- หน้าแรก
- เซียนแพทย์ลิขิตชะตาฟ้า
- บทที่ 725 สามเจ้าวังแห่งวังอัคคีม่วง
บทที่ 725 สามเจ้าวังแห่งวังอัคคีม่วง
บทที่ 725 สามเจ้าวังแห่งวังอัคคีม่วง
"ผู้น้อยงูเขียว คารวะท่านเจ้าวังทั้งสาม"
หลังจากได้เห็นชายทั้งสามผู้นั่งตระหง่านอยู่บนบัลลังก์อันล้ำค่า ผู้เฒ่างูเขียวก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารีบคุกเข่าข้างเดียวลงกับพื้นแล้วเอ่ยขึ้น
ชายทั้งสามที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเขานั้น แต่ละคนล้วนเป็นผู้ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
จากซ้ายไปขวา คนแรกคือชายชราผมจอนขาว รูปลักษณ์ภายนอกดูไม่สะดุดตานัก ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับให้ความรู้สึกกดดันและบีบคั้นอย่างรุนแรง
แม้แต่ยอดฝีมือเหนือสามัญระดับฝึกพลังขั้นเก้าจุดสูงสุดอย่างผู้เฒ่างูเขียว เมื่อถูกสายตาคู่นั้นจ้องมองมา เขากลับรู้สึกราวกับมีขุนเขามหึมาทับอยู่บนบ่าจนหนักอึ้ง
และชายผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือท่านเจ้าวังใหญ่แห่งวังอัคคีม่วงผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วดินแดนแถบผาเหยี่ยวโจน ยอดฝีมือขอบเขตสร้างฐานขั้นที่หนึ่ง! ลี่คุน!
ลี่คุนผู้นี้แตกต่างจากยอดฝีมือขอบเขตสร้างฐานทั่วไป การที่เขาสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเจ้าวังใหญ่แห่งวังอัคคีม่วงได้นั้น ไม่ได้อาศัยเพียงแค่อาวุโส แต่เขาใช้ความแข็งแกร่งเป็นเครื่องพิสูจน์!
ชายผู้นี้บรรลุขอบเขตสร้างฐานขั้นที่หนึ่งจุดสูงสุดมาตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อนแล้ว บัดนี้เวลาผ่านไปสามสิบปี แม้เขาจะยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตสร้างฐานขั้นที่สอง ทว่าระยะห่างนั้นเกรงว่าคงเหลือเพียงแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น
ส่วนคนที่สองนับจากซ้ายไปขวา สวมชุดคลุมสีดำ ผมขาวแต่ใบหน้าดูเยาว์วัย ทว่าท่ามกลางเส้นผมที่ยุ่งเหยิงนั้นกลับมีเขาวัวคู่หนึ่งงอกเด่นออกมา ช่างสะดุดตายิ่งนัก!
เห็นได้ชัดว่าคนที่สองนี้ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นปีศาจวัวที่บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จวิชา
เขาคือเจ้าวังรองแห่งวังอัคคีม่วง มีระดับพลังอยู่ในระดับสัตว์อสูรระดับสามขั้นที่หนึ่ง และมีฉายาว่า
จวี้ยหนิว!
นานวันเข้า ผู้คนจึงพากันเรียกขานเขาว่า นักพรตจวี้ยหนิว
สำหรับคนที่สามนับจากซ้ายไปขวา คือเจ้าวังที่เพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่ของวังอัคคีม่วงเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยกระฝ้าตามวัย ศีรษะล้านเลี่ยน และเขาก็เป็นมนุษย์ นามว่า หยางสยง
ทั้งสามคนนี้เรียงลำดับตำแหน่งเจ้าวังตามความแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับลี่คุนที่เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสามคน จึงได้เป็นเจ้าวังใหญ่
ส่วนหยางสยงนั้น เพิ่งจะเข้าสู่ขอบเขตสร้างฐานขั้นที่หนึ่ง และมีความแข็งแกร่งน้อยที่สุด จึงได้เป็นเจ้าวังที่สาม
"เอาละ ลุกขึ้นเถอะ"
ลี่คุน เจ้าวังใหญ่แห่งวังอัคคีม่วงจ้องมองไปยังผู้เฒ่างูเขียวด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาของเขาดูเหมือนจะหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ เนิ่นนานผ่านไปเขาจึงค่อยๆ เอ่ยถามออกมาว่า "นักพรตสิงโตแดงตายแล้วงั้นหรือ? เป็นฝีมือเจ้าใช่ไหม?"
"...ขอรับ เป็นผู้น้อยที่สังหารเขาเอง" ผู้เฒ่างูเขียวชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ายอมรับ
"ข้าได้ยินมาว่า เจ้าถ้ำรองแห่งถ้ำสิงโตแดงที่ชื่อว่าเมฆาสิงโตนั่น มิใช่ว่าถูกเย่ชิง บุตรชายของเย่มู่แห่งสำนักเหยียนเจินหมายตาเอาไว้ และรับไปเป็นสัตว์พาหนะแล้วหรอกหรือ?" เมื่อเห็นผู้เฒ่างูเขียวยอมรับ หยางสยง เจ้าวังที่สามแห่งวังอัคคีม่วงที่นั่งอยู่ด้านข้างก็เอ่ยขึ้นมาเรียบๆ
"ถูกต้องแล้วขอรับท่านเจ้าวังที่สาม เรื่องราวมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ นักพรตเมฆาสิงโตผู้นั้นถูกเย่ชิงแห่งสำนักเหยียนเจินรับไปเป็นสัตว์พาหนะแล้วจริงๆ" ผู้เฒ่างูเขียวพยักหน้ายืนยันอีกครั้ง
"แล้วเหตุใดเจ้าถึงต้องสังหารเขาด้วยเล่า? หากทางสำนักเหยียนเจินเกิดติดใจเอาความขึ้นมา เรื่องนี้พวกเราก็คงจะอธิบายได้ยากลำบากอยู่นะ" นักพรตจวี้ยหนิว เจ้าวังรองแห่งวังอัคคีม่วงที่ดูจะเป็นคนตรงไปตรงมาไม่ชอบพิธีรีตองเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย
"เรียนท่านเจ้าวังทั้งสาม ที่ผู้น้อยลงมือทำเช่นนั้นย่อมมีเหตุผลขอรับ ทว่าในครั้งนี้ผู้น้อยก็ยอมรับว่าได้กระทำการโดยพลการไปบ้าง ต้องขอประทานอภัยจากท่านเจ้าวังทั้งสามด้วยขอรับ" ผู้เฒ่างูเขียวรีบก้มหน้าลงแล้วเอ่ยขึ้น
"เอาละ บอกมาเถอะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" ลี่คุนโบกมือเป็นเชิงอนุญาตก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยอย่างช้าๆ
"เรื่องมันเป็นเช่นนี้ขอรับ ผู้น้อยได้รับทราบมาจากปากของนักพรตสิงโตแดงว่า ในส่วนลึกของเหมืองทองแดงนิลดำของถ้ำหมิงเสินนั้น ดูเหมือนจะซ่อนแก่นทองแดงนิลดำขนาดย่อมเอาไว้ขอรับ" ในที่สุดผู้เฒ่างูเขียวก็เลิกลังเลและรีบบอกเล่าความจริงออกมาทันที
"ว่าอย่างไรนะ!? แก่นทองแดงนิลดำ เจ้าแน่ใจหรือ?" ทันทีที่ผู้เฒ่างูเขียวกล่าวจบ แม้แต่เจ้าวังทั้งสามแห่งวังอัคคีม่วงก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง หยางสยง เจ้าวังที่สามถึงกับลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและตื่นเต้น
ล้อเล่นหรือเปล่า เหมืองแก่นทองแดงนิลดำขนาดหย่อมหนึ่งแห่งนั้นหมายความว่าอย่างไร? เกรงว่ามูลค่าของมันคงมากพอที่จะซื้อวังอัคคีม่วงของพวกเขาไปได้กว่าครึ่งแล้ว! ทว่าในตอนนี้...
