- หน้าแรก
- ลอร์ดผู้ครองมิติ
- บทที่ 20 แซม ตัวแสบซ่อนรูป?
บทที่ 20 แซม ตัวแสบซ่อนรูป?
บทที่ 20 แซม ตัวแสบซ่อนรูป?
บทที่ 20 แซม ตัวแสบซ่อนรูป?
สิ้นเสียงของฟีล่า ข้อความหลายบรรทัดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลี่เหวย
【พ่อครัวมืออาชีพ* กำลังใช้สิทธิ์ของหัวหน้าครอบครัว】
【หัวหน้าครอบครัวเห็นว่าทิศทางการพัฒนาของครอบครัวในตอนนี้ควรเน้นไปที่การล่าสัตว์และเก็บของป่า เพื่อเตรียมรับมือกับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง แต่เนื่องจากไม่ได้มีการปรึกษาหารือกันล่วงหน้า สมาชิกในครอบครัวบางคนจึงมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งจะส่งผลให้คะแนนประเมินของหล่อนลดลง】
【คำเตือน: งานที่ได้รับมอบหมายด้วยสิทธิ์ของหัวหน้าครอบครัว ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญสูงสุด หากยังทำไม่สำเร็จ ไม่แนะนำให้ไปทำงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เว้นแต่จะเกิดเหตุสุดวิสัย หรือทำในช่วงเวลาพักผ่อน】
【เจ้าสามารถเลือกรับภารกิจล่าสัตว์ หรือภารกิจเก็บของป่า หรือจะทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปก็ได้ ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ขอแค่สะสมเป้าหมายภารกิจให้ครบ 10 หน่วย ก็จะถือว่าทำภารกิจสำเร็จ และจะได้รับรางวัลประสบการณ์คูณสอง พร้อมคะแนนผลงานครอบครัว 5 แต้ม】
【คำเตือน: ในระหว่างที่งานที่หัวหน้าครอบครัวมอบหมายยังไม่สำเร็จ การโหวตบทตายตามเนื้อเรื่องทั้งหมดจะถูกระงับชั่วคราว】
【คำเตือน: หากการใช้สิทธิ์ของหัวหน้าครอบครัวส่งผลดีต่อการพัฒนาของตระกูลในระยะยาว จะได้รับคะแนนประเมินการผ่านด่านเพิ่มขึ้น และในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน】
——
เรื่องราวก็จบลงแบบมัดมือชกอย่างนี้แหละ
เพนนีไม่ได้พูดอะไรต่อ เดินกลับเข้าห้องไปพักผ่อนทันที แม้แต่ฟีล่าก็ทำแบบเดียวกัน
มีแค่หลี่เหวยกับแซมที่ยังไม่นอน เขานั่งเหลาหอกไม้อยู่ข้างกองไฟ คราวนี้ฟีล่ายอมให้ยืมมีดสั้นอย่างว่าง่าย ในเมื่อหล่อนเลือกเปิดเส้นทางล่าสัตว์และเก็บของป่า จะขี้เหนียวไม่ยอมให้ยืมมีดสั้นก็กระไรอยู่
แซมนั่งอยู่อีกฝั่งของกองไฟ ในมือถือท่อนไม้กระบองอันเบ้อเริ่ม ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
"จอร์จ ข้าว่าพรุ่งนี้เราเข้าไปลึกในป่าหน่อยดีไหม เมื่อสองวันก่อนข้าเห็นกวางตัวนึงด้วยนะ"
แซมเป็นฝ่ายเริ่มเปิดบทสนทนา ดูเหมือนอยากจะแย่งซีนเป็นผู้นำ หมอนี่คงเริ่มเข้าใจแก่นแท้ของเกมนี้แล้วล่ะสิ นั่นคือต้องสมเหตุสมผล สมเหตุสมผล และแม่งก็ต้องสมเหตุสมผลเท่านั้น
แถมเขายังเห็นกวางมาจริงๆ ซะด้วย
"ข้าอยากไปจับปลามากกว่า ที่ปลายน้ำมีปลาเยอะแยะ ในป่ามีหมาป่า พวกเรายังสู้มันไม่ได้หรอก อันตรายเกินไป"
หลี่เหวยตอบกลับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง เขาไม่ได้แค่เคยเห็นปลา แต่เคยจับมาแล้วจริงๆ ด้วย แซมคิดจะมาแย่งซีนผู้นำจากเขาเรอะ ยังเร็วไปร้อยปีไอ้น้อง
แต่ความคิดเห็นที่สวนทางกันก็เท่ากับเกิดความขัดแย้ง แซมเลยยังคงดึงดันต่อ "เราต้องการเสบียงเนื้อสัตว์ให้มากกว่านี้นะจอร์จ พอถึงหน้าหนาว พี่สาวเจ้าอาจจะมีลูก เจ้าจะได้เป็นน้าคนแล้วนะ"
จะได้เป็นน้าคนบ้าบออะไรวะ!
หลี่เหวยเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความตกใจ ไม่ใช่ว่าตลกกับคำพูดหรอกนะ แต่เขารู้สึกขนลุกซู่ ไอ้หมอแซมนี่แม่งร้ายลึกว่ะ
ไม่ใช่ร้ายตรงที่ทำให้เพนนีท้องได้ไวปานเดอะแฟลชนะ แต่ร้ายตรงที่มันหาข้ออ้างแบบนี้มาอุดปากเขาได้อย่างรวดเร็วต่างหาก
ใช่แล้วล่ะ การมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาในครอบครัวถือเป็นเรื่องใหญ่ ถึงจะมีแค่เปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ แต่ในฐานะน้องชายของเพนนี ว่าที่น้าชายของเด็ก หลี่เหวยจะมาทำตัวเมินเฉยไม่แคร์โลกไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าขืนเขาทำเป็นไม่สนใจ ก็เท่ากับทำตัวขัดกับตรรกะของเนื้อเรื่อง เหมือนดูละครที่บทป่วยจัดๆ คนดูก็คงด่าเปิงนั่นแหละ
ก็ครอบครัวเรามันรักใคร่ปรองดองกันนี่นา จริงไหม?
เจอไม้ตายนี้เข้าไป หลี่เหวยถึงกับเถียงไม่ออก
คิดไปคิดมา เขาก็ทำได้แค่บอกว่า "ในป่ามันอันตรายเกินไป แถมฝูงหมาป่านั่นอาจจะดักซุ่มโจมตีพวกเราได้ เพราะงั้นเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด"
"แน่นอน เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง ขอยืมมีดหน่อยสิ"
แซมลุกขึ้นยืน รับมีดมาจากมือหลี่เหวย หันหลังเดินไปที่โรงเก็บของ ไม่นานนัก เขาก็กลับมาพร้อมธนูล่าสัตว์แบบทำมือ 1 คัน กับสายธนูอีก 3 เส้น
"ต้องขอบคุณเพนนีนะ หล่อนนี่ฝีมือดีจริงๆ ธนูคันนี้เจ้าใช้เป็นไหม?" แซมถามพลางยิ้มกริ่ม
หลี่เหวยส่ายหน้า ในใจก็แอบคิดว่า เพนนีเป็นช่างฝีมือมืออาชีพ การทำธนูไม้กิ๊กก๊อกแค่นี้มันง่ายหยั่งกะปอกกล้วยเข้าปาก ไม่ใช่แค่ฝีมือดีหรอก แม่งดีจนน่าหมั่นไส้เลยต่างหาก
อีกอย่าง อาชีพแรกของแซมคือนักล่างั้นเรอะ?
มิน่าล่ะถึงได้มั่นหน้าขนาดนี้
"น้องชาย ข้าต้องการของมาทำลูกธนูไม้สักหน่อย เจ้าไปหามาให้ทีสิ"
แซมนั่งไขว่ห้างทำตัวกร่าง วางมาดพี่เขยเต็มที่
หลี่เหวยไม่ได้เถียงอะไร เถียงไปก็เปล่าประโยชน์ อำนาจสั่งการตกไปอยู่ในมือแซมเรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น การออกไปล่าสัตว์ ถ้ามีคนช่วยกันสองคนมันก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว กฎที่มองไม่เห็นจะคอยจัดการแบ่งผลประโยชน์ให้อย่างยุติธรรมตามเนื้องานเอง
ในป่าไม่ใช่ที่ที่จะมาทำตัวเอาแต่ใจได้หรอกนะ
คืนนั้นทั้งคืน หลี่เหวยวุ่นอยู่กับการเป็นลูกมือช่วยแซมทำลูกธนูไม้ไม่มีขน 20 ดอก กับหอกไม้อีก 4 เล่ม กว่าจะได้กลับเข้าห้องไปนอนก็ดึกดื่น
พอเช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เหวยตื่นขึ้นมาจากการหลับสนิท ก็พบว่าในห้องเหลือแค่เขาคนเดียว
เขาไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนนี้เพิ่งจะตีห้า ปกติเขาก็ตื่นเวลานี้ทุกวัน ป่านนี้ฟีล่าคงกำลังต้มข้าวต้มผักป่าอยู่ ส่วนเพนนีกับแซม...
เดี๋ยวนะ หลี่เหวยก้าวฉับๆ ออกจากห้อง ในลานบ้านไม่มีวี่แววของเพนนีกับแซมเลย ที่สำคัญกว่านั้นคือ หอกไม้ 4 เล่มที่เขาทำไว้เมื่อคืนก็หายไปหมด รวมถึงธนูล่าสัตว์ทำมือนั่นด้วย
ในลานบ้านมีแค่ฟีล่าที่กำลังเคี่ยวข้าวต้มผักป่าอย่างขะมักเขม้น พอเห็นหลี่เหวยเดินออกมา หล่อนก็หันมายิ้มให้ "ลูกรักของแม่ ช่วงนี้เจ้าเหนื่อยกับการบุกเบิกที่นามากเลยสินะ ไม่เป็นไรหรอก วันนี้เจ้าพักผ่อนสักวันเถอะ พี่สาวเจ้ากับแซมออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่ฟฟ้ายังไม่สางแล้ว มาสิ มากินมื้อเช้ากัน"
เชี่ยเอ๊ย ไอ้พวกเวรเอ๊ย!
หลี่เหวยเลือดขึ้นหน้า หูอื้อตาลาย แทบจะบ้าตายด้วยความโมโห
แต่ไม่นานเขาก็สงบสติอารมณ์ลงได้ ความโกรธมีแต่จะทำให้เขาขาดสติ และไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
อันที่จริง มาถึงจุดนี้ ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้แล้วว่า ตัวเองยังไม่เข้าใจแก่นแท้ของภารกิจนี้ดีพอ
ไม่มีคำว่าพันธมิตรที่แท้จริง เมื่อกี้ยังจับมือกันอยู่ แป๊บเดียวก็แทงข้างหลังกันซะแล้ว นี่แหละคือเรื่องปกติ
เพราะแต่ละคนต่างก็มีบทบาทและอาชีพที่แตกต่างกัน
อย่างเขาเป็นชาวนา ถ้าอยากจะเจริญก้าวหน้า ก็ต้องหาทางโกยคะแนนผลงานครอบครัวให้ได้เยอะๆ เพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว จะได้กำหนดทิศทางการพัฒนาที่เอื้อต่อการทำเกษตรของเขา
ส่วนเพนนีที่เป็นช่างฝีมือ ก็ย่อมต้องอยากพัฒนาสายอุตสาหกรรม สร้างโรงตีเหล็กเป็นอันดับแรก
ฟีล่าที่เป็นพ่อครัว ทิศทางการพัฒนาเรื่องล่าสัตว์และเก็บของป่าก็เอื้อประโยชน์ต่อหล่อนมากที่สุด
และแซมที่น่าจะเป็นนักล่า ก็ดันมาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ลงตัวกับสายพ่อครัวของฟีล่าพอดี
ต้องเข้าใจเรื่องพวกนี้ก่อน ถึงจะบางอ้อว่าทำไมเมื่อคืนแซมเพิ่งจะแทงข้างหลังเพนนีจนหล่อนแทบจะอกแตกตาย แต่วันนี้หล่อนกลับยอมจับมือกับแซม แล้วทิ้งหลี่เหวยไว้ข้างหลัง เพราะหล่อนอยากจะรีบทำภารกิจหลักของหัวหน้าครอบครัวให้เสร็จไวๆ จะได้มีเวลาไปปั่นงานของตัวเองไงล่ะ
เมื่อเดือนก่อน หลี่เหวยก็โดนดองภารกิจเพราะมัวแต่ไปบุกเบิกที่นานี่แหละ
แล้วเดือนนี้ ถ้าเขาต้องมาเสียเวลาโดนดองเพราะภารกิจล่าสัตว์และเก็บของป่าอีก เส้นทางการพัฒนาอาชีพหลักของเขาก็คงมืดมนหาทางออกไม่เจอแน่ๆ
นี่มันคือสงครามเย็นที่ไร้เสียงปืนและกลิ่นคาวเลือดชัดๆ
"ขอบคุณจ้ะแม่! ข้าไม่เหนื่อยหรอก วันนี้ข้าขอไปเก็บของป่ากับแม่ได้ไหม?"
หลี่เหวยรีบปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ ต้องรีบเคลียร์ภารกิจล่าสัตว์และเก็บของป่าให้เสร็จไวๆ
(จบตอน)