เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1289 เขาคือปีศาจชัดๆ

ตอนที่ 1289 เขาคือปีศาจชัดๆ

ตอนที่ 1289 เขาคือปีศาจชัดๆ


หลังจากมู่เหลียงทดสอบอานุภาพของวงเวทเสร็จแล้ว เขาก็กลับเข้ามาในห้องทำงาน

หยู่ฉินหลานวางหลิงเอ๋อลง แล้วนั่งลงข้างกายมู่เหลียง

เธอหยิบผลึกอสูรที่มู่เหลียงวางไว้ขึ้นมาพิจารณาวงเวทภายในอย่างละเอียด แต่พอมองนานเข้าก็เริ่มรู้สึกตาลาย

มู่เหลียงหันไปเอ่ยถามขึ้นว่า

“ลัวไน่ ยังมีแผนผังวงเวทระดับสูงกว่านี้อีกไหม?”

“ฉันไม่มีแล้วค่ะ”

ลัวไน่ส่ายหน้าตอบ

มู่เหลียงถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“แล้วเธอรู้ไหมว่าที่ไหนมี?”

ลัวไน่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยความเคารพ

“ในพระราชวังต้องมีแน่นอนค่ะ หอการค้ายู่วเจิ้งก็น่าจะมีขาย เพียงแต่ราคาคงจะแพงหูฉีก”

“อืม เข้าใจแล้ว”

มู่เหลียงพยักหน้าอย่างใช้ความคิด

หยู่ฉินหลานถามด้วยความประหลาดใจ

“มู่เหลียง จะเริ่มเรียนเวทมนตร์หรอ?”

มู่เหลียงตอบเสียงนุ่ม

“เรียนรู้ไว้บ้างก็ไม่เสียหายหรอก”

“ก็จริงนะ ไม่รู้ว่าฉันจะเรียนได้ไหม...”

แววตาของหยู่ฉินหลานไหวระริก

“อาจจะได้ก็ได้ ลองให้คนหาตำราเวทมนตร์ธาตุน้ำไว้สิ ถึงตอนนั้นคุณค่อยลองฝึกดู”

มู่เหลียงกล่าวแนะนำ

หยู่ฉินหลานเป็นผู้ตื่นธาตุน้ำ บางทีเธออาจจะกลายเป็นจอมเวทธาตุน้ำได้เหมือนกับหยู่ฉินอี๋

ลัวไน่นั่งฟังอยู่อย่างเงียบเชียบ แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกๆ เพราะการจะเป็นจอมเวทได้นั้น อันดับแรกต้องผ่านการปลุกวิญญาณเสียก่อน

การปลุกวิญญาณในที่นี้ ไม่เหมือนกับการปลุกวิญญาณให้กับยุทธภัณฑ์วิญญาณ

การปลุกวิญญาณเพื่อเป็นจอมเวท หมายถึงการเปิดรับแก่นจิตวิญญาณ หรือก็คือการกระตุ้นจิตวิญญาณในตนเองให้ตื่นขึ้น

คนที่ไม่มีแก่นจิตวิญญาณย่อมไม่สามารถเป็นจอมเวทได้ และช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการปลุกวิญญาณคือช่วงอายุสิบถึงสิบหกปี ยิ่งเริ่มเร็วในช่วงเวลานี้ก็ยิ่งดี

หากอายุเกินสิบหกปีไปแล้ว การปลุกวิญญาณจะเป็นเรื่องยากมาก เว้นแต่จะใช้สมุนไพรวิเศษล้ำค่ามากระตุ้น ซึ่งอาจจะมีโอกาสสำเร็จบ้าง มิเช่นนั้นก็ต้องพึ่งดวงของตัวเองล้วนๆ

ลัวไน่รักษากิริยาสง่างาม แต่ก็ยังเลือกที่จะเอ่ยเตือน

“ท่านเจ้าเมืองคะ หากต้องการเป็นจอมเวท จำเป็นต้องผ่านการปลุกวิญญาณก่อนนะคะ”

“ฉันรู้”

มู่เหลียงตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนัก

เขาคิดว่าในเมื่อหยู่ฉินหลานเป็นผู้ตื่นธาตุน้ำ เธอก็น่าจะเปิดรับแก่นจิตวิญญาณได้แล้ว เหมือนกับหยู่ฉินอี๋

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดา จำเป็นต้องใช้ศิลามนตราในการตรวจสอบเพื่อยืนยัน

“เอ่อ... ก็ได้ค่ะ”

ลัวไน่อ้าปากจะพูดต่อ แต่เมื่อเห็นมู่เหลียงไม่ได้ใส่ใจ จึงไม่ได้พูดอะไรมากความอีก

“ก่อนจะถึงตอนนั้น ต้องมีศิลามนตราก่อนนะ”

