เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 วังใต้ดินหลับใหล 7

บทที่ 80 วังใต้ดินหลับใหล 7

บทที่ 80 วังใต้ดินหลับใหล 7


บทที่ 80 วังใต้ดินหลับใหล 7

ชั่วพริบตานั้น เห็นเพียงสิ่งมีชีวิตสีดำทมิฬที่มีรูปร่างคล้ายทารกตัวนี้ ราวกับถูกไฟบรรลัยกัลป์โหมกระหน่ำเผาผลาญ เริ่มจากส่วนหัว ทุกส่วนของร่างกายถูกเผาเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา กลายเป็นกลุ่มควันสีดำลอยฟุ้งไปตามลม

ความเจ็บปวดนี้ชัดเจนว่าไม่อาจบรรยายได้ด้วยคำพูด ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตสีดำทมิฬบิดเบี้ยว สีหน้าดุร้ายน่ากลัวถึงขีดสุด ดูเหมือนกำลังแบกรับความทรมานที่ไม่อาจจินตนาการได้

ราวกับรู้ตัวว่าตนคงไม่มีทางรอดชีวิตแน่แล้ว นัยน์ตาสีดำสนิทที่ไร้ตาขาวคู่นั้นฉายแววอาฆาตแค้นวูบหนึ่ง ทันใดนั้นความเร็วก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ใช้แขนขาทั้งสี่ตะเกียกตะกายคลานเข้าหาลั่วเยว่เจี้ยนอย่างไม่คิดชีวิต

เห็นได้ชัดว่ามันตั้งใจจะตายตกไปตามกันกับลั่วเยว่เจี้ยน!

ผู้ชมในห้องไลฟ์สดมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทว่าลั่วเยว่เจี้ยนกลับไม่มีฟังก์ชันการมองเห็นในที่มืด

ซึ่งก็หมายความว่า จริงๆ แล้วเธอไม่รู้เลยว่าสถานการณ์รอบตัวเป็นอย่างไรกันแน่

เธอก็ยังคงพยายามมองหาสิ่งที่ส่งเสียงผู้หญิงเมื่อครู่นี้ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งมีชีวิตตัวนั้นจริงๆ แล้วได้เข้ามาใกล้เธอมากแล้ว แถมยังตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะลากเธอไปตายด้วยกัน

ลั่วเยว่เจี้ยนมองดูทางเดินที่ว่างเปล่า ในใจรู้สึกงุนงงอย่างมาก ไม่สิ คนล่ะ? ไม่ถูก ผีล่ะ? ทำไมหาไม่เจอแม้แต่ร่องรอย?

เมื่อกี้ยังล่อลวงเธออยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมบทจะหายก็หายไปเลยล่ะ...?

ลั่วเยว่เจี้ยนรู้สึกหงุดหงิดใจจริงๆ นี่มันสมเหตุสมผลเหรอ? คนเป็นๆ อย่างเธออุตส่าห์ลำบากตามหาผี แต่ผลลัพธ์คือเจ้าผีนั่นกลับไปแอบซ่อนตัวซะงั้น?

เธอบ่นกระปอดกระแปดในใจ แต่ก็ยังต้องหาต่อไป เพราะยังไงนี่ก็เป็นโอกาสที่หาได้ยาก เธอชูตะเกียงในมือให้สูงขึ้นอีกหน่อย อยากให้แสงของตะเกียงน้ำมันส่องไปได้ไกลขึ้น

แต่ทว่าจังหวะที่ยกขึ้นนี้เอง แสงไฟที่ไหววูบก็ส่องกระทบเข้ากับสัตว์ประหลาดสีดำทมิฬที่กำลังพุ่งเข้าใส่ลั่วเยว่เจี้ยนพอดี

ได้ยินเพียงเสียงดัง "พรึ่บ" เบาๆ สิ่งมีชีวิตประหลาดสีดำทมิฬตัวนั้นก็ราวกับกระดาษที่ถูกจุดไฟ ถูกเผาเป็นเถ้าถ่านกองหนึ่งในชั่วพริบตา แม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังไม่ทันได้เปล่งออกมา มันก็หายไปจากโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์ ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน

ขณะนี้ผู้ชมในห้องไลฟ์สดก็เดือดพล่านขึ้นมาแล้วเช่นกัน

[เชี่ย โคตรเทพ!]

[คำเดียวเลยว่าโชว์เทพ ขอบอกแค่ครั้งเดียวนะ!]

