- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 660 ได้โปรดอย่าจากไป
บทที่ 660 ได้โปรดอย่าจากไป
บทที่ 660 ได้โปรดอย่าจากไป
ฉินฮวาเมิ่งมองตามแผ่นหลังของสองแม่ลูกไปด้วยแววตาเป็นกังวล
“ถ้าไม่อยากยกโทษให้ ทำไมไม่พูดออกมาตามตรงเลยล่ะ? ปล่อยให้พวกเขาเดินออกไปเฉยๆทำไม” หวังฮ่าวหรานเอ่ยถามขึ้น
“ความใจอ่อนของฉันก็มีส่วน แต่... ฉันเป็นห่วงคุณมากกว่า” ฉินฮวาเมิ่งขมวดคิ้วมุ่น
“คุณคิดว่าถ้าคุณไม่ยกโทษให้ แล้วผมจะฆ่าพวกเขาทิ้งตรงนี้เลยหรือไง?” หวังฮ่าวหรานหลุดขำ
“อ้าว แล้วไม่ใช่เหรอ?” ฉินฮวาเมิ่งชะงัก
“คุณเห็นผมโง่ขนาดนั้นเลยหรือไง?” หวังฮ่าวหรานย้อนถาม
ฉินฮวาเมิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเสียงอ่อน “แล้ว... ถ้าเมื่อกี้ฉันบอกว่าไม่ยกโทษให้ คุณจะทำยังไง?”
“ผมก็ไม่ทำอะไรทั้งนั้นแหละ” หวังฮ่าวหรานตอบหน้าตาย
ฉินฮวาเมิ่งยิ่งงงหนักกว่าเดิม ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ช่างเถอะ พูดตอนนี้ก็ไม่ช่วยอะไร พวกเขาไปกันหมดแล้ว”
“ความจริงแล้ว... ไม่ว่าคุณจะยกโทษให้หรือไม่ ผลลัพธ์มันก็ไม่เปลี่ยนหรอก” หวังฮ่าวหรานทิ้งคำพูดปริศนาไว้
“คุณหมายความว่ายังไง? ตกลงคุณทำอะไรกับพวกเขา? ทำไมพวกเขาถึงกลัวขนาดนั้น? และดูเหมือนพวกเขาจะไม่รู้จักคุณด้วยซ้ำ คุณปิดบังใบหน้าไปขู่พวกเขาเหรอ? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” ฉินฮวาเมิ่งรัวคำถามใส่ไม่ยั้ง
คำถามพวกนี้ หวังฮ่าวหรานเองก็จนปัญญาจะตอบ คงต้องไปถามเย่ฟานเอาเองว่าไปทำอีท่าไหน
แต่รายละเอียดพวกนั้นไม่สำคัญหรอก
“บางเรื่องคุณไม่จำเป็นต้องรู้ แค่รู้ไว้ว่าความกังวลของคุณมันไร้สาระ แค่นั้นก็พอแล้ว” หวังฮ่าวหรานตัดบท
ฉินฮวาเมิ่งกำลังจะอ้าปากถามต่อว่าเขาจะทำอะไรต่อ แต่ยังไม่ทันไร เธอก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากด้านนอก
แถมน้ำเสียงนั้น... ฟังดูคุ้นหูชอบกล
ฉินฮวาเมิ่งรีบสาวเท้าก้าวออกจากห้องทำงานไปดูเหตุการณ์
ในทางเดินชั้นเดียวกัน แม่เลี้ยงและน้องชายของเธอกำลังนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส
พนักงานบริษัทมามุงดู แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง ต่างยืนมองด้วยความสยดสยอง
เสียงกรีดร้องโหยหวนดำเนินไปได้สักพัก ก่อนจะค่อยๆแผ่วลง... จนกระทั่งเงียบสนิท
ร่างของทั้งสองนอนแน่นิ่ง
พนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปตรวจสอบ ก่อนจะผงะถอยออกมาด้วยความตกใจ... ทั้งคู่ตายแล้ว!
บรรยากาศวังเวงน่าขนลุกแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
แต่ผลชันสูตรเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกวางยาพิษหรือถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด สุดท้ายจึงลงความเห็นว่าเสียชีวิตเฉียบพลันด้วยโรคประหลาด
เท่ากับว่า... ตัวการที่จ้างวานฆ่าทั้งสองฝ่าย รวมถึงผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิด ล้วนตกตายตามกันไปหมดสิ้น
เมื่อฉินฮวาเมิ่งได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แอบชำเลืองมองหวังฮ่าวหรานด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งและอ่อนโยนกว่าเดิม
“คุณทำเพื่อฉันขนาดนี้ ฉัน... ฉันไม่รู้จริงๆว่าจะตอบแทนคุณยังไง” ฉินฮวาเมิ่งเรียกหวังฮ่าวหรานเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวในห้องทำงาน
[ติ๊ง! ค่าความประทับใจของนางรองฉินฮวาเมิ่งที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 10 แต้ม! ค่าความประทับใจรวมปัจจุบันอยู่ที่ 70 (รักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย)]
[ติ๊ง! โฮสต์เปลี่ยนแปลงเส้นเรื่องสำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 4,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของเย่ฟานลดลง 200 แต้ม! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์เพิ่มขึ้น 200 แต้ม!]
“นี่คือสิ่งที่ผมติดค้างคุณ” หวังฮ่าวหรานตอบเสียงเรียบ
“คุณติดค้างอะไรฉันกันแน่? บอกมาตรงๆไม่ได้เหรอ?” ฉินฮวาเมิ่งคาใจจนแทบคลั่ง
แต่หวังฮ่าวหรานกลับเลือกที่จะเงียบ
ฉินฮวาเมิ่งทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความจำยอม
......
สี่ทุ่มคืนนั้น ฉินฮวาเมิ่งเลิกงาน
หวังฮ่าวหรานขับรถไปส่งเธอที่คฤหาสน์หลังเดิม
แต่พอถึงจุดหมาย จู่ๆเขาก็ยื่นกุญแจรถคืนให้เธอ
“คุณ... หมายความว่ายังไง?” ฉินฮวาเมิ่งใจหายวาบ
“ภัยคุกคามรอบตัวคุณถูกกำจัดหมดแล้ว” หวังฮ่าวหรานกล่าว
“คุณ...” ฉินฮวาเมิ่งเข้าใจความหมายทันที ใบหน้างามซีดเผือด
“งานของผมจบแล้ว” หวังฮ่าวหรานตอบสั้นๆ
“ถึงคนบงการจะตายไปแล้ว แต่ใครจะรับประกันได้ว่าฉันจะไม่พบอันตรายอื่นอีก คุณต้องอยู่ปกป้องฉันต่อ เรา... เราเซ็นสัญญากันแล้ว!” ฉินฮวาเมิ่งร้อนรน
“ดูแลตัวเองให้ดี แล้วก็... อย่าใจอ่อนกับศัตรู ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะเป็นอันตรายได้” น้ำเสียงของหวังฮ่าวหรานฟังดูเหมือนคำสั่งเสียก่อนจากลา
“ฉันขึ้นเงินเดือนให้ได้ คุณบอกราคามาเลย!” ฉินฮวาเมิ่งพยายามเกลี้ยกล่อม
“งานสำคัญก็จริง แต่สุขภาพก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่าหักโหมเกินไป” หวังฮ่าวหรานยังคงสั่งเสียต่อไป
“สองล้านต่อเดือน!” ฉินฮวาเมิ่งเสนอตัวเลข
“ดึกแล้ว คุณไปพักผ่อนเถอะ” หวังฮ่าวหรานตัดบท
“ห้าล้านต่อเดือน!” ฉินฮวาเมิ่งยังคงเพิ่มราคาไม่หยุด
หวังฮ่าวหรานหันหลังโบกมือลา แล้วค่อยๆเดินจากไปช้าๆ
“สิบล้าน!” ฉินฮวาเมิ่งตะโกนไล่หลัง
หวังฮ่าวหรานไม่สนใจ ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง
“ร้อยล้าน! เดือนละหนึ่งร้อยล้าน! ตราบใดที่คุณอยู่เป็นบอดี้การ์ดให้ฉัน!”
