- หน้าแรก
- บันทึกอมตะ เมื่อฉันกลายเป็นศัตรูขององค์กร
- บทที่ 9 – กู่โถวผู้ไร้ค่ากับโจ้วอ๋องอัจฉริยะ
บทที่ 9 – กู่โถวผู้ไร้ค่ากับโจ้วอ๋องอัจฉริยะ
บทที่ 9 – กู่โถวผู้ไร้ค่ากับโจ้วอ๋องอัจฉริยะ
สองวันต่อมา
โม่โจวมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับกู่โถวและเชือกพลังจิตแล้ว
จากรายงานและการแสดงออกของกู่โถว ในมุมมองความรับรู้ของตัวเอง นอกจากเรื่องไม่มีความสามารถในการสืบพันธุ์และกิจกรรมทางสรีระที่เกี่ยวข้องแล้ว เขาก็คือชายหัวโล้นที่ปกติคนหนึ่ง
แต่ข้อมูลการทดลองระบุว่า อีกฝ่ายไม่มีการขับถ่าย สิ่งแปลกปลอมไม่สามารถเข้าสู่กระเพาะอาหารเชิงมโนทัศน์และภายในร่างกายของเขาได้ และผู้คนไม่สามารถสัมผัสร่างกายในเชิงมโนทัศน์ของเขาได้
ในทำนองเดียวกัน กู่โถวไม่สามารถเพิ่มพูนพละกำลังผ่านการออกกำลังกายได้ และจะไม่มีปฏิกิริยาอย่างอาหารเป็นพิษเกิดขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้อีกด้วย
ทว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญสำหรับโม่โจว จุดที่เปลี่ยนกู่โถวจากสิ่งของทดลองให้กลายเป็นเครื่องมือคือ กู่โถวไม่กลัวการขาดอากาศหายใจในเชิงวัตถุวิสัย แต่ระยะเวลาการกลั้นหายใจในน้ำของเขาสูงกว่าปกติเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น
ความจริงนี่เป็นผลกระทบจากสัญชาตญาณส่วนบุคคล หลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดของโม่โจวและหมดสติไปถึงเจ็ดครั้ง เขาก็สามารถเอาชนะสภาพแวดล้อมใต้น้ำได้
นอกจากนี้ ร่างกายของกู่โถวยังมีความสามารถในการฟื้นฟูที่โดดเด่น คาดว่าเป็นเพราะไม่มีเนื้อหนังเป็นภาระ หลังจากสารอาหารอาหารถูกย่อยในกระเพาะมโนทัศน์แล้ว มันสามารถมอบพลังการฟื้นฟูที่แข็งแกร่งได้
ภายใต้การสั่งสอนอย่างเป็นมิตรของโม่โจว กระดูกที่หักของกู่โถวสามารถฟื้นฟูได้ภายในสี่ชั่วโมง
เมื่อคำนึงถึงว่าในอนาคตกู่โถวอาจมีประโยชน์จริงๆ โม่โจวจึงหยุดการทดสอบนี้ไว้ชั่วคราว (โอกาสหน้ายังมีอีกมาก)
และจากการทดลองพบว่า ความเหนียวและความแข็งแกร่งของกระดูกของกู่โถวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โม่โจวต้องใช้ขวานหนัก 5 กิโลกรัมขว้างลงมาจากชั้นสองอย่างสุดแรง ถึงจะทำให้ขาของเขาหักได้
แน่นอนว่าเขายังมีการค้นพบเพิ่มเติม บางทีอาจเป็นเพราะชีวิตในอดีตของกู่โถวนั้นไม่สมหวัง เมื่อตอนนี้มีอาหารดีๆ มีที่พักคุ้มแดดคุ้มฝน กู่โถวถึงกับแสดงออกถึงความรู้สึกผูกพันกับที่นี่อย่างลางๆ
สิ่งนี้ทำให้โม่โจวใช้งานเขาได้อย่างสบายใจมากขึ้น
ส่วนเรื่องเชือกเฮงซวยนั่น โม่โจวให้กู่โถวเริ่มควบคุมเบื้องต้น แต่กู่โถวนั้นโง่เกินไป ใช้เวลาถึงสองชั่วโมงกว่าจะเรียนรู้การลอยตัวขั้นพื้นฐาน
ในการทดลอง หลังจากโม่โจวตัดแบ่งเชือกออกมา 5 เซนติเมตร เขาก็เริ่มตัดต่อไปเรื่อยๆ เมื่อตัดถึง 4.6 เซนติเมตร กู่โถวก็ไม่สามารถควบคุมเชือกได้เลย
ด้วยเหตุนี้ โม่โจวจึงกำหนดขนาดขั้นต่ำของเชือกไว้ที่ 4.7 เซนติเมตร และตัดสินใจเริ่มใช้งานเชือกในวันนี้
ความจริงแล้ว หากฉินตัวตัวถูกโม่โจวพบตัวเป็นคนแรก เขาคงยินดีที่จะมัดอีกฝ่ายกลับมาช่วยในการทดลอง
แต่ฉินตัวตัวได้ลงวิดีโอในสื่อโซเชียลมาสามวันแล้ว โม่โจวไม่สามารถเสี่ยงขนาดนั้นเพื่อพาตัวเขากลับมา
“กู่โถว ฝึกมาทั้งเช้าแล้ว ความก้าวหน้าเป็นยังไงบ้าง?”
โม่โจวถืออาหารกล่องสองกล่องเดินมาที่สวนหลังบ้าน ในขณะนี้กู่โถวกำลังใช้เบ้าตาที่ว่างเปล่าจ้องเขม็งไปที่เชือก เชือกเส้นนั้นสั่นคลอนไปมาขณะพยายามยกตะกร้าขึ้น
ข้างในมีน้ำแร่ขนาดห้าร้อยมิลลิลิตรหนึ่งขวด
ตึง
ตะกร้าตกลงพื้น กู่โถวลูบกะโหลกศีรษะที่เรียบเนียนแล้วหัวเราะแห้งๆ:
“ขอโทษครับโจ้วอ๋อง ผมมันโง่เอง”
“มีการรับรู้ตนเองที่ชัดเจน อย่างน้อยก็ไม่ถือว่าทึ่มซะทีเดียว”
“ฮะๆ ขอบคุณครับโจ้วอ๋องที่ชม”
“...”
โม่โจวจิบเหล้าอย่างอ่อนใจ
เขารู้สึกว่ากู่โถวคนนี้คงจะดูถูกตัวเองมานานแล้ว หากไม่ใช่เพราะเมามาก่อนหน้านี้ เขาอาจจะไม่กล้าแม้แต่จะตะโกนใส่คนเดินถนนด้วยซ้ำ
ในตอนนี้เมื่อมาพบกับผู้เชี่ยวชาญที่ “มีความสามารถล้นฟ้า” อย่างโม่โจว ภายใต้การกดดันจากผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าและเงื่อนไขทางวัตถุที่ดี ในด้านจิตวิญญาณเขาจึงถูกทำให้เชื่องได้ภายในเวลาเพียงสองสามวัน
ทว่าเมื่อเห็นหมอนี่ถือขวดน้ำอยู่ครึ่งชั่วโมง แถมเกือบจะหมดสติไปรอบหนึ่ง ในที่สุดโม่โจวก็ทนไม่ไหว
ปัง
“อ๊าก!”
เมื่อโม่โจวรวบรวมสมาธิ พลังจิตที่ไร้รูปไร้ร่างก็เชื่อมต่อกับเชือกพลังจิตในทันที เชือกขนาด 4.7 เซนติเมตรเส้นนั้นหลุดจากการควบคุมของกู่โถวและบินไปวนรอบตัวโม่โจวทันที ในขณะเดียวกันกู่โถวก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดสั้นๆ
เห็นได้ชัดว่า เขาแย่งชิงสิทธิ์การควบคุมเชือกพลังจิตมาจากกู่โถวโดยตรง!
