เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 305

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 305

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 305


บทที่ 305: ตำแหน่งหลัก

ลูกชิ้นงาทำหน้าบิดเบี้ยว เมื่อมองไปที่เขาและซ่อนใบหน้าอยู่ข้างหลังมือของตัวเอง

ดอกไม้อ้างว้างก็เหมือนเดิม เขาไม่สนใจอะไรเลยสักนิด

ซากุระสั่นศีรษะไปมาอย่างแรงจนศรีษะแทบจะหลุดออกไป

เธอไม่ได้สวยน้อยกว่ามาสเรนเลย แต่เธอขาดความสง่างามแบบผู้หญิงไป หากจะให้พูดคงจะบอกได้ว่าเธอเหมือนสาวทอมมากกว่าหญิงแกร่ง

มูนไลท์กำลังนั่งหลับตาอยู่ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องการที่จะมีส่วนร่วมในเรื่องนี้

ส่วนทางด้านของความฝันที่เหลืออยู่และฮาชิจัง แม้ว่าพวกเธอจะน่ารัก แต่ก็ยังคงไร้เดียงสามาก ถ้าทั้งสองคนได้เป็นหัวหน้า พวกเธอก็จะคงจะพาสมาคมไปเปื้อนโคลนตมแน่

"ฉันไม่เหมาะกับกับการเป็นหัวหน้าเลย" ลูหลี่กล่าวขณะที่เหงื่อของเขาเริ่มไหลออกมา

เขาไม่มีความคิดที่จะเป็นหัวหน้า เพราะเขารู้จักแต่เทคนิคเกี่ยวกับการ PVP และดันเจี้ยนเท่านั้น แต่ดันไม่มีเทคนิคในการเป็นหัวหน้าเลย

"ฉันมีคนหนึ่งที่น่าสนใจ แต่นายต้องเป็นคนเชิญเขามา" พเนจรกล่าวออกมาเพราะไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะให้ลูหลี่เป็นหัวหน้าแต่แรกแล้ว ถึงแม้เขาจะเป็นคนที่สร้างกลุ่มทหารรับจ้างนี้ขึ้นมา แต่เขาก็ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นผู้นำเลยสักนิด

"หรือว่านายจะหมายถึง ... " หัวใจของลูหลี่ก็แทบจะหยุดเต้นลง เมื่อเขาคิดถึงใครบางคนขึ้นมา

"สแควร์รูทสาม ถ้านายสามารถเชิญเขามาได้ ปัญหาทั้งหมดของเราจะถูกแก้ไขให้ดีขึ้น "พเนจรกล่าวอย่างมั่นใจ เขาได้เคารพในตัวของสแควรูทสามเป็นอย่างมาก

"ไม่ใช่ว่าเขาเคยอยู่ในสมาคมสตาร์มูนงั้นเหรอ? ผู้เล่นจากสมาคมคนนั้นก็เหมือนกันทุกคนนี้ "อาเซอร์ซีบรีสกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกรังเกียจ

ลูหลี่และพเนจรไม่สนใจเขาและเริ่มพูดถึงวิธีที่จะชักชวนเขาเข้ามา

สแควรูทสามไม่ใช่คนโง่ พวกเขาไม่ได้มีหรือรู้อะไรเลยสักนิด ดังนั้นทำไมเขาถึงจะต้องมาเข้าร่วมกับพวกเขาด้วย? นอกจากนี้ลูหลี่ยังสร้างโชคร้ายให้แก่สมาคมสตาร์มูนอีกด้วยและเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาล้มเหลวในการเข้าสู่รอบ 100 ทีม ทั้งสองฝ่ายจึงเหมือนกับมีเรื่องไม่ดีต่อกัน

"แล้วเรื่องสโมสรล่ะ?"ลูหลี่ถาม

"สโมสรต้องอยู่ในมือของนาย ผู้เล่นหลักสามคนที่โดดเด่นก็คือ นาย มูนไลท์และมาสเรน แต่สมาชิกคนอื่นๆก็จะอยู่กับสโมสรด้วยเช่นกัน คิดยังไงกับเรื่องนี้?""

