก
ขืนรีบร้อนไป คงเสียดายแก่นพรหมจรรย์หยินของเธอแย่
ที่เขาเล่นใหญ่เมื่อกี้ก็แค่จงใจส่งเสียงดังให้เย่ฟานได้ยินเพื่อยั่วโมโหอีกฝ่ายเท่านั้น
ตอนนี้บรรลุเป้าหมายแล้ว ก็ควรจะหยุดไว้ก่อน
แต่เรื่องพวกนี้... บอกฉินฮวาเมิ่งไม่ได้เด็ดขาด
"หวังฟาน... เราเคยมีอดีตร่วมกันจริงๆใช่ไหม? ตกลงคุณติดค้างอะไรฉันกันแน่?" ฉินฮวาเมิ่งยังคงคาใจ เอ่ยคำถามเดิมที่เคยถามมาแล้วหลายรอบ
"ความจริงแล้วผมไม่ได้ชื่อหวังฟาน แต่ชื่อหวังฮ่าวหราน หรือจะพูดให้ถูกกว่านั้น... ผมไม่ใช่หวังฮ่าวหราน แต่คือจักรพรรดิเซียนจี๋เทียน" หวังฮ่าวหรานปั้นหน้าเคร่งขรึม กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"อะไรนะ!?" ฉินฮวาเมิ่งฟังแล้วยิ่งสับสน เหมือนมีคนมาพูดภาษาต่างดาวใส่
หวังฮ่าวหรานไม่รอช้า ใช้จิตดึงฉินฮวาเมิ่งเข้าสู่เจดีย์เบิกนภาทันที ก่อนจะวาดมือสร้างภาพมายาขึ้นมาประกอบการเล่าเรื่อง
"ที่ผมบอกว่าติดค้างคุณ ไม่ใช่ชาตินี้ แต่เป็นชาติก่อน" หวังฮ่าวหรานเริ่มร่ายยาวบทละครน้ำเน่า
"ในชาติก่อน เพียงแค่แรกสบตา ผมก็ตกหลุมรักคุณทันที แต่ตอนนั้นผมคำนวณดวงชะตาแล้วพบว่าดวงของคุณกับผมเป็นกาลกิณีต่อกัน หากฝืนสานสัมพันธ์ คุณจะต้องมีอันเป็นไป แต่ด้วยความหยิ่งผยองในพลังฝีมือ ผมจึงไม่เกรงกลัวลิขิตสวรรค์ ดึงดันจะครองคู่กับคุณให้ได้"
"แรกๆทุกอย่างก็ดูราบรื่นดี จนกระทั่งวันหนึ่ง สวรรค์ประทานโชควาสนาครั้งใหญ่ลงมา ผมจึงออกเดินทางไปแสวงหาโอกาสนั้น แต่หารู้ไม่ว่า... พอผมไม่อยู่ ศัตรูคู่อาฆาตก็ตามมาล้างแค้น และสังหารคุณอย่างโหดเหี้ยม"
"หลังคุณจากไป ผมจมอยู่กับความทุกข์ระทม การบำเพ็ญเพียรหยุดชะงัก ไม่นานศัตรูก็ตามมาทัน ผมสู้ไม่ได้และต้องจบชีวิตลงด้วยความคับแค้นใจ ทั้งสนมคนอื่นๆของผมก็พลอยต้องตรอมใจตายตามไปด้วย"
"พอได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ผมก็ออกตามหาคุณจนพบ เดิมทีผมตั้งใจเพียงจะแอบช่วยกำจัดภัยร้ายให้คุณแล้วจากไปเงียบๆ ไม่คิดจะปรากฏตัวให้เห็น แต่ใครจะไปนึกว่าคุณ..."
เล่ามาถึงตรงนี้ หวังฮ่าวหรานก็แกล้งถอนหายใจยาวด้วยความเศร้าสร้อย
ฉินฮวาเมิ่งนิ่งอึ้งไปนาน ข้อมูลที่ได้รับมันท่วมท้นจนสมองแทบประมวลผลไม่ทัน
"ตอนนี้เรื่องเลวร้ายยังไม่เกิดขึ้นจริง ถ้าคุณเปลี่ยนใจตอนนี้... ก็ยังไม่สายเกินไป" หวังฮ่าวหรานเอ่ยเสียงนุ่ม
ฉินฮวาเมิ่งสับสนว้าวุ่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงสติกลับมา แววตาที่เคยลังเลแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ริมฝีปากบางขยับเอ่ยถ้อยคำหนักแน่น
"ฉันยังยืนยันคำเดิม... หัวใจดวงนี้เป็นของคุณไปหมดแล้ว ต่อให้ตายฉันก็ไม่คิดเสียใจ!"
"ในชาตินี้... ผมสัญญาว่าจะปกป้องคุณด้วยชีวิต จะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องคุณได้แม้แต่ปลายเล็บ" หวังฮ่าวหรานดึงเธอเข้ามากอดแนบอก
[ติ๊ง! ค่าความประทับใจของนางรองฉินฮวาเมิ่งที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 10 แต้ม! ค่าความประทับใจรวมปัจจุบันอยู่ที่ 80 (ความรักอันลึกซึ้ง)]
ได้ยินคำมั่นสัญญาหวานหู หัวใจของฉินฮวาเมิ่งแทบละลาย เธอยอมจำนนในอ้อมกอดเขาอย่างหมดแรง มองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความคาดคาดหวัง
หวังฮ่าวหรานรู้จักสายตานั้นดี แต่ยังไม่รีบร้อน เขาเริ่มสอนวิชาบำเพ็ญเพียรให้เธอก่อน
ฉินฮวาเมิ่งรู้ดีว่าเขามีศัตรูรออยู่ จึงตั้งใจเรียนรู้อย่างจริงจัง เพื่อจะได้ช่วยเขาและไม่ต้องเป็นตัวถ่วง
หลังจากนั้น... ทุกอย่างก็เป็นไปตามธรรมชาติ
[ติ๊ง! โฮสต์ครอบครองนางรองฉินฮวาเมิ่งเป็นครั้งแรก ได้รับแต้มวายร้าย 8,000 แต้ม!]
[ติ๊ง! ค่าความประทับใจของนางรองฉินฮวาเมิ่งที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 20 แต้ม! ค่าความประทับใจรวมปัจจุบันอยู่ที่ 100 (รักยิ่งกว่าชีวิตและความตาย)]
[ติ๊ง! โฮสต์เปลี่ยนแปลงเส้นเรื่องสำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 12,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของเย่ฟานลดลง 600 แต้ม! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์เพิ่มขึ้น 600 แต้ม!]
หวังฮ่าวหรานยิ้มกริ่มรับรางวัลชุดใหญ่จากระบบ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาฟินที่สุดคือระดับพลังที่พุ่งพรวดจากขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสามไปสู่ขั้นที่สี่!
ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรแบบนี้มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ
แถมที่หลังเขาในหมู่บ้านเล็กๆของเมืองชิงหลิงยังมีขวดโกลาหลที่กำลังดูดซับพลังธรรมชาติจากโดยรอบมากลั่นเป็นของเหลววิญญาณอยู่อีก ไว้ว่างๆค่อยไปเก็บเกี่ยว รับรองว่าพลังต้องพุ่งกระฉูดอีกรอบแน่
มีทั้งคัมภีร์จักรพรรดิมาร เจดีย์เบิกนภา และขวดโกลาหล สามสุดยอดไอเทมโกงอยู่ในมือ ขอแค่ขยันหน่อย การจะจัดการพวกตัวเอกสายเทพเซียนก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินฝัน
ฉินฮวาเมิ่งที่เหนื่อยล้าจากการ 'ฝึกหนัก' ผล็อยหลับไปในเจดีย์เบิกนภา
เวลาในเจดีย์เดินช้ากว่าโลกภายนอกมาก
ช่วงเวลาพักผ่อนที่ปกติน้อยนิดของเธอจึงกลายเป็นช่วงเวลาอันยาวนานและเพียงพอในที่แห่งนี้
หวังฮ่าวหรานปล่อยให้เธอพักผ่อนไปก่อน ส่วนตัวเขาก็เริ่มวางแผนรับมือกับศึกระหว่างเย่ซวนเทียนกับหลงเฉียนซานที่กำลังจะมาถึง
*****