“คุณลักษณะลับของเชือกพลังจิตอย่างที่ 1: สามารถถูกแย่งชิงไปได้โดยผู้ที่มีพลังจิตแข็งแกร่งกว่า และจะสร้างแรงกระแทกทางจิตวิญญาณแก่ผู้ใช้เดิมในระดับหนึ่ง...”
“โจ้วอ๋อง ท่านสุดยอดมาก!”
โม่โจวที่กำลังจดบันทึกปรายตามองกู่โถวที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ก่อนจะเขียนต่อว่า:
“ความเสียหายเล็กน้อยมาก ผู้ทดสอบกู่โถวสามารถฟื้นฟูสภาพได้ภายใน 2 วินาที”
「จงลอย」
ขณะถือแท็บเล็ต โม่โจวพึมพำในใจ เชือกเส้นนั้นพลันขดตัวบรรจบหัวท้ายกลางอากาศ จากนั้นก็มาอยู่ใต้เท้าของโม่โจว และพยุงเขาให้ลอยขึ้นไปในอากาศสูงครึ่งเมตรด้วยเท้าเพียงข้างเดียว!
“โจ้ว... โจ้วอ๋อง นี่ท่านเพิ่งเคยใช้สิ่งของเหนือธรรมชาติชิ้นนี้เป็นครั้งแรกจริงๆ เหรอครับ? ทำไมถึงเก่งกว่าผมขนาดนี้!”
โม่โจวมองกู่โถวที่มองแหงนขึ้นมาหาตนจากที่สูง ในตอนนี้เขากำลังรวบรวมสมาธิสัมผัสการเชื่อมต่อของเชือกพลังจิต จึงทำได้เพียงตอบกลับไปอย่างไร้อารมณ์ว่า:
“อืม สำหรับฉันมันเป็นเรื่องปกติ”
“สมกับเป็นโจ้วอ๋องจริงๆ!”
กู่โถวที่อยู่บนสนามหญ้าอุทานออกมาจากใจจริง จากนั้นในใจก็เริ่มรู้สึกขมขื่น
ในสายตาของกู่โถว แม้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาจะอยู่ในสภาพกึ่งคนกึ่งผี แต่เรื่องการกินการอยู่ล้วนเป็นความสุขสบายที่ไม่เคยได้รับมาก่อน
ทว่าตอนนี้โจ้วอ๋องให้เขาทำงานเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง เชือกเส้นเดียวกันแท้ๆ แต่เขากลับยกได้แค่น้ำขวดเดียว ในใจจึงเกิดความรู้สึกต่ำต้อยและรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก
ความจริงแล้ว สาเหตุที่กู่โถวกากขนาดนี้ โม่โจวพอจะเดาได้แล้ว
นับตั้งแต่เขาได้รับหัตถ์แยกส่วน เขาก็ใช้พลังจิตอย่างหนักหน่วงทุกวัน โดยไม่รู้ตัวเขาได้ก้าวเข้าสู่กลุ่มระดับแนวหน้าของความแข็งแกร่งทางพลังจิตในโลกใบนี้ไปนานแล้ว
นอกจากว่าจะมีไอเทมเหนือธรรมชาติหรือคุณลักษณะทางสายเลือดที่ช่วยเพิ่มพลังจิตโดยเฉพาะ ไม่อย่างนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะก้าวข้ามโม่โจว
ส่วนฉินตัวตัว รายนั้นเล่นกลอยู่ทุกวัน ความสามารถในการจดจ่อจึงเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเทียบกู่โถวกับพวกปลาเค็มที่แววตาเหม่อลอยและเอาแต่นอนน้ำลายไหลไปวันๆ สิ่งที่เขามีมากกว่าก็คงเป็นแค่ฝีเท้าจากการร่อนเร่และฝีปากจากการขอทานเท่านั้น
จะไปหวังให้เกิดผลลัพธ์อะไรได้ยังไง
[จบบท]