พเนจรไม่ได้คิดที่จะเสียสละทั้งหมดจริงๆ ถ้าพวกเขาติดตามลูหลี่และกลายเป็นสมาชิกของสโมสร พวกเขายังสามารถได้รับสิทธิประโยชน์จากการที่เขาเป็นผู้นำได้อยู่ แม้ว่าสมาคมจะเติบโตมากขึ้นในอนาคต แต่ก็ไม่มีทางใดเลยที่สมาชิกคนอื่นๆจะสามารถตามทันพวกเขาได้

"โอ้ใช่แล้ว เห็นได้เลยว่าตอนนี้เรากำลังจะเริ่มต้นมันด้วยตัวของพวกเราเอง ว่าแต่เราจะแบ่งหุ้นกันยังไงดี?"

โดยปกติแล้ว บริษัทที่เป็นผู้สนับสนุนมักจะต้องถามคำถามนี้ออกมาและหุ้นที่ต้องแบ่งกันแน่นอนว่าต้องมีมากกว่าหนึ่ง ยังไงก็ตาม ลูหลี่ยังคงถามออกไปอยู่ดี แม้ว่าเขาจะเข้าใจมันเพียงเล็กน้อย

ทุกคนมีสิทธิที่จะถือหุ้นด้วยงั้นเหรอ?

พวกเขาพอใจกับตำแหน่งที่สูงและเงินเดือนที่สูงมากพออยู่แล้ว พวกเขาไม่คิดเลยว่าลูหลี่จะเอ่ยปากให้หุ้นพวกเขา

ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่กลุ่มทหารรับจ้างซินซินได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาโดยเขา ดันเจี้ยนที่ถูกเคลียร์เป็นครั้งแรกก็มีเขาที่เป็นคนสั่งการและกลุ่มเล็กๆที่อยู่รอดจนถึงรอบ 16 ทีมในการแข่งขันถ้วยเงาก็เพราะความเป็นผู้นำของเขา

ใครจะรู้ได้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้ไหมหากไม่มีลูหลี่อยู่

ถ้าลูหลี่พบกลุ่มผู้เล่นคนอื่นแทนพวกเขา เขาก็คงจะพยายามช่วยคนอื่นเช่นเดียวกัน

"นายแน่ใจงั้นเหรอ? พวกมันทั้งหมดควรเป็นของนายนะ "พเนจรไม่ได้รู้สึกว่าสมาชิกของกลุ่มทหารรับจ้างซินซินสมควรที่ได้รับมัน แต่เขาก็ไม่ได้เต็มใจที่จะปฏิเสธข้อเสนอนี้ออกไป

ไม่มีใครที่ไม่อยากประสบความสำเร็จมากขึ้นหรืออยากที่จะทำงานเพื่อคนอื่นหรอก

"แบ่งมันไปเถอะ มันไม่มีความหมาย ถ้าฉันได้รับมันไปทั้งหมด ส่วนสำหรับคนทั้งสิบคน ... " ก่อนที่ลูหลี่จะได้กล่าวต่อ พเนจรก็ได้กล่าวขัดขึ้นมา

"อย่าใช้หลักความเสมอภาคของนายในที่นี้เด็ดขาด" พเนจรกล่าวอย่างด้วยเสียงแหบพร่า

ในอดีต ไม่มีใครเคยประสบความสำเร็จจากความเสมอภาค หากพวกเขาต้องการบรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริง พวกเขาไม่สามารถที่จะใช้หลักการเหล่านี้เพื่อที่จะให้ได้ผลกำไรเพียงเล็กน้อยได้ แม้มันจะเป็นเรื่องจรรยาบรรณก็ตาม

"งั้นนายควรตัดสินใจ" ลูหลี่ไม่รู้ว่าเขาควรจะกล่าวออกไปหรือให้พเนจรพูดต่อดี

เพราะเขานั้นได้เกิดมาจากส่วนล่างของสังคมที่ต่ำที่สุด สิ่งที่เขาเห็นชอบก็คือความเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นความเป็นธรรมทางสังคมหรือความเป็นธรรมในความมั่งคั่ง ความคิดที่อ่อนแอและอุดมคตินี้ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตประจำวันของเขา

อย่างไรก็ตาม ด้วยเรื่องแค่นี้มันไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นคนโง่

ในชีวิตที่ผ่านมาของเขา เขาไม่มีเพื่อนและอยู่ตัวคนเดียวด้วย

เช่นนี้แล้ว เขาจึงชอบทั้งความรักความสัมพันธ์ที่เขามีอยู่ในชีวิตปัจจุบันนี้ของเขา เขายินดีที่จะใจกว้างมากขึ้น เพราะมันไม่ส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ของการทำเงินของเขาเลยสักนิดเดียว

ซึ่งลูหลี่นั้นไม่ได้คิดเกี่ยวกับความสำเร็จของเขาในเกมนั้นมากมายแค่ไหนเลย

อย่างไรก็ตามการ พเนจรนั้นรู้ดีว่าในอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก หลังจากที่ใช้เวลาคำนวณสักระยะหนึ่ง เขาก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า "กลุ่มทหารรับจ้างเป็นของนาย นายต้องเอาหุ้นไปทั้งหมด 80% และส่วนที่เหลือ ... "

"แค่ครึ่งหนึ่งเถอะ ฉันจะเอาไปแค่ครึ่งเดียว "ลูหลี่ปฏิเสธพร้อมส่ายหน้า

เขารู้สึกเหมือนว่าเขาไม่สมควรที่จะได้มันเลย เขาไม่สามารถที่จะเก็บไว้ 80% และทิ้ง 20% ที่เหลือให้คนอื่นได้เลย

"แล้วถ้าเป็น 60% ละ"

พเนจรนับถือในความเอื้อเฟือของลูหลี่ แต่เขาไม่ใช่คนช่างเสียสละเหมือนกับลูหลี่เลยสักนิด ถ้าบอสของเขาเต็มใจที่จะให้ เขาก็เต็มใจที่จะรับมันมา

ในตอนนี้ หุ้น 60% ได้ถูกตัดสินแล้วว่าใครจะได้ไป

บริษัทใหญ่ๆส่วนใหญ่มักจะถูกควบคุมโดยผู้ที่ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนที่น้อยกว่า 10% แต่นั้นมักจะเป็นเหตุการณ์หลังจากที่กระจายหุ้นกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้ที่ลูหลี่ถือหุ้นอยู่ 60% ซึ่งไม่มีใครที่จะสามารถท้าทายอำนาจของเขาได้

ทั้งสองคนคุยกันไปเรื่อยๆว่าจะแบ่งหุ้นที่เหลือออกไปอย่างไร คนอื่นๆไม่สนใจมากนักในเรื่องนี้เพราะขี้เกียจที่จะคิดเกี่ยวกับมัน คงจะมีเฉพาะลูกชิ้นงาคนเดียวที่รู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อยและมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

ซึ่งแม้แต่ตอนนี้ มูนไลท์นั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรเลยสักนิด

ความฝันที่เหลืออยู่ในตอนนี้ได้นอนหลับลงไปแล้วและฮาชิจังก็ได้นอนหลับอยู่บนอ้อมแขนของเธอเช่นกัน

บรรดาคนที่ยังคงสนใจอยู่ คงจะมีแต่เพียงสมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างซินซินที่ชอบเงินจริงๆ ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ถามอะไรฟุ่มเฟือยออกไป

"นายเอาไป 60%" พเนจรได้กล่าวด้วยความตึงเครียดอีกครั้ง "ส่วนอาเซอร์ซีบรีสและฉันจะเอาไป 5% ... "

"ทำไมต้องแบ่งกันระหว่างฉันกับนายด้วย? แล้วเราจะแบ่งส่วน 5% ได้ยังไง?" อาเซอร์ซีบรีสกล่าวด้วยความรู้สึกไม่พอใจ

"ฉันจะเอาไป 4% ส่วนนายเอาไปแค่ 1% ไม่ต้องถามด้วยว่าทำไม เพราะฉันมีสมองมากกว่านาย ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่านายอยู่ที่นี่ก่อนหน้าฉัน นายคงจะไม่ได้รับแม้แต่ 1% "พเนจรตอบกลับไปด้วยความรู้สึกรังเกียจ

อาเซอร์ซีบรีสเริ่มรู้สึกมีน้ำโห

ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เขาคำนวณจริงๆแล้ว เขาจะให้ตัวเอง 2% และให้อาเซอร์ซีบรีสไป 3% แต่มันก็เป็นเรื่องของพวกเขาสองคนน่ะนะ

"มาสเรนและดอกไม้อ้างว้างจะแบ่งกัน 5% ส่วนซากุระ ลูกชิ้น ฮาชิและความฝันจะมีคนละ 2% มูนไลท์นายจะได้ไป 5% และนายไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิเสธด้วย "

"เรากำลังจะสร้างข้อตกลงกัน ส่วนที่เหลืออีก 17% จะมอบให้แก่สมาชิกในอนาคตของกลุ่ม แล้วเราควรให้สแควรูทสามมากแค่ไหนดี?"

