- หน้าแรก
- ยุคแห่งลอร์ด
- บทที่ 187 การแข่งขันความเร็วระหว่าง 1 กับ 200 ล้าน เริ่มต้นขึ้นแล้ว
บทที่ 187 การแข่งขันความเร็วระหว่าง 1 กับ 200 ล้าน เริ่มต้นขึ้นแล้ว
บทที่ 187 การแข่งขันความเร็วระหว่าง 1 กับ 200 ล้าน เริ่มต้นขึ้นแล้ว
บทที่ 187 การแข่งขันความเร็วระหว่าง 1 กับ 200 ล้าน เริ่มต้นขึ้นแล้ว
เป็นเช่นนั้นเอง ภายใต้การจับจ้องของลอร์ดประเทศเซี่ยนับสิบล้านคน หลิงหยุนเพียงลำพัง พุ่งทะยานเข้าใส่กองทัพใหญ่ของประเทศพันธมิตร เมื่อระยะห่างหดสั้นลง ลอร์ดฝั่งประเทศพันธมิตร ก็สังเกตเห็นหลิงหยุนที่กำลังพุ่งตรงมาทางนี้เช่นกัน
"อาซี ทุกคนดูสิ มีลอร์ดประเทศเซี่ยตรงมาทางนี้แล้ว" "นานิ แต่ทำไมถึงมีแค่คนเดียวล่ะ?" "ปาก้า นั่นมันอาณาเขตของหลิงหยุนนี่นา!" "วอท? หลิงหยุน? หรือว่าเขาคิดจะลุยเดี่ยวกับกองทัพใหญ่ของประเทศพันธมิตรเรางั้นเหรอ?"
ลอร์ดประเทศพันธมิตรมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความงุนงง ไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของหลิงหยุนเท่าไหร่นัก ในขณะเดียวกัน ลอร์ดระดับคุมสนามรบของประเทศพันธมิตรที่มีอาเธอร์เป็นผู้นำ ก็รับรู้ได้ถึงการเข้าใกล้ของหลิงหยุนเช่นกัน เมื่อเทียบกับลอร์ดธรรมดาของประเทศพันธมิตรแล้ว พวกเขากลับมีสีหน้าที่เคร่งเครียดกว่ามาก เพราะพวกเขารู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของหลิงหยุน และก็รู้ซึ้งถึงนิสัยของหลิงหยุนดี
เจ้านี่ทั้งแข็งแกร่ง แถมยังไม่เคยสู้ในศึกที่ไม่มีความมั่นใจ การที่ปรากฏตัวเพียงลำพังในตอนนี้ ดูเหมือนจะตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด แต่ในความเป็นจริง ไม่แน่ว่าอาจจะซ่อนแผนร้ายอะไรเอาไว้ก็ได้! ดังนั้น เมื่ออาเธอร์และคนอื่นๆ ปรึกษาหารือกัน ก็ตัดสินใจที่จะอ้อมผ่านหลิงหยุนไป จากนั้นจึงประกาศลงในช่องแชทของประเทศตัวเองทันที
"@ลอร์ดประเทศอินทรีทุกคน ดำเนินการตามแผนเดิม เมินหลิงหยุนซะ เป้าหมายของเราคือลอร์ดประเทศเซี่ยคนอื่นๆ" "@ลอร์ดประเทศซากุระทุกคน กระจายกำลังออกไปสองข้างทาง อย่าไปยั่วยุหลิงหยุน..."
ในขณะที่ลอร์ดระดับคุมสนามรบเหล่านี้กำลังวุ่นอยู่กับการสั่งการ หลิงหยุนที่เข้ามาใกล้ ก็ได้เปิดฉากโจมตีแล้ว สิ้นคำสั่ง กองทัพนับร้อยล้านก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ภายใต้การนำของฮีโร่แต่ละคน พุ่งเข้าใส่กองทัพใหญ่ของประเทศพันธมิตรที่กว้างใหญ่จนสุดลูกหูลูกตา กำลังคนที่น้อยนิด ดูราวกับใบไม้สีเขียวใบหนึ่งท่ามกลางกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก
แต่ทว่าใบไม้สีเขียวใบนี้กลับหยัดยืนอย่างมั่นคง และมุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ เปรียบเสมือนดาบอันแหลมคม ที่ทิ่มแทงเข้าใส่กองทัพพันธมิตรอย่างไม่ลังเลและไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย ในขณะเดียวกัน ข้อความที่ถูกปักหมุดของหลิงหยุน ก็ระเบิดดังก้องอยู่ข้างหูของลอร์ดประเทศพันธมิตร
"ขอทวนเป็นครั้งสุดท้าย ดันเจี้ยนลับเขาวงกตล่าเงินรางวัล ประเทศเซี่ยของฉันเหมาแน่นอน ใครมา ฉันฆ่า! มาเท่าไหร่ ฉันฆ่าทิ้งให้หมด!"