หยู่ฉินหลานกล่าวอย่างสง่างาม

“ทางไป๋สวงยังไม่ได้ให้คำตอบที่แน่ชัด น่าจะไม่ได้ศิลามนตราแล้วล่ะ”

มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ

ไป๋สวงเคยรับปากเขาไว้ว่าพอกลับไปแล้วจะลองเจรจากับราชาดู เพื่อขอนำศิลามนตราในวังมาให้เมืองเต่าทมิฬ

แต่ทั้งสองเจอกันตั้งหลายครั้ง องค์หญิงไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก เห็นได้ชัดว่าคงไม่มีหวัง

หยู่ฉินหลานเอ่ยเสียงใส

“ไม่ได้มีแค่ในวังที่มีศิลามนตราหรอกค่ะ ลองหาโอกาสอื่นดู ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ตั้งประกาศรับซื้อ เดี๋ยวก็คงมีคนเอามาขาย”

“อืม เธอจัดการเถอะ”

มู่เหลียงพยักหน้ารับ

เขาเบนความสนใจกลับไปที่หนังสือหนังสัตว์ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพลิกมือเรียกผลึกอสูรระดับ 8 ออกมาจากมิติเก็บของสองก้อน

“นี่มัน... ผลึกอสูรระดับ 8 คุณอยากจะลองงั้นเหรอ?”

หยู่ฉินหลานมองมู่เหลียงด้วยความตกใจ

“อืม บางทีอาจจะสำเร็จก็ได้”

มู่เหลียงยิ้มบางๆ

“ถ้าคนอื่นพูด ฉันคงไม่เชื่อ...”

หยู่ฉินหลานยกมือขึ้นทัดไรผมที่ข้างหู ก่อนจะเอ่ยอย่างงดงาม

“แต่ถ้าเป็นมู่เหลียงพูด ฉันเชื่อ”

“ไม่จริงน่า...”

ลัวไน่ได้สติกลับมาและเดาได้ว่ามู่เหลียงกำลังจะทำอะไร

เธอถามด้วยความตื่นตะลึง

“ท่านเจ้าเมืองจะวาดวงเวทมิติระดับราชันเหรอคะ?”

“แค่ลองดูน่ะ ฉันเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน”

มู่เหลียงตอบเสียงเรียบ

เขาหยิบหนังสือหนังสัตว์ขึ้นมาเปิดอ่านตั้งแต่ต้นจนจบอีกครั้ง จดจำผังวงเวทไว้ในสมองอย่างแม่นยำ

ลัวไน่ลอบกลืนน้ำลาย เธอไม่คิดว่ามู่เหลียงจะทำสำเร็จ นี่เป็นถึงวงเวทมิติระดับราชัน จะเป็นไปได้ยังไงที่มองแค่ปราดเดียวก็วาดออกมาได้ แถมเขายังใช้ผลึกอสูรระดับ 8 ของธาตุอื่นอีกต่างหาก

จอมเวทมิตินั้นหายาก สัตว์อสูรธาตุมิติก็หายากเช่นกัน ยิ่งสัตว์อสูรธาตุมิติระดับราชันยิ่งหาได้ยากยิ่งกว่ายาก

มู่เหลียงไม่มีผลึกอสูรธาตุมิติระดับราชัน และไม่มีผลึกอสูรระดับ 10 ของธาตุอื่น จึงจำต้องลดมาตรฐานลงมา โดยใช้ผลึกอสูรระดับ 8 ในการทดลองแทน

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมคนในทวีปใหม่ถึงไม่ยอมเอาผลึกอสูรระดับสูงมาแลกเปลี่ยน ที่แท้มันมีประโยชน์สำคัญอย่างอื่นนี่เอง

ลัวไน่กลั้นหายใจ หากมู่เหลียงทำสำเร็จจริงๆ เรื่องนี้ต้องสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอาณาจักรไห่ถิง หรืออาจจะสั่นสะเทือนไปทั้งทวีปเลยด้วยซ้ำ

มู่เหลียงสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับจังหวะการหายใจและพลังวิญญาณ

เขาหยิบผลึกอสูรระดับ 8 ขึ้นมา จัดท่าทางให้พร้อมแล้วใช้ความสามารถควบคุมมิติซึ่งเป็นความสามารถที่ได้รับมาหลังจากอสูรตะกละ

สีหน้าของมู่เหลียงดูจดจ่อจริงจัง เขาเริ่มลงมือครั้งแรก เส้นสายพลังปรากฏขึ้นภายในผลึกอสูรระดับ 8 เส้นสายเหล่านี้มีความละเอียดบางกว่าวงเวทระดับ 6 หลายเท่า ราวกับเส้นผมก็มิปาน

