เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270 สมเหตุสมผลมาก (ฟรี)

บทที่ 270 สมเหตุสมผลมาก (ฟรี)

บทที่ 270 สมเหตุสมผลมาก (ฟรี)


หลังจากผ่านไปหลายปี ในที่สุดหลี่ฉางเซิงก็เหาะเหินขึ้นสู่แดนสวรรค์ได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงสรรเสริญเยินยอของเหล่าเซียนนับหมื่น เขาก็พยายามกวาดตามองหาลู่เหยาไปด้วย

แต่ก็หาไม่เจอ บางทีเจ้านั่นอาจจะยุ่งอยู่ หรืออาจจะยืนอยู่ข้างหลังไกลเกินไปจนมองไม่เห็น

แต่เรื่องพวกนั้นช่างมันเถอะ สิ่งสำคัญคือในที่สุดเขาก็ได้ขึ้นมาแล้ว

ความแค้นที่โดนหลอกในตอนนั้น ถึงเวลาต้องชำระความกันเสียที ไอ้เด็กเวรสองตัวนั่น ภาวนาให้พวกแกเป็นเซียนปฐพีกันแล้วนะ ไม่งั้นงานนี้มีโดนหามลงเปลแน่!

"สหายเต๋าหลี่ ขึ้นมาปุ๊บก็อยู่ระดับเซียนแท้จริงปั๊บ ดูท่าความอดทนของท่านจะไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย"

เหอเย่าอู่กุมมือหลี่ฉางเซิงพลางเอ่ยด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย

เขาไม่นึกเลยว่าภายในเวลาไม่กี่ปี จะได้เจอตัวประหลาดถึงสองคน คนหนึ่งขึ้นมาปุ๊บก็กลายเป็นยอดฝีมือระดับท็อปของเซียนแท้จริง อีกคนขึ้นมาปุ๊บก็เป็นเซียนแท้จริงเลยเหมือนกัน

เดี๋ยวนี้แดนล่างเขามีลูกเล่นอะไรใหม่ๆ งั้นรึ? การขึ้นมาแล้วเป็นเซียนแท้จริงเลยนี่มันกลายเป็นเทรนด์ใหม่ไปแล้วหรือไง?

"ข้าไม่ชอบผู้ชาย"

หลี่ฉางเซิงรีบชักมือกลับ ท่าทางของเหอเย่าอู่ทำเอาเขาขนลุกซู่

"แค่กๆ อย่าเข้าใจผิด ข้าก็ไม่ชอบผู้ชายเหมือนกัน ก็แค่เห็นคนเก่งๆ แล้วมันตื่นเต้น อยากจะลองประมือกับสหายเต๋าหลี่ดูสักหน่อย"

ใช่แล้ว นี่คือเหตุผลที่แท้จริงที่เหอเย่าอู่ตื่นเต้น ครั้งก่อนเขาโดนเด็กใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาต่อยร่วงในหมัดเดียว เล่นเอาสงสัยในชีวิตไปพักใหญ่

โชคดีที่เพื่อนฝูงช่วยกันปลอบว่านั่นมันแค่กรณีพิเศษ จะมีเด็กใหม่ที่ไหนเก่งเวอร์วังแบบนั้นทุกคน?

ก็จริง เขาเป็นเซียนแท้จริงรุ่นเก๋า ส่วนเด็กนั่นมันตัวบั๊ก ถ้าเจอเด็กใหม่ระดับเซียนแท้จริงทั่วไป เขาไม่มีทางแพ้แน่นอน

เหอเย่าอู่นึกว่าจะต้องรอนาน แต่ไม่นึกว่าผ่านไปไม่กี่ปีก็มีคนขึ้นมาอีกแล้ว

สวรรค์เข้าข้างข้าแล้ว! ได้เวลาโชว์มาดรุ่นพี่สั่งสอนรุ่นน้องเสียที!

"สหายเต๋าหลี่ มาประลองกันหน่อยเถอะ!"

"มันจะไม่ดีมั้ง ถ้าข้าทำท่านบาดเจ็บขึ้นมาล่ะ?"

"ไม่หรอก ถ้าเจ้าทำข้าเจ็บได้จริง ข้ายอมรับผิดชอบ..."

พูดไปพูดมา เหอเย่าอู่ก็เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ ทำไมบทสนทนานี้มันคุ้นหูจังฟะ?

ช่างเถอะ คงคิดไปเอง จะมีพวกสัตว์ประหลาดโผล่มาเยอะแยะได้ยังไง

"ท่านพูดเองนะ ถ้าเจ็บตัวขึ้นมาข้าไม่รับผิดชอบนะ"

"ไม่มีปัญหา!"

