- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในฐานะบรรพชนตัวร้ายพร้อมกับระบบ
- 496.การใช้ประโยชน์
496.การใช้ประโยชน์
496.การใช้ประโยชน์
ในชาติที่แล้วจักรพรรดินีชิงเหอถูกบีบคั้นจนต้องยอมกลับชาติมาเกิด
สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งก็เพราะนางไร้ผู้ติดตาม
พูดตรงๆเลยถ้านางมีผู้ช่วยระดับจักรพรรดิเซียนสักสิบกว่าคนช่วยกันต้านทานพลังของค่ายกลเก้าสวรรค์สังหารเทพ
บางทีจักรพรรดินีชิงเหออาจพลิกสถานการณ์ต่อสู้กลับจนสังหารศัตรูได้สำเร็จจริงๆ!
ใครเล่าจะไปคาดคิดว่าร่างก่อนของนางคือ “รวงข้าวแห่งกาลเวลา”
พลังของมหาเต๋ากาลเวลาย่อมมิใช่สิ่งที่ใครต่อใครจะต้านทานได้ง่าย ๆ
แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือโลกนี้ไม่มี “ถ้าหาก”
เพราะนิสัยเย็นชาสงบนิ่งของจักรพรรดินีชิงเหอจึงนำพานางไปสู่จุดจบเช่นนั้น
ในบรรดาสิบจักรพรรดิเซียนขั้นสูงสุด จักรพรรดินีชิงเหอเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ไร้ “ผู้ติดตามจักรพรรดิเซียน”
แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใครยอมติดตามนาง
ผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนเซียนชิงเหอต่างรู้ดี
ใต้ตำหนักชิงเหอที่จักรพรรดินีชิงเหออาศัยอย่างสันโดษมีกระท่อมไม้หลังเล็กๆขนาดจิ๋ว
และกระท่อมหลังนั้นก็คือที่พำนักของจักรพรรดิเซียนหยุนชู!
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน
ในตอนนั้นจักรพรรดิเซียนหยุนชูยังเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็ก
นางเกิดในตระกูลระดับเซียนผู้ยิ่งใหญ่เป็นเพียงสมาชิกสายรอง
ตระกูลนั้นต้องการทำการหมั้นหมายกับตระกูลอื่น
แต่คู่หมั้นกลับไม่สนใจคุณหนูใหญ่สายตรงของตระกูลหันมาสนใจเพียงเจียงหยุนชูวัยสิบกว่าปีที่งดงามราวหยาดน้ำค้าง
หากหมั้นหม้ายได้ก็ถือเป็นผลดี
แต่ใครจะคาดคิดภายในตระกูลกลับมีผู้ริษยาลอบวางแผนสังหารนาง!
วิธีการโหดร้ายยิ่งนักใช้เพลิงเผานางจนเกือบกลายเป็นเถ้าถ่าน
แทบเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนถูกโยนทิ้งไว้ในป่าช้า
โชคดีที่เจียงหยุนชูยังมีชะตากรรมยังไม่ถึงแก่ความตาย!
นางขดตัวนอนท่ามกลางสุสานร้างหลายวันหลายคืนใกล้จะสิ้นลมสิ้นใจ
ในวินาทีสุดท้ายจักรพรรดินีชิงเหอได้ช่วยนางไว้!
เหตุใดจึงบอกว่านางโชคดีเพราะจักรพรรดินีชิงเหอแทบไม่เคยออกจากที่พำนักเลย
นางบังเอิญพบกับความเมตตาของจักรพรรดินีชิงเหอจึงได้รับโอกาสเกิดใหม่!
เจียงหยุนชูรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณจักรพรรดินีชิงเหออย่างสุดหัวใจ
นางกราบขอให้จักรพรรดินีชิงเหอรับเป็นศิษย์
แต่จักรพรรดินีชิงเหอกลับปฏิเสธ
เพราะนางสัมผัสได้ถึง “ความแค้น” ที่ฝังลึกในดวงตาของเจียงหยุนชู
จักรพรรดินีชิงเหอมุ่งมั่นสู่มหาเต๋าไม่ต้องการให้จิตใจปนเปื้อนด้วยอารมณ์ใดๆ
จึงปฏิเสธการรับศิษย์
เจียงหยุนชูกลับยิ่งดื้อรั้นนางไม่สวมรองเท้าไม่สวมถุงเท้า เดินเท้าเปล่าตามหลังจักรพรรดินีชิงเหอไปทุกหนแห่ง
ตั้งแต่สามดินแดนเซียนจนมาถึงดินแดนเซียนชิงเหอ
เท้าทั้งสองข้างถูกเดินจนเห็นกระดูก
ในที่สุดจักรพรรดินีชิงเหอก็อดสงสารมิได้
“หยุนชูในดวงตาของเจ้ามีสิ่งปนเปื้อนไม่เหมาะที่จะติดตามข้าฝึกฝน”
“เพราะฉะนั้นข้าจะไม่รับเจ้าเป็นศิษย์!”