“เงียบหน่อยนะ”

หยู่ฉินหลานกดเสียงต่ำเตือน

ลัวไน่พยักหน้าเบาๆ แทบไม่กล้าหายใจแรง กลัวว่าจะรบกวนสมาธิของมู่เหลียง

มู่เหลียงขยับมือไม่หยุด เส้นสายวงเวทภายในผลึกอสูรระดับ 8 เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ความซับซ้อนของมันเหนือกว่าวงเวทระดับ 6 ที่ลัวไน่เอามาให้แบบเทียบกันไม่ติด

หูของหยู่ฉินหลานขยับเล็กน้อย เธอหันกลับไปมองที่ประตูห้อง

เธอฟังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบลุกเดินไปที่ประตู แล้วเปิดออกอย่างแผ่วเบา

ที่หน้าประตู ลี่เยว่ถอดหมวกเกราะภูติผีออกแล้ว เธอยกมือค้างไว้กำลังจะเคาะประตู แต่ประตูกลับเปิดออกเสียก่อน

ยังไม่ทันที่เด็กสาวผมเงินจะเอ่ยปาก หยู่ฉินหลานก็ยกนิ้วชี้แตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้เธอเงียบ

“?”

ลี่เยว่ส่งสายตาเป็นคำถาม

หยู่ฉินหลานโน้มตัวไปกระซิบข้างหูด้วยลมหายใจหอมกรุ่น

“มู่เหลียงกำลังวาดวงเวทอยู่ ต้องเงียบที่สุด”

ลี่เยว่รู้สึกประหลาดใจ วงเวทงั้นหรือ?

เธอชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้องหนังสือ เห็นมู่เหลียงกำลังจ้องผลึกอสูรในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง ก็รู้ทันทีว่าห้ามรบกวนเขา

“งั้นฉันให้ป๋าฟูเฝ้าอยู่หน้าประตูนะ”

ลี่เยว่ขยับปากบอกแบบไม่ออกเสียง

หยู่ฉินหลานพยักหน้า เข้าใจความหมายของสาวน้อยผมเงิน

ลี่เยว่หันไปเรียกสาวใช้ตัวน้อย กำชับไม่กี่คำ ก่อนจะเดินตามหยู่ฉินหลานกลับเข้ามาในห้องหนังสือ

เวลาผ่านไปห้านาทีแล้ว มือของมู่เหลียงยังคงขยับไม่หยุด ความเร็วในการวาดวงเวทเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

“......”

ลัวไน่สีหน้าเคร่งเครียด ดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่ามู่เหลียงเสียอีก

ในใจเธอยังคงหวังลึกๆ ให้มู่เหลียงทำสำเร็จ เพราะยังไงมู่เหลียงก็เป็นเจ้านายของเธอ ยิ่งเขาเก่งกาจเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งปลอดภัยเมื่ออยู่ในเมืองเต่าทมิฬ

เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป เส้นสายภายในผลึกอสูรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รูปแบบค่ายกลที่ก่อตัวขึ้นก็ซับซ้อนขึ้นทุกที

ลมหายใจของมู่เหลียงสม่ำเสมอ มือของเขานิ่งสนิทไม่มีสั่นไหวแม้แต่น้อย

เมื่อเวลาผ่านไปอีกระยะ ดวงตาของลัวไน่ก็เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ

เธอกลืนน้ำลายลงคอ... จะสำเร็จแล้วเหรอ?

แกรก... เพล้ง!

เสียงแตกหักดังขึ้น ผลึกอสูรในฝ่ามือของมู่เหลียงระเบิดออก เศษผลึกร่วงกราวเกลื่อนโต๊ะ

มู่เหลียงชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าฉายแววเสียดาย

“ยากกว่าที่คิดแฮะ”

เขาถอนหายใจ

ลัวไน่ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

“อีกแค่นิดเดียวก็จะสำเร็จแล้วแท้ๆ น่าเสียดายจังเลยค่ะ”

“แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว”

หยู่ฉินหลานเอ่ยปลอบใจ

หากทำสำเร็จในครั้งเดียว นั่นคงไม่เรียกว่าอัจฉริยะแล้ว แต่ต้องเรียกว่าปีศาจชัดๆ

“ลองอีกที”

มู่เหลียงสูดหายใจลึก หยิบผลึกอสูรระดับ 8 อีกก้อนขึ้นมา เตรียมพร้อมสำหรับการทดลองครั้งที่สอง

จบบทที่ ตอนที่ 1289 เขาคือปีศาจชัดๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว