- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 625 : แนวคิดสุดยอดทหาร
ตอนที่ 625 : แนวคิดสุดยอดทหาร
ตอนที่ 625 : แนวคิดสุดยอดทหาร
ตอนที่ 625 : แนวคิดสุดยอดทหาร
เมื่อมองดูหญิงสาวที่มีผิวขาวซีดและดูผอมซูบลงกว่าเมื่อก่อนมากผ่านกระจกห้องทดลอง ฉินจิ้นก็ตกอยู่ในความเงียบไปครู่หนึ่ง เขายอมรับอย่างเต็มอกว่าตัวเขากำลังใช้ประโยชน์จากสองพี่น้องคู่นี้ แต่ในยุคสมัยที่โลกล่มสลายเช่นนี้ กฎเกณฑ์มันก็เรียบง่ายกว่าเดิมมาก ใครก็ตามที่ยังมีประโยชน์พวกเขาถึงจะมีสิทธิ์มีชีวิตอยู่รอดต่อไป ส่วนคนที่ไร้ค่าก็จะต้องถูกปล่อยทิ้งตามยถากรรม
เมื่อเห็นผู้นำของฐานลวี่หยวนมายืนอยู่ข้างนอก พร้อมกับนักวิจัยที่มักจะมาเจาะเลือดของเธอไปวิจัยบ่อยๆ หลินรุนเว่ยกลับมีใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวั่นเกรงหรืออาจจะบอกได้ว่าเธอเริ่มชินชากับมันไปเสียแล้ว
“ไฮ้... ประธานฉิน ศาสตราจารย์โจว สวัสดีตอนบ่ายค่ะ” เธอเปิดปากทักทายคนทั้งสอง
สำหรับความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเธอ เธอเองก็ได้รับรู้จากโจวฉีหังและพี่ชายของเธอมานานแล้ว ที่แห่งนี้สำหรับเธอแล้วมันก็เป็นทั้งกรงขังและเป็นเกราะคุ้มกันไปในตัว เพราะหากเธอไม่มีกำแพงสูงและอาวุธที่แข็งแกร่งของฐานลวี่หยวนคอยปกป้อง ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอจะต้องถูกซอมบี้ข้างนอกรุมกินจนไม่เหลือซากไปนานแล้ว
และก็เป็นคนของที่นี่ที่ช่วยชีวิตเธอและพี่ชายมาจากเมืองจูไห่และมอบโอกาสให้พวกเขาทั้งสองคนได้มีชีวิตรอดอยู่ต่อไป ด้วยเหตุนี้ การถูกเจาะเลือดเพื่อไปทำวิจัยซ้ำแล้วซ้ำเล่าจึงไม่ใช่สิ่งที่เธอรู้สึกต่อต้านมากนัก
“คุณหลินครับ ช่วงนี้ต้องรบกวนคุณหน่อยนะ เพราะเราต้องการโปรตีน D เพิ่มเติม หากคุณมีความต้องการอะไรเป็นพิเศษก็บอกมาได้เลยนะครับ อะไรที่เราพอจะจัดหาให้ได้ เราจะไม่ปฏิเสธแน่นอน!” โจวฉีหังเอ่ยคุยกับหญิงสาวอย่างให้เกียรติ เพราะสำหรับเขาแล้ว เธอคือไก่ที่ออกไข่ทองคำที่ผู้นำฐานลวี่หยวนเลี้ยงไว้ ซึ่งในนั้นมีความลับที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่
ฉินจิ้นไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา เขาเพียงแค่จ้องมองหญิงสาวหลังกระจกด้วยสายตาเรียบเฉย เธอเองก็มองตอบเขาด้วยสายตาที่มั่นคงเช่นกัน แม้จะไม่มีคำพูดหลุดออกมาจากปากของคนทั้งคู่ แต่มันก็เหมือนกับว่าพวกเขาได้บรรลุข้อตกลงของกันและกันอย่างลับๆ ในใจ ก่อนที่ทั้งสองจะละสายตาจากกันอย่างรวดเร็ว
เธอให้วัตถุดิบในการวิจัยกับฉัน... ฉันก็จะให้การคุ้มครองชีวิตกับเธอ มันเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ตรงไปตรงมาก็แค่นั้น
ฉินจิ้นเดินออกจากห้องทดลองไปโดยไม่ได้รั้งอยู่นาน เขาต้องการให้ห้องทดลองพัฒนาต่อไปตามแนวทางนี้และสะสมดี-ซีรั่มไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะของล้ำค่าเช่นนี้ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ตัวเขาเองหลังจากที่เริ่มต้นการวิวัฒนาการใหม่ก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขาจะก้าวหน้าไปถึงจุดไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจคือมันย่อมต้องมีขีดจำกัดและเมื่อเขาไปถึงคอขวดนั้นแล้วเขาก็จะมอบ ดี-ซีรั่ม ที่เหลืออยู่ให้กับคนที่ใกล้ชิดเขาที่สุดเพื่อสร้าง "ซุปเปอร์โซลเยอร์" ที่มีสมรรถภาพทางร่างกายเหนือมนุษย์ธรรมดา! เขาไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนแข็งแกร่งเท่าหลี่ปั๋วเหวิน แต่ขอแค่มีพลังเพียงครึ่งหนึ่งของอีกฝ่ายก็พอแล้ว แต่ถ้าเขามีดีซี-รั่มจำนวนมากพอ พลังนี้ก็จะกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกใบนี้!