"..."

สิ้นเสียงเหอเย่าอู่ ประกายกระบี่อันคมกริบก็พุ่งเข้าใส่เขาจนมิดฟ้ามัวดิน

แสงกระบี่ที่ทรงพลังและพิสดารนั่นทำเอาวิญญาณเขาแทบหลุดออกจากร่าง นี่มันเด็กใหม่แน่เรอะ? พลังระดับนี้มันบ้าอะไรเนี่ย?!

"เดี๋ยว! หลี่..."

เสียงดัง ตูม สนั่นหวั่นไหว ร่างของเขาทะลุกำแพงไปหลายชั้น จนไปหยุดอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่งในที่สุด

มองดูชายร่างยักษ์มีเขาคล้ายมังกรที่หน้าดำคร่ำเครียด เหอเย่าอู่ก็ส่งยิ้มแหยๆ ทักทาย

"ไฮ เทวะจวิน อรุณสวัสดิ์ครับ กินข้าวหรือยัง?"

"เหอเย่าอู่! ตกลงเจ้าจะเอายังไงกันแน่? พังกกำแพงข้าเล่นนี่มันสนุกนักรึไง?!"

"เข้าใจผิดแล้วท่านเทวะจวิน ข้าก็แค่ทดสอบเด็กใหม่..."

"ดี! ดีมาก!"

คำแก้ตัวนี้ทำเอาชายร่างยักษ์หัวเราะออกมาเลยทีเดียว ไอ้หมอนี่เห็นว่าเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องโลกภายนอก เลยไม่คิดจะแต่งเรื่องให้เนียนหน่อยหรือไง?

อย่างน้อยก็ช่วยหาข้ออ้างใหม่ๆ หน่อยเถอะ ข้ออ้างเดิมซ้ำสองรอบ คิดว่าข้าหลอกง่ายนักรึ?

เขาก้าวเข้าไป หิ้วปีกเหอเย่าอู่ขึ้นมา แล้วโยนขึ้นฟ้า ก่อนจะกระโดดเตะก้นส่งอีกฝ่ายลอยละลิ่วออกไป

รับไอ้เวรนี่เข้ามาทำงานแต่แรกคือความผิดพลาดชัดๆ สักวันเขาต้องอกแตกตายเพราะมันแน่

"..."

"ไฮ สหายเต๋าหลี่"

เหอเย่าอู่ร่อนลงพื้นอย่างมั่นคง สำหรับเรื่องที่สู้เด็กใหม่ไม่ได้จริงๆ เขากลับไม่มีความผิดหวังเลยสักนิด

ขอแค่ข้ายอมรับว่าตัวเองเป็นขยะ ข้าก็ไร้เทียมทาน!

ทันทีที่มีความคิดจะยอมแพ้ โลกหล้าก็พลันกว้างใหญ่ขึ้นมาทันตา!

เขาปัดฝุ่นที่ก้น แล้วกลับมาวางมาดสุขุมเยือกเย็นเหมือนเดิม

ท่าทางแบบนี้ทำให้หลี่ฉางเซิงรู้สึกถูกชะตาอย่างประหลาด ราวกับคนตรงหน้าเป็นประเภทเดียวกับตน

"ตามธรรมเนียม เราต้องไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิก่อน"

"เชิญ~"

ระหว่างเดิน ทั้งสองยิ่งคุยยิ่งถูกคอ แทบอยากจะสาบานเป็นพี่น้องกันเสียเดี๋ยวนั้น

เหอเย่าอู่สัมผัสได้ว่าคนผู้นี้ทำการบ้านมาดี รู้เรื่องราวมากมาย และมีเป้าหมายชัดเจน

ไม่เหมือนคนก่อนหน้านี้ที่ดูมึนๆ งงๆ ถามอะไรก็ไม่รู้เรื่อง

"สหายเต๋าหลี่ ท่านอยากจะมาเข้าสังกัดพวกเราจริงๆ หรือ?"

"แน่นอน"

"ทำไมถึงอยากมาล่ะ?"

เหอเย่าอู่สงสัยมาก แผนกของพวกเขาเรียกได้ว่ามีคนน้อยที่สุดแล้ว

คนที่มีความทะเยอทะยานหน่อยก็ไปแผนกอื่นกันหมด ใครจะอยากมาเฝ้าประตูรับแขกกัน?!

โดยเฉพาะสหายเต๋าหลี่ที่มีสำนักกระบี่นิลกาฬหนุนหลัง แถมพรสวรรค์ส่วนตัวก็สูงส่ง มีเส้นทางให้เลือกตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงเลือกมาที่นี่?

