- หน้าแรก
- กะจะเทเกมให้ตายไวๆ ไหงกลายเป็นเทพซะได้
- บทที่ 100 วังใต้ดินหลับใหล 27
บทที่ 100 วังใต้ดินหลับใหล 27
บทที่ 100 วังใต้ดินหลับใหล 27
บทที่ 100 วังใต้ดินหลับใหล 27
"พวกนายเห็นอะไรกัน?" ชายสวมเสื้อคอเต่าสีดำคนนั้นมองไม่เห็น แต่สามารถสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของชายสวมสูทข้างกายที่สูดลมหายใจเข้าลึก จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถาม
"...โลงศพโลงหนึ่ง ใหญ่โตมาก กะด้วยสายตาความยาวน่าจะประมาณสามถึงสี่เมตร ดูเหมือนว่าคนที่นอนอยู่ข้างในนี้ก็คือเจ้าของวังใต้ดินแห่งนี้แล้ว"
ชายสวมเสื้อคอเต่าสีดำคนนั้นขมวดคิ้ว ครุ่นคิดในใจว่า ตามสถานการณ์ปกติแล้ว ขนาดของโลงศพจะถูกสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษตามปัจจัยต่างๆ เช่น ส่วนสูงและน้ำหนักของเจ้าของสุสาน โลงศพนี้ใหญ่ขนาดนี้... ตกลงแล้วข้างในบรรจุสัตว์ประหลาดแบบไหนเอาไว้กันแน่?
เขาไม่ได้พูดสิ่งที่ตัวเองรู้ออกมา เพียงแต่ถามต่อว่า: "หมดแล้วเหรอ ที่นี่มีแค่โลงศพโลงเดียวเหรอ?"
"ด้านข้างยังมีร่องน้ำที่ค่อนข้างกว้างล้อมรอบโลงศพไว้หนึ่งรอบ น่าจะเอาไว้ป้องกันคนมาขุดสุสาน รอบๆ ยังมีเงินทองอยู่นิดหน่อย ส่วนอย่างอื่น... ภายในห้องลับแห่งนี้ไม่มีอะไรแล้วจริงๆ" ชายสวมสูทที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าว
ตามมุมรอบๆ ยังคงมีเพชรนิลจินดาและเงินทองทั้งที่ใส่เป็นหีบๆ และที่ตกหล่นกระจัดกระจายกองพะเนินอยู่มากมาย ทว่าในฐานะผู้เล่น แม้ทรัพย์สมบัติเหล่านี้จะดูมีค่าควรเมือง แต่ในความเป็นจริงกลับไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง จะใช้จ่ายก็ไม่ได้ จะพกติดตัวก็เอาไปไม่ได้ ไม่ต่างอะไรกับก้อนหิน ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่มีใครใส่ใจเลย ไม่มีผู้เล่นคนไหนจะมาให้ความสนใจกับของพวกนี้หรอก
แต่ลั่วเยว่เจี้ยนกลับให้ความสนใจ
เกมนี้ทำออกมาได้สมจริงในทุกๆ ด้านราวกับเป็นโลกแห่งความเป็นจริง ทองพวกนี้ล้วนเป็นทองคำแท้เงินแท้ทั้งนั้น! แม่งเอ๊ยแบบนี้ใครเห็นแล้วจะไม่น้ำลายสอได้ล่ะ?
ตอนนี้ลั่วเยว่เจี้ยนพอจะเข้าใจแล้ว หลังคาทรงโดมด้านนอกที่สร้างขึ้นจากไข่มุกราตรีเมื่อนำมาเทียบกับของล้ำค่าที่เก็บรักษาไว้ในห้องลับแห่งนี้ ก็ดูจืดชืดไปเลย
โจรขุดสุสานต้องดีใจจนเนื้อเต้นแน่ๆ...
แม้จะบอกว่าเงินทองและเครื่องประดับในเกมเป็นสิ่งที่เอามาไม่ได้ตอนเกิดและเอาไปไม่ได้ตอนตายจริงๆ แต่เธอแค่ขอดูให้เป็นบุญตาหน่อยมันก็ไม่ได้ผิดอะไรใช่ไหมล่ะ?
