เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - สำนักเขาดำ

บทที่ 18 - สำนักเขาดำ

บทที่ 18 - สำนักเขาดำ


"ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องการทหาร แล้วก็เล่นการเมืองไม่เป็นด้วย

ข้าว่านะ สถานการณ์แบบนี้ก็แค่ฆ่าล้างบางให้สิ้นซากไปเลยก็สิ้นเรื่อง"

ฉีหยวนเสนอความคิดเห็นแปลกๆ ของตนเองออกมา

"ไว้ดูสถานการณ์ก่อน ถ้าข้าหาลูกน้องในเขตหวงห้ามอาภรณ์ได้เมื่อไหร่ จะส่งไปช่วยเจ้าแล้วกัน"

หลังจากคุยกับจิ่นหลีอยู่พักใหญ่ ฉีหยวนก็ออกจากเกม

ปีศาจในเขตหวงห้ามอาภรณ์รับมือยากมากในตอนกลางวัน

เขาต้องรอให้ถึงตอนกลางคืนแล้วค่อยออนไลน์เข้าไปจัดการ

การออนไลน์ในเกมเป็นเวลานานส่งผลเสียต่อพลังจิตวิญญาณมาก ฉีหยวนจึงไม่ได้ขลุกอยู่ในโลกของเกมตลอดเวลา

"ต้องปรับตารางเวลาเสียใหม่แล้วล่ะ"

ฉีหยวนคิดว่าช่วงนี้เขาควรจะออนไลน์ปั่นเกมตอนกลางคืน แล้วค่อยนอนพักผ่อนตอนกลางวัน

"ข้าต้องเร่งมือเคลียร์เกมให้จบ บางทีอาจจะรวบรวมเศษเสี้ยววิถีสวรรค์จนครบก็ได้

ตามทฤษฎีการสร้างรากฐานระดับวิถีสวรรค์ วิถีสวรรค์คือวัตถุวิเศษสร้างรากฐานที่ดีที่สุด

หากข้าสามารถสร้างรากฐานด้วยวิถีสวรรค์ได้ ในบรรดาศิษย์พี่ใหญ่แห่งห้ายอดเขา ข้าก็จะได้เป็นที่หนึ่งเสียที!"

ฉีหยวนคิดในใจ

"เวลายังเช้าอยู่เลย ไปพาสัตว์เลี้ยงเดินเล่นดีกว่า"

"ช่วงนี้ต้องพาเดินบ่อยๆ หน่อยแล้ว รู้สึกเหมือนมันกำลังจะมีสมองงอกออกมาเลย"

"ต้องใช้เวลาตั้งหนึ่งเดือนกว่าจะเบิกสติปัญญาได้หรือ

ทำไมถึงเร็วกว่ากำหนดได้ล่ะ

หรือว่าจะเป็นเพราะข้าบรรลุหลักการสร้างรากฐานระดับวิถีสวรรค์เข้า"

ฉีหยวนจูงมีดอีโต้เหล็กธรรมดาเดินเล่นพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

"ไม่รู้เหมือนกันนะว่าถ้ามันเบิกสติปัญญาได้แล้ว ข้าถือมันไปฟันผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นปราณจะฟันตายไหม"

ฉีหยวนรู้สึกคาดหวังเป็นอย่างมาก

เคล็ดวิชาหลอมวิญญาณถูกเขาดัดแปลงแก้ไขมาเนิ่นนาน

มีดอีโต้ที่ถูกหล่อเลี้ยงขึ้นมาย่อมไม่ธรรมดาแน่

ในระยะเวลาอันสั้น เขาไม่อาจทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้ พลังฝีมือย่อมไม่อาจก้าวกระโดด ทว่ามีดอีโต้เล่มนี้กลับสามารถมอบพลังอันไม่ธรรมดาให้แก่เขาได้

ฉีหยวนจูงมีดเดินทอดน่องไปตามถนนสายใหญ่ของสำนักแสงเทวะอย่างสบายใจ

ทว่าในตอนนั้นเอง ศิษย์กลุ่มหนึ่งในชุดรัดกุมสีดำก็เดินจ้ำอ้าวผ่านมา

ศิษย์กลุ่มนี้คือคนของหอแสงทองแห่งสำนักแสงเทวะ

หอแสงทองคือหอบังคับใช้กฎหมายของสำนักแสงเทวะ มีหน้าที่ดูแลทั้งภายในและภายนอกสำนัก

การที่ศิษย์เหล่านี้รีบร้อนเดินออกไปทางประตูภูเขา ย่อมแสดงว่ามีเรื่องด่วนบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ

ทว่าเมื่อเห็นฉีหยวน ศิษย์ของหอแสงทองเหล่านี้ก็ยังคงหยุดฝีเท้าลง "คารวะศิษย์พี่ใหญ่"

ฉีหยวนมองดูศิษย์บังคับใช้กฎหมายของหอแสงทอง โดยเฉพาะหัวหน้ากลุ่ม เขาพยักหน้ารับ "ไม่ต้องมากพิธีหรอก รีบไปเถอะ"

"ขอบคุณขอรับศิษย์พี่" เจิ้งเจียงเหอผู้เป็นหัวหน้าตอบรับ ก่อนที่คนทั้งหมดจะรีบเร่งเดินจากไป

สำหรับเจิ้งเจียงเหอนั้น ฉีหยวนค่อนข้างคุ้นเคยดี

เนื่องจากเขาค่อนข้าง ... แปลกแยกไปสักหน่อย จึงถูกจับตัวไปที่หอแสงทองอยู่หลายครั้ง ทำให้คุ้นเคยกับเจิ้งเจียงเหอเป็นอย่างดี

เมื่อมองตามแผ่นหลังของเจิ้งเจียงเหอ ตัวอักษรชุดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของฉีหยวน

[นี่คือผู้บำเพ็ญเพียรที่เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม ในเวลานี้เขาต้องการเพียงแค่การเข่นฆ่าสังหารเท่านั้น]

"ไม่รู้ว่าตีนเขาเกิดเรื่องอะไรขึ้น" ฉีหยวนขี้เกียจเดินต่อ เขาจึงทิ้งตัวลงนั่งบนโขดหิน ปล่อยให้มีดอีโต้อาบแสงแดดไป

ส่วนบรรดาศิษย์สำนักแสงเทวะที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มจับกลุ่มพูดคุยกัน ดูเหมือนจะกำลังถกเถียงกันเรื่องที่ศิษย์ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของหอแสงทองเพิ่งจะรีบร้อนจากไปเมื่อครู่

"ศิษย์หอแสงทองออกไปกันเยอะขนาดนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ"

"นี่เจ้าไม่รู้หรือ ช่วงนี้ในอาณาเขตของสำนักแสงเทวะเรามีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นหลายคดีเลยนะ"

"คดีฆาตกรรมหรือ"

"เมื่อคืนก่อน บุตรชายของเศรษฐีใจบุญสวี่แห่งเมืองหรงเพิ่งจะแต่งภรรยาเข้าบ้าน เดิมทีควรจะเป็นเรื่องน่ายินดีแท้ๆ แต่พอรุ่งสางกลับมีคนพบว่าครอบครัวของเศรษฐีใจบุญสวี่สิบแปดชีวิตถูกฆ่าตายยกครัว

โดยเฉพาะเจ้าสาวป้ายแดงคนนั้น ยิ่งน่าสงสารนัก ถูกย่ำยีจนย่อยยับแล้วค่อยลงมือฆ่าทิ้ง ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน!"

"นี่มันการกระทำของพวกเดรัจฉานชัดๆ!"

"เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นใกล้ๆ เมืองหรงถึงสามครั้งแล้วนะ

ล้วนเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่นที่ถูกย่ำยีในคืนวันแต่งงาน แล้วครอบครัวฝ่ายชายก็ถูกฆ่าล้างครัว!"

"คนชั่วช้าคนไหนมันกล้าดีถึงได้มาก่อเรื่องในเขตปกครองของสำนักแสงเทวะเรากัน!"

บางคนรู้สึกโกรธแค้น บางคนก็เจ็บปวดใจ และบางคนก็มีท่าทีเย็นชา

"จะไปคิดอะไรให้วุ่นวาย ก็ต้องเป็นฝีมือของพวกมารร้ายจากสำนักเขาดำน่ะสิ!"