"เฮ้อ... จะไปสู้รบฆ่าฟันกันทำไม? เหนื่อยเปล่าๆ สู้มาเฝ้าประตูสบายใจเฉิบดีกว่า"

"คอเดียวกัน!"

ที่เขามาอยู่ที่นี่ก็เพราะเหตุผลนี้แหละ จะไปแข่งขันทำไม ในเมื่อมานอนกินแรงที่นี่ได้?

ไม่เพียงมีเงินเดือน ภาระงานก็น้อย แถมไม่มีการเมืองในที่ทำงาน

ถึงจะไม่มีโบนัส แต่แค่เงินเดือนพื้นฐานก็พอใช้แล้วไม่ใช่รึ?

"สหายหลี่ ถ้ารวมท่านด้วย แผนกเราก็มีกันแค่สามคนถ้วน"

"น้อยขนาดนั้นเชียว? แล้วอีกคนเป็นใคร?"

"หัวหน้าใหญ่ของพวกเรา 'เทวะจวินโยวจู้' แต่ปกติท่านไม่ค่อยเข้ามายุ่งหรอก ขอแค่อย่าไปแหยมท่านก็พอ"

นี่คงเป็นข้อห้ามเดียวในแผนก นอกนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร

อย่างที่เขาว่า ตราบใดที่ข้าทำตัวไร้ประโยชน์มากพอ ก็ไม่มีใครมากดขี่ข่มเหงข้าได้

ในทำนองเดียวกัน เพราะพวกเขาชิลจัด เลยไม่มีใครคิดจะมาหาเรื่อง

ถ้าจะหาเรื่อง จะหาเรื่องอะไรล่ะ? โทษฐานเฝ้าประตูไม่ดีงั้นรึ?!

"ดี งานน้อยๆ น่ะดีแล้ว"

คุยกันเพลินๆ ทั้งสองก็มาถึงหน้าประตูวัง กำลังจะขอเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ จู่ๆ ก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านบน

"ไฮ ท่านอาจารย์ ขึ้นมาแล้วเหรอครับ~"

"นั่นสินะ ข้าเองก็..."

เสียงของหลี่ฉางเซิงขาดห้วงไป เขาเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องพบกับคนที่ไม่คาดคิด

"ลู่เหยา? เจ้าไปทำบ้าอะไรอยู่บนนั้น?!"

เขามองลู่เหยาที่ถูกมัดด้วยเชือกห้อยต่องแต่งลงมาจากยอดหลังคาวังด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

ไม่นึกเลยว่าฉากการกลับมาเจอกันของศิษย์อาจารย์จะมาเร็วขนาดนี้ แถมยังมาในรูปแบบที่พิลึกพิลั่นชอบกล

ตามปกติแล้ว ไม่ใช่ว่าควรจะบังเอิญเจอกันที่มุมหนึ่งของแดนสวรรค์ แล้วก็นั่งจิบชาในศาลาริมทาง รำลึกความหลังกันอย่างซาบซึ้งหรอกรึ?

แต่นี่คนหนึ่งยืนอยู่บนพื้น อีกคนห้อยหัวลงมาจากหลังคา นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?!

"แค่กๆ ข้าแค่มาตากลมเล่นน่ะครับ พูดจริงๆ นะ วิวข้างบนนี้สวยใช้ได้เลย"

"แล้วแผลบนหน้าเจ้านั่นล่ะ...?"

มองดูใบหน้าปูดบวมเขียวช้ำของลู่เหยาที่แกว่งไปมาตามแรงลม หลี่ฉางเซิงรู้สึกว่ามันตอแหลชัดๆ

"อ้อ พอดีเดินสะดุดล้มหน้าฟาดพื้นตรงที่มีพลังเต๋าน่ะครับ ได้ยินเขาบอกว่าห้อยตากลมแบบนี้จะช่วยให้หายเร็วขึ้น ข้าเลยลองดู"

"อ้อ อย่างนี้นี่เอง งั้นเจ้าศิษย์รัก เจ้าก็ตากลมของเจ้าต่อไปเถอะ อาจารย์ขอตัวไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิก่อน"

เมื่อกี้ยังสงสัยอยู่ แต่ตอนนี้หลี่ฉางเซิงเชื่อสนิทใจ เพราะเรื่องพรรค์นี้ดูยังไงก็เป็นสิ่งที่ลู่เหยาจะทำ... มันสมเหตุสมผลมาก

"งั้นโชคดีครับอาจารย์ ไว้ว่างๆ ค่อยคุยกัน"

"ได้เลย ว่าแต่เจ้าต้องตากลมอีกนานแค่ไหน?"

"สามวันครับ"

จบบทที่ บทที่ 270 สมเหตุสมผลมาก (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว