เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 224

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 224

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 224


กำลังโหลดไฟล์

ติดตามอ่านนิยายเพิ่มเติมของผู้แปลและนิยายทุกตอนได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 224: การให้ความช่วยเหลือโดยบังเอิญ

การได้เห็นบั๊กกี้ทำให้ลูหลี่รู้สึกวิตกจริตเล็กน้อย

นับตั้งแต่ที่เขาได้รับประสบการณ์การเกิดใหม่มา เขาไม่เคยคิดจะไปหาคนๆนี้อีกเลย ในสายตาของเขา มันไม่สำคัญกับเขาว่าคนนี้จะมีชีวิตอยู่หรือตาย

บั๊กกี้สวมชุดทำงานสีน้ำเงิน ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะมายังที่นี้พร้อมกับกลุ่มคนที่ไม่ดี

คนรอบๆต่างก็หลีกเลี่ยงพวกเขา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งอาวุธหนักมองไปที่พวกเขาอย่างละเอียด

ลูหลี่ไม่สามารถหลอกได้ว่าเขามองไม่เห็นพวกเขา ดังนั้นเขาจึงเดินไปขณะจับมือน้องสาวของเขา

"อา ซินซิน มันนานมากแล้วนะเนี้ย เธอโตขึ้นมากเลยนะ" บั๊กกี้เป็นคนที่มีเสน่ห์และมารยาทดีมาก เขาดูเหมือนนักวิชาการมากกว่าลูหลี่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้อ่านหนังสือหลายเล่มก็ตาม

"พี่ใหญ่บั๊กกี้" ลูซินตะโกนเรียก

"ถ้านายกล้าที่จะสัมผัสเธอ ฉันจะทำให้นายพูดชกับเธอขณะที่กำลังนอนลงบนพื้น" ลูหลี่เตือน

บั๊กกี้ผู้ที่กำลังจะลูบศีรษะของลูซิน ก็ตัวแข็งอยู่สักครู่ก่อนที่จะหดมือลง

"นายไม่ควรจะอยู่ที่นี่ มันจะดีกว่านี้ถ้านายออกไป"ลูหลี่กล่าวเสริม

"เพราะเรายากจนอย่างงั้นเหรอ?" บักกี้ยกคิ้วขึ้น ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดีเลย

"นายไม่ใช่คนยากจนและอย่าดูถูกคนที่เป็นคนยากจนจริงๆ พวกนายมันเป็นแค่พวกเลวทราม พูดออกมาถ้ามีอะไรอยากจะพูด ชั้นเรียนของซินซินกำลังจะเริ่มแล้ว "ลูหลี่นั้นกระวนกระวาย แต่เขากำลังพูดความจริง

"ฉันมาที่นี่เพื่อขอบคุณนาย" บั๊กกี้กล่าวในขณะที่เขาพูดถึงจุดประสงค์ของการมาเยี่ยมชมของเขา ซึ่งนั้นทำให้ลูหลี่ใจอ่อนลงนิดหน่อย

ลูหลี่ส่ายหัว "มันไม่จำเป็น ฉันหวังว่านายจะตายในคุกด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีอะไรอีก ฉันก็จะไปแล้ว นายไปทำสิ่งที่นายต้องทำเถอะ อย่ามองหาฉันหรือติดต่อซินซินอีก มิฉะนั้นแล้ว…"

"นายไม่ได้บอกว่าเราเป็นพี่น้องกันงั้นเหรอ?" บั๊กกี้ถามขณะเอียงศีรษะ

เมื่อเขาทำท่าเอียงศีรษะของเขานี้ เขาก็ดูคล้ายกับพ่อของเขา ลูหลี่ได้ยินมาว่าพ่อของบั๊กกี้ถูกสังหารเพราะท่าเดียวกันนี้

"ฉันจะยอมรับว่าเราเป็นพี่น้องกันก็ต่อเมื่อนายตาย" ลูหลี่ไม่อยากพูดอีกต่อไปในขณะที่เขาดึงน้องสาวออกไป

บรรยากาศในตอนนี้ดูเครียดมากเพราะคำพูดของลูหลี่นั้นตรงไปตรงมามากจนเกินไป

ลูซินไม่กล้าที่จะพูดอะไรทั้งนั้น แม้ว่าเธอจะรู้ว่าพี่ใหญ่บั๊กกี้ดีต่อเธอเสมอมาก็ตาม

แต่เธอนั้นก็รู้ว่าพี่ชายของเธอไม่ชอบพี่ใหญ่บั๊กกี้ ถ้าเธอพูดกับเขามากเกินไป พี่ชายของเธอก็คงจะโกรธและบางครั้งเขาก็จะตีพี่ใหญ่บั๊กกี้

ลูหลี่คงจะตีเขาด้วยแรงที่มากพอที่จะเลือดออกได้

"มันไม่พอหรือว่าฉันทำอะไรผิดกัน?" บั๊กกี้ตะโกนออกมา

ลูหลี่กระตุกริมฝีปากด้วยความหงุดหงิดและเขาก็ไม่หันหลังกลับไป

"ฉันมาที่นี่เพื่อยืมเงินให้กับลูกน้องของฉัน" บั๊กกี้กล่าวด้วยความรู้สึกกังวล กลุ่มผู้ติดตามของเขาที่เดินตามหลังเขามานั้นได้เดินเข้ามาตามและฉากที่เห็นนี้ก็ค่อนข้างรู้สึกประทับใจ

รถตำรวจเข้ามาใกล้และหยุดลงที่ถนน หน้าต่างนั้นเลื่อนลงมาเพื่อเผยให้เห็นใบหน้าของตำรวจสองคน

"ฉันไม่ได้เป็นหนี้นาย" ลูหลี่ตอบ

"พี่ชาย... " ลูซินถูกดึงโดยพี่ชายของเธอ แต่เธอก็ยังพยายามที่จะหันหลังกลับไป

เธอรู้จักคนเหล่านั้นดี นั้นเพราะว่าเธอเติบโตขึ้นมาพร้อมกับบั๊กกี้ในบ้านของป้านุ้ยและคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กๆจากพื้นที่กันทั้งนั้น

พวกเขาทุกคนเป็นเด็กที่ยากจน

บางคนอายุเท่ากันหรืออายุน้อยกว่าลูซิน

"แล้วพวกนายจะเอาเงินไปทำอะไรกัน?" ลูหลี่ถามอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่เขาหยุดเดิน

น้องสาวของเขานั้นมีจิตใจที่แสนอ่อนโยน แต่เมื่อเขามองไปที่น้องสาวของเขาแล้ว จิตใจของเขาก็อ่อนโยนขึ้นมาทันใด

เขาไปส่งเธอที่โรงเรียน ก่อนที่จะกลับจัดการธุระนี้

"ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ากับสังคม ฉันต้องการสร้างสตูดิโอ สตูดิโอเกม "บั๊กกี้กล่าวในท่ายืนตรง

"พวกเขาจะพึ่งพานายได้งั้นเหรอ?" ลูหลี่ไม่พยายามปิดบังความรังเกียจของเขา

"ใช่พวกเขาเหล่านี้อยู่กับฉันและฉันจะไม่ปล่อยให้พวกเขาหิว ให้ฉันยืมเงินบางส่วนและฉันจะจ่ายเงินนี้คืนในภายหลัง " หน้าของบั๊กกี้กลายเป็นสีแดง เขาเคยปฏิเสธที่จะขอร้องคนอื่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ลูหลี่เงียบ เขาไม่ต้องการที่จะยอมรับข้อตกลงนี้ แม้ว่าเขากำลังจะทุกข์ใจก็ตาม

แต่ลูหลี่ก็ต้องยอมรับว่านี่อาจจะเป็นแผนของเขาและถ้าป้านุ้ยรู้เรื่องนี้จากชีวิตหลังความตายแล้วป้าจะพักผ่อนอยู่อย่างสงบหรือเปล่านะ

"นายต้องการเท่าไหร่?"

"ฉันได้ทำการศึกษามาแล้ว ฉันต้องการเช่าห้องขนาดเล็กและหมวกเกมซึ่งแต่ละตัวจะมีราคา 3000 ดอลลาร์ เรามี 59 คนดังนั้นฉันจะต้องการที่จะยืม 250,000 ดอลลาร์ ... "ดูเหมือนบั๊กจะคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนแล้ว

"นายศึกษาได้แค่นี้งั้นเหรอ?" ลูหลี่เยาะเย้ย

"ฉันได้ศึกษามาว่านายเล่นเกมได้ดีมากและนายยังเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับ 1 "หน้าของบั๊กกี้นั้นดูพิลึกมาก ก่อนหน้านี้เขาเคยดูถูกลูหลี่ด้วยความชิงชังและคิดว่าเขานั้นไร้ค่า

แต่ เขานั้นก็ไม่คิดว่าเขาจะแตกต่างจากลูหลี่มากนัก เมื่อเห็นว่าลูหลี่เล่นได้ดีแล้ว เขาก็คิดว่าเขาจะเล่นได้ไม่เลวเช่นกันหากนำลูกทีมมาพร้อมกับเขา

"นายคิดว่าเกมนี้เล่นง่ายเหรอ?" ลูหลี่กล่าวเพราะรู้จักตัวเขาเองเป็นอย่างดี

"อย่างน้อย เราก็สามารถที่จะเลี้ยงตัวเองได้" บั๊กกี้กล่าวอย่างหนักแน่นขณะที่มองไปที่ลูกน้องของเขา

"พี่ชายลู ได้โปรดช่วยเราด้วย เราจะทุ่มเทให้กับการหารายได้จากเหรียญทองและเมืื่อได้มันมาเพียงพอแล้ว เราก็จะคืนมันให้แก่นาย " แบล็คกี้ที่ยืนอยู่ข้างหลังบั๊กกี้กล่าวอย่างมั่นใจ

"พี่ชาย พวกเราแค่ให้พวกเขายืมเงินก่อนเถอะ" ลูซินพูดเบาๆในหูของลูหลี่ "ถ้าเขาสามารถหาเงินได้ เขาก็จะหยุดทำในสิ่งที่ไม่ดี"

"นี่มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับน้อง" ลูหลี่จ้องเขม็งไปที่น้องสาวของเขาสักครู่หนึ่ง

"นายสามารถกำหนดเส้นตายได้และถ้าฉันไม่คืนเงินแล้วละก็ นายสามารถแจ้งตำรวจและส่งฉันเข้าไปในคุกได้เลย" บั๊กกี้กล่าว

"ฉันสามารถให้นายยืมเงินได้" ลูหลี่กล่าวหลังจากที่คิดอะไรสักอย่าง "แต่ฉันมีข้อแม้"

"บอกเรามาเลย พวกเราจะทำทุกๆอย่าง" บั๊กกี้ตอบขณะที่เขาตบหน้าอกของตัวเขา

"นายสามารถทำทุกอย่างที่นายต้องการทำในเกมได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ฉันต้องการ นายจะต้องทำตามที่ฉันบอกโดยไม่มีสิทธปฏิเสธและไม่สงสัยอะไร"

ผิวของบั๊กกี้เปลี่ยนเป็นสีเข้มเล็กน้อย เขาขมวดของเขาและถามว่า "ข้อแม้อะไรกันเนี้ย?"

"ฮ่าๆ ถ้านายอยากจะมีอำนาจเหมือนเดิมกับการเป็นหัวหน้าแก๊งค์ ฉันขอแนะนำให้นายออกไปที่นี้ตอนนี้เลยน่ะบั๊กกี้ ฉัน ลูหลี่ไม่ได้เป็นหนี้อะไรกับนาย"ลูหลี่พูดอย่างเย็นชา