อย่างที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ คนอย่างลั่วเยว่เจี้ยนเวลาที่ไม่ได้ตั้งใจจดจ่อ การมีตัวตนของเธอก็จะดูเบาบางมาก
ก่อนหน้านี้ชายสวมสูทและชายสวมเสื้อคอเต่าสีดำคนนั้นเอาแต่จ้องมองลั่วเยว่เจี้ยนอยู่ตลอดเพราะความระแวดระวัง ตอนนี้พอมาเจอความยากลำบากใหม่ ความสนใจของพวกเขาทั้งสองคนก็ถูกเบี่ยงเบนไปชั่วคราว
ชายสวมเสื้อคอเต่าสีดำคนนั้นหลับตา คราบเลือดบนใบหน้าถูกเสื้อคอเต่าสีดำของเขาเช็ดออกไปจนหมด ตอนนี้จึงไม่ได้ดูทุลักทุเลเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
เขาครุ่นคิดพลางกล่าวว่า: "ดูเหมือนคงต้องไปดูที่โลงศพนั่นซะแล้ว บางทีดอกบัวพันกลีบอาจจะอยู่ในโลงศพนั่นก็ได้"
ในห้องลับแห่งนี้ สิ่งที่สะดุดตาที่สุดย่อมต้องเป็นโลงศพโลงนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าอยากจะข้ามไป ร่องน้ำที่กว้างกว่าสามเมตรตรงกลางนั้นยังคงเป็นปัญหาที่รับมือได้ยาก
ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะว่ายข้ามไปหรืออะไรทำนองนั้นไม่ได้ เพียงแต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า ในร่องน้ำนี้จะต้องมีอันตรายอย่างแน่นอน ในเมื่อมันถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นปราการปกป้องโลงศพที่อยู่ตรงกลาง ถ้าไม่มีอันตรายอะไรเลยสิถึงจะแปลก
สภาพน้ำในร่องน้ำนี้ดูขุ่นมัวเล็กน้อย ราวกับเป็นแอ่งน้ำนิ่ง ไม่สามารถมองเห็นก้นบึ้งได้เลยแม้แต่น้อย ยิ่งยากที่จะประเมินความลึกของมัน ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาไม่มีทางเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด
ชายสวมสูทพยักหน้า หยิบไข่มุกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสองเซนติเมตรขึ้นมาจากพื้นข้างๆ อย่างลวกๆ แล้วโยนลงไปในร่องน้ำ
ได้ยินเพียงเสียง "จ๋อม" ไข่มุกตกกระทบผิวน้ำ นอกเหนือจากน้ำที่กระเซ็นขึ้นมาเล็กน้อยแล้วก็ไม่มีความเปลี่ยนแปลงอื่นใดอีก
"ดูเหมือนจะไม่มีสิ่งมีชีวิตนะ" ชายสวมสูทวิเคราะห์อย่างใจเย็น
"ถ้าไม่มีสิ่งมีชีวิตก็จัดการง่ายขึ้นเยอะ พวกเราแค่ต้องรับประกันว่าตัวเองจะไม่สัมผัสโดนผิวน้ำ ก็น่าจะไม่เจออันตรายอะไรแล้ว"
ร่องน้ำที่กว้างกว่าสามเมตร การจะกระโดดข้ามไปในรวดเดียวแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น พวกเขายังคงต้องหาวิธีอื่น...
ชายสวมสูทคิดเช่นนี้ สายตาของเขาก็ค่อยๆ กวาดมองไปทั่วห้องลับ ทันใดนั้น สายตาของเขาก็หยุดนิ่งอยู่ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งอย่างกะทันหัน
ลั่วเยว่เจี้ยนกำลังชูหีบไม้ใบหนึ่งขึ้นมาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
หีบไม้?
ดวงตาของชายสวมสูทเป็นประกายขึ้นมาทันที
ใช่แล้ว! หีบไม้! เป็นที่รู้กันดีว่าความหนาแน่นของไม้ส่วนใหญ่ล้วนน้อยกว่าน้ำ นั่นหมายความว่าพวกมันสามารถลอยอยู่บนผิวน้ำได้อย่างง่ายดาย
ถ้านำหีบไม้ไปวางไว้บนผิวน้ำ มันก็เท่ากับเป็นแผ่นกระดานเหยียบที่สามารถใช้ข้ามน้ำไปได้อย่างง่ายดายไม่ใช่เหรอ?
เสียงอุทานด้วยความประหลาดใจของชายสวมสูทถูกชายสวมเสื้อคอเต่าสีดำคนนั้นจับสังเกตได้ เขาขมวดคิ้ว "เกิดอะไรขึ้น?"