“คราวนี้ที่ข้าออกมาได้พบ ‘ศิลาเทพ’ ชิ้นหนึ่งในดินแดนเทียนฉีจึงมอบให้เจ้า”
“เจ้าจะเข้าใจสิ่งใดจากมันได้มากน้อยแค่ไหนทั้งหมดขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเจ้าเอง!”
แม้ทั้งคู่จะเป็นผู้ได้รับความช่วยเหลือจากนางเหมือนกัน
นางรับจิ่งหมิงซิ่วเป็นศิษย์เพราะตอนนั้นอีกฝ่ายยังบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
แต่ไม่รับเจียงหยุนชูเพราะตั้งแต่แรกจิตใจนางก็มิได้บริสุทธิ์อีกต่อไปมีเพียงความกระหายพลังเพื่อแก้แค้น
จากตรงนี้ก็เห็นได้ชัดว่าจิตใจของจักรพรรดินีชิงเหอใสสะอาดบริสุทธิ์เพียงใด
หากบอกว่านางสายตาแย่ก็คงไม่ผิดนัก!
ในนิยายต้นฉบับจักรพรรดินีชิงเหอไม่ได้เคยรับเจียงหยุนชูเป็นศิษย์จริงๆ
แต่ศิลาที่นางมอบให้มิใช่สิ่งธรรมดาหากแต่เป็น “ศิลาปฐมกาล” ที่ครอบครองพลัง “แสงปฐมกาล”
เจียงหยุนชูเข้าใจ “วิชากระบี่ปฐมกาล” จากศิลาชิ้นนี้จึงก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิเซียนหยุนชูผู้เลื่องชื่อ
ตลอดการเติบโตเจียงหยุนชูไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากจักรพรรดินีชิงเหออีกเลย
แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม...
จักรพรรดินีชิงเหอไม่ได้เคยรับเจียงหยุนชูเป็นศิษย์
แต่ในใจของเจียงหยุนชูนางกลับยกย่องจักรพรรดินีชิงเหอเป็น “อาจารย์” มาตลอด!
เมื่อก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิเซียนผู้ไร้เทียมทานและแก้แค้นตระกูลได้สำเร็จ
เจียงหยุนชูที่ไร้สิ่งผูกมัดอีกต่อไปก็ไม่ได้ทำสิ่งใดอีก
นางละทิ้งทุกอย่างเดินทางมาคนเดียวยังตำหนักชิงเหอ
สร้างกระท่อมไม้หลังเล็กด้วยมือตนเอง
จักรพรรดินีชิงเหอไม่ยอมรับเป็นศิษย์นางก็จะใช้ชีวิตทั้งชีวิตนี้คอยปรนนิบัติด้วยวิธีของตนเอง!
ต่อมาเมื่อจักรพรรดินีชิงเหอประสบภัย
“ศิษย์ดี” ของนางจิ่งหมิงซิ่วก็ขึ้นครองตำหนักชิงเหอกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของดินแดนเซียนชิงเหอ
นางประกาศต่อสาธารณะว่าอาจารย์ประสบภัยพิบัติ สิ้นชีพไปแล้ว
แทบไม่มีใครรู้เลยว่าเมื่อเจียงหยุนชูได้ยินข่าวนี้นางเศร้าโศกเสียใจขนาดไหนจนคิดจะฆ่าตัวตายตามอาจารย์ไปเสียด้วยซ้ำ!
แต่สัญชาตญาณของสตรีช่วยชีวิตนางไว้
แม้จักรพรรดินีชิงเหอจะเย็นชาแต่เจียงหยุนชูไม่ใช่คนโง่
นางซักถามจิ่งหมิงซิ่วซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ไม่ได้คำตอบใดๆ
ในที่สุดนางจึงตัดสินใจหาทางด้วยตนเอง!
