- หน้าแรก
- เซียนกระบี่ขับเจ็ต : ระบบเข้าใจผิด คิดว่าเครื่องบินคือกระบี่เหิน!
- บทที่ 410 ฝูงบินยูหยิ่งออกจากฝัก!
บทที่ 410 ฝูงบินยูหยิ่งออกจากฝัก!
บทที่ 410 ฝูงบินยูหยิ่งออกจากฝัก!
บทที่ 410 ฝูงบินยูหยิ่งออกจากฝัก!
เมืองปราการตงไห่ ศูนย์บัญชาการสื่อสารสูงสุด
นายทหารยศพันตรีคนหนึ่งกำลังเดินกระวนกระวายไปมาในห้อง
เขาชื่อจางฉี่ เป็นเสนาธิการสายตรงของนายพลหลี่เถี่ยเฉิง
"เป็นยังไงบ้าง? ยังติดต่อไม่ได้อีกเหรอ?"
เขาหยุดฝีเท้า จ้องมองเจ้าหน้าที่เทคนิคที่เหงื่อท่วมหัวอยู่หน้าจอ
เจ้าหน้าที่เทคนิคประคองหูฟังที่หัว นิ้วทั้งสิบเคาะบนแผงควบคุมอย่างรวดเร็ว ดึงกระแสข้อมูลที่ไหลลงมาเหมือนน้ำตกออกมาชุดหนึ่ง
เขาส่ายหัว สีหน้าดูย่ำแย่
"ไม่ได้ครับพันตรี ทุกคลื่นความถี่ที่ส่งไปยังท่าเรือเขี้ยวมังกร ไม่ว่าจะเป็นช่องสื่อสารลับทางทหารหรือการสื่อสารพลังวิญญาณพลเรือน ทั้งหมดหายเข้ากลีบเมฆ ไม่มีการตอบกลับใดๆ เลยครับ"
จางฉี่ขมวดคิ้วจนเป็นปม
"ค่าการสั่นสะเทือนของมิติล่ะ?" "จะเป็นไปได้ไหมว่าที่หลงเยวียนนั่นมันหลอมรวมก่อนกำหนด จนเกิดพายุมิติขึ้น?"
นี่คือหนึ่งในความเป็นไปได้ที่แย่ที่สุด หากมิติเร้นลับระดับสูงหลอมรวมกับโลกความจริงก่อนกำหนด
แรงกระเพื่อมทางมิติที่เกิดขึ้นจะทำให้อุปกรณ์เทคโนโลยีรอบข้างทั้งหมดใช้งานไม่ได้ หรือแม้แต่ฉีกร่างนักยุทธ์ที่อ่อนแอทิ้ง
"ผมตรวจสอบแล้วครับ"
เจ้าหน้าที่เทคนิคดึงกราฟออกมาอีกแผ่นหนึ่ง
"ท่านดูสิครับ ในช่วง 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา ค่าสัมประสิทธิ์ความเสถียรของมิติรอบหลงเยวียนอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยมาตลอด" "ความคืบหน้าการหลอมรวมคงที่อยู่ที่ 0.03% ต่อวัน ไม่มีวี่แววของการเร่งความเร็วเลยครับ"
ข้อมูลไม่โกหกคน
จางฉี่จ้องมองเส้นกราฟที่ราบเรียบจนเกือบจะเงียบสงัดนั้น ความสงสัยในดวงตาเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะที่เย็นเยียบ
"ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ งั้นก็ต้องเป็นภัยจากฝีมือมนุษย์"
เขาพูดทีละคำว่า "มีคนใช้อุปกรณ์รบกวนกำลังสูง เปลี่ยนท่าเรือเขี้ยวมังกรทั้งแห่งให้เป็นเกาะโดดเดี่ยวทางข้อมูล!"
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป หมุนตัวไปต่อสายการสื่อสารลับถึงหลี่เถี่ยเฉิงทันที
"ท่านนายพล ท่าเรือเขี้ยวมังกรขาดการติดต่อแล้วครับ ผมสงสัยว่า…… มีขั้วอำนาจอื่นกำลังเล่นตลกอยู่ครับ!"
……
"เล่นตลก? นี่มันข้ามหัวข้ามาชัดๆ!"
กองบัญชาการรักษาการณ์เมืองตงไห่ หลี่เถี่ยเฉิงตบโต๊ะเสียงดังปังจนถ้วยน้ำชาสั่นสะเทือน
เขาวางสายการสื่อสาร ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวในตอนนี้เต็มไปด้วยโทสะ
ท่าเรือเขี้ยวมังกรไม่เพียงแต่จะเป็นแนวหน้าในการป้องกันสัตว์อสูรทางทะเล แต่ยังเป็นฐานที่มั่นสำหรับเตรียมเข้าสู่มิติเร้นลับหลงเยวียนที่กำลังจะเปิดขึ้นด้วย ความหมายทางยุทธศาสตร์นั้นมหาศาลนัก
ตอนนี้ ฐานที่มั่นนี้กลับถูกคนมายึดไปต่อหน้าต่อตา แบบนี้จะให้เขาทนได้ยังไง?
เขาคิดไปคิดมา ก็ยังต่อสายตรงสูงสุดไปยังอาคารสภา
เหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่สงครามระหว่างสองเมืองปราการใหญ่แบบนี้ ต้องแจ้งให้ประธานสภาทราบล่วงหน้า
"ท่านประธาน ผมหลี่เถี่ยเฉิงครับ"
ในเครื่องสื่อสารมีเสียงที่สงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นของเย่เต้าหยวนดังมา: "ว่ามา"
"ท่าเรือเขี้ยวมังกรถูกขั้วอำนาจลึกลับใช้สัญญาณปิดกั้นไว้ครับ คนของผมติดต่อไม่ได้เลย ผมสงสัยว่าเป็นฝีมือของพวกเจียงเป่ยที่ชอบเล่นกับเศษเหล็กพวกนั้นครับ"
"ความเป็นไปได้มากแค่ไหน?"
"แปดส่วนครับ"
หลี่เถี่ยเฉิงน้ำเสียงเคร่งขรึม "การจะสร้างการปิดกั้นครอบคลุมขนาดนี้ในทะเลได้ มีเพียง ‘กองเรือไททัน’ ของพวกมัน หรือไม่ก็เป็นเรือผีพรายทะเลของ ‘บุตรแห่งหมอก’ แต่พวกหลังนั่นทำอะไรลับๆ ล่อๆ ชอบการแทรกซึมลอบสังหารมากกว่า ไม่น่าจะทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ครับ"
เย่เต้าหยวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
"ภารกิจของคุณคือ กลับไปควบคุมท่าเรือเขี้ยวมังกรให้ได้อีกครั้ง และรับรองความปลอดภัยของบุคลากรบนเกาะ"
น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชาและมีเหตุผล "หากยืนยันว่าเป็นเมืองปราการระดับสาม คุณมีสิทธิ์เปิดฉากยิงได้อย่างเต็มที่ หากเป็นเมืองปราการระดับสอง ให้เน้นการเจรจาและการข่มขู่เป็นหลัก หาทางถอนคนกลับมาให้ได้"
"ส่วนถ้าเป็นเมืองปราการระดับหนึ่ง……"
เย่เต้าหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง "ทั่วทั้งสหภาพไกอาก็มีแค่นครศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนแห่งเดียว พวกเขาไม่ลดตัวมาเล่นลูกไม้กระจอกๆ แบบนี้หรอก"
"เข้าใจแล้วครับ"
"ไปเถอะ ระวังตัวด้วย"
การสื่อสารตัดไป ดวงตาเสือของหลี่เถี่ยเฉิงมีกลิ่นอายสังหารควบแน่นจนเกือบเป็นรูปธรรม
ความหมายของประธานสภานั้นชัดเจนมาก ขอเพียงเป็นเมืองเจียงเป่ย ก็ไม่ต้องเกรงใจ จัดหนักจัดเต็มไปเลย!
เหตุการณ์พรายทะเลว่างเปล่าครั้งก่อน บทเรียนราคาแพงที่หน่วยสอดแนมทั้งหน่วยถูกล้างบางยังคงติดตาอยู่
ครั้งนี้ เขาไม่มีทางส่งเครื่องบินสอดแนมธรรมดาไปตายอีกแล้ว
จะส่งทั้งที ต้องส่งดาบที่คมที่สุดไป!
จะรบทั้งที ต้องรบให้ศัตรูจำไม่ได้แม้แต่หน้าแม่ตัวเอง!
ชื่อแรกที่แวบขึ้นมาในสมองเขา คือร่างของชายหนุ่มที่หนุ่มจนเกินไปแต่กลับสร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอคนนั้น
หานเฟิง
หลี่เถี่ยเฉิงไม่ลังเลต่อสายสื่อสารไปยังวิลล่าหมายเลข 9 ของมหาวิทยาลัยยุทธ์ตงไห่ทันที
หลังจากเสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้ง เสียงที่นอบน้อมและมั่นคงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น:
"สวัสดีครับ ที่นี่วิลล่าหมายเลข 9 ไม่ทราบว่าคุณคือท่านใดครับ?"
"ข้าคือหลี่เถี่ยเฉิง ข้ามาหาหานเฟิง มีสถานการณ์ทางทหารฉุกเฉิน!"
หลี่เถี่ยเฉิงเข้าเรื่องโดยตรง
"ที่แท้ก็ท่านนายพลหลี่นี่เอง"
ปลายสายคือพ่อบ้านหลิว "ต้องขอประทานโทษด้วยครับ ท่านหานกำลังปิดด่านบ่มเพาะอยู่ครับ ก่อนปิดด่านเขาสั่งไว้เป็นพิเศษว่า หากไม่ใช่ว่ามิติเร้นลับหลงเยวียนเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการ หรือเมืองปราการประสบภัยพิบัติถึงคราวล่มสลาย มิฉะนั้นห้ามใครรบกวนเขาเด็ดขาดครับ"
หลี่เถี่ยเฉิงขมวดคิ้ว
เขาอยากจะสั่งให้ลุงหลิวไปเรียกหานเฟิงออกมาโดยตรง แต่คำพูดก็ติดอยู่ที่ปากแล้วต้องกลืนลงไป
เขารู้ดีว่า สำหรับอัจฉริยะระดับหานเฟิงแล้ว การปิดด่านบ่มเพาะในระดับลึกครั้งหนึ่งอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
หากฝืนไปขัดจังหวะ จนทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้ ความสูญเสียนั้นจะมหาศาลยิ่งกว่าท่าเรือเขี้ยวมังกรแห่งหนึ่งเสียอีก
เจ้าเด็กนั่นคือสมบัติล้ำค่าของ "โปรเจกต์ซินหั่ว" คือความหวังในอนาคตของเมืองตงไห่
"ก็ได้ ข้าเข้าใจแล้ว"
หลี่เถี่ยเฉิงกดข่มความร้อนใจในใจไว้ "อย่าไปรบกวนเขา รอเขาสะสางด่านออกมาแล้ว ให้เขาติดต่อข้าในทันที"
"ครับ ท่านนายพล"
หลังจากวางสาย หลี่เถี่ยเฉิงก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
แม้จะผิดหวังบ้าง แต่เขาไม่ได้ลนลาน
เพราะเจ้าเด็กหานเฟิงคนนั้น ได้ทิ้งของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้เขา
ไพ่ตายที่เพียงพอจะเปลี่ยนสถานการณ์รบได้
เขาเปิดหาอีกเบอร์หนึ่งแล้วกดโทรออก
"ท่านนายพล ในที่สุดท่านก็นึกถึงผมจนได้นะ!"
ทันทีที่ต่อสายได้ เสียงของจ้าวเทียนหลันก็ดังมาจากปลายสาย
"เทียนหลัน อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า"
หลี่เถี่ยเฉิงจงใจทำหน้าดุ "ไอ้พวกน้องใหม่พวกนั้น ฝึกกันไปถึงไหนแล้ว? คงไม่ใช่เอาเครื่องบินรบราคาหลายพันล้านไปเล่นเป็นเครื่องจำลองระดับสูงหรอกนะ?"
"รายงานท่านนายพล!"
จ้าวเทียนหลันยืดหลังตรงทันที น้ำเสียดังกังวาน
"สมาชิกหน่วยยูหยิ่งทั้ง 24 นาย ทำการฝึก ‘หล่อเลี้ยงด้วยโลหะเลือด’ ขั้นที่สองเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้วครับ!" "ระดับความสอดประสานระหว่างทุกคนกับเครื่องบินรบ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 78.3% ครับ!"
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจที่รุนแรง
"ในจำนวนนี้ ระดับความสอดประสานของหวังรุ่ยและผม ทะลวงผ่าน 90% เรียบร้อยแล้วครับ!"
"90%?!"
ต่อให้หลี่เถี่ยเฉิงจะเตรียมใจไว้แล้ว พอได้ยินตัวเลขนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างแรง
"เจ้าเด็กหานเฟิงนั่น มันคือสัตว์ประหลาดโดยแท้จริงเลยนะ……"
หลี่เถี่ยเฉิงด่าพึมพำเบาๆ หนึ่งประโยค แต่บนใบหน้ากลับยิ้มจนแก้มปริ
เขากระแอมไอหนึ่งครั้ง น้ำเสียงกลายเป็นเคร่งขรึมถึงขีดสุด:
"รบได้ไหม?"