สิ้นเสียง กองทหารของหลิงหยุน ก็พุ่งทะลวงเข้าสู่ค่ายของกองทัพพันธมิตร จากนั้นก็เริ่มทำการฆ่าล้างบางอย่างบ้าคลั่ง ลอร์ดระดับคุมสนามรบของประเทศพันธมิตรต่างก็ตกตะลึง แม่งเอ๊ย ทำบ้าอะไรเนี่ย? พวกเราไม่อยากสู้กับแกนะโว้ย! แต่แกกลับเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อนเนี่ยนะ?
กองทหารของหลิงหยุนนั้นแข็งแกร่งขนาดไหนกัน ภายใต้การบัฟค่าสถานะทั้งหมดสูงถึง 660% รวมกับไอเทมระดับเทพเจ้าทั้งหกชิ้น และอุปกรณ์ระดับเทพนิยายอีกมากมาย ความแข็งแกร่งนั้นเรียกได้ว่าทะลุฟ้าไปแล้ว ในการต่อสู้กับกองทัพใหญ่ของประเทศพันธมิตร สามารถต่อกรได้แบบหนึ่งต่อร้อย หนึ่งต่อพัน หรือแม้กระทั่งหนึ่งต่อหมื่นได้อย่างสบายๆ
ศรหนามกระดูกของมังกรกระดูกอันเดด การระเบิดตัวตายของค้างคาว มือแห่งความตายของอัศวินมรณะ ลำแสงกลายเป็นหินที่ควบคุมอย่างรุนแรงของการ์กอยล์ กองทหารทั้งหมดของหลิงหยุน พอลงมือปุ๊บก็เอาถึงตายปั๊บ สถานที่ที่พาดผ่าน ล้วนมีแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมาเป็นแถบๆ ความสูญเสียของลอร์ดประเทศพันธมิตร กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่าว่าแต่ลอร์ดธรรมดาที่เริ่มสติแตกไปแล้วเลย แม้แต่ลอร์ดระดับคุมสนามรบ ก็ยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
"อาซีป้า เจ้านี่มันแกร่งเกินไปแล้ว จะสู้ยังไง จะเอาอะไรไปสู้ฮะ?" "ปาก้ายาโร่ แผนการของเราถูกทำลายป่นปี้หมดแล้ว จะตอบโต้กลับไหม?"
ภายในกลุ่มแชทของประเทศพันธมิตร ลอร์ดระดับคุมสนามรบของแต่ละประเทศต่างก็ส่งเสียงตะโกนอย่างต่อเนื่อง อาเธอร์มองดูสถานการณ์ที่วุ่นวายจนเกินควบคุม จึงรีบสั่งให้รองผู้นำพันธมิตรสาวสวยที่อยู่ข้างๆ คำนวณระยะทางจากตรงนี้ไปยังทางเข้าดันเจี้ยนลับ "ด้วยความเร็วในการเคลื่อนที่ของเรา อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีก 30 นาที ถึงจะไปถึงทางเข้าดันเจี้ยนลับได้" รองผู้นำพันธมิตรสาวสวยกล่าว
อาเธอร์ฟังจบ ก็กัดฟันกรอด กระทืบเท้า แล้วออกคำสั่งทันที: "ถ่ายทอดคำสั่งลงไป สถานการณ์เปลี่ยนแปลง แก้ไขแผนการ ลอร์ดระดับคุมสนามรบทั้งหมดรั้งอยู่ที่นี่ ถ่วงเวลาหลิงหยุนเอาไว้ ส่วนคนที่เหลือ ให้ยกทัพบุกโจมตีแนวป้องกันของประเทศเซี่ย ยึดทางเข้าดันเจี้ยนลับมาให้ได้"
ก่อนหน้านี้ แผนการที่ลอร์ดระดับคุมสนามรบอย่างอาเธอร์ได้ปรึกษาหารือกันไว้ก็คือ เมินหลิงหยุน แล้วโจมตีแค่ลอร์ดประเทศเซี่ยคนอื่นๆ แต่ตอนนี้ล่ะ! เมินน่ะเมินได้ แต่มันเมินไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไง เพราะหลิงหยุนดันเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีพวกเขาก่อน แถมยังเข้ามาฆ่าล้างบางอย่างบ้าคลั่งในค่ายของประเทศพันธมิตรอีก ไม่มีทางเลือก อาเธอร์ทำได้เพียงเปลี่ยนยุทธวิธี แบ่งกำลังออกเป็นสองสาย
