เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 239

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 239

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 239


กำลังโหลดไฟล์

ติดตามอ่านนิยายเพิ่มเติมของผู้แปลและนิยายทุกตอนได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 239: แม่พิมพ์กริช

บอสยังคงมี HP เหลืออยู่อีก 200 จุด ในขณะที่เขาเหลือ HP เพียงครึ่งหนึ่งของแถบเลือดของตัวเขาเอง ถ้าบอสไม่แพ้ในทันทีทันใด เขาก็จะตายอย่างแน่แท้

นอกจากนี้เซอเพนทิสยังสามารถรักษาตัวเขาเองได้

เพื่อที่จะคว้าโอกาสที่ลูกชิ้นงาได้สร้างขึ้นพร้อมกับความตายของเขา ลูหลี่ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นข้างๆบอสพร้อมก้าวเท้าเลี่ยงไป ยกแขนขี้นและหมุนไปทางด้านข้าง รวบรวมพลังทั้งหมดจากร่างกายส่วนบนของเขามากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้และแทงไปที่ด้านหลังของเซอเพนทิส

การโจมตีครั้งนี้มีความเสียหายเพิ่มขึ้นมาอย่างมากเนื่องจากความคล่องตัวที่ลูหลี่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันส่งผลด้วย นั้นได้ทำให้การโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายแก่เซอเพนทิสสูงถึง 216 จุด

เมื่อลูหลี่เห็นตัวเลขที่ลอยอยู่บนอากาศ เขาก็รู้สึกว่าความหนาวเย็นกำลังจะกัดกินหัวใจของเขา

เซอเพนทิสยังเหลือเลือดอีก 25 จุด! เขายังไม่ตายอีกงั้นเหรอ?

ถ้าเซอเพนทิสยังไม่ตายแล้วละก็ คนที่ตายจะต้องเป็นเขาแน่ ทั้งหมดนั้นก็เพราะว่า เซอเพนทิสมีความเร็วการโจมตีมากอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นเขาคงจะไม่มีทางที่จะได้โจมตีใส่บอสอีก

อย่างไรก็ตาม ลูหลี่ก็ไม่ได้รอให้ความตายมาหาเขาโดยที่ไม่ได้ทำอะไร เขาฟาดกริชของเขาออกไปโดยสัญชาติญาณของเขา ก่อนที่เซอเพนทิสจะหันหลังกลับมาและรับรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น

-45!

นี่เป็นสกิลชาโดว์สไตรค์ที่มีความสำเร็จสกิลน้อยกว่า 80% ลูหลี่ได้ทำการคว้าโอกาสครั้งสุดท้ายของเขาไว้ แม้ว่ามันจะมีความสำเร็จน้อยก็ตาม

อย่างไรก็ตามด้วยการโจมตีภายใต้จิตใต้สำนึกในครั้งนี้ก็ได้ทำให้บอสถูกจัดการ

เซอเพนทิสก้าวมาหาเขาสองก้าว ก่อนที่จะจ้องมองไปที่ลูหลี่ จากนั้นเขาก็ล้มลงไปบนพื้นกลายเป็นกองกองขี้เถ้า

ระบบ: เซอเพนทิส ได้ถูกสังหารไปเรียบร้อยแล้ว ผู้เล่นได้รับค่าประสบการณ์และชื่อเสียงเป็นรางวัล

เซอเพนทิส เป็นบอสระดับสูงและลูหลี่ยังเป็นคนเดียวที่ได้รับ EXP ดังนั้นแล้ว EXP ที่ลูหลี่ได้รับก็พุ่งพรวดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ในบอร์ดจัดอันดับระดับเขาอยู่ในอันดับที่ 32

อาเซอร์ซีบรีสและดอกไม้อ้างว้างก็มีลำดับที่ 12 และ 19 ตามลำดับ

เมื่อวานนี้อาเซอร์ซีบรีสและดอกไม้อ้างว้างยังคงอยู่ในอันดับต้นๆ

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีอะไรที่จะช่วยได้ เพราะพวกเขาได้ใช้เวลาไปกว่าครึ่งวันในดันเจี้ยนเพียงเพื่อที่จะได้รับ EXP ประมาณ 10%

