เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 212

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 212

จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 212


กำลังโหลดไฟล์

ติดตามอ่านนิยายเพิ่มเติมของผู้แปลและนิยายทุกตอนได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 212: เทพธิดาผู้พิทักษ์ (ตอนที่ 1)

สาวๆถูกกระตุ้นให้โกรธทันทีที่พเนจรพูดจบลง ปกติแล้วพวกเธอนั้นก็ดูสวยงามและเกือบจะถึงวัยผู้ใหญ่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดก็ทำให้พวกเธอนั้นทนไม่ได้

ในมุมมองของความฝันที่เหลืออยู่ อาเซอร์ซีบรีสได้เตะเพื่อนของเขาลงไปในแม่น้ำ

พเนจร: "โอ้ยยย... "

"เขาจะตายไหม?" มาสเรนถามอย่างหน้าด้าน

"ตู๊ม! ได้ยินไหม ข้างล่างนั้นมีน้ำอยู่ "อาเซอร์ซีบรีสตอบกลับไปด้วยเสียงหัวเราะ

"นายเป็นคนทำเสียง 'ตู๊ม' "ซากุระตอบกลับไป

"มันก็เหมือนกันนั้นล่ะ" หลังจากพูดเสร็จแล้วเขาก็เดินออกไปจากดันเจี้ยน

ผู้ชายคนอื่นๆไม่ลังเลที่จะเดินไปกับเขา เด็กสาวเหล่านี้ยังคงมีจิตใจที่ดีอยู่ แต่พวกเธอก็ยืนดูอยู่แค่สามวินาทีเท่านั้น ทุกคนสงสัยว่าทำไมพเนจรจึงคิดว่าการพูดแบบนั้นกับสาวๆเป็นเรื่องที่ดี หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกจากดันเจี้ยนอย่างรวดเร็ว

มีเพียงพเนจรที่อยู่ในแม่น้ำซึ่งถูกบังคับให้หาทางออกอื่น เขาหวังว่าเขาจะไม่วิ่งเข้าไปในมอนสเตอร์ใดๆ

หลังจากออกจากดันเจี้ยนแล้ว ลูหลี่ก็ได้พาทุกคนเข้าไปในที่พักที่ได้รับการกล่าวถึงในตำนาน ที่พวกเขาต้องพักอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ นั้นก็เพราะว่าพวกเขานั้นต้องเคลียร์ดันเจี้ยนต่อ

เมื่อเวลาผ่านไปเล็กน้อย พวกเขาก็ออกจากบ้านหมู่บาน ลูหลี่ก็ได้ถามความฝันที่เหลืออยู่เกี่ยวกับอาหารที่ปรุงสุกแล้ว

เพื่อที่จะเลี้ยงดู กัว กัว ความฝันที่เหลือจำเป็นต้องพัฒนาทักษะการทำอาหารของเธอ ในขณะที่ในความเป็นจริงเธอไม่สามารถแม้แต่จะทำมันฝรั่งทอด เธอนั้นปรุงอาหารที่โคตรอร่อยได้แค่เพียงในเกม อาหารนี้อาจจะให้ค่าสถานะโบนัสเพิ่มขึ้นมา

หลังจากแจกจ่ายอาหารให้กับทุกคนแล้ว ความฝันที่เหลืออยู่และฮาชิจังก็ออกจากระบบ พวกเธอดูเหมือนจะมีบางอย่างในจิตใจของพวกเธอ

จากด้านบนของเตนท์ที่พวกเธออยู่นั้น ความฝันและฮาชิจังมีความสูงเพียง 1.5 เมตร

ดอกไม้อ้างว้างพาน้องสาวของเขาและคนอื่นๆที่ไม่ได้ออกจากระบบไปฟาร์ม

สำหรับมูนไลท์แล้ว ดินแดนแห้งแล้งแห่งนี้เป็นสวรรค์สำหรับเขา สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้เล่นแห่งเผ่าพันธุ์!

ลูหลี่ไม่ได้ไปฟาร์ม แต่เขาออกจากเต็นท์หลังจากที่ได้รับอาหารเพื่อไปค้นหากล่องสมบัติ

กล่องสมบัตินั้นมักจเกิดในที่แปลกๆ ตัวอย่างเช่นพวกมันสามารถกิดเบนภูเขา ในถ้ำหรือแม้กระทั่งในคูน้ำ แน่นอนสถานที่ที่สำคัญที่สุดในการตรวจสอบกล่องสมบัติคือเต็นท์ของมอนเตอร์ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีความน่าจะเป็นในการเกิดของกล่องสมบัติมากที่สุด

บางกล่องสมบัตินั้นมีเวลารีเฟรชที่คงที่ในขณะที่บางกล่องสมบัตินั้นมีตัวจับเวลาและรีเฟรชแบบสุ่ม การไม่สามารถกำหนดเวลารีเฟรชของกล่องสมบัติได้คือความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักล่าสมบัติ

ขณะที่ลูหลี่กำลังกระพือปีกปีกของเขาไปอย่างช้าๆและใกล้ถึงพื้นดินโดยไม่บังเอิญบินผ่านกล่องสมบัติ

เขาเก็บเกี่ยวกล่องสมบัติค่อนข้างมากในระหว่างทาง แต่ก็ไม่ดีเท่ากับกล่องสมบัติระดับทองแดง ไอเท็มส่วนใหญ่ที่อยู่ภายในกล่องสมบัตินั้นนอกเหนือจากหนังสือทักษะทั้งสองเล่มที่เขาได้รับมาแล้ว ก็มีเพียงวัสดุสิ้นเปลืองระดับต่ำๆที่ไม่มีมูลค่าตลาด

วัสดุปกตินั้นค่อนข้างแตกต่างจากวัสดุหายาก

วัสดุหายากยังคงมีประโยชน์ในระยะยาวไม่ว่าระดับของพวกมันจะอยู่ในระดับใด แม้แต่แม่พิมพ์ LV80 ยังจำเป็นที่จะต้องใช้ใยแมงมุม ในทางกลับกันวัสดุทั่วไประดับต่ำนั้นไม่ได้มีคุณค่าอะไรมากนักเพราะพวกมันใช้กับสร้างอุปกรณ์ระดับต่ำเท่านั้น

หนึ่งในสองหนังสือทักษะที่เขาได้รับมานั้นเป็นหนังสือทักษะพาลาดิน 'การแทรกแซงของพระเจ้า' การได้รับมันมาจากกล่องสมบัติทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมาก

พาลาดินสามารถใช้การแทรกแซงของพระเจ้าใส่เป้าหมายที่เป็นมิตรเพื่อปกป้องพวกเขาจากความเสียหายทางกายภาพหรือทักษะใดๆก็ตาม แม้กระทั่งทำให้เป้าหมายออกจากสนามรบและป้องกันไม่ให้เคลื่อนที่ รวมถึงมอนเตอร์จะไม่สามารถโจมตีได้ตลอดระยะเวลาของสกิลที่แสดงผล

ในสถานการณ์ที่ทีมกำลังจะถูกทำลาย พาลาดินสามารถเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องฮีลเลอร์และใช้สกิลนี้ได้

นี้จะนำไปสู่การที่ฮีลเลอร์เป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวในสนามรบ อย่างไรก็ตามบอสนั้นก็จะกลับไปยังตำแหน่งเดิม

พเนจรจะต้องขอบคุณทักษะนี้แน่ๆ มันน่าจะของปลอบใจสำหรับการถูกเตะลงจากหน้าผา

หนังสือทักษะอีกเล่มนั้นแย่กว่ามาก กระแทกโล่ของนักรบมีมูลค่าเพียง 10 เหรียญเงินในห้องประมูลและแทบจะไม่มีค่าอะไรเลย

มีโจรที่ถูกขนานนามกันว่า 'นักล่าสมบัติ' ซึ่งทำอาชีพในการเปิดกล่องสมบัติ ในฟอรัมนั้นเต็มไปด้วย 'วิธีรวยอย่างรวดเร็ว' ของผู้เล่นคนดังกล่าว ในชีวิตที่ผ่านมาของเขา ลูหลี่รู้สึกอิจฉาผู้เล่นนี้และนี่คือเหตุผลที่เขาเลือกเล่นเป็นโจร

แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ตอนที่เขาได้เล่นเป็นโจรแล้วเขาก็ตระหนักว่าความเป็นจริงนั้นแตกต่างจากที่เขาจินตนาการไว้

กล่องสมบัติไม่ได้กระจายไปทั่วและพวกมันก็ไม่ได้ดรอบไอเท็มที่ทำให้เขาร่ำรวยข้ามคืนได้

ด้วยความไม่พอใจลึกๆในตัวเกม ลูหลี่ก็ได้ออกจากระบบไป

หลังจากนอนหลับไปแล้ว เขาก็ไปส่งน้องสาวที่โรงเรียน ขณะที่เธอยังไม่ได้รักษาอย่างเป็นทางการ เธอก็ยังคงที่จะต้องไปโรงเรียน

ลูหลี่ทักทายครูและหวังว่าน้องสาวของเขาจะได้รับการรักษาเป็นพิเศษ เธอไม่สามารถมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายใดๆหรือร่วมงานของโรงเรียนที่ลำบากมากๆได้

ตามคำแนะนำของลูหลี่ มันไม่สำคัญมากเท่าไหร่ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ พี่ชายคนนี้ของเธอจะสนับสนุนเธอตลอดไป

เมื่อลูหลี่เข้าสู่ระบบในวันรุ่งขึ้น เขาก็ได้รับข่าวว่า ได้มีธาตุน้ำปรากฏตัวออกมาใกล้ ที่เก็บเกี่ยวเมอิสเนร่าและกำลังถูกฟาร์มอยู่

