เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 482: พวกไม่ยอมสำนึก

ตอนที่ 482: พวกไม่ยอมสำนึก

ตอนที่ 482: พวกไม่ยอมสำนึก


เรื่องที่ว่าจะต้องอาศัยอยู่ในฐานทัพแห่งนี้ไปอีกนานแค่ไหน แม้แต่หร่วนชีชีเองก็ให้คำตอบไม่ได้ สิ่งเดียวที่เธอรู้ในตอนนี้คือมีหนอนบ่อนไส้ปรากฏขึ้นข้างกาย และไม่รู้ว่ากว่าจะลากคอตัวบงการออกมาได้ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่

"หนูเองก็รับปากไม่ได้เหมือนกันค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลนะแม่ คงไม่นานเกินรอหรอก"

ในเมื่อจี้อันกั๋วได้แลกเปลี่ยนกู่สัจจะไปจากจ้านซื่อเอ้อแล้ว ถ้าเขายังจัดการหาตัวคนร้ายไม่ได้อีก ก็เห็นทีว่าตำแหน่งผู้บัญชาการคงต้องยกให้คนอื่นมาทำแทนแล้วล่ะ

เป็นไปตามที่หร่วนชีชีคาดไว้ ทันทีที่จี้อันกั๋วได้กู่สัจจะมาไว้ในมือ เขาก็หาข้ออ้างรวบตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนทันที ส่วนเรื่องตัวอย่างเลือดน่ะเหรอ? ก็แค่จัดตรวจสุขภาพประจำปีบังหน้า ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก!

ในห้องสอบสวนอันตึงเครียด เฟิงอวี่ยืนกอดอกมองอยู่ด้วย พอเขาเห็นเจ้าหนอนกู่สีขาวอวบอ้วนหน้าตาคุ้นๆ นั่น เขาก็รู้ทันทีว่านี่ต้องเป็นฝีมือบอดีการ์ดของหร่วนชีชีแน่ๆ เพราะกู่สัจจะตัวก่อนหน้านี้ ตระกูลเขาก็เป็นคนได้ไปครอบครอง

ระหว่างการรีดความจริง เฟิงอวี่ก็ได้ยินชื่อที่แสนจะคุ้นหูหลุดออกมา... ตระกูลรูอิส

นั่นคือตระกูลที่เคยพยายามจะลักพาตัวหร่วนชีชีตอนอยู่ที่ประเทศ M แต่สุดท้ายก็โดนบอดีการ์ดของเธอซัดจนกระเจิงกลับไป แถมคราวนั้นเขายังเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะเข้าไปช่วยเธอจนบาดเจ็บสาหัส ไม่นึกเลยว่าหลังจากเงียบหายไปพักใหญ่ พวกมันจะยังไม่ยอมรามือ!

ทั้งจี้อันกั๋วและเฟิงอวี่ต่างก็มีสีหน้ามืดมนลงทันที ตระกูลรูอิสนี่มันช่างกล้าดีนัก!

"ไม่มีวิธีที่จะทำให้พวกมันหลีกทางไปจริงๆ เหรอเนี่ย?"

จี้อันกั๋วเอ่ยเสียงเครียด

โบราณว่าไว้ไม่กลัวขโมยขึ้นบ้าน แต่กลัวขโมยคอยจ้องจะขึ้น กันขโมยได้พันวันแต่จะให้เฝ้าระวังไปตลอดชีวิตมันเป็นไปไม่ได้ แถมพวกเขาคงไม่สามารถกักตัวหร่วนชีชีเจียงจ้าวหลินและครอบครัวเอาไว้ในฐานทัพแคบๆ นี้ไปจนตายได้หรอก

"สุดท้ายมันก็เพราะเรายังแข็งแกร่งไม่พอ... ถ้าเราทรงพลังกว่านี้ ต่อให้พวกมันคิดจะทำอะไร ก็คงไม่กล้าเหิมเกริมขนาดนี้"

จี้อันกั๋วทอดถอนใจ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความอัดอั้น เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเรายังตามหลังพวกเขาอยู่หลายสิบปี ซึ่งช่องว่างขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะถมให้เต็มได้ง่ายๆ

เฟิงอวี่นิ่งเงียบ แววตาคมกริบ

"คุณตัดสินใจจัดการทางนี้ต่อเถอะ ผมจะไปหาชีชีครับ"

เรื่องเทคโนโลยีเขาอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ในหัวของเฟิงอวี่ตอนนี้กลับมีแผนการอื่นผุดขึ้นมาแล้ว

"อ้าว! จะไปก็ไปดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ?"

