- หน้าแรก
- เชียนเต้าหลิว กวาดล้างสำนักเฮ่าเทียน
- ตอนที่ 3: กวาดล้างสำนักเฮ่าเทียน
ตอนที่ 3: กวาดล้างสำนักเฮ่าเทียน
ตอนที่ 3: กวาดล้างสำนักเฮ่าเทียน
ตอนที่ 3: กวาดล้างสำนักเฮ่าเทียน
“ติง! ดังคำกล่าวที่ว่า สำหรับผู้ที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ การสังหารหัวใจนั้นดีที่สุด และการทรมานให้ยาวนานนั้นดียิ่งกว่า การพรากชีวิตไปตรงๆ เป็นเพียงการ ‘ปล่อยวาง’ ซึ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”
“โฮสต์เพียงแค่ต้องกระทำการอย่างผิดมนุษย์ต่อถังซานซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความชั่วร้ายทั้งปวงในทวีปโต้วหลัว รวมถึงพรรคพวกที่อยู่รอบกายเขา ยิ่งกระทำการได้ไร้มนุษยธรรมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับคะแนนมากขึ้นเท่านั้น”
“คะแนนสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นไอเทมในร้านค้าของระบบได้ ตั้งแต่ตำแหน่งเทพ สมุนไพรเซียน ไปจนถึงกระดูกวิญญาณและวงแหวนวิญญาณ”
เชียนเต้าหลิวไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขากลับเปิดร้านค้าของระบบขึ้นมา หน้าจอสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้า และเขาเริ่มกวาดสายตาดู
ไอเทมระดับเทพ: (เริ่มต้นที่ 1,000,000 คะแนน)
ตำแหน่งเทพแห่งแสง (ระดับราชาเทพ): 5,000,000 คะแนน
ดาบแห่งรุ่งอรุณ (ระดับราชาเทพ): 5,000,000 คะแนน
...ไอเทมระดับซูเปอร์: (เริ่มต้นที่ 100,000 คะแนน)
กระดูกวิญญาณแสนปี: 100,000 คะแนน
วงแหวนวิญญาณแสนปี: 100,000 คะแนน
...ไอเทมระดับสูง (เริ่มต้นที่ 10,000 คะแนน)
ไอเทมระดับกลาง (เริ่มต้นที่ 1,000 คะแนน)
ไอเทมราคาประหยัด (เริ่มต้นที่ 1 คะแนน)
สิ่งของในร้านค้าระบบนั้นละลานตาจนทำเอาเวียนหัว
โดยเฉพาะตำแหน่งเทพแห่งแสง มันสะดุดตาเชียนเต้าหลิวในทันที
ตำแหน่งเทพนี้มิใช่ถูกสร้างมาเพื่อวิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์ของพวกเขาหรอกหรือ?
แต่เมื่อมองดูคะแนนที่ต้องใช้แลกเปลี่ยน หัวใจของเชียนเต้าหลิวก็ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
ห้าล้านคะแนน... ต่อให้ขายตัวเขาก็ยังมีค่าไม่ถึงขนาดนั้น! เขาคงต้องเก็บออมตั้งแต่อดีตชาติถึงจะได้ครบห้าล้าน!
อย่างไรก็ตาม... ตัวเขา เชียนเต้าหลิว ยึดมั่นในวิถีแห่งสุภาพบุรุษมาโดยตลอด การกระทำที่ไร้มนุษยธรรมต่อถังซานผู้นั้น มิใช่เป็นการละเมิดหลักศีลธรรมของเขาหรอกหรือ?
ไม่ ถังซาน แม้ตอนนี้จะเป็นเพียงเด็ก แต่เขาก็ถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อที่ต้องฆ่าให้ได้แล้ว เพราะบังอาจทำเรื่องเหล่านั้นกับเสี่ยวเสวี่ยในอนาคต
ทันใดนั้น ระบบที่ชอบหาเรื่องเดือดร้อนก็เติมเชื้อไฟลงไปอีก: “ติง! เนื่องจากนิสัยของโฮสต์นั้นเป็นสุภาพบุรุษเกินไป ระบบจะมอบภารกิจมือใหม่สามภารกิจเพื่อเป็นการชี้นำ”
“ติง! มอบภารกิจชี้นำมือใหม่ ภารกิจชี้นำมือใหม่ที่หนึ่ง: กวาดล้างหรือสยบสำนักเฮ่าเทียนและกองกำลังในสังกัด”
“สำนักเฮ่าเทียนและสำนักวิญญาณยุทธ์ถูกกำหนดมาให้เป็นศัตรูกัน หากไม่ลงมือก็แล้วไป แต่ถ้าลงมือต้องปลิดชีพให้สิ้น จงไปซะ! สู้เขา! ลุยเลย!”
“รางวัล: พล็อตเรื่องเฉพาะที่แดนเทพวางแผนต่อต้านสำนักวิญญาณยุทธ์, โอกาสสุ่มรางวัลระดับสูง 5 ครั้ง, คะแนน 50,000 คะแนน”
“คำเตือน: ระบบจะประเมินผลการกระทำของโฮสต์เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ยิ่งระดับความไร้มนุษยธรรมสูงเท่าไหร่ คะแนนก็จะยิ่งสูงขึ้น หากคะแนนมากกว่า 80 รางวัลจะเพิ่มเป็นสองเท่า”
“กวาดล้างสำนักเฮ่าเทียน...” เชียนเต้าหลิวอดไม่ได้ที่จะทวนคำเบาๆ
เขาไม่ใช่คนใจอ่อน หากว่ากันตามตรง ในเมื่อถังเฮ่าทำให้ลูกชายของเขาบาดเจ็บสาหัส อย่างไรเสียเขาก็ต้องพุ่งเป้าไปที่สำนักเฮ่าเทียนอยู่แล้ว
หากไม่มีระบบ เขาอาจจะนำกองกำลังของสำนักวิญญาณยุทธ์ไปโจมตีสำนักเฮ่าเทียนตามเส้นทางเดิมที่ควรจะเป็น
แต่เพราะเขาหวาดเกรงถังเฉิน เขาจึงทำเพียงขับไล่สำนักเฮ่าเทียนไปยังดินแดนบรรพบุรุษและไม่ได้เลือกที่จะล้างบาง
ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาและถังเฉินเคยออกเดินทางท่องทวีปด้วยกัน
ทั้งสองคนเคยไปที่เกาะเทพสมุทรด้วยกัน และเข้าต่อสู้กับปัวเซี่ยซี แต่ทั้งคู่ก็พ่ายแพ้ให้กับนาง
เขากับถังเฉินตกหลุมรักปัวเซี่ยซีพร้อมกัน แต่ปัวเซี่ยซีกลับเลือกถังเฉิน ผู้ที่มีโอกาสจะกลายเป็นเทพ มากกว่าเชียนเต้าหลิวที่เป็นเพียงผู้รับใช้เทพ
เชียนเต้าหลิวทำได้เพียงเลือกที่จะปล่อยมืออย่างสุภาพบุรุษ อาจกล่าวได้ว่าเขากับถังเฉินยังคงเป็นศัตรูหัวใจกันอยู่
แต่ในความเป็นจริง มิตรภาพระหว่างเขากับถังเฉินนั้น อธิบายได้เพียงว่าเป็นความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างวีรบุรุษ
มันไม่ลึกซึ้ง และก็ไม่ได้ตื้นเขินจนเกินไป
ระหว่างถังเฉินที่มีมิตรภาพอันเบาบาง กับรางวัลอันมหาศาลของระบบ ตัวเลือกมันไม่ชัดเจนหรอกหรือ?
เดิมทีเขากังวลเรื่องถังเฉินที่เป็นขวากหนาม แต่ตอนนี้ถังเฉินอยู่ในเมืองแห่งการสังหาร จมดิ่งอยู่ในการทดสอบที่แปดของเทพซิวหลัว ถูกราชาค้างคาวโลหิตเก้าหัวควบคุมอยู่ และใช้ชีวิตอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
แม้เขาและถังเฉินเคยมีสัญญาใจอย่างสุภาพบุรุษว่า: จากนี้ไป ตราบเท่าที่ถังเฉินยังมีชีวิตอยู่ คนของสำนักวิญญาณยุทธ์จะไม่เหยียบย่างขึ้นไปบนยอดเขานั้น ยอดเขาที่เป็นดินแดนบรรพบุรุษของสำนักเฮ่าเทียน และยังเป็นสถานที่ที่เชียนเต้าหลิวพ่ายแพ้ให้กับถังเฉินในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย
อาจกล่าวได้ว่าสถานที่แห่งนั้นคือพรที่ถังเฉินทิ้งไว้ให้สำนักเฮ่าเทียน
แต่ตอนนี้สำนักเฮ่าเทียนไม่ได้อยู่ที่ดินแดนบรรพบุรุษเสียหน่อย!
ตราบใดที่ขุมกำลังระดับสูงของสำนักวิญญาณยุทธ์ถูกเคลื่อนพลอย่างเต็มพิกัด การกวาดล้างสำนักเฮ่าเทียนที่กำลังอ่อนแออยู่ในขณะนี้ย่อมไม่ใช่ปัญหา
แม้ว่าสำนักเฮ่าเทียนจะถือครองฉายาสำนักอันดับหนึ่งของโลก แต่ในความเป็นจริง ช่องว่างระหว่างพลังต่อสู้ของสำนักเฮ่าเทียนและสำนักวิญญาณยุทธ์นั้นกว้างมาก กว้างมากจริงๆ
สำนักเฮ่าเทียนมีราชทินนามพรหมยุทธ์เพียงสี่คนเท่านั้น
หนึ่งคือเจ้าสำนักคนปัจจุบัน พ่อของถังเซียวและถังเฮ่า—ถังเทียน อดีตเจ้าสำนักเฮ่าเทียน อัครพรหมยุทธ์ระดับ 96
อีกคนคือถังเซียว หนึ่งในสองดาวเด่นแห่งเฮ่าเทียน ราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 93
นอกจากนี้ยังมีผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเฮ่าเทียน ราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 92
และสุดท้ายก็คือถังเฮ่า ผู้เป็นที่รักของเรา หรือที่รู้จักกันในนามถังรื่อเทียนและถังเผ้าเผ้า
แล้วทางด้านสำนักวิญญาณยุทธ์ล่ะ?
มีปุโรหิตทั้งเจ็ดที่ระดับสูงกว่า 95 มีผู้อาวุโสเก้าคนในระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ มีผู้อาวุโสที่ซ่อนตัวอยู่อีกห้าคนในระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ กองกำลังเทวทูต... รวมแล้วสำนักวิญญาณยุทธ์ครอบครองราชทินนามพรหมยุทธ์ถึงยี่สิบเอ็ดคน!
เจ้าไม่ได้บอกหรือ ถังเฉิน ว่าข้า เชียนเต้าหลิว เป็นคนขี้ขลาด?
เอาล่ะ ในเมื่อตอนนี้ข้าเข้มแข็งขึ้นแล้ว ผลที่ตามมามันไม่ใช่สิ่งที่เจ้าอยากจะเห็นแน่นอน ถังเฉิน!
เมื่อนึกถึงรางวัลของระบบ ในที่สุดเชียนเต้าหลิวก็ตัดสินใจ: “ระบบ ข้าตกลงยอมรับภารกิจมือใหม่!”
“ติง! นี่คือทางเลือกที่ชาญฉลาด ขอให้โฮสต์บรรลุผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นและได้รับรางวัลเป็นสองเท่า”
เชียนเต้าหลิวพยักหน้าเล็กน้อย แววตาของเขาราบเรียบ ในใจเขากำลังวางแผนแล้วว่าจะส่งคนไปสำนักเฮ่าเทียนกี่คน
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เดินออกจากโถงอาวุโส
ยามนี้เป็นเวลาดึกสงัด พื้นที่รอบโถงอาวุโสนั้นร้างผู้คน เว้นแต่เพียงอันหราน สาวใช้ส่วนตัวของเขาที่กำลังรออยู่ด้านนอก
ทันทีที่เห็นเชียนเต้าหลิวเดินออกมาจากโถงอาวุโส อันหรานก็รีบเข้ามาทักทายและเดินตามหลังเขาไป
เชียนเต้าหลิวสั่งการว่า: “อันหราน ไปแจ้งปุโรหิตอีกหกท่าน พรุ่งนี้เช้าเราจะมีการประชุมกันเป็นอันดับแรก”
“เจ้าค่ะ” อันหรานก้มศีรษะตอบรับ
แม้เธอจะเป็นสาวใช้ส่วนตัวของเชียนเต้าหลิว แต่เธอก็เข้าใจนิสัยของเขาดี และไม่เคยมีความคิดที่จะปีนขึ้นเตียงของเขา เธอเพียงทำหน้าที่ของสาวใช้อย่างเต็มกำลัง
พูดจบเธอก็รีบจากไปทันที
หลังจากสั่งการเสร็จ เชียนเต้าหลิวก็เดินอย่างช้าๆ มุ่งหน้าไปยังที่พักของเขาเพียงลำพัง
แม้ประสบการณ์ในคืนนี้จะเรียกได้ว่าน่าตกตะลึงที่สุดในทวีปโต้วหลัว แต่หัวใจของเขาก็สงบลงแล้ว
ครู่ต่อมา
จวนมหาปุโรหิต
ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูสีทอง
คนผู้นี้สูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร เป็นเด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีขาว ซึ่งขับเน้นความเรียบง่ายและไร้เดียงสาของเธอ
ผมสีทองหยิกเป็นลอนเล็กๆ ผิวพรรณขาวเนียนนุ่ม แก้มสีกุหลาบ จมูกที่ดูซุกซนเล็กน้อย ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากัน และดวงตากลมโตที่สั่นไหว
คำเดียวเลย: น่ารัก!
สองคำ: โคตรน่ารัก!
สามคำ: คาวาอี้!
เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ก็คือเชียนเหรินเสวี่ยในวัยเก้าขวบ
ในเวลานี้ เธอกำลังกอดตุ๊กตาหมีในมือแน่น หากมองใกล้ๆ จะเห็นหยาดน้ำใสๆ ในดวงตา และใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ทันใดนั้น ดวงตาที่บริสุทธิ์ไร้สิ่งเจือปนของเธอก็เป็นประกายขึ้น
เพราะเธอเห็นเชียนเต้าหลิวแล้ว
จากนั้นเธอก็เริ่มวิ่งด้วยขาที่สั้นๆ ของเธอ วิ่งเหยาะๆ มาตลอดทางจนกระทั่งโผเข้าสู่อ้อมกอดของเชียนเต้าหลิว
จบตอน