"ฉันจะ ... ขอฉันคิดเรื่องนี้ก่อน ... " บั๊กกี้กล่าวด้วยความแปลกใจ

"ทำไมฉันต้องให้เวลานายในการคิด? บั๊กกี้และทุกๆคนต้องจ่ายเงินสำหรับสิ่งที่พวกนายได้ทำไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพวกเราที่ได้ออกจากย่านสามัญไปแล้ว พวกเราไม่คิดว่าจะให้อะไรฟรีๆแน่นอน "

ลูหลี่ไม่รู้ว่าจะคิดข้อแม้อะไรดี เขาเพียงแค่ไม่ต้องการให้พวกเขายืมเงินง่ายๆ

เขาจึงคิดได้ว่าจะสร้างหนี้ให้พวกเขา ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ของเขาแล้วละก็ ลูหลี่คงจะไม่สนใจในเรื่องนี้ มันมีอะไรเกี่ยวข้องกับเขากัน?

นอกจากนี้ลูหลี่ก็ไม่ต้องการที่จะใจร้ายต่อหน้าน้องสาวของเขามากเกินไป

บั๊กกี้ดูเหมือนลูกบอลที่แฟบขณะที่เขายิ้มอย่างขมขื่น "นายพูดถูก ลูหลี่ ฉันเป็นคนที่สอนนายถึงความเป็นจริงของโลกเองและดูเหมือนว่าฉันจะลืมมันไปนานแล้ว "

"ถ้านายเห็นด้วยให้เอาเลขบัญชีนายออกมาและฉันจะส่งเงินไปให้" ลูหลี่กล่าวขณะที่เขาจับมือน้องสาวของเขา "และอย่าเข้าใกล้ซินซินอีกต่อ หากฉันพบว่านายได้ติดต่อกับซินซินแล้ว ข้อตกลงทั้งหมดของเราจะเป็นโมฆะ

"ลูหลี่ ... " บั๊กกี้ให้หมายเลขบัญชีของเขาแก่ลูหลี่และต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ลังเล ในที่สุดลูหลี่ก็โบกมือของเขาและทิ้งพวกเขาไว้เบื้องหลัง

เขารู้ว่าลูหลี่นั้นห่วงใยลูซิน แต่เขานั้นไม่ทราบว่าลูหลี่ห่วงใยมากแค่ไหน

หลายปีมาแล้วที่เขาเป็นได้แค่ตัวตลก แต่เขาก็ไม่ได้ตระหนักเลยว่าลูหลี่นั้นเกลียดเขามาหลายปีแล้ว

เขาจำไม่ได้ว่านานมาแล้วแค่ไหน แต่มันต้องนานกว่า 10 ปีแล้วแน่ๆ อยู่มาวันหนึ่งเขาได้ขโมยเงินของเพื่อนบ้านและเอามาซื้อลูกกวาด

"ซินซิน ถ้าเธอชอบลูกกวาดมาก เธอสามารถแต่งงานกับพี่ใหญ่บั๊กกี้และฉันจะซื้อให้เธอกินทุกวันเลยนะ"

ซินซินกำลังจดจ่ออยู่กับการกินลูกกวาดและก่อนที่เธอจะสามารถพูดอะไรออกไป ลูหลี่ก็ได้ได้กระฉากผมที่ติดอยู่กับศีรษะของบั๊กกี้ จากนั้นพวกเขาก็ต่อสู้กันและตั้งแต่วันนั้นพวกเขาก็มักจะมองหาเหตุผลที่จะต่อสู้กันอยู่เสมอ

หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นและการตายของป้านุ้ยเกิด พวกเราทั้งสองก็ได้แยกตัวออกห่างกันมากขึ้น

บั๊กกี้ไม่กล้ามองไปที่ลูซินเลย เมื่อเขาพบเธอ เขาก็จะหันหลังกลับและเดินออกไป

มันจะเป็นมหันตภัยถ้าลูหลี่เห็นเขามองดูน้องสาวของเขา

แต่เห็นได้ชัดเลยว่านี่เป็นแค่เรื่องตลก จริงๆแล้วบั๊กกี้นั้นไม่ได้เป็นเฒ่าหัวงู

จบบทที่ จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 224

คัดลอกลิงก์แล้ว