เมื่อได้ยินชื่อสำนักเขาดำ สีหน้าของทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

แคว้นซางมีสามมหาสำนัก และสำนักแสงเทวะก็คือหนึ่งในนั้น

สามมหาสำนักประกอบด้วย สำนักแสงเทวะ สำนักเขาลอยฟ้า และสำนักมารปรารถนา

สามสำนักนี้คือสำนักที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในแคว้นซาง

ทว่าหากจะพูดถึงสำนักที่ไม่ควรไปล่วงเกินมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นสำนักเขาดำที่อยู่รองลงมาจากสามมหาสำนัก

สำนักเขาดำมีเพียงยอดฝีมือระดับแก่นปราณไม่กี่คนคอยคุ้มครองอยู่เท่านั้น

หากวัดกันที่ความแข็งแกร่งแล้ว ย่อมไม่อาจเทียบเคียงกับสามมหาสำนักได้

ทว่าเจ้าสำนักเขาดำกลับไปรับปีศาจตนหนึ่งเป็นบิดาบุญธรรม นามว่า ปีศาจไก่ดำเฒ่า

ปีศาจเฒ่าตนนี้คือยอดฝีมือวิถีมารระดับทารกเทวะขั้นกลาง แถมยังเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ เจ้าคิดเจ้าแค้น และรับมือยากยิ่งนัก

สำนักเขาดำคอยทำตัวเป็นลูกหลานยอดกตัญญูของปีศาจไก่ดำเฒ่ามาตลอด

ส่วนพวกลูกศิษย์สายมารของสำนักเขาดำก็อาศัยบารมีของปีศาจไก่ดำเฒ่า ทำตัวกร่างและก่อเรื่องชั่วช้าไม่เว้นแต่ละวัน

ชื่อเสียงของสำนักเขาดำในแคว้นซางถือว่าเน่าเหม็นจนไม่มีชิ้นดีแล้ว

น่าเสียดายที่ปีศาจไก่ดำเฒ่ามีฝีมือร้ายกาจ แถมยังเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ ทำให้รับมือด้วยยากยิ่ง

หากไม่สามารถสังหารมันให้ตายตกไปในคราวเดียว บรรดาสำนักเหล่านั้นก็คงต้องเผชิญกับการแก้แค้นของมันแน่

ด้วยเหตุนี้ สำนักเขาดำถึงได้กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานเช่นนี้

บรรดาศิษย์สำนักแสงเทวะต่างก็พูดคุยกันไปต่างๆ นานา บางคนก็รู้สึกอึดอัดใจ

ในเมื่อศิษย์สำนักเขาดำก่อเรื่องชั่วช้า แล้วพวกเขาจะทำอะไรได้เล่า

ทำได้เพียงลอบประณามอยู่ในใจเท่านั้น

การที่ศิษย์บังคับใช้กฎหมายของหอแสงทองเดินทางไปยังเมืองหรงในครั้งนี้ เกรงว่าสุดท้ายแล้วคงได้แต่คว้าน้ำเหลวกลับมา

เมื่อฉีหยวนที่อยู่ด้านข้างได้ยินดังนั้น เขาก็พึมพำกับตัวเองว่า "ฉางเวยในต่างโลกอย่างนั้นหรือ"

ไม่สิ น่ารังเกียจยิ่งกว่าฉางเวยเสียอีก

เมื่อพลบค่ำใกล้เข้ามา ฉีหยวนก็เชือดไก่มาตุ๋นน้ำแกงกิน

เขาใช้พลังงานในเกมไปมากจนร่างกายรู้สึกอ่อนล้า

จึงต้องบำรุงร่างกายเสียหน่อย

แน่นอนว่าเขาแบ่งน้ำแกงไก่ชามนี้ให้เจียงหลิงซู่ดื่มด้วย

เพราะถึงอย่างไร คราวก่อนที่เจียงหลิงซู่มอบแผ่นหยกวิชาให้ ก็ถือว่าช่วยเหลือเขาไว้ได้มากทีเดียว

"อืม หอมจังเลย" เจียงหลิงซู่ดื่มน้ำแกงไก่จนหมดชาม มุมปากยังคงมีคราบน้ำแกงใสๆ ติดอยู่ "ศิษย์พี่ใหญ่ น้ำแกงไก่ดำที่ท่านตุ๋นอร่อยมากเลยนะคะเนี่ย ถ้าวันหน้าท่านไม่ฝึกเซียนแล้ว ลองไปเป็นพ่อครัวเปิดเหลาอาหารดูก็ไม่เลวนะคะ"

