เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1291 พ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

ตอนที่ 1291 พ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

ตอนที่ 1291 พ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย


ยามค่ำคืน ณ คฤหาสน์ที่พำนักของดยุค

ภายในห้องรับรอง ดยุคกำลังสนทนาเสียงเบากับผู้คุมกฎสีชาด

ดยุคมองไปทางผู้คุมกฎสีชาด เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“พรุ่งนี้คือวันพิธีเปิดภัตตาคารเต่าทมิฬ เป็นโอกาสดีที่จะลงมือ”

“ลงมือพรุ่งนี้?”

ผู้คุมกฎสีชาดปรายตามองดยุคอย่างเย็นชา

เธอยกมือขึ้นเท้าคาง เอ่ยเสียงเรียบ

“ภัตตาคารเต่าทมิฬเปิดกิจการ ทั้งราชาและขุนนางคนอื่นๆ ต่างก็ไปร่วมงาน คุณคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะลงมือจริงๆ หรือ?”

ดยุคพยักหน้าด้วยความทะนงตน

“แน่นอน คนยิ่งเยอะยิ่งสร้างความวุ่นวายได้ง่าย แล้วเราค่อยฉวยโอกาสช่วงชิงอุปกรณ์เวทระดับสูงมา”

“ลำพังแค่เราสอง... คงยาก”

ผู้คุมกฎสีชาดแค่นเสียงในลำคอ

ดยุคกล่าวอย่างเฉยเมย

“แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เรา ยังมีหัวหน้ากองอัศวินด้วย”

“หัวหน้ากองอัศวินก็จะเข้าร่วมด้วย?”

แววตาของผู้คุมกฎสีชาดฉายแววประหลาดใจ

“แน่นอน ก่อนหน้านี้เขาถูกหยามเกียรติในสลัม ครั้งนี้เขาต้องการกู้หน้าคืน”

นิ้วของดยุคลูบไล้ที่วางแขนเก้าอี้ไม้เบาๆ

ผู้คุมกฎสีชาดเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถาม

“ดังนั้นแผนของคุณก็คือ ร่วมมือกับหัวหน้ากองอัศวิน สร้างความวุ่นวายในพิธีเปิดภัตตาคารเต่าทมิฬ แล้วใช้กำลังแย่งชิงอุปกรณ์เวทระดับสูงงั้นสิ?”

ดยุคทำสีหน้าจริงจัง

“ถูกต้อง ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเรา แผนนี้เป็นไปได้!”

“ลืมไปหรือเปล่า ว่าหัวหน้ากองอัศวินและคนในกองอัศวิน รับมือเจ้าเมืองเต่าทมิฬไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว”

ผู้คุมกฎสีชาดยกมือกอดอก โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยแล้วถามต่อ

“ด้วยฝีมือระดับนั้น เขาจะกู้หน้าคืนได้อย่างไร และจะสร้างความวุ่นวายเพื่อแย่งชิงอุปกรณ์เวทระดับสูงได้อย่างไร?”

“ลำพังตัวเขาคนเดียวคงไม่ได้ แต่ครั้งนี้มีพวกเราด้วย ก็อาจจะไม่แน่”

ดยุคเอ่ยเสียงเย็น

ผู้คุมกฎสีชาดส่ายหน้าช้าๆ กล่าวเสียงเรียบ

“ฉันเป็นแค่จอมเวทระดับ 8 หัวหน้ากองอัศวินเพิ่งเข้าสู่ระดับ 9 ส่วนคุณอยู่ระดับ 9 ขั้นกลาง ฉันไม่คิดว่าขุมกำลังแค่นี้จะแย่งชิงอุปกรณ์เวทระดับสูงมาได้”

ดยุคลุกขึ้นยืน ไพล่มือเดินไปมาในห้องรับรอง

เขาเดินมาหยุดตรงหน้าผู้คุมกฎสีชาด แล้วเอ่ยอย่างใจเย็น

“วางใจเถอะ ใต้บังคับบัญชาของฉันยังมียอดฝีมืออีกไม่น้อย บวกกับคนของ วิหคเพลิงทมิฬ พวกคุณ อัตราความสำเร็จอย่างต่ำก็แปดส่วน”

“หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่นนะ”

ผู้คุมกฎสีชาดแค่นเสียงเย็นชา ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป

“วางใจเถอะ ราบรื่นแน่นอน”

นัยน์ตาของดยุคฉายประกายอำมหิต มุมปากค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น

ผู้คุมกฎสีชาดเดินออกจากห้องรับรอง มุ่งหน้าไปตามทางเดินหินกรวดอันเงียบสงบสู่ส่วนลึกของคฤหาสน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องพักแขกที่เธออาศัยอยู่มาสองวันแล้ว

แกรก...