"เทพธิดาผู้พิทักษ์ ... " ลูหลี่พึมพำกับตัวเอง

ถ้าไม่ใช่เพราะข่าวนี้ลูหลี่ก็คงจะลืมเรื่องนี้ไปหมดแล้ว นี่คือเหตุผลดั้งเดิมของเขาในการเลือกแอสทาน่าเป็นจุดเกิด

ตามที่กล่าวมานั้น เมอิสเนร่านั้นเป็นผู้หญิงที่มีความสวยงามและมีเสียงที่เยือกเย็น

สำหรับผู้เล่นในหุบเขาเทาก็คงจะเข้าใจได้ ถ้าพวกเขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับ แรน วูฟรันนิ่ง(ประมุขแอสทาน่า) หรือมัลฟูเรียน แต่ถ้าพวกเขาไม่รู้จักเมอิสเนร่าแล้วละก็ มันเหมือนกับพวกเขาไม่ได้มีชีวิตกันอยู่จริงๆ

แม้กระทั่งเด็กผู้หญิงยังติดการพูดแบบของเธอ เธอเป็นสุดยอดแห่งประวัติศาสตร์การเล่นเกมเป็นเวลากว่า 200 ปี

ผู้เล่นจำนวนมากได้บันทึกเสียงของเธอและใช้เป็นเสียงเรียกเข้าในชีวิตจริง

หากมีมอนเตอร์ธาตุน้ำอยู่ใกล้กับที่เก็บเกี่ยวเมอิสเนร่าแล้ว สมาชิกชั้นสูงแอนเซรินของสมาคมค้อนสนธยาได้เสร็จสิ้นแผนการของพวกเขาในการปรับใช้ในแอสทาน่าแล้ว วันแห่งการโจมตีก็กำลังจะใกล้เข้ามาแล้ว

มีกิจกรรมของเหล่าลัทธิสนธยาในหุบเขาสีเทา แต่พวกเขาก็ไม่ถูกกำจัดไป เนื่องจากพวกเขามีจำนวนน้อยและไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อกองทัพทหารไนท์เอลฟ์

แอนเซรินและลูกน้องของเขาเข้าใจเรื่องนี้ดี ดังนั้นพวกเขาจึงได้สร้างแท่นบูชาสนธยาและใช้พลังในการเรียกธาตุน้ำจากท้องทะเล

ลูหลี่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับธาตุน้ำเหล่านี้

เพื่อที่จะยกระดับแหวนของเขา ลูหลี่และสาวกชั้นสูงแอนเซรินของค้อนสนธยาก็ได้ตกลงกัน เขาจะให้วัสดุบางอย่างแก่แท่นบูชาและได้รับอนุญาตให้ใช้ความแข็งแกร่งของแท่นบูชา

อย่างไรก็ตามแอนเซรินได้ดูถูกพลังงานที่จำเป็นสำหรับการอัพเกรดแหวนต่ำเกินไป

นั้นทำให้เกิดความล่าช้าในการเรียกธาตุน้ำ

อย่างไรก็ตามยังมีผลอีกด้านหนึ่งที่เกิดจากสถานการณ์นี้ แม้ว่าลูหลี่จะได้ชะลอการก่อตัวของธาตุน้ำแล้วก็ตาม ธาตุน้ำในปัจจุบันนั้นจะแข็งแกร่งกว่าที่เขาเคยเจอในชีวิตที่ผ่านมา นี่เป็นเพราะวัสดุที่เขาให้ไป

"ธาตุน้ำมีเลเวลเท่าไหร่?" ลูหลี่ถามพเนจร

"มันมีเลเวลประมาณ 20 พวกมันให้ค่า EXP เพียงเล็กน้อย นายต้องการที่จะไปและร่วมปาร์ตี้เพื่อจัดการมันงั้นเหรอ? " พเนจรนั้นอยู่ในค่ายของดินแดนแห้งแล้ง แต่หัวใจของเขากลับอยู่ในที่เก็บเกี่ยวเมอิสเนร่าตลอดเวลา

"ไปสิถ้านายต้องการและพาคนอื่นๆมาด้วยนะ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จำเป็นต้องเร่งการเคลียร์ดันเจี้ยนเลย " ลูหลี่สนับสนุนการตัดสินใจของเขาอย่างมาก

เทพธิดาผู้พิทักษ์หรือคำประกาศของภารกิจอย่างเป็นทางการว่า "การรบในที่เก็บเกี่ยวเมอิสเนร่า" ดูเหมือนจะเป็นเหตุการณ์ที่คุ้มค่ามาก ในเควสนั้นมีทั้ง EXP จำนวนมาก อุปกรณ์สวมใส่ รางวัลมากมายและแต้มเกียรติยศบ ...

เมื่อคิดเกี่ยวกับรางวัลแต้มเกียรติยศ ใบหน้าของลูหลี่หมองลง

จบบทที่ จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ บทที่ 212

คัดลอกลิงก์แล้ว