[เหยด งั้นตะเกียงดวงนั้นก็คืออาวุธลับที่เทพเยว่ใช้ต่อกรกับสัตว์ประหลาดเหรอ? แต่เทพเยว่รู้ได้ยังไงว่าตะเกียงนั่นมีประโยชน์?]

[ฉันเดาว่าเป็นเพราะตอนแรกสุด ตอนนั้นประตูบานนั้นเป็นประตูสัมฤทธิ์ แล้วสัตว์ประหลาดตัวนั้นเอาแต่ป้วนเปี้ยนโจมตีเทพเยว่อยู่นอกประตูสัมฤทธิ์ แต่พอเทพเยว่เข้าไปใกล้ประตูสัมฤทธิ์ สัตว์ประหลาดตัวนั้นก็หายตัวไป]

[ฉันเข้าใจแล้ว! ฐานของตะเกียงน้ำมันดวงนั้นก็ทำจากสัมฤทธิ์เหมือนกัน!]

[สุดยอด ถึงบางอ้อเลย! ตอนนั้นฉันก็คิดอยู่ว่าทำไมสัตว์ประหลาดตัวนั้นถึงไม่โจมตีเทพเยว่ต่อ นึกไม่ถึงว่ารายละเอียดเล็กๆ แค่นี้เทพเยว่ก็ยังสังเกตเห็น!]

[แม่ง ผู้หญิงคนนี้เก็บรายละเอียดเนียนกริบ ยอมใจเลย]

[หรือจะบอกว่าชั่วพริบตาที่เทพเยว่เห็นตะเกียงน้ำมันสัมฤทธิ์ดวงนั้น ก็ตระหนักได้เลยว่าในทางเดินอาจจะมีสัตว์ประหลาดแบบข้างนอกอยู่? ยิ่งคิดยิ่งหลอนแฮะ!]

[ถึงได้บอกไง เทพเยว่คนนี้ พวกเราเห็นแค่การกระทำเบื้องหน้าของเธอ แต่จริงๆ แล้วเธอคิดข้ามช็อตไปไกลแล้ว]

[ฉันต้องยอมรับเลย ช็อตนี้เทพเยว่อยู่บนชั้นบรรยากาศ]

[งั้นฉันก็อยู่ห้องใต้ดิน...]

[งั้นฉันก็อยู่ห้องใต้ดินชั้นสิบแปด...]

[อันนั้นของแกเขาเรียกว่านรกขุมที่สิบแปดเว้ย]

......

สัตว์ประหลาดสีดำทมิฬถูกเผาเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา ลั่วเยว่เจี้ยนเพียงแค่รู้สึกว่าด้านบนเหมือนจะมีเสียง "ฟึ่บ" เบาๆ ดังขึ้น

เธอเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย กวาดสายตามองไปรอบๆ ทว่ากลับไม่พบความผิดปกติใดๆ จึงไม่ได้ใส่ใจนัก คิดเสียว่าตัวเองหูแว่วไปเอง แล้วก้าวเท้าเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางแห่งการตามหา "ผี"

เนื่องจากทางเดินทั้งสายปกคลุมไปด้วยความมืดมิดจนมองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง ลั่วเยว่เจี้ยนจึงทำได้เพียงคลำผนังเดินหน้าไปอย่างระมัดระวัง เวลาผ่านไปทีละวินาที เธอเองก็ไม่รู้ว่าเดินมานานแค่ไหนแล้ว ความรู้สึกหงุดหงิดในใจค่อยๆ พลุ่งพล่านขึ้นมา คิดในใจว่าเจ้าผีนั่นหายไปไหนกันแน่? ชัดเจนว่าเมื่อกี้ฟังจากเสียงมันมาทางนี้นี่นา

เธออดบ่นออกมาประโยคหนึ่งไม่ได้: "ยังไม่ออกมาอีก?"

เสียงผู้ชายทุ้มต่ำดังขึ้นแผ่วเบาจากด้านหลังของเธอ: "เธอรู้ตัวว่าผมอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"

เชี่ยเอ๊ย! ลั่วเยว่เจี้ยนตกใจสะดุ้ง หันขวับกลับไปทันที ก็เห็นชายสวมสูทกลัดกุหลาบกำลังยืนอยู่ด้านหลังเธอ

ดวงตาของชายสวมสูทหรี่ลงเล็กน้อย แผ่กลิ่นอายดำมืดที่ยากจะบรรยายออกมา แตกต่างจากท่าทางกะล่อนก่อนหน้านี้ราวกับเป็นคนละคน เขายืนอยู่ในความมืด ร่างกายผลุบโผล่ ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดและกดดัน

ลั่วเยว่เจี้ยนตกใจจริงๆ ในใจคิดว่าหมอนี่มาโผล่ข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมไม่มีเสียงอะไรเลย?