ลอร์ดระดับคุมสนามรบของประเทศพันธมิตรจะล้อมปราบหลิงหยุนเพื่อถ่วงเวลา ส่วนลอร์ดประเทศพันธมิตรคนอื่นๆ จะบุกโจมตีลอร์ดประเทศเซี่ยที่รวมตัวกันอยู่บริเวณทางเข้าดันเจี้ยนลับอย่างหนัก ภายใต้ความได้เปรียบด้านจำนวนคนอย่างแท้จริง ลอร์ดประเทศเซี่ยจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ขอเพียงพวกเขาพ่ายแพ้ ถึงตอนนั้นพวกเขาก็มีแค่สองทางเลือก คือไม่หนีก็ตาย ลอร์ดประเทศพันธมิตรก็จะได้เข้าครอบครองทางเข้าดันเจี้ยนลับและเข้าไปข้างในนั้นได้อย่างสมเหตุสมผล ถึงเวลานั้น หลิงหยุนก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ก็เหมือนกับคำพูดก่อนหน้านี้นั่นแหละ หลิงหยุนแข็งแกร่งเกินไป จัดการไม่ได้หรอก ก็ปล่อยให้เขาเข้าไปในดันเจี้ยนลับด้วยกันนั่นแหละ ยังไงซะเขาก็มีตัวคนเดียว คงเอาทรัพยากรไปได้ไม่เท่าไหร่หรอก
ทั้งหมดนี้ ก็คือวิธีที่อาเธอร์คิดออกในตอนนี้ แต่มันก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนัก เพราะมันจำเป็นต้องให้อาเธอร์และลอร์ดระดับคุมสนามรบของประเทศพันธมิตรคนอื่นๆ ไปเผชิญหน้ากับหลิงหยุนโดยตรง ถึงแม้จะมีลอร์ดระดับคุมสนามรบมาถึงสิบสองคน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความวิปริตในหมู่คนวิปริตอย่างหลิงหยุน มันก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ดี
ท้ายที่สุดแล้ว ความสูญเสียจากสงคราม ก็ย่อมไม่ใช่น้อยๆ อย่างแน่นอน อาเธอร์ในฐานะลูกพี่ใหญ่ของประเทศพันธมิตร มีอำนาจเด็ดขาดอย่างแท้จริง ประกอบกับตอนนี้สถานการณ์โดยรวมได้วุ่นวายไปหมดแล้ว ดังนั้น เมื่อคำสั่งของเขาถูกส่งออกไป ไม่ว่าจะเป็นลอร์ดธรรมดาของประเทศพันธมิตร หรือลอร์ดระดับคุมสนามรบของประเทศพันธมิตร ต่างก็พากันปฏิบัติตาม
กองทัพใหญ่ของประเทศพันธมิตรอ้อมผ่านหลิงหยุนไป กลายเป็นกระแสน้ำสีดำทะมึน พุ่งตรงไปยังทางเข้าดันเจี้ยนลับ หลิงหยุนก็สั่งให้กองทัพในสังกัดกระจายกำลังออกไป สังหารอย่างเต็มกำลังเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลิงหยุนก็มีเพียงคนเดียว จึงไม่สามารถขัดขวางลอร์ดประเทศพันธมิตรเอาไว้ได้ทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ลอร์ดระดับคุมสนามรบทั้งสิบสองคนของประเทศพันธมิตร ก็ได้นำกองทัพของตัวเอง ขับเกาะกำเนิดของพันธมิตร เข้ามาปิดล้อมหลิงหยุนจากทุกทิศทางแล้ว "หลิงหยุน คู่ต่อสู้ของแกคือพวกเรา!" อาเธอร์คำรามลั่นในช่องแชทพื้นที่ หลิงหยุนยืนกอดอกอยู่บนกำแพงเมืองออบซิเดียน มองดูแลอร์ดระดับคุมสนามรบทั้งสิบสองคนที่เข้ามาปิดล้อม ริมฝีปากก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย: "มาได้จังหวะพอดี จับโจรต้องจับหัวหน้า"