เจียงหยุนชูเดินทางคนเดียวมาถึงดินแดนเทียนฉี
มายังประตูใหญ่ของขุมอำนาจชื่อ “ตำหนักเทียนหมิ่ง”
ประมุขของตำหนักเทียนหมิ่งคือจักรพรรดิเทียนหมิ่งผู้มีพลังในการทำนายสวรรค์
แต่ในเรื่องนี้นางกลับหลอกเจียงหยุนชู
ที่แท้ก็เพื่อใช้ประโยชน์จากนางนั่นเอง
จักรพรรดิเทียนหมิ่งบอกกับเจียงหยุนชูว่าหลังจากคำนวณแล้วจักรพรรดินีชิงเหอยังมีชีวิตอยู่แต่ถูกขังในสถานที่อันตรายแห่งหนึ่ง
หากนางอยากรู้ที่อยู่ที่แน่นอนต้องนำสิ่งของมาซื้อข่าวนี้!
สิ่งที่ใช้เป็นค่าตอบแทนคือแก่นอสูรระดับจักรพรรดิเซียน 100 เม็ด!
ตั้งแต่นั้นมาเจียงหยุนชูก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางล่าอสูร!
ศิษย์ที่ได้รับการยอมรับกลับทรยศอาจารย์
แต่คนที่อาจารย์ไม่เคยรับเป็นศิษย์กลับทุ่มเทหัวใจและชีวิตเพื่อช่วยเหลือ
ต้องยอมรับว่าสำหรับจักรพรรดินีชิงเหอนี่คือการประชดประชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!
เจียงหยุนชูไม่มีมิตรสหายแม้จะเป็นจักรพรรดิเซียนแต่การล่าอสูรระดับจักรพรรดิเซียนให้ได้ 100 ตัวนั้นยากลำบากเพียงใด
แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้แม้บาดเจ็บสาหัสนางก็ยังคงพยายามอย่างไม่ลดละ
ก้าวเท้าทั่วสิบดินแดนเซียนใหญ่
จนถึงวันนี้นางรวบรวมแก่นอสูรได้ถึง 97 เม็ดแล้ว!
อีกเพียง 3 เม็ดนางก็จะ “ตกหลุมพราง” สำเร็จ!
ตอนอ่านนิยายต้นฉบับเฉินเลี่ยชื่นชอบตัวละครเจียงหยุนชูมาก
ไม่ใช่เพียงเพราะรูปลักษณ์แต่เพราะนิสัยและความซื่อสัตย์ของนาง
บุญคุณช่วยชีวิตสมควรตอบแทนตลอดชีวิตแต่มีสักกี่คนที่ทำได้จริง?
คนส่วนใหญ่พูดเล่นๆแต่เจียงหยุนชูทำได้จริง
เพื่อสิ่งที่เลื่อนลอยไร้รูปนางยอมเดินทางจากเก้าชั้นสวรรค์ลงสู่ยมโลก
ผู้หญิงเช่นนี้ใครเล่าจะไม่ชอบ?
เฉินเลี่ยมาในวันนี้ไม่ใช่เพียงเพราะอยากได้จักรพรรดิเซียนคนหนึ่งมาเป็นผู้ติดตาม
แต่เพราะเขาชอบเจียงหยุนชูอย่างแท้จริง
หยุนเฉียนเฉียนตอนนี้เป็นภรรยาของเขาแล้ว
ถึงร่างกายนางยังเล็กและเขายังไม่ได้อยู่ร่วมกัน
แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางว่า “ร่างศักดิ์สิทธิ์โลลิ” ผู้นี้ได้ฝังรากรักเขาลึกซึ้งแล้ว!
ผู้ติดตามของภรรยาก็คือผู้ติดตามของตนเองมิใช่หรือ?
วันนี้ที่มาหาเจียงหยุนชู
เฉินเลี่ยก็เพื่อรับ “ของขวัญชิ้นใหญ่” ที่หยุนเฉียนเฉียนมอบให้เขา
แน่นอนว่าเด็กน้อยคนนี้อาจยังไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ!
ขณะนี้เมื่อได้ยินเจียงหยุนชูถามตรงๆว่าเขารู้ที่อยู่ของจักรพรรดินีชิงเหอหรือไม่
และขู่หากกล้าเล่นตลกนางจะสังหารเขา
เฉินเลี่ยเพียงยิ้มบางๆแล้วเอ่ยปากตรงๆ:
“เจ้าโดนตำหนักเทียนหมิ่งหลอกเจ้ารู้ตัวหรือไม่?”