แต่หวังฮ่าวหรานก็ยังคงเดินต่อไปราวกับไม่ได้ยิน
“ฉันสามารถมอบทรัพย์สมบัติของตระกูลฉินทั้งหมดให้คุณได้! ตราบใดที่คุณยังอยู่และเป็นบอดี้การ์ดของฉัน ทรัพย์สินหลายแสนล้านของตระกูลฉินจะเป็นของคุณ!” ฉินฮวาเมิ่งตะโกนอย่างคนเสียสติ
แต่ถึงกระนั้นฝีเท้าของเขาก็ยังไม่หยุด
ฉินฮวาเมิ่งตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่าเงินไม่สามารถเปลี่ยนใจเขาได้
“ไหนคุณบอกว่าติดค้างฉันไง? คุณบอกว่าชดใช้แล้วก็จบกันงั้นเหรอ? ใครใช้ให้คุณตัดสินใจเอง! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ฉินฮวาเมิ่งตวาดลั่น
คราวนี้ หวังฮ่าวหรานชะงักฝีเท้าลง
ฉินฮวาเมิ่งดีใจจนตัวสั่น รีบวิ่งไปดักหน้าเขา อ้อนวอนเสียงสั่นเครือ
“อยู่ต่อเถอะนะ... ได้โปรด...”
น้ำเสียงนั้นอ่อนหวานและเจือไปด้วยความเว้าวอนอย่างที่สุด
“บอดี้การ์ดทั่วไปก็ปกป้องคุณได้ ผมจะอยู่หรือไปมันไม่สำคัญหรอก” หวังฮ่าวหรานแย้ง
“ไม่! มันสำคัญมาก!” ฉินฮวาพูดอย่างเร่งรีบ
“ผมไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ต่อแล้ว” หวังฮ่าวหรานส่ายหน้า
ฉินฮวาเมิ่งกัดฟันแน่น ตัดสินใจทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด โผเข้ากอดเขาไว้แน่น “ฉัน... เป็นเหตุผลให้คุณอยู่ต่อไม่ได้เหรอ?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในอ้อมแขน หวังฮ่าวหรานก็ลอบถอนหายใจเบาๆ
‘รอมาตั้งนาน กว่าจะพูดออกมาได้นะแม่คุณ’
“คะ...คุณ... คุณทำอะไร?” หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเป็นตกใจ
ฉินฮวาเมิ่งละใบหน้าออกจากอกเขา เงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาเปี่ยมรักปนดื้อรั้น “จะไปก็ได้ แต่เอาหัวใจฉันคืนมาก่อน ไม่อย่างนั้นก็ห้ามไปไหนทั้งนั้น!”
“เฮ้อ... ถ้าเราอยู่ด้วยกัน จุดจบมันอาจจะไม่สวยหรู เผลอๆคุณอาจจะต้องตายด้วยซ้ำ คุณไม่กลัวเหรอ?” หวังฮ่าวหรานแสร้งถอนหายใจ
ฉินฮวาเมิ่งชะงักไปเล็กน้อย แม้จะไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่เธอก็ตอบกลับอย่างหนักแน่น “ใจดวงนี้เป็นของคุณแล้ว ต่อให้ตายฉันก็ไม่เสียใจ!”
ได้ยินแบบนี้ หวังฮ่าวหรานก็เลิกเล่นละครบทตัวเอกผู้เสียสละทันที
ฉินฮวาเมิ่งเป็นหญิงสาวที่น่าสงสารจริงๆ พอมอบใจให้ใครแล้วก็ทุ่มเทจนหมด ไม่กลัวตาย ไม่กลัวเจ็บ
เย่ฟานนี่โชคดีชะมัด... อ้อ ไม่สิ โชคที่ว่านั่นเสร็จโจรอย่างเขาเรียบร้อยแล้ว
เมื่อต่างฝ่ายต่างเปิดเผยความในใจออกมาจนหมด คำพูดใดๆก็ดูจะไร้ความหมาย
หวังฮ่าวหรานช้อนตัวฉินฮวาเมิ่งขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง แล้วเดินตรงเข้าไปในคฤหาสน์
ฉินฮวาเมิ่งซุกหน้าลงกับอกแกร่งด้วยความเขินอาย หัวใจเต้นโครมคราม ไม่กล้ามองไปรอบๆ จนกระทั่งรู้สึกว่าแผ่นหลังสัมผัสกับฟูกนุ่มๆ ตามด้วยความรู้สึกเย็นวาบเมื่อปราการด่านสุดท้ายถูกปลดออก...
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าคฤหาสน์ของฉินฮวาเมิ่ง
เด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งกำลังเดินไพล่หลังอย่างเชื่องช้า
ท่วงท่าของเขาดูสุขุมนุ่มลึกเกินกว่าเด็กหนุ่มวัยเดียวกันจะพึงมี
*****