เจตนาของกองทัพพันธมิตร หลิงหยุนมองออกทะลุปรุโปร่งแล้ว ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการให้ลอร์ดระดับคุมสนามรบมาถ่วงเวลาเขาไว้ แล้วให้ลอร์ดคนอื่นๆ ที่เหลือไปยึดทางเข้าดันเจี้ยนลับ ในเมื่อเป็นแบบนี้ หลิงหยุนก็จะงัดไม้ตาย 'จับโจรต้องจับหัวหน้า' ออกมาใช้ซะเลย ลอร์ดระดับคุมสนามรบทั้งสิบสองคนอย่างพวกแก อยากจะรุมโจมตีฉันนักไม่ใช่เหรอ? งั้นก็จะซัดพวกแกให้พัง ซัดให้ตายไปเลย
เมื่อพวกเขาพ่ายแพ้ ลอร์ดประเทศพันธมิตรก็ย่อมต้องแตกพ่ายกลายเป็นทรายที่ไร้การเกาะกุม พลังรบจะลดฮวบลงอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้น หลิงหยุนค่อยไปจัดการลอร์ดประเทศพันธมิตรคนอื่นๆ แบบสบายๆ พวกเขาจะต้องทนรับแรงกดดันไม่ไหว และวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทางอย่างแน่นอน ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ลอร์ดประเทศพันธมิตรมันเยอะเกินไป การจะฆ่าให้หมดมันไม่สมจริง ไม่เพียงแต่ต้องใช้เวลาอย่างมหาศาล แต่ยังจะทำให้ประเทศเซี่ยต้องสูญเสียอย่างหนักอีกด้วย
ดังนั้น เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีสู้ดีกว่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า! ลอร์ดระดับคุมสนามรบประเทศพันธมิตร ฆ่าทิ้ง! ลอร์ดธรรมดาประเทศพันธมิตร ฆ่าทิ้ง! ฆ่ามันให้ตาย เมื่อความสูญเสียไปถึงระดับหนึ่งแล้ว พวกเขาก็ต้องจำใจถอยไปเอง นี่แหละคือความเป็นจริง! เพื่อดันเจี้ยนลับแค่อันเดียว ต้องสังเวยกองทหารไปมากมาย หรือแม้กระทั่งต้องจบสิ้นเส้นทางลอร์ดของตัวเอง มันคุ้มกันไหมล่ะ?
จุดนี้ ช่างบังเอิญตรงกับแผนการของประเทศพันธมิตรพอดี ประเทศพันธมิตรต้องการจะฆ่าลอร์ดประเทศเซี่ยให้แตกพ่าย เพื่อให้พวกเขาต้องจำใจถอย และยอมแพ้ดันเจี้ยนลับไป ส่วนหลิงหยุน ก็ต้องการจะฆ่าลอร์ดประเทศพันธมิตรให้แตกพ่าย เพื่อให้พวกเขารู้ตัวว่าสู้ไม่ได้และถอยกลับไปเองเช่นกัน สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ประเทศพันธมิตรมีลอร์ดถึงสองร้อยล้านคน แต่หลิงหยุนมีเพียงคนเดียว 1 ปะทะ 200 ล้าน! อะไรนะ? คุณบอกว่าจำนวนต่างกันเกินไป หลิงหยุนตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัดงั้นเหรอ แต่ความจริง มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอ? หลิงหยุนฆ่าลอร์ดประเทศพันธมิตรสองร้อยล้านคนนี้ สามารถฆ่าได้สบายๆ แบบกวาดล้างไปตลอดทางเลยล่ะ แต่ลอร์ดประเทศพันธมิตรสองร้อยล้านคนนี้ ต่อให้พวกเขาร่วมมือกัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะฆ่าหลิงหยุนได้เลย เมื่อเปรียบเทียบกันแบบนี้แล้ว คุณยังจะกล้าพูดอีกไหม ว่าหลิงหยุนตกเป็นรอง?