เธอกลับเข้ามาในห้องพัก แล้วปิดประตูลงเบาๆ

“กลับมาแล้วเหรอ”

เสียงผู้หญิงเนือยๆ ดังมาจากในห้อง

“อืม”

ผู้คุมกฎสีชาดปลดเชือกที่หน้าอก ถอดชุดคลุมสีดำตัวโคร่งออก เผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด

เธอมองไปทางหญิงสาวที่เอนกายอยู่บนเก้าอี้นอน แล้วเอ่ยถามเรียบๆ

“ลาย่า วันนี้ไม่ออกไปข้างนอกเหรอ?”

“ไม่อะ เมืองซาลุนเอ๋อเดิมทีก็ไม่มีที่เที่ยวอะไรน่าสนใจอยู่แล้ว”

ลาย่าหาวหวอด ลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจ

เธอนั่งไขว่ห้าง เอียงคอถาม

“เล่ามาซิ ดึกป่านนี้ไปทำอะไรมา?”

“ดยุคเชิญฉันไปหารือเรื่องแผนการพรุ่งนี้น่ะสิ”

ผู้คุมกฎสีชาดหาวบ้าง ก่อนจะนั่งลงอย่างสง่างาม

“แผนอะไร เล่าให้ฟังหน่อย”

ลาย่าเชิดคางขึ้นเป็นเชิงถาม

“แผนการที่โง่เง่ามาก...”

ผู้คุมกฎสีชาดกระตุกมุมปาก แล้วถ่ายทอดบทสนทนาในห้องรับรองให้ฟังอย่างละเอียด

“แผนนี้โง่จริงๆ นั่นแหละ”

ลาย่ากลอกตามองบนอย่างเสียกิริยา

ผู้คุมกฎสีชาดถอนหายใจเบาๆ

“ฉันเลยลังเลว่าตกลงจะร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ดีไหม”

เธออยากได้ยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงมากก็จริง แต่เธอสนใจ พลังแห่งชีวิต ในเมืองเต่าทมิฬมากกว่า

ผู้คุมกฎสีชาดหวนนึกถึงพลังแห่งชีวิตที่สัมผัสได้ในวันนั้น ความเข้มข้นของมันเพียงพอที่จะทำให้เธอทะลวงระดับเข้าสู่ระดับ 9 หรือแม้กระทั่งระดับราชันได้

หากต้องแหวกหญ้าให้งูตื่นเพียงเพื่อยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูง จนทำให้ตัวเองถูกเจ้าเมืองเต่าทมิฬเพ่งเล็ง ย่อมส่งผลเสียต่อการแย่งชิงพลังแห่งชีวิตในภายหลัง

เดิมทีเธอก็ร่วมมือกับดยุคเพื่อหวังพลังแห่งชีวิตอยู่แล้ว ส่วนยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับสูงเป็นเพียงผลพลอยได้

ลาย่ายกมือขึ้นชื่นชมเล็บเรียวยาวของตัวเอง กล่าวเสียงเรียบ

“ทางที่ดีอย่าทำเลย คนโง่ๆ อย่างดยุค ขืนเธอไปคลุกคลีด้วยมากๆ จะไม่มีจุดจบที่ดีเอานะ”

ผู้คุมกฎสีชาดลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากขอร้อง

“ท่านผู้คุมกฎสีเขียว ช่วยทำนายให้หน่อยได้ไหมว่าปฏิบัติการในพรุ่งนี้จะสำเร็จหรือเปล่า?”

ลาย่าลดมือลง หลุบตามองผู้คุมกฎสีชาด แล้วถามเสียงเรียบ

“แล้วเธอจะจ่ายค่าตอบแทนด้วยอะไร?”

ผู้คุมกฎสีเขียว จัดอยู่ในลำดับที่สี่ของเหล่าผู้คุมกฎ

เธอไม่ได้ขึ้นมานั่งตำแหน่งนี้เพราะความแข็งแกร่งทางพลังเวท แต่เป็นเพราะเธอคือนักพยากรณ์ที่มีความแม่นยำสูงถึง 9 ใน 10 ด้วยเหตุนี้ทาง วิหคเพลิงทมิฬ จึงให้ความสำคัญกับเธอ และแต่งตั้งให้เป็นผู้คุมกฎสีเขียว

น้อยคนนักที่จะรู้ตัวตนที่แท้จริงของผู้คุมกฎสีเขียว นอกจากผู้คุมกฎด้วยกันไม่กี่คนแล้ว คนอื่นไม่มีใครรู้เลยว่าลาย่าก็คือผู้คุมกฎสีเขียว

“ลาย่า ฉัน...”

ผู้คุมกฎสีชาดยิ้มขื่น

“ล้อเล่นน่า ช่วยเธอทำนายไม่คิดเงินหรอก”

ลาย่าป้องปากหัวเราะเบาๆ

เธอลุกขึ้นมานั่งข้างๆ ผู้คุมกฎสีชาด ยิ้มหวานหยด

“ยังไงเธอก็เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตฉัน ฉันจะทำนายให้เธอไม่คิดค่าใช่จ่ายตลอดชีวิตเลย”

“ขอบใจนะ”

ผู้คุมกฎสีชาดลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต

ก่อนที่เธอจะเข้าร่วมกับ วิหคเพลิงทมิฬ เธอเคยช่วยทาสสาวคนหนึ่งไว้ไม่ให้ถูกขายไปเป็นทาสอุ่นเตียงในบ้านขุนนาง และคนคนนั้นก็คือลาย่าในตอนนี้

ลาย่าเพิ่งได้เป็นผู้คุมกฎสีเขียวในปีนี้ ตอนที่ผู้คุมกฎสีชาดเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของลาย่า ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ถึงความดีที่เคยทำไว้โดยไม่ตั้งใจในอดีต

“ไม่ต้องเกรงใจ”

ลาย่าหยิบผลึกอสูรระดับ 6 จำนวนหกก้อนออกมา เตรียมเริ่มการทำนาย

เธอวางผลึกอสูรทั้งหกก้อนลงบนโต๊ะ นิ้วมือทั้งสองข้างทำท่าประสานอินอันซับซ้อน ปากท่องมนตร์คาถาเพื่อชักนำธาตุเวทมนตร์ในอากาศ

ผู้คุมกฎสีชาดมีสีหน้าเคร่งขรึม เม้มปากแน่นไม่ส่งเสียงใดๆ

ลาย่าลืมตาขึ้น นัยน์ตาและรูม่านตากลายเป็นสีขาวโพลน ผลึกอสูรทั้งหกตรงหน้าลอยตัวขึ้นกลางอากาศ แล้วเริ่มหมุนวนรอบกายเธอ

วิ้งๆๆ...

กระบวนการนี้กินเวลาเกือบห้านาที กว่าผลึกอสูรทั้งหกจะตกลงมา

ผู้คุมกฎสีชาดตาไวรีบคว้าผลึกอสูรทั้งหกก้อนไว้ได้ทัน แล้ววางกลับลงบนโต๊ะ

“ฟู่ว...”

ลาย่าพ่นลมหายใจยาว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตากลับคืนสู่สภาวะปกติ

“ลาย่า เป็นอะไรไหม?”

ผู้คุมกฎสีชาดถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไร”

ลาย่าโบกมือ สูดลมหายใจลึกเพื่อปรับลมหายใจและสภาพร่างกาย

เธอมองผู้คุมกฎสีชาด แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“พรุ่งนี้เธออย่าเข้าร่วมแผนการของดยุคเลย พ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย”

“จริงเหรอ!!”

ผู้คุมกฎสีชาดเบิกตากว้าง

ลาย่าที่มีสีหน้าเหนื่อยล้าตอบกลับ

“แน่นอน ไม่ว่าเธอจะเข้าร่วมหรือไม่ แผนการนี้ก็ไม่มีทางสำเร็จ”

“เข้าใจแล้ว...”

ผู้คุมกฎสีชาดพยักหน้าช้าๆ ในใจตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

เธอเงยหน้าขึ้นกล่าว

“พรุ่งนี้ฉันจะตามไปร่วมงานเปิดภัตตาคารเต่าทมิฬ แต่ฉันจะไม่ลงมือ”

“อืม”

ลาย่าโบกมือรับรู้

ผู้คุมกฎสีชาดถามต่อ

“เธอจะไปกับฉันไหม?”

“ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ตอนนี้ฉันเหนื่อยแล้ว จะนอน”

ลาย่าหาวหวอด การทำนายครั้งนี้ใช้พลังวิญญาณไปมากโข เธอต้องการพักผ่อนให้เต็มที่

“ตกลง”

ผู้คุมกฎสีชาดพยักหน้ารับ

จบบทที่ ตอนที่ 1291 พ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

คัดลอกลิงก์แล้ว