จี้อันกั๋วเหวอไปพักหนึ่ง เขาไม่เข้าใจว่าเฟิงอวี่จะไปหาหร่วนชีชีตอนนี้ทำไม หน้าที่ของพวกเขาคือการกำจัดศัตรูภายใน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้เหล่านักวิจัยอย่างเธอไม่ใช่เหรอ?

แต่ดูเหมือนคลื่นสมองของเฟิงอวี่จะไม่ได้อยู่ในจังหวะเดียวกับเขาเสียแล้ว ชายหนุ่มเดินลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา

สิ่งที่เฟิงอวี่นึกถึงคือมวยไท่เก๊กที่หร่วนชีชีรำตอนออกกำลังกายตอนเช้า แม้ว่าหลังจากที่เขาปลุกพลังพิเศษขึ้นมา ร่างกายและพลังจิตจะพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ในวันที่เขาได้ลองรำมวยไท่เก๊กไปพร้อมกับเธอ เขากลับสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง

เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีกระแสลมปราณไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณทั้งแปดทั่วร่างขณะที่ร่ายรำ แต่พอหยุดรำ ความรู้สึกนั้นก็จางหายไป

ตอนรำอยู่อาจจะไม่ทันเอะใจ แต่พอมานึกย้อนดูด้วยไหวพริบ เขามั่นใจว่านั่นต้องเป็นกำลังภายในในตำนานแน่ๆ! การที่มันหายไปทันทีที่หยุด อาจเป็นเพราะเขายังฝึกฝนไม่เพียงพอที่จะควบแน่นมันไว้ได้

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น! ประเด็นสำคัญคือ ถ้าเขาสามารถทำให้มวยชุดนี้กลายเป็นวิชาพื้นฐานในกองทัพได้ล่ะก็ พลังรบของทหารเราจะก้าวกระโดดไปไกลขนาดไหน!

เงื่อนไขเดียวคือ คนที่จะฝึกได้ต้องไม่ใช่สปาย แต่ในเมื่อมีกู่สัจจะอยู่ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป

หร่วนชีชีไม่รู้ตัวเลยว่า เพียงแค่เธอใจดีให้เฟิงอวี่มารำมวยด้วยกันวันนั้น เธอก็ถูกหมายตาเข้าให้เสียแล้ว...

เมื่อเฟิงอวี่มาถึงหน้าบ้านพักทหาร เขาก็เริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาเสียดื้อๆ

เขาลำบากใจที่จะเริ่มต้นคุยกับหร่วนชีชีเรื่องนี้ เพราะวิชามวยที่ล้ำค่าขนาดนี้ อาจจะเป็นสมบัติประจำตระกูลที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของคุณปู่หร่วนหรือคุณย่าโจวก็ได้ หากมันเป็นวิชาลับที่ห้ามถ่ายทอดให้คนนอก แผนการทั้งหมดของเขาก็คงเป็นได้แค่ฝันค้าง

หร่วนชีชีสัมผัสได้ถึงตัวตนของเฟิงอวี่ตั้งแต่เขาเดินมาถึงประตูบ้านแล้ว เดิมทีเธอตั้งใจจะไปเปิดประตูให้ แต่พอเห็นสีหน้าที่ดูขัดแย้งในตัวเองของเขา มือที่ยกค้างจะเคาะประตูแต่ก็หดกลับไปมาอยู่หลายรอบ ชีชีก็เลยเปลี่ยนใจนั่งเฉยๆ ดีกว่า

ถ้าแค่จะเข้าบ้านยังลังเลขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องอะไรมาขอให้ช่วยแน่ๆ!

หร่วนชีชีเลิกสนใจชายหนุ่มผู้น่าสงสารนอกประตู แล้วก้มหน้าแก้ไขพิมพ์เขียวในมือต่อ ช่วงนี้เธอมัวแต่วุ่นอยู่กับการปรับแบบตามคำแนะนำของแม่หลิวและพ่อหร่วน เพื่อให้ได้พิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบที่สุดก่อนจะเริ่มลงมือผลิตจริง

ผ่านไปห้านาทีเต็มๆ หลังจากที่ชีชีสัมผัสได้ว่าเขามาถึง ในที่สุดเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

ชีชีเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกตลก ไม่ยักษ์รู้เลยว่าคนอย่างเฟิงอวี่จะมีมุมที่ตัดสินใจอะไรไม่ได้แบบนี้กับเขาด้วย

จบบทที่ ตอนที่ 482: พวกไม่ยอมสำนึก

คัดลอกลิงก์แล้ว