อีกอย่าง หมอนี่แอบตามหลังเธอมาตลอดคิดจะทำอะไร? คงไม่ใช่ว่าคิดจะลงมือจัดการเก็บเธอหรอกนะ?

งั้นนายก็รีบบอกสิ! รีบบอกเธอให้ความร่วมมือแน่นอน!

เมื่อเห็นลั่วเยว่เจี้ยนไม่พูดอะไรสักคำ มุมปากของชายสวมสูทกลัดกุหลาบก็ยกยิ้มที่ยากจะคาดเดาขึ้นมาทันที ราวกับว่าเขามองทะลุความคิดทั้งหมดในใจของลั่วเยว่เจี้ยนแล้ว

"ดูเหมือนเธอจะรู้แผนการของผมมานานแล้วสินะ"

ลั่วเยว่เจี้ยน: ......?

ชายสวมสูทกลัดกุหลาบดูเหมือนจะมองลั่วเยว่เจี้ยนอย่างทะลุปรุโปร่ง พูดอย่างมั่นใจว่า: "เธอก็มีเป้าหมายเดียวกับผม ใช่ไหมล่ะ? จงใจแยกตัวจากทีมตามหลังผมมา ก็เพื่อให้ผู้เล่นสองคนนั้นฆ่ากันเอง ผมพูดถูกไหม?"

ลั่วเยว่เจี้ยน: ......?

ตัวอักษรพวกนี้เธอเหมือนจะรู้จักหมด แต่ทำไมพอเอามารวมกันแล้วเธอฟังไม่รู้เรื่องล่ะ? ฆ่ากันเองหมายความว่าไง? เป้าหมายอะไร? ทำไมเธอต้องอยากให้ผู้เล่นคนอื่นฆ่ากันเองด้วย?

ถึงเธอจะตั้งใจแยกตัวออกจากทีมจริงๆ แต่เป้าหมายของเธอคือกลับไปดูว่าชายสวมสูทหายไปได้ยังไง แล้วค่อยดูว่าตัวเองจะฉวยโอกาสไปแจกแต้มได้ไหม

ทำไมชายสวมสูทคนนี้ถึงพูดเหมือนเธอเป็นตัวร้ายจอมเจ้าเล่ห์ไปได้ล่ะ? แม่ง หมอนี่ต่างหากที่เจ้าเล่ห์เพทุบายตัวจริงเสียงจริงไม่ใช่เหรอ?

ความเงียบของลั่วเยว่เจี้ยน ในสายตาของชายสวมสูทกลัดกุหลาบกลับดูเหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ เขายิ้มอย่างรู้ทัน "ในเมื่อเป้าหมายของเราเหมือนกัน งั้นมาจับมือกันชั่วคราว ดีไหม?"

"จับมืออะไร?" ลั่วเยว่เจี้ยนไม่เข้าใจว่าทำไมชายสวมสูทถึงคิดว่าเธอมีจุดประสงค์แอบแฝง เลยจำต้องถามตามน้ำไป

"ง่ายมาก เราสองคนร่วมมือกันหลอกผู้เล่นอีกสองคนไปตายก่อน ที่เหลือพวกเราก็วัดกันที่ฝีมือ เป็นไง?"

ชายสวมสูทกลัดกุหลาบค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง ในฐานะผู้เล่นเก่าที่ผ่านเกมมาแล้วสองรอบ แถมยังได้ MVP ในรอบที่สอง ฝีมือของเขาย่อมแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย

ส่วนเด็กสาวผมขาวตรงหน้าแม้จะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ผู้หญิงบอบบางคนหนึ่ง วัดกันที่เล่ห์เหลี่ยม เขาเชื่อว่าตัวเองไม่แพ้ลั่วเยว่เจี้ยน วัดกันที่พละกำลัง เขายิ่งชนะใสๆ

เขาวางแผนไว้แล้ว หลังจากหลอกผู้เล่นอีกสองคนไปตายแล้ว เขาก็จะหาวิธีฆ่าลั่วเยว่เจี้ยนทิ้งซะ เท่านี้ก็จะได้รับชัยชนะในเกมอย่างสบายๆ

วิธีการแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำ

เมื่อได้ยินคำพูดของชายสวมสูท รูม่านตาของลั่วเยว่เจี้ยนก็สั่นระริก

เชี่ย ทำแบบนี้ได้ด้วย?

จบบทที่ บทที่ 80 วังใต้ดินหลับใหล 7

คัดลอกลิงก์แล้ว