เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 368

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 368

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 368


บทที่ 368: อารามที่ถูกเผาไหม้

อารามที่ถูกเผาไหม้!

มันนับว่าเป็นของหนึ่งในดันเจี้ยนที่ยากมากที่สุดในเกมรุ่งอรุณ

ดันเจี้ยนนี้ประกอบไปด้วย สุสาน วัง คลังแสงและห้องสมุด ซึ่งปกติแล้ว ดันเจี้ยนจะมีเพียงแค่ชื่อ แต่อารามที่ถูกเผาไหม้กลับมีหลายๆอย่างในตัวของดันเจี้ยนเดียว

ระดับที่จะเข้าไปในดันเจี้ยนนี้ได้คือ 25 และมีข้อจำกัดของระดับอยู่ที่ LV 35 ฝูงมอนเตอร์ส่วนใหญ่มีระดับ 30 ขึ้นไปและบอสก็มีระดับอย่างน้อย 30 ฝูงมอนเตอร์ส่วนใหญ่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ดังนั้นแล้ว พวกเขาจึงมีค่า HP และให้ค่า EXP ที่ต่ำ แต่พวกเขาก็ยังดรอบไอเท็มที่ดีๆอยู่บ้าง ...

มีกลุ่มผู้เล่นมืออาชีพระดับล่างบางคนได้ใช้ดันเจี้ยนอารามที่ถูกเผาไหม้ ไว้ฟาร์มเป็นหลัก

การเข้ามาในดันเจี้ยนอารามที่ถูกเผาไหม้ จะสามารถสร้างรายได้ให้พวกเขาอย่างน้อย 10 เหรียญทอง บางทีก็จะได้อุปกรณ์สวมใส่หรือไม่ก็เป็นอุปกรณ์อื่นๆอีกมากมาย

เพื่อที่จะทำให้ตัวเองมีระดับต่ำกว่า 35 พวกเขาจึงได้คิดค้นวิธีการฆ่าตัวตายทุกรูปแบบออกมา บางคนตัดสินใจไปอยู่กลางฝูงมอนเตอร์และให้พวกมันฆ่าเขา บางคนก็เลือกที่จะกระโดดจากที่สูง

ในชีวิตที่ผ่านมาของเขา ลูหลี่ก็เคยทำแบบนั้นในช่วงระยะเวลาหนึ่งเหมือนกัน เขาและคนอีกคนหนึ่งได้ฟาร์มด้วยกัน จนมีเงินจำนวนมากเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เขาได้ลองมานึกคิดดูและรู้ได้เลยว่า รายได้นี้มันไม่มั่นคงอย่างแน่นอน ความแข็งแกร่งที่แท้จริงที่ต้องมีอยู่ มันก็คือระดับของผู้เล่น ดังนั้นแล้ว เขาจึงไม่ได้ทำธุรกิจที่จะต้องลดระดับเลยสักครั้ง

อารามที่ถูกเผาไหม้จะไม่ดูท้าทายไปเลยสักนิด หากคุณรู้เทคนิคในการเคลียร์

หากคุณรู้เทคนิคนี้ แม้แต่ทีมระดับ 30 สิบคนก็สามารถไปเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ โดยที่ไม่มีปัญหาอะไรเลย

ส่วนความยากระดับฮีโร่และความยากระดับฝันร้าย พวกมันก็จะมีข้อกำหนดอะไรพิเศษมาให้

เหมือนกับ ถ้ำโหยหวนและดันเจี้ยนความมืดที่หยั่งลึก มีวิธีการเสริมที่จะช่วยคุณเคลียร์ดันเจี้ยนอารามที่ถูกเผาไหม้ได้ วิธีการพวกนี้หาได้ง่ายมาก สิ่งที่พวกคุณต้องทำคือการฆ่าพาลาดินที่ถูกเผาไหม้ ซึ่งอยู่นอกดันเจี้ยน หลังจากฆ่าพวกเขาไป 20 คน พวกมันก็จะดรอบลำแสงที่ถูกเผาไหม้ลงมา ซึ่งจะมีผลเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

ลำแสงที่ถูกเผาไหม้: ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับครูเซเดอร์ผู้ถูกเผาไหม้เพิ่มขึ้น 5% อัตราฟื้นฟู HP เพิ่มขึ้น 5% และอัตราฟื้นฟูมานาเพิ่มขึ้น 5% มีผลเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง

แม้ลำแสงนี้จะดูไม่แข็งแกร่งนัก แต่มันก็มีความแตกต่างอย่างมาก ระหว่างมีมันและไม่มีมัน

ผู้เล่นฝ่ายเผ่าพันธุ์ สามารถวารป์ไปยังป่าไทริสฟอลและเดินทางไปยังดันเจี้ยนอย่างสบายๆ พวกเขาเพียงแค่ต้องฆ่ามอนเตอร์ไม่กี่ตัวที่อยู่ข้างนอกดันเจี้ยน เพื่อเอาลำแสงพวกนี้มา มันจึงเป็นยากมากสำหรับผู้เล่นฝ่ายพันธมิตร เนื่องจากจุดเทเลพอร์ตนั้นก็ค่อนข้างที่จะอยู่ไกลมากเลยทีเดียว

เส้นทางที่พวกเขาจะต้องใช้เดินทางคือ เทเลพอร์ตไปที่ทะเลทางใต้ และเดินทางไปทางเหนือผ่านป่าต้นสนเงิน จากนั้นคุณจะต้องผ่านไปยังเมืองเบื้องล่าง เพื่อไปยังป่าไทริสฟอล ซึ่งมันก็จะนำทางคุณไปยังอารามที่ถูกเผาไหม้

การเดินทางนี้ค่อนข้างไกลเลยทีเดียว อย่างน้อยมันก็ต้องใช้เวลาราวสองชั่วโมงในการเดินทาง

ในบรรดาสมาคมที่คิดจะเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ ส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจจะใช้เส้นทางนี้คือ สมาคมธงสงครามสีเลือดและสมาคมสวรรค์ชั้นเจ็ด นี่เป็นเพราะเส้นทางนี้ค่อนข้างปลอดภัย มอนสเตอร์ที่อยู่ระหว่างทางก็ไม่ได้มีระดับสูงมากนัก

แน่นอนว่าคุณสามารถวารป์จากเมืองไปยังดันเจี้ยนได้เลย แต่คุณจะไม่ได้รับลำแสงที่ถูกเผาไหม้แทน

เช่นนี้แล้ว เห็นชัดเลยว่าอารามที่ถูกเผาไหม้ลำเอียงต่อฝ่ายเผ่าพันธุ์มากจนเกินไป

อย่างไรก็ตาม ลูหลี่ไม่ได้ใช้เส้นทางนั้น เพราะเขารู้ทางลัด

นอกจากเส้นทางพวกนี้แล้ว คุณยังสามารถเทเลพอร์ตไปที่ดินแดนภัยพิบัติทางตะวันออกและเดินผ่านดินแดนภัยพิบัติทางตะวันตก จนไปถึงดันเจี้ยนได้เลย มันเป็นเส้นทางที่ใกล้และพวกเขาก็สามารถเดินทางได้โดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง

ไม่ใช่ว่าคนพวกนี้ไม่รู้เส้นทางนี้ ส่วนหนึ่งของแผนที่นี้ได้ถูกสำรวจแล้ว และก็ได้ตีพิมพ์ขายออกมาเป็นเหรียญเงินได้

ปัญหาไม่ใช่มอนเตอร์ที่อยู่ตามทางนั้นมีมากไป แต่เป็นเพราะมอนเตอร์ที่อยู่ตามทางมีระดับ 40-50 ต่างหาก

ด้วยระดับปัจจุบันของผู้เล่น ฝูงมอนเตอร์ที่มีระดับ 40-50 ก็ไม่ต่างอะไรไปจากบอส พวกเขาจะต้องใช้เวลาในการเดินทางมากขึ้น ด้วยการกำจัดมอนเตอร์เหล่านี้ไปตามทาง

ลูหลี่กล้าพอที่จะใช้เส้นทางนี้ เพราะเขาคุ้นเคยกับแผนที่และฝูงมอนเตอร์ในบริเวณนี้มาก นี่คือเหตุผลที่เขามั่นใจว่า เขาและเพื่อนร่วมทีมของเขาจะผ่านทางนี้ไปได้

การเดินทางกลับนั้นจะต้องใช้เวลาไปกว่าสองชั่วโมง ดังนั้นแล้ว พวกเขาจึงไม่สามารถที่จะกลับมาเติมเสบียงได้อีก ทุกๆคนจึงจำเป็นที่จะต้องเอาของต่างๆมาด้วยมากมาย เช่นทหาร ซึ่งลูหลี่ก็ได้นำแม้แต่หุ่นยนต์บำรุงรักษาขั้นพื้นฐานมาด้วย

หุ่นยนต์พวกนี้สามารถซ่อมแซมอุปกรณ์ได้โดยตรง

หลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จแล้ว ลูหลี่ก็ได้นำฮาชิจังและลูกชิ้นงาไปที่ดินแดนภัยพิบัติทางตะวันออก ซึ่งเป็นที่อยู่ของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ ก่อน ส่วนคนที่เหลือจะฟาร์มไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง พ่อมดได้ใช้ทักษะเรียกกำลังเสริม พวกเขาจึงไม่ต้องไปกันหลายคนเลย นั้นจึงทำให้การเดินทางของพวกเขาจึงสะดวกกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ

"โง่ โง่ ... นายสิเป็นกระตาย" ฮาชิจังกล่าวอย่างดูถูก เธอต้องการที่จะฟาร์มพร้อมเพื่อนๆและค่อยเทเลพอร์ตมาที่นี้

แต่ลูหลี่ได้บอกกับเธอว่าเธอสามารถ "วิ่งเร็วเหมือนกระต่าย" นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอได้มา ส่วนเรื่องของลูกชิ้นงา ที่เขาได้มาที่นี้ เพราะเขาจำเป็นที่จะต้องใช้ทักษะเรียกกำลังเสริม

การเทเลพอร์ตนั้นเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก มันสามารถพาพวกเขาไปได้ทุกที่

ในจุดที่ๆพวกเขาได้อยู่นั้น มันเหมือนกับเป็นด้านตรงข้ามของแอสทาน่า ท้องฟ้าของดินแดนภัยพิบัติดูไม่สดใสและพื้นดินก็เป็นสีดำ ราวกับว่าเงาแห่งความชั่วร้ายกำลังกัดกินเหนือท้องฟ้าอยู่

สิ่งมีชีวิตที่ได้ตายไปแล้วหลายตัวกำลังเดินอยู่รอบดินแดนแห่งนี้ ซึ่งโรคระบาดก็ได้ฆ่าสิ่งมีชีวิตพวกนี้ไปแทบทั้งหมด

คนเริ่มค่อยๆลืมไปว่า ครั้งหนึ่ง ที่นี้เคยเป็นศูนย์กลางทางการเกษตรของลอร์ดแดรอน ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญของทวีป

หลังจากที่พวกเขาได้ออกจากเขตปลอดภัย โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ แล้ว ฝูงมอนเตอร์ระดับ 50 ก็ได้อยู่ต่อหน้าพวกเขาและนั้นทำให้พวกเขารู้สึกตกใจมากเลยทีเดียว ในตอนนี้ พวกเขาไม่ต้องเตือนอะไรกันอีกแล้ว พวกเขาเดินหนีพวกมันไปและพยายามที่จะตื่นตัวอยู่เสมอ

ลูหลี่เข้าสู่สถานะล่องหนและไปสำรวจเส้นทางข้างหน้าก่อน ฮาชิจังกลายร่างเป็นเสือดาวและอยู่ด้านหลังของเขา เพื่อปกป้องลูกชิ้นงา

ถ้ามีมอนเตอร์อยู่ข้างหน้า ลูหลี่ก็จะพบกับมันก่อน

การสำรวจบริเวณแถบนี้ค่อนข้างอันตราย เขามีระดับเพียง 30 ดังนั้นแล้ว ด้วยช่องว่างของระดับที่มากกว่า 10 ระดับ จึงทำให้การล่องหนของเขาแทบจะไร้ประโยชน์ไปเลย แม้ว่าอุปกรณ์ของเขาจะเพิ่มค่าสถานะล่องหนก็ตาม

ลูหลี่ต้องใช้ทักษะก้าววายุและทักษะเพิ่มความเร็วออกมาในทันที เพื่อหลบหนี เมื่ออยู่ในอันตราย

ระบบระยะของเกมรุ่งอรุณมีอยู่กับทุกๆมอนสเตอร์ ดังนั้นแล้ว สำหรับโจรอย่างลูหลี่ การหลบหนีมอนเตอร์ที่แข็งแกร่ง คือวิธีที่สุดแล้ว

โชคดีที่ภูมิประเทศแถบนี้ไม่ได้ซับซ้อนเท่าไรนัก นั้นทำให้ไม่มีทางที่พวกเขาจะวิ่งอยู่ดีๆไปพบกับมอนเตอร์อย่างแน่นอน

เส้นทางที่ลูหลี่เลือกไม่ได้เป็นเส้นทางที่คนทั่วไปใช้กัน เขานั้นเบี่ยงออกมาจากเส้นทางสายหลักเล็กน้อย ซึ่งลูกชิ้นงาก็รู้ในเรื่องนี้ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ส่วนตัวของฮาชิจังเอง เธอแทบจะไม่รู้เรื่องทิศใต้ทิศเหนือในแผนที่เลย ดังนั้นแล้ว ไม่มีทางที่เธอจะสังเกตุอะไรแบบนี้ได้

หลังจากผ่านไปสักสิบนาที ก็ได้มีเสียงเหมือนคนควบม้าอยู่ข้างหลังเขา

ท่าทางของลูกชิ้นงาดูหวาดกลัวมากเลยทีเดียว มอนเตอร์ธรรมดาไม่มีทางที่จะมีม้าได้อยู่แล้ว และส่วนมาก มอนเตอร์ที่มีพาหนะอยู่ ล้วนจัดการยากทุกตัว

ริมฝีปากของเขาขยับขึ้นและเขาก็ต้องพยายามอย่างหนัก เพื่อพยายามที่จะไม่กรีดร้องออกมา

ทำไมลูหลี่ต้องเลือกเส้นทางนี้กัน!

ลูหลี่หยุดเดินและถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในที่สุดเขาก็ได้มาถึงจุดหมายแล้ว

เขาเดินไปหาเพื่อนร่วมทีมสองคนที่อยู่ข้างหลังเขา เมื่อเขาได้ยินเสียงกีบม้า

ในหมอกควัน จู่ๆ ก็ได้ปรากฏม้าสองตัวบนสนามหญ้า ไม่ใช่แค่ม้าสองตัว แต่เป็นม้าสองตัวที่กำลังลากรถ

คนจรจัดผอมแห้งกำลังนั่งไขว้ขาอยู่บนรถม้า และมองไปที่คนทั้งสามคนที่ยืนอยู่ริมถนน

จบบทที่ จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 368

คัดลอกลิงก์แล้ว