"รายงานท่านนายพล! หน่วยยูหยิ่งพร้อมเข้าสู่การรบจริงได้ทุกเมื่อครับ!"
น้ำเสียงจ้าวเทียนหลันเด็ดขาด เต็มไปด้วยความกระหาย
เดือนที่ผ่านมานี้ พวกเขาทำการฝึกหนักราวกับอยู่ในนรกทุกวัน
อัดอั้นเพลิงแค้นไว้เต็มอกมานานแล้ว กระหายที่จะใช้การรบจริงมาพิสูจน์พละกำลังของตนเอง
"ดี!"
หลี่เถี่ยเฉิงลุกขึ้นยืนทันที เสียงดังราวกับฟ้าร้อง
"ฟังคำสั่งข้า! ให้เจ้านำทีมย่อยสองทีม รวมเครื่องบินรบ ‘ยูหยิ่ง’ 12 ลำ มุ่งหน้าไปยังโรงเก็บเครื่องบินใต้ดินหมายเลข 7 ติดตั้งกระสุนรบจริงระดับสูงสุดซะ!" "เป้าหมายภารกิจของพวกเจ้า ท่าเรือเขี้ยวมังกร!" "ข้าต้องการให้พวกเจ้าไปถึงที่นั่นด้วยความเร็วที่สุด ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น!" "ข้าไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร หากบังอาจขวางทาง อนุญาตให้พวกเจ้าเปิดฉากยิงได้อย่างอิสระ!"
ในดวงตาหลี่เถี่ยเฉิงวาบประกายความโหดเหี้ยมออกมาสายหนึ่ง
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น ข้าหลี่เถี่ยเฉิงจะรับผิดชอบให้พวกเจ้าเอง!" "ไปซะ ให้ไอ้พวกสารเลวที่ชอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ พวกนั้นได้เห็นกับตาซะบ้างว่า อะไรที่มันเรียกว่า ‘ยูหยิ่ง’ ที่แท้จริง!"
"ครับ! รับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จครับ!"
คำตอบของจ้าวเทียนหลันเกือบจะเป็นการคำราม
หลังจากวางสาย เขาก็หมุนตัวกลับทันที เผชิญหน้ากับเพื่อนร่วมทีมอีก 23 นายที่มีแววตาเร่าร้อนไม่แพ้กัน
"พวกเรา ทุกคนได้ยินแล้ว!"
น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น "การฝึกสิ้นสุดลงแล้ว! ท่านนายพลมอบสิทธิ์การเปิดฉากยิงให้พวกเราแล้ว!"
วึ่ง——
เหล่านักบินในห้องฝึกทั้งหมดพลันเกิดความโกลาหลขึ้นในพริบตา เจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่ถูกกดทับไว้ตลอดเดือนที่ผ่านมา ได้ระเบิดออกอย่างสมบูรณ์ในวินาทีนี้
"ในที่สุดก็ได้บวกกันสักที!"
"ขีปนาวุธของข้ามันหิวโซจนทนไม่ไหวแล้ว!"
หวังรุ่ยยิ่งตื่นเต้นจนชกฝาครอบเครื่องจำลองเสียงดังปัง
"กัปตัน อย่าพูดมากเลยครับ ออกคำสั่งเถอะ!"
จ้าวเทียนหลันหัวเราะอย่างโอหัง สะบัดมืออย่างแรง
"ทุกคนพร้อม! เป้าหมาย โรงเก็บเครื่องบินหมายเลข 7! ติดตั้งไอ้ตัวใหญ่ที่สุดของพวกเราซะ!" "ออกเดินทาง!" "ไปล่าไอ้พวกระยำนั่นกัน!"
ร่างทั้ง 12 ร่าง ราวกับลูกศร 12 ดอกที่หลุดจากคันศร พุ่งออกจากห้องฝึก ก่อเกิดเป็นพายุกระโชกแรงสายหนึ่ง
ยอดฝีมือน่านฟ้าเมืองตงไห่ที่อึดอัดมาตลอดทั้งเดือน ในที่สุดก็จะได้โฃว์เขี้ยวเล็บที่คมกริบที่สุดออกมาแล้ว
......