เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 226

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 226

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 226


กำลังโหลดไฟล์

ติดตามอ่านนิยายเพิ่มเติมของผู้แปลและนิยายทุกตอนได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 226: ข้อเสนอของเมอร์ล็อก

แหวนของลูหลี่สามารถอัพเกรดได้ด้วยการใช้พลังงานจากแท่นบูชายัญซึ่งนั่นก็คือวิธีการอัพเกรดในสามระดับแรก ดังนั้นจึงเขาจึงต้องหาแท่นบูชาที่เขาจะสามารถใช้พลังงานได้เต็มที่

เมื่อพูดแบบนั้นแล้ว แท่นบูชาสายน้ำจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดในโลก บางทีอาจจะมีแท่นบูชาอื่นๆที่สามารถอัพเกรดแหวนดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามแท่นบูชาสายน้ำนั้นเป็นแท่นบูชาที่ดีที่สุดที่ลูหลี่จะคิดออก มันไม่ใช่แค่แท่นบูชาแบบสุ่มที่สร้างขึ้นบนเกาะที่รกร้าง มันเป็นแท่นบูชาเพียงแห่งเดียวที่มีประวัติอันยาวนาน

หุบเขาเสตร็งเลทฮอนนั้นดูเหมือนจะเป็นเขตสันติที่เดียวในอาเซรอธที่ยังไม่เคยมีสงครามเกิดขึ้น

ภายในหุบเขานั้นมีอารยธรรมโทรลอันแสงยิ่งใหญ่จากสมัยโบราณอาศัยอยู่ พวกเขาได้สร้างเมืองที่ยิ่งใหญ่ซึ่งมีโทรลและก็อบลินอาศัยอยู่

โทรลส่วนใหญ่นั้นยังคงทำตามประเพณีการกินมนุษย์และบางส่วนของของชนเผ่าโทรลก็ได้ถูกยอมรับว่าเป็นมอนเตอร์กินคน ซึ่งนั้นก็รวมถึงเผ่าพันธุ์มอสฟราเยอร์และไวเรแบรน

นอกจากชนเผ่าโทรลทั่วไปแล้ว ยังมีเผ่าโทรลหิมะซึ่งได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัดว่าเป็นมอนเตอร์กินคน ส่วนโทรลทะเลทราย โทรลป่าและโทรลป่ารกทึบบางครั้งก็จะแสดงพฤติกรรมการกินมนุษย์ออกมา

แม้กระทั่งโทรลความมืดที่แสนลึกลับก็ยังแสดงพฤติกรรมการกินมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามมีโทรลบ้างส่วนที่เป็นข้อยกเว้น ตัวอย่างเช่นโทรลตระกูลแซนดาลาและตระกูลเรเวนทัสที่จะกินอาหารที่มนุษย์กินกัน แต่พวกเขาก็ไม่กินเผ่าพันธุ์ของตัวเอง จะมีแต่เพียงตระกูลหอกดำที่ยังคงรักษาประเพณีการกินของพวกเขาไว้จนกว่าพวกเขาจะเข้าร่วมกับเผ่า อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้ยอมแพ้ประเพณีการกินเผ่าพันธุ์ของตัวเองไป

สูตรการปรุงอาหารที่ลูหลี่ได้ปล้นมาเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพวกโทรลนั้นชอบกินบาร์บีคิวเมอร์ล็อก

ตามบันทึกจากอดีต เมอร์ล็อกผู้ที่กลัวการถูกกินนั้นได้เรียกราชาแห่งผืนน้ำเนปตูลอนมาเพื่อกำจัดพวกโทรล

เนปตูลอนได้ตอบรับคำขอร้องของเหล่าเมอร์ล็อกด้วยการส่งคลื่นยักษ์ที่มีพลังพอที่จะทำลายเมืองใหญ่ๆได้เลย กระแสน้ำได้โหมกระหน่ำไปทุกๆที่ในหุบเขาเสตร็งเลทฮอน

เมืองของเหล่าโทรลได้กลายซากปรักหักพังและโทรลก็ได้ต่อสู้กันเพื่อหาผู้นำเผ่าคนใหม่

หลังจากนั้นทอร์ลก็ได้นำเหล่าออร์คและพันธมิตรของพวกเขาซึ่งเป็นตระกูลหอกดำเข้ามารวมตัวกัน ตระกูลหอกดำคือกลุ่มของโทรลจากเผ่าโทรลป่าที่ไม่ยอมรับในการกินเผ่าพันธุ์ของตัวเอง

เกาะที่อยู่ใต้เท้าของลูหลี่นั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆของภูเขาน้ำแข็ง ด้านล่างลึกๆของมันนั้นมีเมืองโทรลโบราณฝังอยู่

แท่นบูชาที่เหล่าเมอร์ล็อกใช้เรียกราชาแห่งสายน้ำตั้งอยู่ตรงหน้าเขา

ควรสังเกตว่าคำที่ใช้ในตำนานของการอัญเชิญคือ "ร้องขอ" ไม่ใช่การ "เรียก"

นั้นเพราะว่าพวกมันมีความสามารถที่จำกัด เหล่าเมอร์ล็อกไม่แข็งแกร่งพอที่จะเรียกเทพเช่นราชาธาตุได้

อย่างไรก็ตามแท่นบูชานี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับลูหลี่

ทุกอย่างที่เขาต้องการตอนนี้คือตัวขับเคลื่อน เนื่องจากโจรไม่สามารถเปิดใช้งานแท่นบูชาได้

โชคดีที่เขาเตรียมตัวมาแล้ว

ลูหลี่เดินไปที่แท่นบูชาและวางรูปหยกที่อยู่ในมือของเขา

รูปปั้นคริสตัลได้เปล่งประกายแสงสีเขียวกระเพือมไปมาก่อนที่มันจะส่งแสงออกไปข้างนอก

แต่นี่เป็นเพียงรูปหยกธรรมดาของเนปตูลอนเท่านั้น แท่นบูชาทำปฏิกิริยากับรูปหยกก็เพราะเนปตูลอนได้มีความเกี่ยวข้องกับรูปหยกมาก่อน แต่แน่นอนรูปหยกนั้นไม่สามารถเรียกเนปตูลอนได้

ลูหลี่ไม่ได้ตั้งใจจะเรียกเนปตูลอน เพราะเขาก็ยังต้องการที่จะมีชีวิตอยู่

"ใครกันที่กล้าเรียกพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งกระแสน้ำ?" จุดเทเลพอร์ตสีม่วงได้ปรากฏขึ้นจากแท่นจารึกด้านนอกของแท่นบูชาตามด้วยนักบวชเมอร์ล็อกที่สวมเสื้อคลุมสีเขียว

"ท่านลูน่าผู้สูงส่ง ข้าไนท์เอล์ฟจากดานาซัสมาทักทายท่าน" ลูหลี่กล่าวขณะที่เขาหยิบรูปหยกและส่งให้นักบวช

นักบวชเมอร์ล็อกคว้ารูปหยกและร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น "โอ้ นี่ข้ากำลังเห็นอะไรอยู่?!"

"มันเป็นของขวัญ ข้าหวังว่าท่านจะชอบมัน." ลูหลี่รู้สึกโล่งใจที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงสีร่างกายของนักบวชเมอร์ล็อกจากสีแดงศัตรูกลายเป็นมิตรสีเขียว

มีเฉพาะเมอร์ล็อกเท่านั้นที่สามารถเปิดใช้งานแท่นบูชาสายน้ำได้ ดังนั้นมันก็จะเป็นเรื่องยุ่งยากมากถ้านักบวชไม่โผล่มา

"เด็กหนุ่มเอลฟ์ เจ้าเป็นเด็กที่มีมารยาทดีมาก พูดมาเลยว่าเจ้ามีอะไรขอร้องข้าไหม? " นักบวชเมอร์ล็อกอยู่ในอารมณ์ที่ดีและได้เอารูปปั้นกอดไว้ในอ้อมแขนของเขาอย่างรัดกุม

"ข้าเป็นนักผจญภัยที่แสวงหาพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ ข้าต้องการที่จะได้รับพลังอำนาจของราชาแห่งสายน้ำ "ลูหลี่ตัดเข้าจุดประสงค์ของเขา

นักบวชเปลี่ยนท่าทีของเขาทันที

"อะไรนะ? เจ้ากล้าที่จะตั้งเป้าหมายของเจ้าไว้ที่แท่นบูชาได้อย่างไรกัน "

เขาแข็งแกร่งกว่ามอนเตอร์ระดับหัวหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและไม่มีการรับประกันใดๆว่าเขาจะสามารถเอาชนะโจรคนนี้ที่มีรูปหยกได้ ดังนั้นเขาจึงยังคงเตรียมพร้อมอยู่

ไนท์เอล์ฟนั้นมีความแข็งแกร่งมากและพวกเขาก็สามารถเอาชนะสิ่งที่เมอร์ล็อกกลัวที่สุด นาค

เมอร์ล็อกเป็นพวกขี้ขลาดและจะมีเพียงแค่ร่างกายภายนอกเท่านั้นที่ดูแข็งแกร่ง พวกเขามักจะรุมศัตรูของพวกเขาและวิ่งหนีไปเมื่อพวกเขาไม่สามารถเอาชนะศัตรูได้

"ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้วางแผนที่จะใช้แท่นบูชานี้โดยไม่ให้ค่าตอบแทนอะไร ดังนั้นข้าจึงได้นำของมาแลกเปลี่ยนด้วยแล้ว "

ลูหลี่หยิบเอาวัสดุที่หายากจำนวนมากมาวางไว้ที่ด้านหน้าแท่นบูชาทีละชิ้น

ตาของนักบวชเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นวัสดุหายาก เขาท่องชื่อของเนปตูลอนตลอดเวลาเพื่อพยายามรักษาสติของเขาไว้

NPC ในเกมรุ่งอรุณก็สามารถเพิ่มระดับได้สองวิธี วิธีแรกคือการเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งและเติบโตผ่านการสู้รบ แต่วิธีนี้ใช้ไม่ได้กับนักบวชเมอร์ล็อก เพราะเขาต้องอยู่และปกป้องแท่นบูชานี้

วิธีที่สองคือการได้รับพลังงานจากขุมพลังภายนอก

วัสดุที่ลูหลี่ได้นำมาล่อใจนักบวชมากเสียเหลือเกิน นักบวชเมอร์ล็อกสามารถใช้วัสดุเหล่านี้ในการดูดซับพลังงานได้ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสามารถใช้มันเพื่อดูดซับพลังอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าจากแท่นบูชาได้อีก

"ช่วยข้าซึมซับพลังออกจากแท่นบูชาและสิ่งของทั้งหมดนี้จะเป็นของท่าน"

คำพูดของลูหลี่เหมือนกับเสียงกระซิบของปีศาจที่เต็มไปด้วยสิ่งล่อตาล่อใจ

"ไม่มีทาง อำนาจของแท่นบูชาไม่สามารถใช้พร่ําเพรื่อได้ ไม่เช่นนั้นแล้วราชาแห่งสายน้ำจะลงโทษพวกเราจากเบื้องบน " เป็นเรื่องง่ายมากที่จะบอกได้จากใบหน้าเรียบๆของนักบวชเมอร์ล็อกว่าเขานั้นกำลังอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

"อย่างี่เง่า ราชาแห่งสายน้ำจะไม่มีทางลงมาที่ซากปรักหักพังเหล่านี้แน่นอน ลองถามตัวท่านเองดูว่าดินแดนที่รกร้างแห่งนี้มีอะไรที่จะสามารถดึงดูดเทพได้หรือไม่? " ลูหลี่ตอบกลับไปซึ่งนั้นทำให้จิตวิญญาณของเมอร์ล็อกที่นับถือราชาแห่งสายน้ำปั่นปวน

นักบวชเมอร์ล็อกแทบจะร้องไห้ออกมา

"เหล่าเมอร์ล็อกไม่ควรจะถูกกดขี่ ทั้งหมดที่ท่านต้องการก็คือกำจัดพวกนาค เฉพาะท่านเท่านั้นที่จะมีโอกาสที่จะได้รับพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่มากพอที่จะเรียกราชาแห่งสายน้ำของท่านได้ " ลูหลี่ตัดสินใจที่จะแก้ปัญหานี้จากอีกแง่มุมหนึ่ง

“ใช่แล้ว”

ดวงตาของนักบวชเปร่งประกายก่อนที่เขาจะประกาศว่า "เราเคยเป็นผู้ปกครองแห่งทะเลมาแล้ว ไม่มีใครอื่นนอกจากพระเจ้าที่จะสามารถกดขี่เราได้ "

"ในฐานะที่ข้าเป็นเอลฟ์ที่เป็นมิตร ข้าต้องเห็นด้วยกับคำพูดของท่านอยู่แล้ว" ลูหลี่ตอบเพื่อแสร้งเข้าข้างนักบวชเมอร์ล็อก

คำพูดของเขานั้นเป็นเรื่องไม่จริงเลย เอลฟ์ชอบธรรมชาติและความสมดุล แต่พวกเขาไม่เคยเป็นมิตรกับเผ่าพันธุ์ที่เพิ่งเกิดมาใหม่ด้วย

น่าเสียดายที่นักบวชไม่ได้เอะใจและคิดแค่เรื่องแผนการที่ลูหลี่ได้เล่าให้เขาฟัง

เมอร์ล็อกนั้นไม่ควรถูกกดขี่ พวกเขาไม่ควรจะต้องมาดิ้นรนในซากปรักหักพังเหล่านี้และพวกเขาต้องการผู้นำที่เข้มแข็ง นักบวชรู้สึกราวกับว่าเขาตอนวัยหนุ่มได้กลับมาอีกครั้ง

ลูหลี่รวมวัสดุเป็นกองและผลักพวกมันไปหานักบวชพร้อมกล่าวว่า "รับพวกมันไปเพื่อประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่และเพื่ออนาคตของเหล่าเมอร์ล็อก"

"ข้าจำเป็นต้องตรวจสอบก่อนว่าวัสดุเหล่านี้เป็นสิ่งที่ข้าต้องการจริงๆหรือไม่"

นักบวชพยักหน้าอย่างหนักด้วยดวงตาแดงก่ำ

แน่นอนว่านี่เป็นวัสดุที่เขาต้องการ อาเซอร์ซีบรีสได้โต้ตอบกับนักบวชเมอร์ล็อกคนนี้มาก่อน ในชีวิตที่ผ่านมาและลูหลี่ก็ได้รับเอกสารมากมายมาจากเขา

"ฉันสงสัยว่าจะมีคนอื่นที่สามารถจัดหาวัสดุได้ดีกว่าฉันไหมนะ" ลูหลี่รู้สึกหลี่กังวลเล็กน้อย ใครจะรู้ว่า NPC จะเปลี่ยนความคิดของตัวเองตอนไหน?

โชคดีที่วัสดุเหล่านี้เป็นสิ่งที่นักบวชเมอร์ล็อกต้องการ

กองวัสดุที่ลูหลี่ได้เสนอไปไม่เพียง แต่มีวัสดุที่หายากที่นักบวชต้องการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องบูชายัญที่จำเป็นในการเปิดใช้งานแท่นบูชา นักบวชจึงไม่จำเป็นที่จะต้องจัดหาอะไรเลย

นักบวชรู้สึกแปลกใจในขณะที่เขาตรวจสอบทุกวัสดุทุกชิ้นและโอบพวกมันทั้งหมดไว้ที่แขนของเขาอย่างแน่นหนา

จบบทที่ จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 226

คัดลอกลิงก์แล้ว