"งั้นเจ้าต้องมาช่วยเป็นพรีเซนเตอร์ให้ข้านะ" ฉีหยวนเหลือบมองแวบหนึ่ง เจียงหลิงซู่แม้จะอายุไม่มาก ทว่าทั้งรูปร่างหน้าตาและบุคลิกกลับโดดเด่นล้ำเลิศ งดงามยิ่งกว่าพวกดาราสาวสวยในโลกก่อนเสียอีก

"พรีเซนเตอร์คือสิ่งใดหรือคะ" เจียงหลิงซู่ไม่เข้าใจ

ทว่าบทสนทนานี้ก็ไม่ได้ดำเนินต่อไป เพราะฉีหยวนต้องเตรียมตัวไปฟาร์มเกมแล้ว

ยามค่ำคืน ฉีหยวนเข้าสู่โลกของเกม

ภายในเขตหวงห้ามอาภรณ์เงียบสงัดไร้สรรพเสียง

ทันใดนั้น ท่อนแขนซีดเผือดก็โผล่พ้นขึ้นมาจากผืนดิน

ฉีหยวนออนไลน์แล้ว

เขาถือกระบี่ยักษ์ไว้ในมือแล้วใช้ทักษะเร้นกายเดินต่อไป

ผ่านไปไม่นาน เขาก็มาถึงป่าแห่งหนึ่ง

บนต้นไม้มีเสื้อผ้าแขวนอยู่มากมาย

หากไม่สังเกตให้ดี คงคิดว่าเป็นศพของคนถูกแขวนคออยู่แน่ๆ

ฉีหยวนเลือกบริเวณที่มีปีศาจอาภรณ์อยู่น้อย

เขายกกระบี่ยักษ์ขึ้นมา สายตาคอยระแวดระวังรอบด้านอยู่เสมอ

"เป็นอย่างที่คิดจริงๆ พอตกกลางคืน ประสาทสัมผัสของพวกมันก็จะอ่อนลงมาก การเชื่อมต่อระหว่างกันก็จะลดลงด้วย ไม่รู้ว่าจะลดลงไปถึงระดับไหนกันนะ"

หากเป็นตอนกลางวัน การที่เขาถือกระบี่ยักษ์ปรากฏตัวอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ คงถูกปีศาจอาภรณ์พวกนั้นพบตัวไปนานแล้ว

ทว่าตอนนี้กลับไม่มีใครสังเกตเห็นเลย

นั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าประสาทสัมผัสของพวกมันอ่อนลงในช่วงเวลากลางคืนจริงๆ

ฉีหยวนเดินเข้าไปใกล้ แล้วใช้กระบี่ยักษ์แทงทะลุเอี๊ยมบังทรงตัวหนึ่ง

เอี๊ยมบังทรงตัวนั้นแหลกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา

เขามองไปรอบๆ ปีศาจอาภรณ์ตัวอื่นๆ ยังคงแขวนอยู่บนต้นไม้โดยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลย

ฉีหยวนเผยรอยยิ้มออกมา "แบบนี้ก็แปลว่า ข้าสามารถแอบฆ่าพวกปีศาจอาภรณ์ให้หมดได้ภายในคืนเดียวเลยน่ะสิ"

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เดินเข้าไปหาปีศาจอาภรณ์ตัวที่สองและจัดการด้วยวิธีเดิม

ค่าประสบการณ์ +200

เขาถือกระบี่ยักษ์ในมือ ลงมือสังหารอย่างสบายใจไร้กังวล

ทว่าเมื่อสังหารไปจนถึงปีศาจอาภรณ์ตัวที่สามสิบ ปีศาจอาภรณ์ที่แขวนอยู่บนต้นไม้ก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง พวกมันค่อยๆ ทยอยตื่นขึ้นมา

แต่กลับไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนตอนกลางวัน พวกมันในตอนกลางคืนดูวุ่นวายสับสนราวกับแมลงวันไร้หัว

"ได้เวลาล่าแล้ว!" ฉีหยวนรู้สึกว่านี่แหละคือโอกาสของเขา

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - สำนักเขาดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว