- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 670 เนื้อรมควันสิบจินสั่นคลอนใจว่าที่พ่อตา
บทที่ 670 เนื้อรมควันสิบจินสั่นคลอนใจว่าที่พ่อตา
บทที่ 670 เนื้อรมควันสิบจินสั่นคลอนใจว่าที่พ่อตา
“ซุปหัวปลาที่แม่ทำนี่ เป็นที่หนึ่งจริง ๆ ครับ ไปอยู่เสฉวนก็เปรี้ยวปากอยากกินแต่ซุปนี่แหละ” หลินจื้อเฉียงดื่มซุปปลาไปพลางชมไม่ขาดปาก
จวงหวาอวี่ก็ดื่มซุปหัวปลาก่อนเช่นกัน พอชิมไปสองคำก็รู้สึกทึ่งเล็กน้อย “อืม! ซุปหัวปลาที่คุณนายเสิ่นทำนี่ รสชาติยอดเยี่ยมจริง ๆ ครับ ผมมาหางโจวปีละหลายครั้ง เพื่อน ๆ พาไปกินร้านอาหารหางโจวที่มีเมนูเด็ดเป็นซุปหัวปลาทะเลสาบเชียนเต่ามาก็เยอะ แต่ร้านที่ทำได้ดีขนาดนี้ มีแค่หนึ่งหรือสองร้านเท่านั้นเองครับ”
เมิ่งฮั่นเหวินพยักหน้ายิ้มแล้วพูดว่า “แน่นอนอยู่แล้ว ลุงคิดว่าซุปหัวปลาข้างนอกไม่มีที่ไหนต้มได้ดีเท่าของหว่านชิวหรอก เธอทำปลาได้ไม่มีกลิ่นคาวเลยสักนิด น้ำซุปก็เข้มข้น แต่พอดื่มแล้วกลับรู้สึกสดชื่นสบายคอเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเต้าหู้นี่แหละ ลุงต้องกินตั้งหลายชามทุกทีเลย”
“ชอบกินก็กินเยอะ ๆ สิ ปลาเก็บไว้กินมื้อหน้ามันอุ่นยากนะ” บนใบหน้าของเสิ่นหว่านชิวประดับไปด้วยรอยยิ้มละมุน
เซี่ยหวาเฟิงเปิดเหล้าเหมาไถขวดหนึ่ง รินแบ่งให้ทุกคน
เมิ่งฮั่นเหวินหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบเนื้อรมควันขึ้นมาหนึ่งชิ้นก่อน
เนื้อรมควันที่เพิ่งต้มเสร็จใหม่ ๆ ถูกนำมาหั่นตอนยังร้อนแล้วจัดใส่จาน
เสิ่นหว่านชิวเอาหน้าจานไปอุ่นบนเตาเตรียมไว้ก่อนแล้ว เนื้อรมควันที่ถูกหั่นเป็นแผ่นบาง ๆ จึงยังคงความร้อนอยู่
เนื้อรมควันที่ยังไม่ได้ต้มก่อนหน้านี้ ส่วนมันหมูขาวราวกับหยก เนื้อแดงสีราวกับชาด แต่พอต้มจนสุกแล้ว ส่วนมันหมูกลับใสแจ๋วราวกับอำพัน ส่วนเนื้อแดงก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอมทอง พอคีบขึ้นมาก็สั่นดึ๋งดั๋ง
“เนื้อนี่สวยจริง ๆ ลายเส้นชัดเจนเลย” เมิ่งฮั่นเหวินยิ้มพลางส่งเนื้อรมควันเข้าปาก พอกัดลงไป รสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ ก็แผ่ซ่านไปทั่วปาก เนื้อแดงเด้งสู้ฟัน ส่วนมันหมูก็ละลายในปาก กลิ่นหอมสดชื่นของเนื้อไม้ที่เกิดจากการเผากิ่งสนไซเปรสโชยมาบาง ๆ เนื้อรมควันชิ้นนี้กินแล้วกลับมีกลิ่นหอมมันของแฮมแฝงอยู่จาง ๆ ชุ่มฉ่ำแต่ไม่เลี่ยน
เมิ่งฮั่นเหวินเคี้ยวอย่างละเอียด ดวงตายิ่งเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ตั้งแต่ที่อันเหอกับจื้อเฉียงย้ายไปอยู่มณฑลเสฉวน ที่บ้านก็ได้กินเนื้อรมควันกับกุนเชียงทุกปี
สองสามีภรรยาคู่นี้ทำเองไม่เป็น ถ้าไม่ใช่ของขวัญปีใหม่ที่โรงงานหรือที่พักแจกให้ ก็ไปหาซื้อแบบสำเร็จรูปที่คนล้มหมูทำขาย รสชาติก็เลยไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่ แต่เขาก็ชอบกินมาตลอด
อาหารสไตล์หางโจวจะเน้นรสชาติที่จืดและสดชื่น อาหารการกินของบ้านพวกเขาก็เป็นแบบนั้นเป็นพิเศษ
อาหารที่หนักทั้งน้ำมันและเกลืออย่างเนื้อรมควันกับกุนเชียง จึงไม่ค่อยได้เห็นบนโต๊ะอาหารของพวกเขาบ่อยนัก ทุกครั้งที่ได้เนื้อรมควันกับกุนเชียงมา เขาก็จะค่อย ๆ แบ่งกินอย่างประหยัด เก็บไว้กินได้เป็นครึ่งค่อนปีเลยทีเดียว
เมื่อก่อนเขาคิดว่าเนื้อรมควันกับกุนเชียงก็คล้าย ๆ กันหมด ยังไงก็เป็นรสชาติเค็ม ๆ หอม ๆ บางอันก็ทำรสเผ็ด รสชาติก็ถือว่าอร่อยดี
แต่เนื้อรมควันของวันนี้สิ มันไม่ค่อยเหมือนเดิม
มัน… ทำไมถึงได้อร่อยขนาดนี้ล่ะ?!
คุณตายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกหนึ่ง แล้วรีบคีบเนื้อรมควันเข้าปากอีกชิ้นทันที อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม “เนื้อรมควันนี่หอมจัง! ทำไมถึงได้หอมขนาดนี้นะ? ความเค็มก็กำลังพอดี กินแล้วรู้สึกเหมือนกำลังกินแฮมเลย”
หลินจื้อเฉียงยิ้มแล้วบอกว่า “คุณพ่อครับ เนื้อรมควันกับกุนเชียงที่เสี่ยวโจวทำเนี่ย อยู่ในระดับต้น ๆ ของมณฑลเสฉวนเลยนะครับ ไปหาซื้อข้างนอกก็หาซื้อไม่ได้หรอก”
เซี่ยหวาเฟิงเพิ่งจะคีบกุนเชียงขึ้นมาชิ้นหนึ่ง กุนเชียงถูกหั่นเฉียงเป็นแผ่นบาง ๆ มีมันหมูกับเนื้อแดงแทรกกันอย่างลงตัว กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ไส้หมูบาง ๆ ห่อหุ้มมันหมูกับเนื้อแดงไว้ ลวดลายดูสวยงามมาก
พอกุนเชียงถูกส่งเข้าปาก ดวงตาของเซี่ยหวาเฟิงก็เบิกกว้างขึ้นทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ และเขาก็กินเอา ๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ
กุนเชียงนี้ไม่เหมือนกับที่เคยกินมาก่อนเลย รสชาติเค็มมันกำลังดี กลิ่นหอมของการรมควันด้วยกิ่งสนไซเปรสก็เข้มข้น มีมันหมูกับเนื้อแดงกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ กินแล้วรู้สึกชุ่มฉ่ำเด้งสู้ฟัน รสสัมผัสยอดเยี่ยมมาก!
กุนเชียงชิ้นหนึ่งตกถึงท้อง เซี่ยหวาเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบอึกหนึ่ง
ความอร่อยของมันชัดเจนเกินไปแล้ว!
ในฐานะพ่อครัวประจำบ้าน เซี่ยหวาเฟิงไม่สามารถมองข้ามความอร่อยของมันไปได้เลย
ถึงขั้นที่ในหัวของเขาเริ่มมีสารพัดวิธีทำอาหารผุดขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอาไปทำข้าวผัด ผัดกับขึ้นฉ่าย หรือจะหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วใส่ลงไปนึ่งพร้อมกับข้าวเหนียว…
แค่คิดก็รู้สึกแล้วว่าสามารถเอาไปรังสรรค์เมนูอร่อย ๆ ได้ตั้งมากมาย
นี่คือกุนเชียงรสเครื่องเทศห้าชนิด ซึ่งสามารถนำไปพลิกแพลงทำอาหารได้หลากหลายกว่ากุนเชียงรสหมาล่า
สำหรับคนเป็นพ่อครัวแล้ว นี่คือสุดยอดวัตถุดิบในครัวเลยทีเดียว
และกุนเชียงแบบนี้ เขามีอยู่เต็มถุงเลย!
เมื่อกี้เขาลองหิ้วดูแล้ว เนื้อรมควันกับกุนเชียงน่าจะมีอย่างละครึ่ง รวม ๆ แล้วน่าจะหนักประมาณสิบจินได้
เซี่ยหวาเฟิงรีบชิมเนื้อรมควันอีกชิ้นตามไปติด ๆ
รสชาติของเนื้อรมควันแตกต่างจากกุนเชียงโดยสิ้นเชิง หมูสามชั้นที่มีมันแทรกเนื้อแดง ให้รสสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำยิ่งกว่า เนื้อทั้งชิ้นให้ความรู้สึกเด้งสู้ฟัน ชุ่มฉ่ำแต่ไม่เลี่ยน
แถมเนื้อรมควันยังมีกลิ่นหอมของไขมันแฮมที่โดดเด่นกว่าด้วย รวมไปถึงลวดลายของมัน ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนแฮมอีกด้วย
ถ้าเอามาผัดกับข้าวล่ะก็ เนื้อรมควันยิ่งเอาไปพลิกแพลงได้หลากหลายกว่า แถมทำออกมาแล้วหน้าตาก็จะดูสวยงามกว่าด้วย
พอคิดว่าตัวเองได้เนื้อรมควันกับกุนเชียงแบบนี้มาถุงเบ้อเริ่ม มุมปากของเซี่ยหวาเฟิงก็เริ่มกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่แล้ว
เรื่องนี้ทำเอาเขาดีใจยิ่งกว่าตอนได้ชุดน้ำชาลายครามที่จวงหวาอวี่มอบให้เสียอีก
“เหล่าเซี่ย เนื้อรมควันกับกุนเชียงที่เสี่ยวโจวทำเป็นยังไงบ้าง?” หลินจื้อเฉียงเห็นเขากินอย่างมีความสุข จึงเอ่ยปากถามยิ้ม ๆ
“ดี! ดีเยี่ยมเป็นที่หนึ่งเลยล่ะ” เซี่ยหวาเฟิงพยักหน้าตอบโดยไม่ลังเล
เพื่อเหยาเหยา เขาจะต้องตรวจสอบและทดสอบโจวเยี่ยนให้ดี แต่เขาก็ทนต่อบททดสอบของเนื้อรมควันและกุนเชียงนี้ไม่ได้จริง ๆ
สำหรับพ่อครัวที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแล้ว มันยากมากที่จะพูดโกหกเรื่องอาหาร
อร่อยก็คืออร่อย จะมาบอกว่าไม่อร่อยเพียงเพราะมันเป็นฝีมือแฟนของเหยาเหยาไม่ได้ แบบนั้นมันไม่ยุติธรรมต่อเนื้อรมควันและกุนเชียงเลยสักนิด
หลินจื้อเฉียงยิ้มกริ่มแล้วพูดว่า “คราวก่อนโจวเยี่ยนทำไว้ตั้งหลายร้อยจินเลยนะ ตอนแรกเขาบอกว่าจะฝากมาให้พี่เยอะกว่านี้ แต่กล่องของผมมันใส่ไม่พอจริง ๆ เขาบอกว่า ถ้าพวกพี่กินแล้วถูกใจ เดี๋ยวเขาจะหาทางส่งมาให้อีก”
“จริงเหรอ?” เซี่ยหวาเฟิงเริ่มหวั่นไหวแล้ว เขาคีบเนื้อรมควันขึ้นมาแผ่นหนึ่งพลางรำพึงว่า “ฉันว่าเสี่ยวโจวคนนี้ ก็ถือว่าใช้ได้อยู่นะ ไว้คราวหลังถ้าได้เจอกัน ฉันค่อยตรวจสอบให้ดีอีกทีก็แล้วกัน”
หลินจื้อเฉียงกับเมิ่งอันเหอสบตากัน มุมปากของทั้งคู่เผยให้เห็นรอยยิ้มบาง ๆ
เนื้อรมควันกับกุนเชียงแค่สิบจินก็ทำให้เหล่าเซี่ยหวั่นไหวได้แล้วเหรอเนี่ย?
ความตั้งใจของผู้จัดการธนาคารเซี่ยคนนี้ก็ไม่ได้หนักแน่นอะไรขนาดนั้นนี่นา
ต้องรู้ไว้นะว่าในบรรดาเมนูอาหารที่โจวเยี่ยนทำเป็น เนื้อรมควันกับกุนเชียงนี่เป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นเอง
“แบบนั้นจะดีเหรอ ส่งเนื้อรมควันกับกุนเชียงมาจากเจียโจว ค่าส่งแพงจะตายไป” เมิ่งฮั่นเหวินชิมกุนเชียงไปชิ้นหนึ่ง แล้วก็พูดขึ้นมาบ้าง “เอาอย่างนี้สิ เธอให้เขาส่งมาเลย เดี๋ยวพ่อออกค่าส่งเอง”
“ตาเฒ่าเอ๊ย หน้าหนาไม่เบาเลยนะ” เสิ่นหว่านชิวมองค้อนเขาทีหนึ่ง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่ฝีมือการทำเนื้อรมควันกับกุนเชียงของเสี่ยวโจวนี่ดีจริง ๆ นะ วันนี้เนื้อรมควันกับกุนเชียงรสชาติดีกว่าปีก่อน ๆ มากเลย เนื้อก็ดี ปรุงรสก็ดี การหมัก การรมควันไฟก็พอดีไปหมด กินแล้วสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของเขาทุกอณูเลย”
“คุณแม่ครับ คุณแม่สรุปได้ตรงจุดมากเลย มีแต่คนเป็นพ่อครัวแม่ครัวเท่านั้นแหละที่จะสัมผัสได้ถึงรายละเอียดพวกนี้ แล้วรู้สึกได้ว่าเนื้อรมควันกับกุนเชียงนี่ทำออกมาได้ดีมากจริง ๆ” เซี่ยหวาเฟิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ความจริงแล้วเขาก็เคยศึกษาตำราอาหารเกี่ยวกับการทำเนื้อรมควันและกุนเชียงมาบ้าง วิธีทำค่อนข้างซับซ้อนเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็นการยัดไส้กุนเชียง หมักเนื้อรมควัน หรือการตากแห้ง รมควัน————ใช้เวลาสั้นสุดก็ครึ่งเดือน นานสุดก็เป็นเดือน ระหว่างนั้นยังต้องคอยสังเกตสภาพของเนื้อรมควันกับกุนเชียงอยู่ตลอดด้วย
ผู้จัดการธนาคารเซี่ยงานยุ่งมากจริง ๆ ก็เลยต้องล้มเลิกความคิดไป
อย่างที่แม่ยายเขาพูดนั่นแหละ การจะทำกุนเชียงกับเนื้อรมควันให้ออกมารสชาติแบบนี้ได้ หยาดเหงื่อแรงกายที่พ่อครัวต้องทุ่มเทลงไปเบื้องหลังนั้น ไม่ใช่น้อย ๆ เลยแน่นอน
ที่หลินจื้อเฉียงพูดมาไม่ผิดเลย เนื้อรมควันกับกุนเชียงนี่จัดอยู่ในระดับต้น ๆ ของมณฑลเสฉวนเลยทีเดียว
อาชีพพ่อครัวที่ต้องใช้แรงงานแบบนี้ การจะก้าวไปสู่ระดับแนวหน้าได้ เบื้องหลังต้องทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายไปมากแค่ไหน คนนอกไม่มีทางจินตนาการออกหรอก
ก่อนหน้านี้เหยาเหยากับหลินจื้อเฉียงจะพูดข้อดีของโจวเยี่ยนให้ฟังมากแค่ไหน เขาก็มองว่าเป็นเพราะพวกเขาลำเอียงเท่านั้นแหละ
แต่วันนี้พอได้ชิมเนื้อรมควันกับกุนเชียงที่โจวเยี่ยนทำเองกับมือ ความคิดของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปบ้างแล้วจริง ๆ
พ่อครัวที่สามารถทำเนื้อรมควันกับกุนเชียงให้ออกมารสชาติแบบนี้ได้ ความขยันขันแข็งและความอดทนคือคุณสมบัติพื้นฐานเลยล่ะ
อายุเพิ่งจะยี่สิบต้น ๆ ก็ยิ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีพรสวรรค์ควบคู่ไปด้วย
หลินจื้อเฉียงกับเมิ่งอันเหอเป็นคนที่เคยไปเปิดหูเปิดตาต่างประเทศมาแล้ว เป็นผู้บริหารมาตั้งหลายปี ย่อมต้องมีทักษะในการมองคนอยู่แล้ว นั่นก็แปลว่าเรื่องนิสัยใจคอเขาคงไม่มีปัญหาอะไร
เซี่ยหวาเฟิงรู้สึกว่าตำบลซูจีมันไกลเกินไป โจวเยี่ยนเป็นแค่คนเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันตกเฉียงใต้ไปตลอดชีวิต
ส่วนเซี่ยเหยากำลังจะไปทำงานที่เมืองใหญ่อย่างฮ่องกง จากรั้วมหาวิทยาลัยอันเรียบง่ายเข้าสู่เมืองที่เจริญรุ่งเรือง มุมมองและวิสัยทัศน์ย่อมเปลี่ยนไป ความคิดก็อาจจะเปลี่ยนไปด้วย
ทั้งคู่อยู่ห่างกันตั้งหลายพันกิโลเมตร อาจจะกลายเป็นการทรมานซึ่งกันและกันไปเปล่า ๆ นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่เคยมองความรักของทั้งคู่ในแง่ดีเลย
จวงหวาอวี่เห็นทุกคนชมไม่ขาดปาก ก็ลองชิมเนื้อรมควันกับกุนเชียงดูบ้าง พอกินเสร็จตาก็เป็นประกาย หันไปมองหลินจื้อเฉียงแล้วพูดว่า “เนื้อรมควันกับกุนเชียงนี่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมากครับ! เหล่าหลิน คราวนี้ที่คุณกลับไปซูจี ช่วยถามเถ้าแก่โจวให้ผมหน่อยสิว่า เนื้อรมควันกับกุนเชียงที่เขาทำเนี่ย ส่งออกไปฮ่องกงได้ไหม? ผมขอสั่งสักสามพันจิน ส่วนต้นทุนต่าง ๆ เขาก็บวกเพิ่มไปในราคาขายได้เลยครับ”
หลินจื้อเฉียงพยักหน้ายิ้ม “ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับไปถามเสี่ยวโจวดู ถ้าเขายินดีทำ เดี๋ยวผมจะเป็นธุระจัดการเรื่องเอกสารให้เอง ก่อนหน้านี้เสี่ยวโจวก็ช่วยทำยอดให้ผมไปตั้งหลายงาน ไม่นึกเลยว่าวันนี้ผมจะช่วยหางานกลับไปให้เขาได้บ้าง”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็พากันหันไปมองจวงหวาอวี่ด้วยความประหลาดใจ
“คุณจวงก็สนิทกับโจวเยี่ยนด้วยเหรอครับ?” เซี่ยหวาเฟิงมองจวงหวาอวี่แล้วถาม
“ใช่ครับ การเดินทางไปเสฉวนของผมเมื่อเดือนก่อน คนที่ผมประทับใจที่สุดก็คือโจวเยี่ยนนี่แหละครับ อายุยังน้อย แต่ฝีมือทำอาหารยอดเยี่ยมมาก ทำอาหารเสฉวนได้ต้นตำรับสุด ๆ เลยครับ” จวงหวาอวี่พยักหน้ายิ้ม แล้วรำพึงออกมา “ผมอยากจะดึงตัวเขาไปเป็นหัวหน้าพ่อครัวที่ร้านอาหารในฮ่องกงของผม เสนอเงินเดือนให้ถึงหนึ่งหมื่นหยวน เขาก็ยังปฏิเสธเลยครับ
“เงินเดือนหนึ่งหมื่นหยวนก็ยังปฏิเสธเหรอครับ?” เซี่ยหวาเฟิงได้ยินก็ตกใจไม่น้อย
ในยุคที่ครอบครัวที่มีรายได้หมื่นหยวนยังถือว่าเป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูงของประเทศ เงินเดือนหนึ่งหมื่นหยวนต่อเดือน รายได้หนึ่งแสนสองหมื่นหยวนต่อปี ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศเลยทีเดียว
เซี่ยเหยาจบการศึกษาจากสถาบันวิจิตรศิลป์เสฉวน แถมยังเป็นเพราะเธอทำผลงานออกแบบที่ถูกใจประธานลี่เฉิงกรุ๊ปเป็นอย่างมาก จึงได้รับการว่าจ้างให้เป็นนักออกแบบเป็นกรณีพิเศษ ถึงได้เงินเดือนเดือนละหนึ่งหมื่นหยวน
แค่นี้ เหล่าเซี่ยก็ดีใจไปเป็นเดือนแล้ว
เขาได้เงินเดือนเดือนละสามร้อยหยวนเอง เงินเดือนลูกสาวเดือนเดียวเท่ากับเงินเดือนเขาสามสิบเดือน ในใจเขานี่ภูมิใจสุด ๆ ไปเลย
แต่การที่จวงหวาอวี่เสนอเงินเดือนให้โจวเยี่ยนถึงหนึ่งหมื่นหยวน แถมยังโดนโจวเยี่ยนปฏิเสธกลับมาอีก เรื่องนี้เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยจริง ๆ
คนเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ในชนบท มีความมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ?
นอกจากเมิ่งอันเหอแล้ว คนอื่น ๆ ก็รู้สึกแปลกใจไม่แพ้กัน
ตระกูลเมิ่งมีจิตรกรชื่อดังถึงสองคน ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง แต่ก็ยังรู้ซึ้งถึงคุณค่าของเงิน เวลาไปจ่ายตลาดก็ยังต้องใช้เหรียญห้าเฟิน หนึ่งเหมากันอยู่ดี
เงินเดือนหนึ่งหมื่นหยวนต่อเดือน นั่นมันคือกลุ่มผู้มีรายได้สูงจริง ๆ นะ
ถึงแม้โจวเยี่ยนจะปฏิเสธไป แต่ก็แสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยในสายตาของจวงหวาอวี่ เขาก็คู่ควรกับเงินเดือนระดับนี้