อำเภออัน ในอาคารแห่งหนึ่งใกล้กับเขตเมือง
สงเซินกำลังยืนพิงกำแพงดาดฟ้าพลางหอบหายใจอย่างหนัก! ก่อนหน้านี้พวกเขาถูกคนของฐานความหวังใหม่ไล่ล่าจนแทบเอาชีวิตไม่รอด จนต้องหนีมากบดานที่อาคารหลังนี้เพื่อใช้มันเป็นที่มั่นสุดท้ายในการป้องกันจากการถูกปิดล้อม
“พวกเรายังมีกระสุนเหลืออีกเท่าไหร่!?? แล้วพวกศัตรูข้างนอกนั่นล่ะ มีทีท่าว่าจะถอยไปบ้างไหม?” สงเซินถามด้วยน้ำเสียงเครียด
“ไม่มีเลยครับ! พวกมันไม่มีทีท่าว่าจะไปไหนเลยแม้แต่นิดเดียว ดูเหมือนว่าถ้าพวกมันฆ่าพวกเราไม่หมด พวกมันจะไม่ยอมรามือจริงๆ!” ลูกน้องของเขาก็รายงานด้วยสีหน้าที่สิ้นหวัง
ในการไล่ล่าเมื่อครู่ รถคันหนึ่งของพวกเขาโชคร้ายถูกจรวดจนระเบิด ทำให้คนข้างในนั้น 4 คนเสียชีวิตลงทันที ความแค้นนี้ฝังลึกในใจ แต่ด้วยกำลังคนที่น้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับอีกฝ่าย ต่อให้พวกเขาจะมีอาวุธจากฐานลวี่หยวนมาช่วยประคองสถานการณ์ไว้ แต่มันก็ยากที่จะเอาชนะได้จริงๆ พวกเขาจึงทำได้เพียงอาศัยชัยภูมิของอาคารนี้ยื้อเวลาต่อไปเท่านั้น
“คุณหลี่ ฝีมือการยิงปืนของคุณไม่เลวเลยนะ เคยฝึกที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า?” สงเซินหันไปถามหลี่ไฉ หญิงสาวที่ในตอนนี้ดูมอมแมมเพราะการต่อสู้ที่กำลังนั่งพิงหลังกำแพงหลังจากลั่นไกสังหารศัตรูไป
“เคยเล่นมาบ้างนิดหน่อยค่ะ แค่พอใช้ได้เท่านั้น” เธอตอบสั้นๆ โดยไม่ได้แสดงท่าทีเหินหางต่อกลุ่มคนที่เพิ่งจะช่วยชีวิตเธอไว้
ปัง——!
เสียงกระสุนกระทบกำแพงข้างตัวดังสนั่นจนฝุ่นฟุ้งกระจายระหว่างคนทั้งสอง ทุกคนต่างหดหัวลงตามสัญชาตญาณด้วยความชินชา ศัตรูข้างนอกนั่นอำมหิตเกินไป พวกมันจ้องแต่จะฆ่าพวกเขาอย่างเดียวโดยไม่คิดจะจับเป็นเลยแม้แต่น้อย อาวุธที่สงเซินนำมาจากฐานลวี่หยวนก็ถูกใช้ไปกว่าครึ่งแล้ว แม้จะทำลายรถของพวกมันไปได้ 5-6 คันและสังหารศัตรูไปได้เกือบ 20 คน แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกสถานการณ์ในตอนนี้
ความหวังเดียวของพวกเขาในตอนนี้จึงเป็น "เหล่าหลี่" ที่ขับรถฝ่าไปขอความช่วยเหลือจากฐานลวี่หยวน ขอเพียงข่าวส่งไปถึง สงเซินก็เชื่อว่าฉินจิ้นจะต้องไม่ทอดทิ้งพวกเขาอย่างแน่นอน... หรืออย่างน้อยเขาก็หวังให้เป็นเช่นนั้น
ทว่าทางฝั่งของฐานความหวังใหม่กลับไม่คิดจะปล่อยให้เวลาร่วงเลยไปจนถึงเช้าอยู่แล้ว ในตอนที่พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า พวกมันก็ได้ตัดสินใจที่จะปิดเกมนี้ก่อนที่เวลากลางคืนจะมาถึงด้วยการ
“ระเบิดอาคารหลังนี้ให้พินาศไปซะ! ในเมื่อพวกมันอยากจะซ่อนตัวนัก งั้นก็ให้พวกมันตายอยู่ใต้กองหินนี่แหละ! ห้ามปล่อยให้ใครหนีรอดไปได้เด็ดขาด โดยเฉพาะยัยผู้หญิงคนนั้น... ฉันจะทำให้มันรู้ซึ้งถึงความทรมานก่อนตาย!” เหล่ามู่ หัวหน้าทีมจากฐานความหวังใหม่คำรามออกมาด้วยความบ้าคลั่ง
“ฟิ้ว——! ตูม——!” จรวดอานุภาพสูงก็พุ่งเข้าใส่ตัวอาคารจนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ สงเซินและคนอื่นๆ ต่างก็ตกใจจนหน้าถอดสีทันที คนพวกนี้มันบ้าไปแล้ว! เพื่อที่จะฆ่าคนไม่กี่คน พวกมันกลับยอมผลาญกระสุนและอาวุธจำนวนมหาศาลโดยไม่เสียดายเลยหรือยังไง!? การยื้อยุดระหว่างความเป็นกับความตายก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างบ้าคลั่ง
ขณะเดียวกัน ที่อีกฟากหนึ่งของอำเภอเฟิงเหอ...
ภายใต้การคุ้มกันที่ยอมแลกด้วยชีวิตของเพื่อนร่วมทาง เหล่าหลี่ก็สามารถขับรถหนีออกมาจากอำเภออันจนมาถึงรอบนอกของเขตลวี่หยวนได้สำเร็จ! ตลอดเส้นทางนี้เขาขับรถมาด้วยจิตใจที่ตื่นตระหนัก เพราะเขารู้ดีว่าข้างหลังเขานั้นยังมีชีวิตของพี่น้องแขวนเอาไว้อยู่บนเส้นด้าย หากเขาช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว ทุกอย่างก็อาจจะสายเกินไป
“เร็วอีกนิด! ต้องรีบไปแจ้งฐานลวี่หยวนให้ได้!” เหล่าหลี่เหยียบคันเร่งจนมิดเท้าโดยไม่สนว่าสภาพถนนจะขรุขระแค่ไหน แต่ขอเพียงแค่รถไม่พังลงตอนนี้ เขาก็ยอมแลกทุกอย่างเพื่อช่วงชิงเวลาให้ได้มากที่สุด!
และในที่สุด เขาก็พุ่งเข้าสู่เขตอิทธิพลของฐานลวี่หยวน! ทันทีที่เซ็นเซอร์และกล้องวงจรปิดตรวจพบยานพาหนะที่วิ่งเข้ามาอย่างผิดปกติ โดรนเฝ้าระวังของฐานก็พุ่งออกไปสกัดกั้นทันทีพร้อมเสียงประกาศกร้าวว่า
“ใคร!”