ผู้เล่นที่มุ่งเน้นในการเพิ่มระดับมักจะไม่เคยเข้าดันเจี้ยนในช่วงแรกๆของเกม พวกเขามักจะอยู่ในป่าแห่งการฝึกฝนรวมกับผู้เล่นจำนวนมากคนอื่นๆ

อีกทั้งยังมีทีมระดับสูงจากสมาคมคอยดูแลไอเท็มให้พวกเขาด้วย

ตลอดทั้งวันที่พวกเขาใช้เวลาอยู่ในป่าแห่งการฝึกฝนจะทำให้พวกเขามีค่าประสบการณ์อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งของแถบค่าประสบการณ์ แม้ว่าพวกเขาจะฆ่ามอนสเตอร์ด้วยตัวคนเดียวโดยไม่พึ่งพาทีม แต่พวกเขายังคงได้รับ EXP ในแถบค่าประสบการณ์ราวๆ 20-30%

แต่ด้วยระเบิดที่ยังอยู่ในช่องเก็บของๆเขา ลูหลี่ก็ไม่ได้กังวลอะไรเลยเกี่ยวกับการเพิ่มระดับ ซึ่งตอนนี้เขาต้องการดูว่าการต่อสู้เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น

ระบบ: ความสำเร็จสกิลแทงหลังด้วยหลังมือ 95% สร้างความเสียหาย 250% แก่เป้าหมายและทำให้เป้าหมายเป็นอัมพาตเป็นเวลา 0.5 วินาที

ด้วยผลของอัมพาต 0.5 วินาที ก็ได้อธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ชาโดว์สไตรค์ เป็นสกิลที่สร้างความเสียหายโดยเฉลี่ย ไม่ว่าระดับความสำเร็จจะมากถึงแค่ไหนก็ไม่มีทางที่จะสร้างสถานะสตันให้แก่บอสได้ เช่นนั้นแล้วตั้งแต่ต้นจนจบสุดจึงไม่มีทางใดที่ลูหลี่จะทำให้บอสติดสตันได้

อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งสุดท้ายนั้นแตกต่างกันออกไป ขณะที่สกิลกรีดคอเมื่อความสำเร็จสกิลสูงจะมีเอฟเฟคเลือดไหล สกิลแทงหลังด้วยหลังมือก็มีเอฟเฟคสตันเหมือนกันเมื่อความสำเร็จสกิลสูง นี่เป็นเหตุผลง่ายๆเลย

ตลอดเวลานั้นลูหลี่ได้เน้นไปที่การฝึกสกิล ชาโดว์สไตรค์ แทงหลังและกรีดคอ ซุ่มโจมตีและแทงหลังด้วยหลังมือจึงเป็นทักษะเขาไม่ค่อยได้ใช้มากนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของสกิลแทงหลังด้วยหลังมือ เนื่องจากมันมีข้อกำหนดที่เข้มงวดมากนักเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของผู้เล่น ผู้เล่นต้องวางตำแหน่งของตัวเองไว้ข้างๆกับบอสและต้องหมุนตัวขณะที่กริชต้องหันหน้าไปทางด้านหลัง เมื่อทำท่าทางแบบนั้นทั้งหมดแล้ว จะทำให้สกิลแทงหลังด้วยหลังมือมีความสำเร็จสกิลสูง

การเพิ่มสกิลนี้ลงไปในลำดับการโจมตีนั้นแทบจะเสียเวลาไม่มากนัก แต่สำหรับคนเช่นลูหลี่แล้ว เขามักจะใช้ทักษะทั้งหมดด้วยความรวดเร็ว ดังนั้นสกิลแทงหลังด้วยหลังมือจึงเป็นเหมือนกับสิ่งกีดขวางที่จะขัดจังหวะเขา เมื่อต้องใช้รวมกับทักษะทั้งหมด

ลูหลี่นั้นไม่เคยประสบความสำเร็จในการใช้สกิลนี้สูง 90% หรือมากกว่านั้น นี้จึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะสร้างผลอัมพาตแก่บอส

นี้มันดูประหลาดมาก ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับทักษะนั้นต่างก็ดูเหมือนจะใช้ได้ถูกต้องสำหรับเขาในเวลานี้ การต่อสู้ครั้งนี้ได้สะท้อนให้ลูหลี่เห็น เขาจะต้องโฟกัสไปที่ทุกๆอย่างมากมาย ซึ่งนั้นจะทำให้ทุกๆเวลาที่เขากำลังพ่ายแพ้กลับไปสู่ช่วงเวลาที่เขาจะชนะ

ดูเหมือนว่าการใช้สกิลนี้ไม่ได้เสียเวลาเท่าที่เขาจินตนาการไว้ในตอนแรก ในตอนนี้เขาได้จดจำทำท่าทางในการใช้แทงหลังด้วยหลังมือแทบจะในทันที

"ลูหลี่ เรียกลูหลี่ บอสดรอบอะไรที่ดีๆบ้างไหม? " เสียงของอาเซฮร์ซีบรีสตัดผ่านความคิดลึกๆของลูหลี่ไป

ลูหลี่ยังไม่รู้ว่าจะสร้างก็อบลินเคเบิลจัมพ์ได้อย่างไรและยังเห็นได้ชัดว่าโจรนั้นไม่มีความสามารถในการฟื้นคืนชีพได้ ดังนั้นทุกคนในปาร์๖ี้ที่เสียชีวิต ต้องวิ่งไปมาหาศพของพวกเขาอีกครั้งเอง

"ฉันยังไม่ได้ไปดูเลย ฉันกำลังรอพวกนายอยู่ " ลูหลี่กล่าวขณะที่เขานั่งลงอย่างช้าๆ

จนถึงตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกถึงเหงื่อและมือกับเท้าที่กำลังสั่นเทา

เกมรุ่งอรุณได้ออกแบบด้านนี้ของเกมให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ความอ่อนเพลียทางจิตจะสะท้อนให้เห็นในทางร่างกายและรวมถึงอาการชักและการขับเหงื่อ

มอนเตอร์บางตัวที่อยู่ตามทางเดินก็เริ่มที่จะเกิดขึ้นมาแล้ว แต่พวกมันก็มีแค่จำนวนน้อยๆเท่านั้น อีกทั้งพวกมันก็ไม่สามารถที่จะยืนขวางทางมนุษย์ทั้ง 9 คนที่กำลังตื่นเต้นได้หรอก

ไม่นานลูหลี่ก็ได้พบกับสมาชิกในทีมที่ตายไปแล้วของเขาอีกครั้ง

"ไอเท็มที่บอสดรอบลงมาอาจจะหายไปก็ได้ นายรู้ใช่ไหม" พเนจรชำเลืองมองไปที่ลูหลี่ ซึ่งมันน่ากลัวอย่างแท้จริงเมื่อรวมกับความงามของเขา

ลูหลี่ดีใจที่เพศของเขายังคงซื่อตรงอยู่

"มันต้องใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมง ไอเท็มที่ดรอบถึงจะหายไป ความฝันที่เหลืออยู่ไปดูสิ่งที่บอสดรอบสิ " หลังจากได้รับประสบการณ์มานับไม่ถ้วน มันก็กลายเป็นความจริงที่ว่าบอสจะดรอบไอเท็มดีหรือไม่ดีลงมา ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่สัมผัสตัวศพ

ความฝันที่เหลืออยู่แทบจะไม่สามารถทนรอได้ ในตอนนี้แทบจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเธอในกลุ่มทหารรับจ้างซินซินอยู่เสมอ

เธอนั้นไม่ได้สนใจบาดแผลของเซอเพนทิสและเลือดที่แผ่กระจายไปทั่วพื้นแม้แต่น้อย เด็กหญิงตัวเล็กๆรีบวิ่งไปที่ศพและเริ่มค้นหาไอเท็มที่ได้รับมาจากการต่อสู้

"วัสดุนี้มันคืออะไรงั้นเหรอ? หนังปีศาจอันเน่าเปื่อย "ความฝันที่เหลืออยู่กล่าว ขณะที่ดึงชิ้นส่วนของหนังออกมา

"ช่างตัดเสื้อสามารถใช้มันเพื่อทำผ้าและชุดเกราะหนังได้ อุปกรณ์ที่สร้างมาจากมันมักจะมาพร้อมกับคุณลักษณะการป้องกันที่สูงมากและบางครั้งอาจมีลักษณะพิเศษในการดูดซับความเสียหายด้วย มันเป็นวัสดุที่ดีเลยทีเดียว "ลูหลี่อธิบาย

"ลูกแก้วของผู้วิเศษ ว้าว ฉันไม่เคยเห็นไอเท็มนี้มาก่อนเลย คำอธิบายของมันกล่าวว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้โดยทันที"

เด็กผู้หญิงคนนี้สนใจอุปกรณ์ที่ดีที่สุดอยู่เสมอ เธอมักจะมองหาหัวข้อที่เกี่ยวข้องนี้ในฟอรัม ซึ่งในทางกลับกันมันก็ได้ทำให้เธอมีรสนิยมที่ดีขึ้นด้วยสิ่งต่างๆเหล่านี้

ลูหลี่ที่กำลังติดอยู่ในความคิดของตัวเอง ก็ได้ถามถึงความสามารถของไอเท็มที่ความฝันที่เหลืออยู่กำลังถือออกไปเพื่อที่จะได้รีบไปยังไอเท็มชิ้นถัดไป

ลูกแก้วของผู้วิเศษ (เงิน): ความเร็วในการร่าย ​​+ 3%, เอฟเฟคของทักษะร่าย + 5%

คุณสมบัติทั้งสองของไอเท็มชิ้นนี้ต่างอ่อนแอมากเสียจริงๆ มันไม่มีแม้กระทั่งคำอธิบายดีๆ ความต้องการระดับหรือความนทานด้วยซ้ำ

"ไอเท็มนี้ใช้สำหรับอาชีพที่จะต้องร่ายเวทย์มนต์ แต่คนที่ควรจะได้รับคือมาสเรน" ลูหลี่ได้ให้ไอเท็มชิ้นนี้กับมาสเรนและไม่มีใครคัดค้าน

ลูหลี่ไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้จากมุมมองที่ลำเอียง ในรุ่งอรุณนั้นลูกแก้วของผู้วิเศษ ถูกจัดอยู่ในประเภทอุปกรณ์เสริมซึ่งคล้ายกับโล่ของอัศวิน

ด้วยการที่ในเกมอุปกรณ์เสริมมีอยู่ จึงเป็นเรื่องปกติที่เกมจะมีอาวุธหลักและอาวุธสองมือด้วย

ภายใต้สถานการณ์ปกติไอเท็มสองมือนั้นไม่สามารถติดตั้งพร้อมกับอุปกรณ์เสริมได้ ดอกไม้อ้างว้างและลูกชิ้นงา ทั้งสองต่างก็ถือไม้คทาซึ่งเป็นไอเท็มสองมือ ทั้งสองคนจึงไม่สามารถใช้ไอเท็มนี้ได้

ในอีกด้านหนึ่ง มาสเรนใช้ค้อนระดับเงินเป็นอาวุธ LV15 ดังนั้นมือข้างหนึ่งของเธอจึงไม่ได้ถืออะไรเลย

ไอเท็มพิเศษแบบนี้ก็หมายถึงการพัฒนาขึ้นของมาสเรนและเธอก็สมควรได้รับมัน ซึ่งการเคลียร์ครั้งนี้ยังเป็นที่ชัดเจนว่า ฮีลเลอร์ของพวกเขานั้นเป็นผู้ที่ตัดสินใจเลือกเผชิญหน้ากับบอสและถ่วงเวลาให้ทีมได้ชนะ

"ไอเท็มนี้ไม่ดีอย่างงั้นเหรอ? ทำไมนายถึงดูไม่พอใจกัน? " อาเซอร์ซีบรีสถามอย่างสับสน

"ฉันไม่พอใจ" ลูหลี่ไม่รู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน หลังจากพยายามมาอย่างมากแล้วกับการเคลียร์ครั้งแรกของบอสตัวนี้ มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะพอใจกับอุปกรณ์ระดับเงินเกรดหนึ่ง

โดยปกติแล้วจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับ ดันเจี้ยนความยากระดับวีรบุรษที่จะดรอบอุปกรณ์ระดับเงินเกรดสองให้พร้อมกัน

ในขณะที่เขาคิดอย่างนั้น ระบบก็ได้ตัดสินใจที่จะให้ในสิ่งตรงข้ามกับที่เขาคิด

"ว้าว! ในที่สุดฉันก็ลูทได้แม่พิมพ์! " ความฝันที่เหลืออยู่ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

ฮาชิจังวิ่งไปหามาสเรนปุ๊บปั๊บและกอดเธอขณะที่พวกเธอทั้งคู่ร้องออกมาและกระโดดไปรอบๆ

ทุกคนได้ทุ่มเทความพยายามอย่างมากมายในการเอาชนะบอสตัวนี้ ดังนั้นความตื่นเต้นจึงปรากฏเห็นได้ชัดเจนบนใบหน้าของพวกเขา เมื่อพวกเขาได้ยินข่าวดีนี้แทบจะในทันที

"ระบบไม่ได้ให้รางวัลพวกเธอเป็นแม่พิมพ์อยู่แล้วงั้นเหรอ? ทำไมพวกเธอถึงเอะอะแค่กับแม่พิมพ์อันเดียว? " จริงๆแล้วลูหลี่ก็รู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปเช่นกัน แต่เขาก็มีบุคลิกที่หนักแน่นและเขาก็ยังสามารถแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

มันจะไม่เหมาะสมมาก ถ้าเขากระโดดไปมาและร้องออกมาเหมือนกับเด็กหญิงตัวเล็กๆพวกนี้

"มันจะเหมือนกันได้ยังไงล่ะ? ระบบนั้นไร้ยางอาย รางวัลทั้งหมดที่ได้จากด่านหน้าเมอิสเนร่าคือแม่พิมพ์ LV25 เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนไหนที่เราจะถึงเลเวล 25 "ความฝันที่เหลืออยู่ตอบกลับไปด้วยเหตุผล

ระบบนั้นเป็นคนใจกว้างมาก ทั้งแจกแม่พิมพ์ระดับเงินนับพันในการต่อสู้ของด่านหน้าเมอิสเนร่า

ผู้คนนับล้านคนที่เข้าร่วมการต่อสู้และได้รับรางวัลแม่พิมพ์ต่างๆกว่า 10,000 ชิ้นซึ่งนั้นถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สูงมาก

นอกจากลูหลี่แล้ว ทุกคนในกลุ่มทหารรับจ้างซินๆต่างก็ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้และได้รับรางวัล

น่าเสียดายที่มันสามารถใช้ได้เฉพาะที่ LV25 ซึ่งนั้นได้ทำให้หลายคนผิดหวังมาก

"หยุดกระโดดได้แล้ว ผ่านมันไปแล้วไปชิ้นต่อไปซักที " ในที่สุดลูหลี่ก็ไม่อาจต่อต้านการล่อลวงของมันและคว้าตัวแม่พิมพ์มาได้ ตามลักษณะของภาพไอเท็มที่อยู่ในแม่พิมพ์นั้น มันคือกริช!

จบบทที่ จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 239

คัดลอกลิงก์แล้ว