มาสเรนและอาเซอร์ซีบรีสทั้งสองคนได้รับคนละ 3% เนื่องจากพวกเขาต่างส่วนร่วมในกลุ่มมาก อีกทั้งมาสเรนยังอยู่ในการแข่งขันอีกด้วย ส่วนมูนไลท์เอาไป 5% เนื่องจากคุณค่าที่เขาเป็นถึงผู้เล่นระดับสตาร์

ตามมาตรฐานของสโมสรปกตินั้น คนที่ลงแข่งขันหลักๆและหัวหน้าสมาคมจะได้รับเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้น

"พวกเราแค่ให้เขา 5% พอและปล่อยให้หัวหน้าสมาคมเป็นเขา" ลูหลี่ตัดสินใจ

ในอุตสาหกรรมเกมปัจจุบัน หัวหน้าสมาคมนั้นต้องทำทุกบทบาทในการดูแลสมาคม ซึ่งหัวหน้าสมาคมส่วนใหญ่ไม่ได้ถือหุ้นอะไรเลย

แน่นอนว่าสแควรูทสามนั้นมีส่วนร่วมในการสร้างสมาคมสตาร์มูน ดังนั้นเขาจึงต้องมีอิทธิพลมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามสมาคมสตาร์มูนและกลุ่มทหารรับจ้างไม่เหมือนกันในแง่ของอำนาจ

ด้วยเหตุนี้การถือครองหุ้นในอัตราร้อยละ 5 สำหรับบทบาทของการบริหารจัดการสมาคมจึงค่อนข้างเป็นธรรม

แม้ว่าคนอื่นๆจะไม่สนใจ แต่พเนจรก็รุ้สึกเหมือนกับว่าลูหลี่เป็นคนที่ใจกว้างเกินไป อย่างไรก็ตามถ้าลูหลี่ยอมปล่อยหุ้นพวกนั้นไป เขาก็ไม่สนใจ สิ่งที่เขาคิดได้ก็คือ พวกเขาจะสามารถโน้มน้าวสแควรูทสามได้อย่างไร

และเขายังต้องเริ่มต้นทำงานส่วนของตัวเองด้วยในขณะที่เขาเอาเงินไป

ส่วนที่เหลืออีก 12% นั้นจะใช้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือการระดมทุนอะไรบางอย่าง

ปัจจุบันหุ้นเหล่านี้เป็นจำนวนที่มากพอควร แม้ว่าหลังจากที่แยกรายได้จากค่าตั๋วแล้ว ยังมีเหลืออีกหลายร้อยหลายพันเหรียญดอลลาร์

หลังจากที่ลูหลี่ใช้เวลากับเรื่องนี้ไปสักพัก ทุกคนก็ได้รับเงินคนละเกือบ 10,000 เหรียญดอลลาร์

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง กำไรสุทธิของสโมสรสวรรค์ชั้นเจ็ดสำหรับแต่ละฤดูกาลแข่งขันได้เงินไปมากกว่า 10 ล้านเหรียญดอลลาร์ จำนวนนี้ดูน่าประทับใจมาก แม้ว่าจะลดลงไปบ้างก็ตาม

เงินเดือนของผู้ที่เพิ่งจะเรียนจบทางฝั่งของชนชั้นสูงทางสังคมนั้นน้อยมากเมื่อต้องเทียบกับเงิน 1 ล้านเหรียญดอลลาร์ต่อปี

ในช่วงเย็นวันนี้มีเพียงพเนจรและลูหลี่ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมครั้งนี้เท่านั้น

ในโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง กลุ่มทหารรับจ้างซินซินกำลังวางแผนถึงโครงสร้างสมาคมในอนาคตของตนและทิศทางการพัฒนาของพวกเขา

จบบทที่ จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 305

คัดลอกลิงก์แล้ว