"เรียนท่านเจ้าวังทั้งสาม ผู้น้อยขอยืนยันขอรับ" ผู้เฒ่างูเขียวพยักหน้าโดยไม่ลังเลพลางเอ่ยต่อว่า "หลังจากที่ทราบเรื่องนี้ ผู้น้อยก็ได้แอบไปสำรวจในส่วนลึกของเหมืองทองแดงนิลดำแห่งนั้นมาแล้ว และก็ได้พบกับร่องรอยของแก่นทองแดงนิลดำจริงๆ ขอรับ!"
ปัง!
นักพรตจวี้ยหนิว เจ้าวังรองตบฝ่ามืออันใหญ่โตลงบนที่วางแขนของเก้าอี้จนมันระเบิดออกและกลายเป็นผงธุลีไปในทันที
จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุดว่า "พี่ใหญ่ น้องสาม นี่คือนับเป็นเรื่องน่ายินดีครั้งยิ่งใหญ่จริงๆ! เหมืองทองแดงนิลดำขนาดย่อมเพียงแห่งเดียว หากพวกเราสามารถขุดเจาะมันออกมาได้ทั้งหมด พวกเราก็รวยมหาศาลแล้ว!"
"ถูกต้องแล้ว ประจวบเหมาะกับกระบองเมฆาหมาป่าในมือของข้าที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการต่อสู้ครั้งก่อน และดูเหมือนจะซ่อมแซมไม่ได้แล้ว หากมีเหมืองทองแดงนิลดำขนาดย่อมนี่ละก็ เมื่อขุดมันขึ้นมาได้ ข้าก็สามารถไปหาซื้อศาสตราอาคมระดับสูงชิ้นใหม่ได้ทันทีโดยไม่มีปัญหาใดๆ" หยางสยง เจ้าวังที่สามเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน
การฝึกตนนั้น เมื่อพิจารณาให้ถึงแก่นแท้แล้ว ก็นับว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่แสนสิ้นเปลืองและฟุ่มเฟือยอย่างยิ่ง
ดังนั้นอย่าได้มองว่าพวกเขาทั้งสามคนจะดูองอาจสง่างามและมีฐานะสูงส่งในฐานะสามเจ้าวังแห่งวังอัคคีม่วง ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องดูแลสำนักขนาดใหญ่เช่นนี้ เงินทองในมือของแต่ละคนจึงอยู่ในสภาวะที่ตึงตัวอย่างยิ่ง
มิเช่นนั้นแล้ว ด้วยระดับพลังถึงขอบเขตสร้างฐานขั้นที่หนึ่งอย่างหยางสยง เจ้าวังที่สามแห่งวังอัคคีม่วง มีหรือที่เขาจะยังต้องใช้ศาสตราอาคมระดับสูงที่ใกล้จะพังอยู่เช่นนี้?
สุดท้ายแล้วก็เป็นเพราะความยากจนนั่นแหละ! ไม่มีหินวิญญำณ ทว่าตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว
เหมืองทองแดงนิลดำขนาดย่อมนั้นมีความหมายว่าอย่างไร? หากจะให้อธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นสักหน่อย สิ่งนั้นก็คือหินวิญญาณมหาศาล หินวิญญาณที่ขาวโพลนกองโตราวกับภูเขาเลากา และภาพเช่นนั้น เพียงแค่จินตนาการถึงมันเพียงชั่วครู่ ก็เพียงพอที่จะทำให้เลือดในกายเดือดพล่านได้แล้ว
"เหมืองทองแดงนิลดำขนาดย่อมอย่างนั้นหรือ ไม่คิดเลยว่าถ้ำหมิงเสินที่แสนทุรกันดารแห่งนั้นจะ... เดี๋ยวก่อน... ถ้ำหมิงเสิน?" เดิมทีลี่คุน เจ้าวังใหญ่เองก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง ทว่าเมื่อเขานึกถึงชื่อสถานที่ในคำพูดของผู้เฒ่างูเขียวขึ้นมาได้ เขาก็ชะงักไปทันทีพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น
"งูเขียว เจ้าว่าถ้ำหมิงเสินนั่น เดิมทีคือถ้ำกงทองภายใต้อาณัติของวังอัคคีม่วงเรามิใช่หรือ? บัดนี้กลับถูกใครบางคนยึดครองไปเสียแล้ว ข่าวลือว่าผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือนักพรตชิงคุนและผู้เฒ่าวาฬน้ำเงินแห่งเกาะชิงหลานอย่างนั้นหรือ?" จากนั้นเขาก็เอ่ยถามออกมา
"นักพรตชิงคุนและผู้เฒ่าวาฬน้ำเงินอย่างนั้นหรือ?" เมื่อได้ยินชื่อทั้งสองนี้ แม้แต่นักพรตจวี้ยหนิวและหยางสยงก็พลันขมวดคิ้วขึ้นมาเช่นกัน
"ขอรับ"
เมื่อได้รับคำถามจากลี่คุน ผู้เฒ่างูเขียวก็พยักหน้ายืนยันทันที "เป็นเช่นนั้นขอรับท่านเจ้าวังใหญ่ ก่อนหน้านี้นักพรตสิงโตแดงได้ร่วมมือกับพวกเขาอวิ๋นหลงเข้าโจมตีถ้ำหมิงเสิน ผลปรากฏว่ากลับกลายเป็นการชักนำให้นักพรตชิงคุนผู้นั้นออกมาจัดการเอง จนทำให้ยอดฝีมือระดับแนวหน้าของพวกเขาอวิ๋นหลงถูกสังหารไปจนหมดสิ้นขอรับ"
"ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า นักพรตชิงคุนและผู้เฒ่าวาฬน้ำเงินผู้นั้นได้ล่วงรู้ถึงความลับของเหมืองแก่นทองแดงนิลดำที่ซ่อนอยู่ในถ้ำกงทองมาตั้งนานแล้ว จึงได้แอบลงมือยึดครองถ้ำกงทองมาเป็นของตนเอง เพื่อหวังจะแอบขุดเอาแก่นทองแดงนิลดำเหล่านั้นไปงั้นหรือ?" เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของผู้เฒ่างูเขียว ลี่คุนก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นพร้อมกับวิเคราะห์สถานการณ์ออกมา
"อะไรนะ! แอบขุดแก่นทองแดงนิลดำงั้นหรือ? ชิงคุนกับวาฬน้ำเงินนั่นช่างขวัญกล้าเทียมฟ้ายิ่งนัก เหมืองทองแดงนิลดำนั่นมันเป็นของวังอัคคีม่วงเรานะ พี่ใหญ่ ท่านยังมัวรอช้าอะไรอยู่? พวกเราควรรีบยกทัพไปที่ถ้ำหมิงเสินเพื่อ 'ชิง' เหมืองทองแดงนิลดำนั่นกลับมาเดี๋ยวนี้เลยมิใช่หรือ?"
นักพรตจวี้ยหนิว เจ้าวังรอง เมื่อได้ยินว่าของล้ำค่าที่เกือบจะตกอยู่ในมือบัดนี้กำลังจะถูกผู้อื่นขโมยไป มีหรือจะทนไหว?เขารีบกระโดดพรวดขึ้นมาพร้อมกับแผดเสียงคำรามลั่น!เขายืนกรานจะยกทัพไปที่ถ้ำหมิงเสิน เพื่อ 'ชิงคืน' เหมืองทองแดงนิลดำที่ควรจะเป็นของพวกเขา
ล้อเล่นหรือเปล่า พื้นที่ทางตอนเหนือของผาเหยี่ยวโจนทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นถิ่นของวังอัคคีม่วงทั้งสิ้น!เหมืองทองแดงนิลดำนี่จะหนีไปไหนพ้น?
............