"เธอหาหีบไม้เจอแล้ว" ชายสวมสูทถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
ชายสวมเสื้อคอเต่าสีดำคนนั้นตระหนักถึงประโยชน์ของหีบไม้นี้ได้ในทันที ชัดเจนว่า ในขณะที่พวกเขายังคงสังเกตสถานการณ์ของร่องน้ำ และมัวแต่ปวดหัวว่าจะข้ามน้ำไปได้ยังไง ลั่วเยว่เจี้ยนก็หาวิธีข้ามไปได้ตั้งนานแล้ว
อารมณ์ของทั้งสองคนเริ่มหนักอึ้งขึ้นมาบ้าง
แม้ว่าพวกเขาจะรู้มาตั้งนานแล้วว่าลั่วเยว่เจี้ยนมีความแข็งแกร่งมาก แต่การที่ต้องถูกเธอข่มจนมิดทุกครั้ง รสชาติแบบนี้มันไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลยจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาทั้งสองคนต่างก็มีความคิดเป็นปฏิปักษ์กับลั่วเยว่เจี้ยน พอเห็นศัตรูแข็งแกร่งขนาดนี้ ภายในใจของพวกเขาย่อมต้องรู้สึกกระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้นเป็นธรรมดา
"เธอเก่งกาจเกินไปแล้วจริงๆ" ชายสวมเสื้อคอเต่าสีดำคนนั้นถอนหายใจเบาๆ ในน้ำเสียงเผยให้เห็นถึงความหวั่นเกรงที่มีต่อลั่วเยว่เจี้ยน
ราวกับตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง ชายสวมสูทหรี่ตาลงเล็กน้อย มือไปสัมผัสโดนมือของชายสวมเสื้อคอเต่าสีดำคนนั้นอย่างไม่ตั้งใจ จากนั้นก็ใช้นิ้วเขียนข้อความลงบนฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วสองสามขีด
ชายสวมเสื้อคอเต่าสีดำคนนั้นพยักหน้ารับอย่างยากที่จะสังเกตเห็นได้
ขณะนี้ผู้ชมในห้องไลฟ์สด:
[เชี่ยเอ๊ย ไอ้สองคนนี้คิดจะทำอะไรเนี่ย?]
[รู้สึกว่าไม่ประสงค์ดีเลยแฮะ... ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกแล้วว่าสองคนนี้มีปัญหา ดูมีพิรุธชอบกล]
[พวกเขากำลังคิดจะลงมือกับเทพเยว่หรือเปล่า? พระเจ้าช่วย เทพเยว่ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจพวกเขาสองคนเลยสักนิด คงไม่ใช่ว่าจะตกม้าตายตอนจบหรอกนะ?]
[ฮ่าๆๆๆ เทพเยว่หลอกพวกเขาสองคนมาตั้งหลายรอบ ถ้าฉันเป็นพวกเขาก็ต้องผูกใจเจ็บแน่นอน]
[เป็นห่วงนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ห่วงขนาดนั้น ด้วยความแข็งแกร่งของเทพเยว่ รู้สึกว่าไอ้สองตัวนั้นจะทำอะไรก็คงไม่มีผลกระทบกับเธอหรอก]
[ขอร้องเถอะลูกพี่ การลอบโจมตีจากด้านหลังกับการบุกโจมตีซึ่งหน้ามันจะเหมือนกันได้ยังไง? ถ้าเกิดเทพเยว่พลาดท่าไปโดยไม่ทันระวังตัวจริงๆ จะทำยังไง?]
[จะให้ทำยังไงได้ล่ะ? นายยังจะไปเตือนเธอได้หรือไง? หึๆ รอระวังผลลัพธ์เถอะ ฉันว่าไอ้เด็กสองคนนี้กำลังจะลงมือแล้ว]
[นั่งรอเทพเยว่สวนกลับพลิกเกมอยู่กับที่~]
......
ลั่วเยว่เจี้ยนไม่ได้สังเกตเห็นการส่งซิกกันทางสายตาของคนทั้งสองที่อยู่ด้านหลังเลยแม้แต่น้อย ขณะนี้เธอกำลังจ้องมองหีบไม้ใบนั้น ตอนนี้เธอพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมีคนยอมซื้อกล่องใส่ไข่มุกแต่คืนไข่มุกให้คนขาย ลวดลายที่สลักอยู่บนหีบสมบัตินี้มันราวกับเป็นงานศิลปะชั้นยอดเลยทีเดียว! ที่สำคัญกว่านั้นคือ บนนั้นยังประดับด้วยอัญมณีจำนวนไม่น้อย
ในบรรดาอัญมณีเหล่านั้นมีเม็ดหนึ่งที่มีขนาดเกือบเท่าครึ่งฝ่ามือ รอยตัดเรียบเนียนไร้ที่ติ ดูเหมือนกระจกบานเล็กๆ ไม่มีผิด
อยากแงะออกมาจัง...
คิดปุ๊บก็ทำปั๊บ! ลั่วเยว่เจี้ยนเพิ่งจะเอาอัญมณีที่แงะออกมาได้ยัดใส่กระเป๋าเสื้อ ด้านหลังก็มีเสียงแสดงความนับถือของชายสวมสูทดังขึ้น: "คุณช่างเก่งกาจเกินไปแล้วจริงๆ คิดใช้หีบไม้ข้ามแม่น้ำได้เร็วขนาดนี้"
ลั่วเยว่เจี้ยน: ?
หีบไม้อะไร? ข้ามแม่น้ำอะไร?