เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 260

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 260

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 260


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 260: บทเรียนพื้นฐาน

ผู้เล่นคนอื่นๆก็เริ่มค่อยๆค้นพบความลับนี้อย่างช้าๆ

เมื่อแม่พิมพ์เหล่านี้หล่นลงไปที่พื้นจะเกิดการนองเลือดขึ้น ซึ่งเคล็ดลับนี้ก็จะถูกนำมาใช้ในช่วงเวลานี้เพื่อสร้างความขัดแย้งขึ้น

มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนสำหรับผู้เล่นฝ่ายเผ่าพันธุ์ เนื่องจากพวกเขานั้นมักจะอยู่ใกล้นักบวชสงครามและทันทีที่แม่พิมพ์ดรอบลงมา ผู้เล่นฝ่ายพันธมิตรก็จะต้องถูกบังคับให้ถอยออกไป

พวกผู้เล่นฝ่ายพันธมิตรที่อยู่ใกล้ๆไม่มีทางเลือกอื่น เนื่องจากหากอยู่ใกล้กับนักบวชสงครามก็ถือว่าเขาใกล้กับความตาย

นี้ทำให้สถานการณ์ของผู้เล่นฝ่ายพันธมิตรในตอนนี้ดูน่าอนาถใจ มันคงจะไม่เป็นอะไรมากเกินไป ถ้าพวกเขาไม่สามารถขโมยไอเท็มที่มีความหมายมากสำหรับผู้เล่นฝ่ายเผ่าพันธุ์ไปได้ แต่ตอนนี้แม้กระทั่งไอเท็มของพวกเขาที่สวมใส่อยู่ยังถูกขโมยไป

“แม่พิมพ์!” ความฝันที่เหลืออยู่ได้กระโดดโลดเต้นเต้นอย่างมีความสุขขณะที่เธอลูทแม่พิมพ์จากร่างกายของเซนทอร์

ในทันทีทันใด ร่างของโจรคนหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเธอและเริ่มโจมตีเธอโดยไม่เสียเวลาคิดสักนิดเดียว

พลังโจมตีของโจรนี้สูงมาก เขาสามารถสร้างความเสียหายได้มากเลยทีเดียว ทั้งๆที่ความฝันที่เหลืออยู่มีอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยม

ในเวลาเดียวกัน โจรอีกสองคนก็ได้เข้ามาโจมตีเธอด้วย

มันอาจเป็นเรื่องยากสำหรับโจรคนเดียวที่จะฆ่าความฝันที่เหลืออยู่ เนื่องจากเกราะโซ่ที่มีคุณสมบัติดีมากของเธอ แต่สถานการณ์มันจะแตกต่างออกไปหากเจอกับโจรสองถึงสามคน

ไม่มีใครสามารถรอดจากการโจมตีและการสตันของโจรเหล่านี้ได้ ไม่ว่าคุณจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม

ถ้าไม่มีทักษะดั่งเช่น ก้าววายุ แล้ว แม้แต่ลูหลี่ก็คงจะไม่มีโอกาสที่จะโต้กลับใส่โจรเหล่านี้

แต่ช่างโชคดีที่ความฝันที่เหลืออยู่ไม่ได้อยู่คนเดียว!

คนแรกที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ในตอนนี้ คือผู้เล่น PVP ที่แข็งแกร่งมากจากประสบการณ์การต่อสู้ มูนไลท์ เขาพุ่งเข้าใส่ที่โจรที่อยู่ใกล้ที่สุดและทำให้เขาสตันพร้อมเหวี่ยงขวาน ซึ่งนั้นทำให้ HP ของโจรคนนั้นลดลงไปถึง 20% และติดสถานะเลือดออก

หากโจรได้รับผลจากเลือดออกแล้วละก็ วิธีเดียวที่จะเข้าสู่สถานะล่องหนคือการใช้ทักษะก้าววายุ

เสื้อคลุมของลูหลี่กระพริบและเขาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังโจรอีกคนทันที

เชปช็อต!

โจรคนสุดท้ายก็ได้ตกสู่ความตกใจ การตอบสนองของผู้เล่นเหล่านี้เร็วเกินไป แผนเดิมของผู้เล่นทั้งสามคนคือเข้าโจมตีนักล่าและฆ่าเธออย่างรวดเร็ว ซึ่งหนึ่งในสมาชิกของพวกเขาก็จะหยิบไอเท็มที่หล่นลงมาและถอยออกไปพร้อมอีกสองคน ...

ทันใดนั้นโจรคนสุดท้ายก็ตระหนักถึงเรื่องหนึ่งได้ ถ้าเขาไม่รีบหนีออกไปในตอนนี้ มันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้

แต่ในความเป็นจริง มันสายเกินไปแล้วล่ะ ลูหลี่นั้นไม่มีเจตนาที่จะโจมตีใส่โจรที่ได้รับผลจากเชปช็อตต่ออยู่แล้ว เขารีบวิ่งตรงไปหาโจรคนสุดท้ายในทันที

ในการต่อสู้ระหว่างโจรมันไม่มีข้อได้เปรียบใดๆที่แตกต่างกัน มีเพียงเทคนิคอย่างเดียวเท่านั้นที่จะกำหนดผู้แพ้ผู้ชนะ

ในช่วงเวลาที่พวกเขาได้ประทะกันและกัน หัวใจของโจรคนสุดท้ายก็ได้หล่นลงตาตุ่ม เขาได้โจมตีออกไปถึงสองครั้ง แต่มีการโจมตีครั้งหนึ่งที่ถูกอีกฝ่ายบล็อก อีกทั้งโจรฝ่ายตรงข้ามนั้นประสบความสำเร็จในการโจมตีเขาทั้งสองครั้ง ซึ่งนั้นสร้างความเสียหายแก่เขาเป็นจำนวนมาก

'ฉันควรจะหนีไปได้แล้ว' เขาคิดกับตัวเอง

อย่างไรก็ตามในขณะที่เขากำลังจะทำตามที่เขาคิด เขาก็พบว่าตัวเขาเองไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้

แซะ!

ตอนนี้เขาถูกสกิลสตันไปแล้ว ไม่มีหนทางใดที่จะเขาจะหนีไปได้

จากนั้นลูหลี่ก็ได้ใช้สกิลยาวเป็นชุดๆจนโจรคนนั้นได้ตายไป

แต่ช่างน่าเสียดายที่พวกเขาดรอบเพียงอุปกรณ์ระดับเหล็กและไม่มีแม้แต่แม่พิมพ์ระดับเงินที่เขาหวังไว้ ดูเหมือนว่าการลูทไอเท็มจากผู้เล่นคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย

ลูหลี่หันศีรษะกลับไปเพื่อมองดูโจรอีกสองคนที่กำลังตกลงสู่ความตาย

โจรคนแรก มูนไลท์นั้นสามารถต่อสู้ด้วยได้อย่างง่ายดายมาก อาชีพนักรบคลั่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในอาชีพที่แข็งแกร่งที่สุดในการ PVP โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาชีพอื่นที่ใช้เพียงชุดเกราะหนัง ดังนั้นแล้วจึงไม่มีอะไรที่โจรคนแรกจะสามารถต่อต้านมูนไลท์ได้เลย

ส่วนโจรคนที่สองที่ถูกสตันโดยเชปช็อตของลูหลี่นั้น ชะตากรรมของเขาก็แย่ลงกว่าเดิมมาก เนื่องจากเขาต้องเผชิญกับผู้เล่นแปดในสิบอันดับแรกของบอร์ดจัดอันดับระดับ

ไม่ว่าเขาจะเก่งการ PVP แค่ไหน เขาก็ยังคงไม่สามารถที่จะต่อสู้กับผู้เล่นโดยหลบสกิลที่ล็อคตัวไม่ได้หรอก

ในตอนแรกผู้เล่นผ่ายเผ่าพันธุ์คนอื่นๆต่างก็หันมาสนใจการต่อสู้นี้กัน พวกเขาต้องการที่จะช่วยผู้เล่นที่เป็นเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของพวกเขาและบางทีพวกเขาอาจจะได้รับบางสิ่งบางอย่างตอบแทนมาก็ได้

อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาได้เห็นว่าโจรทั้งสามคนได้ถูกกลืนหายในทีเดียว หัวใจของพวกเขาต่างก็เริ่มหนาวสั่นและพวกเขาก็ได้แต่วิ่งหนีออกไป

ขณะที่พวกเขากำลังวิ่งหนีไป พวกเขาก็ได้โบกมือให้ผู้เล่นคนอื่นๆถอยออกไปด้วย

"ฮึ่ม พวกเขากล้ามาทำร้ายฉันได้ยังไงกันน่ะ "

ใบหน้าของความฝันที่เหลืออยู่นั้นกลายเป็นขาวซีดและมือของเธอยังคงสั่นอยู่ แต่ในตอนที่เธอได้เห็นศพของคนที่โจมตีเธอ เธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาและเตะมัน

ผู้เล่นฝ่ายเผ่าพันธุ์บางคนเมื่อเห็นภาพนั้นก็เริ่มวิ่งเร็วขึ้น

แม่จ๋าช่วยหนูด้วย คนพวกนี้ไม่มีหัวใจเลย ไม่เพียงแต่พวกเขาฆ่าคนอื่น แต่พวกเขายังทุบตีศพอีกด้วย

"หยุดเตะมันและตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์อะไรดรอบลงมาได้แล้ว " ซากุระกล่าวออกไปในขณะที่เธอดึงเธอออกมาจากศพและจับมือของเธอไว้ ...

"โอ้ใช่ เธอคิดว่าพวกมันจะดรอบอะไรดีๆมาไหม?" ความฝันที่เหลืออยู่กล่าวพร้อมสลัดมือสาวชาแมนออกไปและคุกเข่าลงเพื่อลูทไอเท็มของโจร

สิ่งที่เธอพบคืออุปกรณ์ระดับเงิน

ลูหลี่มองไปที่มันและส่ายหน้าในทันที "มันไม่ดีไปกว่าสิ่งที่ฉันมีอยู่แล้วเลย เธอจะเอามันไปเล่นก่อนก็ได้นะ แต่เอามาให้ฉันเพราะมันเป็นแม่พิมพ์ "เขากล่าวขึ้นมา

"มันคือหน้าไม้ มันต้องเป็นของฉัน! ให้ฉันเถอะนะ!" ความฝันที่เหลืออยู่ปฏิเสธที่จะปล่อยมันไปให้ลูหลี่ เพราะมันเป็นแม่พิมพ์หน้าไม้ที่ประณีตและยังมีสีเขียวสวยงาม

ลูหลี่นั้นไม่ใช่พระเจ้า เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอุปกรณ์ทุกชนิดนั้นจะมีคุณสมบัติอย่างไร

"ฉันรอดูคนมาปล้นมันไปจากเธอละกัน" ลูหลี่กล่าวขณะที่เขาคว้ามันไว้ "และไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องเอามันมาให้ฉัน เพราะเธอไม่มีทักษะการตีเหล็ก"

ความฝันที่เหลืออยู่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ชั่วระยะเวลาหนึ่งและในที่สุดเธอก็ได้ตกลง จากนั้นเธอก็อนุญาตให้ลูหลี่นำอุปกรณ์ของเธอไปอย่างสงบ

"ลูหลี่ นายควรจะไปรอบๆเพื่อฆ่าคนและหาอุปกรณ์นะ"

อาเซอร์ซีบรีสจ้องมองไปที่ศพใต้เท้าของเขา ขณะที่เขาก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังจะมีอันตรายใดๆบ้างที่กำลังจะเข้ามาหาพวกเขา

"ฮ่าๆ" ลูหลี่หัวเราะแห้งๆก่อนที่จะวิ่งเข้าไปในกลุ่มพลธนูของเหล่าเซนทอร์

พลธนูเซนทอร์นั้นมีระดับอยู่ที่ 25 และมันก็ถูกสังหารภายใต้การโจมตีสามครั้งและเป็นเวลาไม่ถึงสิบวินาที

ตอนที่เขาพุ่งเข้าไปโจมตีนั้นเขาโชคดีจริงๆ ทั้งสกิลซุ่มโจมตีและแทงหลังด้วยหลังมือที่เขาใช้ออกไปใส่เซนทอร์พลธนูต่างก็ติดคริติคอล

ตอนนี้ไม่มีอะไรอยู่ภายในรัศมี 30 หลาของกลุ่มทหารรับจ้างซินซินเลย

ไม่เพียงแต่ผู้เล่นฝ่ายเผ่าพันธุ์จะอยู่ห่างจากพวกเขาออกไป แม้แต่ผู้เล่นฝ่ายพันธมิตรก็ยังอยู่ห่างออกไปไกลจากพวกเขา ลูหลี่ได้สำรวจสภาพแวดล้อมของเขาและเห็นได้ชัดว่าผู้เล่นที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขากำลังยืนก้มตัวลงด้วยความหวาดกลัว

ที่พวกเขาแสดงท่าทางแบบนั้น เพราะว่าพวกเขากลัวว่าลูหลี่จะพุ่งเข้ามาและกำจัดพวกเขาไป

ซึ่งลูหลี่ต้องการที่จะบอกพวกเขาว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น แต่เขาก็กังวลว่า พวกเขาจะกลัวเขามากยิ่งขึ้นหากเขาเดินทางไปหาพวกเขา

ลูหลี่นั้งต้องการที่จะพุ่งเข้าไปและฆ่าพวกเขาเพื่อจะขโมยอุปกรณ์ของพวกเขาไปได้อย่างง่ายๆ อาชีพของเขานั้นทำได้สมบูรณ์แบบมากหากต้องการจะทำมันจริง

อย่างไรก็ตามเขาก็ได้ปฏิเสธความคิดนี้ทันทีที่คิดถึงเรื่องหนึ่ง

การถือกำเนิดของอินเทอร์เน็ตได้ลดมาตรฐานทางจริยธรรมของคนส่วนใหญ่ลงมามาก ซึ่งมันได้ทำให้คนจำนวนมากมักจะตัดสินใจความถูกผิดได้อย่างไม่ถูกต้อง

ฆ่า ขโมยอุปกรณ์ แย่งบอส ...

ซึ่งลูหลี่ก็เคยทำอะไรแบบนั้นด้วย เขาเคยขโมยบอสจากสมาคมใหญ่ๆมาก่อน แต่โดยทั่วไปแล้ว เขายังคงให้ควาสำคัญกับจิตใจของผู้เล่นธรรมดา

ประเภทผู้เล่นที่ถูกลูหลี่ฆ่านั้นมักจะเป็นคนประเภทเดียวกัน คนพวกนั้นมักจะมีชีวิตที่ฟุ่มเฟือย โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องของอาหารหรือเสื้อผ้า ซึ่งนั้นแตกต่างจากเขามากที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างยากจน แม้ว่าเขาจะไม่มีวันที่จะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม แต่เขาก็ยังจดจำได้ถึงความพยายามอันหมดหวังของเขาได้อยู่ดี

ลูหลี่มักจะจดจำความสิ้นหวังของเขาเอาไว้ หลังจากที่เขาถูกโกงจากการขายอุปกรณ์ของเขา

สำหรับคนอื่นๆแล้ว การได้รับอุปกรณ์มานั้นคือโชคดีที่ได้มาโดยไม่คาดคิด แต่สำหรับเขาแล้ว อุปกรณ์นั้นคือความหวังสุดท้ายและชะตาชีวิตของน้องสาวของเขา

คนที่ร่ำรวยนั้นไม่ค่อยสนใจในเรื่องของการสูญเสียไอเท็มหนึ่งหรือสองชิ้นเลยและคนปกติก็จะรู้สึกหดหู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่คนที่ยากจนเช่นเขานั้นก็ไม่สามารถทนได้หากจะถูกปล้น

ในเกมนี้ยังมีผู้เล่นที่เป็นต่ำทรามและเหยียดหยามผู้ที่อ่อนแออยู่เสมอ ลูหลี่ไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อยที่ได้ฆ่าคนประเภทนี้

อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าในหมู่ผู้เล่นนับล้านที่ดินแดนแห้งแล้งนี้ ใครคือคนที่เขาควรจะฆ่าทิ้ง

เขากลัวว่าเขาจะไปทำลายความหวังสุดท้ายของใครบางคนไป ดังนั้นแล้ว เขาจึงเลือกที่จะเอาอุปกรณ์จากเหล่าเซนทอร์ไปเพียงเท่านั้น

ขณะที่เขายังกังวลในเรื่องของคนที่อยู่ไกลๆ ก็ได้มีฝูงมอนเตอร์จำนวนหนึ่งได้มารวมตัวอยู่รอบๆลูหลี่และคนอื่นๆ

โชคดีที่ฝูงมอนเตอร์เหล่านี้ไม่สามารถที่จะทัดเทียมกับพวกเขาได้ ด้วยความที่พวกเขามีคนที่มีเกราะแผ่นถึง 3 คนยืนอยู่แนวหน้า [ซีบรีส มูนไลท์ พเนจร] พร้อมกับดอกไม้อ้างว้างและลูกชิ้นงาที่มีอิสระในการโจมตีใส่พวกมันโดยไม่ต้องกังวลอะไร

อีกทั้งลูกชิ้นงายังมีทักษะ "ฝนไฟ" แม้ว่าจะซื้อมาด้วยราคาที่สูงก็ตาม

ฝูงมอนเตอร์ที่อยู่ต่อหน้ากลุ่มทหารรับจ้างซินซิน ต่างก็ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีด้วยธาตุน้ำแข็งและไฟ ซึ่งระหว่างนั้นก็มีการโจมตีจากลูหลี่และซากุระเสริมเข้ามาด้วย

ในไม่ช้าแม่พิมพ์ระดับเงินชิ้นที่สองก็ได้ดรอบลงมาอย่างไม่คาดคิด จากนั้นก็สามชิ้นและตามด้วยสี่ชิ้น ...

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 260

คัดลอกลิงก์แล้ว