เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 387

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 387

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 387


บทที่ 387: ใช้ความแข็งแกร่งของนายเองจัดการมัน

เยติมัสสูงราวๆคนสามสี่คนต่อตัวกัน ลูหลี่นั้นดูเหมือนกับเด็กน้อยเลยทีเดียว เมื่อยืนอยู่ต่อหน้ามัน

ด้วยการตบอย่างแรงหนึ่งครั้ง มันได้ส่งลูหลี่ลอยละลิ่วไปไกล ทั้งสองฝ่ายมีความแข็งแกร่งแตกต่างกันมาก ลูหลี่ถูกตบราวกับลูกปิงปอง

โชคดีที่พนักงานเสิรฟ์สาวเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

ร่างอันแสนบอบบางของเธอวิ่งตรงเข้าไปหาเยติมัสที่มีความเร็วที่ดูไม่สมส่วนกับร่างกายขนาดใหญ่ของมันเลย และมันก็ได้ดึงมืออันใหญ่ยักษ์ของมันกลับมาในขณะที่มันกรีดร้องเสียงแหลมออกมา

อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดที่มันได้รับมาไม่ได้ทำให้มันหวาดกลัวเลย มันกลับยิ่งบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

มันกรีดร้องออกมาขณะที่พุ่งเข้าใส่ มือของมันอยู่เหนือศรีษะและทำท่าราวกับค้อนกำลังพุ่งลงมา

พนักงานเสิรฟ์สาวไม่ลังเลเลยที่จะหันกลับไปและวิ่งหนี่ เธอนั้นดึงลูหลี่ที่อยู่ข้างหลังเธอไปด้วย ถ้าเธอไม่ทำแบบนี้ มีแนวโน้มเป็นอย่างมากที่เขาจะลอยขึ้นไปอยู่เหนือท้องฟ้าร้อยเมตร

ทั่วทั้งหุบเขาดูเหมือนจะสั่นสะเทือนจากความแข็งแกร่งของการโจมตีของมัน

"นี่เป็นครั้งแรกของท่านที่มาที่ฮิลส์แบรดใช่ไหม?"พนักงานเสิรฟ์สาวถามออกมาอย่างเย็นชา

ในฐานะที่เป็นโจรแล้ว เธอจะต้องไม่เผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามโดยตรง ซึ่งนี้เป็นวิธีการต่อสู้ของเธอ ตามปกติแล้ว เธอคงจะหนีออกมาจากมันแล้ว

"ข้าขอสาบานกับเทพธิดาแห่งดวงจันทร์เลยว่า ข้าพึ่งมาที่นี้เป็นครั้งแรก มอนสเตอร์ทั้งหมดในที่นี่มีความแข็งแกร่งมากขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?"เสียงของลูหลี่ดูเศร้ามาก ราวกับนี่เป็นครั้งแรกที่เขามายังที่ภูเขาฮิลส์แบรนแห่งนี้

"ท่านไม่ควรที่จะกระตุ้นข้านะ" พนักงานเสิรฟ์สาวกล่าวขณะที่ขมวดคิ้ว เมื่อเธอมองไปที่เยติมัสพร้อมกับถอนหายใจ

"ขอโทษที ข้าต้องดื่มเหล้าองุ่นมากเกินไปหน่อยและมันทำให้ข้าสูญเสียความสงบของข้าไปบ้าง" ลูหลี่กล่าวขอโทษ จากนั้นก็หยุดอยู่สักครู่ ก่อนที่จะพูดต่อว่า "ต่อหน้าผู้หญิงอย่างเจ้า คงจะมีชายมากมายที่อยากจะแสดงความกล้าหาญให้เจ้าเห็นอย่างข้า" [ลูหลี่พูดเหมือนกับตัวเองจะโชว์ออฟให้พนักงานสาวดู แต่จริงๆแล้วจะหลอกใช้เลยพูดแบบนี้ออกไป]

คำพูดที่ลูหลี่กล่าวออกมานั้นคล้ายคลึงเป็นอย่างมากกับภาษาที่ NPC ใช้คุยกัน

เขาไม่ค่อยมีความรู้ในการใช้ภาษา NPC มากนัก แต่ในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาเล่นเกมรุ่งอรุณและคุยกับ NPC เป็นเวลามากกว่าสองปี นอกจากนี้แล้ว เขายังได้อ่านงานวิจัยและอ่านข้อมูลเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ของเกมรุ่งอรุณ รวมถึงภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์และแม้แต่เรื่องของหญิงสาวคนนี้ที่อยู่ต่อหน้าเขา มันเหมือนกับว่าเขารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

คำเยินยอของเขานั้นไม่ได้มากเกินจนทนไม่ไหว แต่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะส่งผลต่อตัวของเธอเอง

"ไม่ใช่ความกล้าหาญเลยสักนิด มันก็แค่ความโง่เขลาเท่านั้น" พนักงานเสิรฟ์สาวกล่าวออกมาอย่างรุนแรง แต่เธอก็ให้อภัยลูหลี่อย่างรวดเร็วและกล่าวว่า "ตั้งแต่ที่เจ้าได้ยั่วยุมันแล้ว ถ้างั้นก็จัดการมันด้วยกันเถอะ"

"ข้ายินดีที่จะต่อสู้เพื่อเจ้า พนักงานเสิรฟ์สาวผู้น่าหลงใหล" ลูหลี่กล่าวออกมาอย่างไร้ยางอายขณะที่เลียริมฝีปาก

ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามที่คาด

ตอนนี้พวกเขาแค่ต้องกังวลเรื่องที่ว่า พวกเขาทั้งสองคนจะสามารถรับความเสียหายจากความแข็งแกร่งที่มาจากทักษะของมอนเตอร์ตัวนี้ได้หรือเปล่า

ทั้งสองคนเป็นโจรและพวกเขาก็ไม่มีฮีลเลอร์ ดังนั้นแล้ว ลูหลี่จึงไม่กล้าที่จะสู้กับเยติมัสโดยตรง นั้นทำให้เขาต้องวิ่งไปรอบๆด้านหลังของมอนเตอร์ตัวนี้และแทงไปที่มันด้วยกริชของเขา

-74!

นี่ไม่ใช่ตัวเลขที่มากนัก แต่พลังโจมตีของเยติมัสก็สูงมากกว่า 300 จุด ดังนั้นแล้ว มันจึงดูเป็นความแตกต่างที่มากโข

หากไม่มีเควสเนื้อเรื่องแบบพิเศษ มันคงจะเหมือนกับตอนที่ลูหลี่และพาลาดินเดลแกรนได้ฆ่าผู้ขี่หมาป่าในด่านหน้ามาเอสท่า เมื่อผู้เล่นและ NPC ได้ร่วมมือกันสู้กับมอนสเตอร์ ผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องสร้างความเสียหายมากกว่า 10% เพื่อที่จะให้อุปกรณ์ดรอบลงมา

ไม่อยา่งนั้นแล้ว พวกเขาจะไม่ได้รับอะไรเลย

อย่างไรก็ตาม นี้เป็นสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป ลูหลี่นั้นกำลังทำเควสคุ้มกันอยู่ แต่เขาได้ทำตัวเถลไถลไปมา เพื่อที่จะให้ตัวเองได้ปะทะกับบอส

ลูหลี่ไม่สามารถมองเห็นความเสียหายที่พนักงานเสิรฟ์สาวสร้างให้แก่บอสได้ แต่จากการสังเกตของเขา เขาคาดว่ามันคงจะมีค่าอยู่รอบๆ 500 จุด

ซึ่งเยติมัสมี HP ทั้งหมดกว่า 300,000 จุด!

แต่น่าเสียดายที่ลูหลี่นั้นคำนวณความเสียหายของพนักงานเสิรฟ์สาวผิดไป

พนักงานเสิรฟ์สาวมีอาวุธเป็นสะเก็ดมลพิษ ซึ่งเป็นอาวุธที่มีความเร็วในการโจมตีสูงสุดในเกม ตามที่เขาคิดไว้ ทุกๆการโจมตีหนึ่งครั้งของเขา เธอจะสามารถโจมตีได้สามครั้ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกๆการโจมตีหนึ่งครั้งของเขา เธอสามารถโจมตีได้ถึงหนึ่งครั้งครึ่ง

หลังจากลองคิดดูสักนิด ลูหลี่ก็เริ่มที่จะกังวลเล็กน้อยและเริ่มเพิ่มความเร็วโจมตีอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเยติมัสก็ทุบกำปั้นลงกับพื้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ ลูหลี่นั้นตอบสนองช้าไปหน่อย รอยแตกของพื้นแผ่กระจายไปทั่วๆและส่งเขาลอยขึ้นไปบนอากาศ

เขาอยู่ในอากาศสูงอย่างน้อย 300 เมตร!

ในความสูงขนาดนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่ตกถึงพื้นจะต้องตายอย่างแน่นอน

ซึ่งการแสดงออกของพนักงานเสิร์ฟสาวต้องการที่จะช่วยเขา แต่เธอไม่สามารถทำมันได้ เพราะเธอต้องหลบการโจมตีจากมันอีก นอกจากนี้ ตัวของลูหลี่ยังอยู่ข้างหลังของมอนเตอร์ นั้นทำให้พวกเขานั้นอยู่ห่างกันเกินไป

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าลูหลี่ตายไปแล้ว เขาก็ได้กลายร่างเป็นเสือดาวต่อหน้าต่อตาเธอ

การกลายร่างนี้ทำให้เธอตกใจมาก เพราะเธอคิดว่าลูหลี่นั้นเป็นแค่โจร

เธอเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบในการนำคนเข้าไปยังคฤหาสน์เรเวนฮอล์ ดังนั้นแล้ว เธอจึงมีทักษะการสังเกตอันยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ เธอเริ่มคิดว่าเธอต้องเข้าใจบางอย่างผิดไปแน่ๆ

เมื่อลูหลี่ลงมาถึงพื้น เลขความเสียหายขนาดใหญ่ -1487 ปรากฏขึ้นมา ซึ่งเป็นการบอกว่าเขาสูญเสีย HP ไปเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม นั้นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เลย แม้ว่าเขาจะกลายร่างเป็นลูกแห่งป่า ซึ่งทำให้เขาได้บัพลดความเสียหายจากการตกลงมาจากที่สูง แต่กฎของแรงโน้มถ่วงก็ยังคงอยู่ แม้จะได้บัพแต่มันก็คงจะไม่เพียงพอที่จะกันความเสียหายได้ทั้งหมด

เขารีบดื่มโพชั่นระดับกลางและกลับไปต่อสู้อีกครั้ง

การแสดงออกของพนักงานเสิรฟ์สาวก็ได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง หลังจากที่ลังเลใจอยู่ชั่วครู เธอก็ได้กลับไปโจมตีเยติมัส

ผู้เล่นบางคนคงจะถอยออกไป หากโดนโจมตีแบบนั้น แต่ลูหลี่ได้ใช้ช่วงเวลานั้นในการเข้าไปต่อสู้อีกครั้ง ดังนั้นแล้ว มอนเตอร์ตัวนี้จึงไม่สามารถที่จะคุกคาม HP ของเขาได้อีกแล้ว

นอกจากนี้ พนักงานเสิร์ฟสาวยังแข็งแกร่งมากและโจมตีใส่บอสราวกับเป็นนักรบ ดังนั้นแล้ว สถานการณ์ต่อจากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรอันตรายเลย

ซึ่งในบางครั้ง ก็จะเกิดหมอกเลือดรอบตัวของเยติมัส ซึ่งพวกมันล้วนแต่ถูกดึงดูดเข้าไปยังตัวของพนักงานเสิร์ฟสาวเอง มันดูคล้ายๆกับการดูดซับพลังชิ [น่าจะเหมือนพลังปราณมัง้ครับ]

ดูดเลือด!

ลูหลี่อดไม่ได้ที่จะคิดเกี่ยวกับแหวนซูพรีมของเขา มัก็เคยมีคุณสมบัติที่คล้ายๆกัน แต่เมื่อเขาเพิ่มระดับของมันครั้งล่าสุด คุณสมับิตดูดเลือดก็ได้หายไป

เขาสงสัยว่า สะเก็ดมลพิษมีคุณสมบัติแบบนั้นเช่นกันงั้นเหรอ?

ลูหลี่จมอยู่ในความคิดของตัวเอง ...

มีคนจำนวนไม่มากนักที่จะได้ติดต่อกับเรเวนฮอล์ ลูหลี่รู้เฉพาะเรื่องของภูเขาน้ำแข็งเพียงอย่างเดียวในชีวิตก่อนหน้านี้ คงเพราะมันเป็นความลับ เขาจึงไม่ได้รู้อะไรมากนัก

หลังจากที่มองพนักงานเสิร์ฟสาวต่อสู้ ลูหลี่ก็กลืนคำถามที่เขาจะถามออกมาลงไป

เขารู้ดีว่า ปัญหาบางอย่างก็อาจจะเกิดขึ้นจากความขัดแย้งเล็กน้อย ดังนั้นมันคงจะดีกว่า หากเขาไม่ถามออกไป ลูหลี่กลัวว่ามันจะเป็นการล่วงเกินพนักงานเสิร์ฟสาว เพราะพวกเขายังไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น

หลังจาก 25 นาทีผ่านไป เยติมัสก็อ่อนแอลงมาก

อย่างไรก็ตาม ลูหลี่ก็ไม่ได้มีความสุขเลย เขาไม่สามารถทำความเสียหายได้ถึงเกณฑ์ 10% และพนักงานเสิร์ฟสาวก็โจมตีติดคริติคอลหลายครั้ง นั้นทำให้ความหวังของเขาริบหรี่ยิ่งกว่าเดิม

ถ้าเขาไม่สามารถสร้างความเสียหายได้ถึง 10% เขาคงจะไม่ได้รับเขาอันบิดเบี้ยวของเยติมัส

เขาต้องเรียกคนทั้งสมาคมมาจัดการกับมอนเตอร์ตัวนี้เพื่อที่จะเอาไอเท็มชิ้นนั้นหรือเปล่านะ?

แม้ว่าเขาจะรวบรวมมาทั้งสมาคม แต่เขาก็ไม่สามารถรับประกันว่าจะได้มันมา เพราะว่าคงจะไม่มีใครที่สามารถทนรับความเสียหายจากมอนเตอร์ระดับ 40 ได้ ซึ่งอาเซอร์ซีบรีสนั้นทำได้ แต่เขาจะต้องระดับมกากว่า 40 เสียก่อน

นอกจากนี้แล้ว สมาคมอื่นๆคงจะได้รับข่าวนี้และไม่น่าจะให้สมาคมกฏแห่งดาบต่อสู้กับบอสเพียงลำพังอย่างแน่นอน

"รีบๆโจมตีมันสิ ข้าให้เวลาท่านสิบนาที"

ลูหลี่รู้สึกทึ่งเล็กน้อย เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าเขา

พนักงานเสิร์ฟสาวยืนนิ่งและกำลังดึงค่าความโกรธจากบอสอยู่ แต่เธอหยุดโจมตีไปเรียบร้อยแล้ว

จบบทที่ จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 387

คัดลอกลิงก์แล้ว