- หน้าแรก
- ภรรยาทหารตัวน้อยผู้บอบบาง กับนายทหารสายโหดจอมคลั่งรัก
- บทที่ 21 นางเอกเกิดใหม่เข้าสู่ระบบแล้ว
บทที่ 21 นางเอกเกิดใหม่เข้าสู่ระบบแล้ว
บทที่ 21 นางเอกเกิดใหม่เข้าสู่ระบบแล้ว
บทที่ 21 นางเอกเกิดใหม่เข้าสู่ระบบแล้ว
สิ่งที่ทำให้เจียงโหรวตื่นตระหนกไม่ใช่แค่ชื่อ 'หลินอวี้หลาน' เพียงอย่างเดียว
แต่เป็นอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังชื่อนี้ต่างหาก...
หลินอวี้เหยา
ในนิยายต้นฉบับ เธอคือนางเอกตัวจริงผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ของโลกใบนี้
และหลินอวี้เหยา ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของหลินอวี้หลาน
ในนิยายที่เจียงโหรวเคยอ่าน มีการบรรยายถึงอดีตของหลินอวี้เหยาไว้อย่างละเอียด และเจียงโหรวก็จำเนื้อเรื่องคร่าวๆ ได้ลางๆ
ในฐานะนางเอกตัวจริงผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ ชีวิตในชาติก่อนของหลินอวี้เหยานั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า
หลินอวี้เหยามาจากครอบครัวที่ดี เป็นลูกหลานในเขตบ้านพักข้าราชการทหาร พ่อแม่ทั้งสองเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่
เธอเป็นลูกสาวคนเดียวในครอบครัว และเป็นเด็กผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดในเขตบ้านพัก
ดังนั้น เธอจึงเติบโตมาท่ามกลางความรักความเอ็นดูจากทุกคน
ส่งผลให้หลินอวี้เหยามีนิสัยค่อนข้างบอบบางและไร้เดียงสาอยู่บ้าง
ด้วยเหตุนี้ ระหว่างที่ลงพื้นที่ชนบทเพื่อหาแรงบันดาลใจทางศิลปะ หลินอวี้เหยาจึงถูกผู้ชายสารเลวในทีมเดียวกันหลอกลวง
ผู้ชายสารเลวคนนั้นหน้าตาดี ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน มักสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำ และเหน็บปากกาหมึกซึมไว้ที่กระเป๋าเสื้อเสมอ
เขาแผ่กลิ่นอายของปัญญาชนผู้สง่างาม
เขายังชอบอ่านบทกวีของฐากูร พูดจาด้วยถ้อยคำสละสลวย และบางครั้งก็แต่งกลอนรักหวานเลี่ยนออกมาบ้าง
เขาดูเหมือนหนุ่มเจ้าสำราญที่มีความรู้
ที่สำคัญกว่านั้น ผู้ชายที่ดูสุภาพอ่อนโยนและหล่อเหลาแบบนี้ ช่างแตกต่างจากพวกทหารดิบเถื่อนที่หลินอวี้เหยาเคยเจอในชีวิตที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง
เธอเห็นผู้ชายกล้ามโตมามากเกินไปจนรู้สึกเฉยชา
กลับกัน รสนิยมของเธอเอนเอียงไปทางบัณฑิตหนุ่มหน้ามนมากกว่า
ดังนั้น หลังจากที่ผู้ชายสารเลวส่งกลอนรักให้เธอสองบท หลินอวี้เหยาก็ตกหลุมรักอย่างหัวปักหัวปำ ตกลงคบหากับเขา และถึงขั้นสัญญาว่าจะแต่งงานกับเขาอย่างลับๆ อย่างรวดเร็ว
นับแต่นั้นมา ความรักก็บังตาจนมืดบอด แม้จะรู้ว่าผู้ชายสารเลวกำลังจะถูกส่งไปอยู่หมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขาในชนบท
หลินอวี้เหยาก็ยังเต็มใจเสียสละเพื่อความรักและตามเขาไป
แน่นอนว่าพ่อแม่ของหลินอวี้เหยาไม่พอใจกับการแต่งงานครั้งนี้
ผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งสองผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก มองปราดเดียวก็รู้ว่าผู้ชายพรรค์นี้ทั้งเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อและไม่มีความสามารถ แถมยังไม่มีทางมอบความสุขให้หลินอวี้เหยาได้อย่างแน่นอน
พวกเขาคัดค้านหัวชนฝา
แต่สำหรับผู้หญิงที่ความรักบังตา การคัดค้านของพ่อแม่กลับยิ่งทำให้หลินอวี้เหยารู้สึกว่านี่คือบทพิสูจน์ความรักอัน "งดงาม" ของพวกเขา
มาถึงจุดนี้ เธอไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด
เธอจึงอาละวาดที่บ้าน เพียงเพื่อจะได้แต่งงานกับผู้ชายสารเลวคนนั้น
ถึงขั้น...
ตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกกับพ่อของเธอ
คุณหนูผู้ถูกเลี้ยงดูมาในหอคอยงาช้าง ไม่รู้จักความยากลำบากของโลกภายนอก และไม่รู้เลยว่าชีวิตคนธรรมดานั้นต้องกังวลเรื่องปากท้องและของใช้จำเป็นในแต่ละวันมากแค่ไหน
ความจริงอันโหดร้ายจะตบหน้าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกระทั่งถึงวันที่เธอตาสว่าง
ลูกรักของสวรรค์ที่เคยสูงส่ง ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในหมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขาที่ยากจนและล้าหลัง
หากความยากจนข้นแค้นเป็นเพียงฟางเส้นสุดท้ายที่ทำลายจิตวิญญาณของหลินอวี้เหยา
การทรยศหักหลังของผู้ชายสารเลวคนนั้น ก็คือสาเหตุที่ทำให้หัวใจของเธอแหลกสลายอย่างสมบูรณ์
ผู้ชายสารเลวตามจีบหลินอวี้เหยาเพราะสนใจในสถานะลูกหลานข้าราชการทหารและพ่อแม่ที่เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของเธอต่างหาก
เขาแค่ต้องการใช้เส้นสายของหลินอวี้เหยาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกส่งไปชนบท
ทว่า เรื่องราวกลับตาลปัตรไปในทิศทางที่ไม่คาดคิด
โดยเฉพาะหลังจากรู้ว่าหลินอวี้เหยาตัดขาดจากพ่อแม่แล้ว เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้หมดประโยชน์ที่จะให้กอบโกย
ผู้ชายสารเลวเริ่มเผยธาตุแท้อันน่ารังเกียจออกมา
ทั้งทำร้ายร่างกาย นอกใจ
เขาทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าสารพัด!
ในชาตินั้น หลินอวี้เหยาถูกบีบคั้นจนตรอมใจตายภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น
วันที่เธอตาย ตรงกับช่วงต้นเดือนตุลาคมพอดี
เธอเห็นตัวอักษรสีแดงฉลองวันชาติและหนังสือพิมพ์แปะอยู่ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการหมู่บ้าน
ในหนังสือพิมพ์ตีพิมพ์ภาพถ่ายมากมาย
ภาพส่วนใหญ่เป็นรูปทหารในเครื่องแบบยืนอยู่บนพลับพลาเทียนอันเหมินในเมืองหลวง
สำหรับทหารแล้ว การได้ไปร่วมพิธีสวนสนามอันยิ่งใหญ่ที่เมืองหลวงถือเป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิต
บนหน้าหนังสือพิมพ์นั้น หลินอวี้เหยาเห็นเหลียงกวงหมิง พี่เขยของเธอ และยืนอยู่ข้างๆ เหลียงกวงหมิง คือชายร่างสูงใบหน้าเคร่งขรึม—โจวฉงซาน
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทหารที่มาจากชนบท ไม่มีพื้นเพครอบครัวหนุนหลัง อาศัยเพียงความสามารถของตัวเอง จะมีวันที่รุ่งโรจน์ได้ขนาดนี้
หลินอวี้เหยาไม่เคยเจอตัวจริงของโจวฉงซาน
แต่เธอเคยเห็นรูปถ่ายของโจวฉงซาน
นั่นเป็นเรื่องเมื่อหลายปีก่อน
หลินอวี้หลาน ลูกพี่ลูกน้องของเธอ ยื่นรูปถ่ายให้ดูแล้วบอกว่าผู้ชายในรูปคือเพื่อนร่วมรบของเหลียงกวงหมิง ตอนนี้เป็นผู้บังคับการกรมเหมือนกัน มีผลงานทางทหารโดดเด่น
เขาอายุสามสิบ เป็นชายแก่โสด มาจากชนบท และมีลูกติดที่ไม่ใช่สายเลือดตัวเองสองคน
เงื่อนไขฟังดูไม่ค่อยดีนัก แต่เหลียงกวงหมิงกับหลินอวี้หลานรู้จักโจวฉงซานเป็นอย่างดี และยืนยันว่าเขาเป็นผู้ชายที่จะดีกับภรรยาแน่นอน
ถ้าหลินอวี้เหยาแต่งงานกับเขา ไม่เพียงแต่จะสุขสบาย แต่ยังจะมีความสุขด้วย
ตอนนั้น หลินอวี้เหยาที่ยังเต็มไปด้วยความฝันเฟื่องของสาวน้อย ไม่มีทางชายตามองโจวฉงซานที่เป็นพ่อหม้ายลูกติดหรอก
แถมเขายังเป็นผู้ชายเถื่อนๆ แบบที่เธอเกลียดที่สุดอีกต่างหาก
เธอจึงแค่ปรายตามองรูปถ่ายแวบเดียว แล้วก็โยนทิ้งไป แถมยังปฏิเสธการดูตัวที่หลินอวี้หลานจัดให้อีกด้วย
ถึงจะเป็นแค่การมองผ่านๆ
แต่หลินอวี้เหยาก็จำรอยแผลเป็นบนหน้าผากของโจวฉงซานได้
มันเหมือนกับผู้ชายในหนังสือพิมพ์เปี๊ยบเลย
คู่ดูตัวที่เธอเคยดูถูก ตอนนี้กลายเป็นชายผู้ประดับเหรียญกล้าหาญเต็มอก
ส่วนตัวเธอเองกลับต้องมาตายอย่างน่าอนาถในหมู่บ้านเขาที่ห่างไกล
ความเสียใจของหลินอวี้เหยานั้นเกินจะจินตนาการได้
ดังนั้น
หลังจากที่หลินอวี้เหยากลับมาเกิดใหม่ เธอก็รีบเปลี่ยนความคิดที่เคยหน้ามืดตามัวเพราะความรักทันที และมองทะลุธาตุแท้อันน่ารังเกียจของชายสารเลวอย่างเด็ดขาด
เธอขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์และตัดขาดการติดต่อทุกช่องทาง
เธอยังซ่อมแซมความสัมพันธ์กับพ่อแม่และกลับไปเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเหมือนเดิม
เมื่อหลินอวี้หลาน ลูกพี่ลูกน้องของเธอ เอามาเอารูปของโจวฉงซานออกมาและพยายามนัดดูตัวให้เธอ
หลินอวี้เหยาก็พยักหน้าตอบตกลงทันที!
เธอเก็บข้าวของง่ายๆ ใส่ห่อผ้า แล้วมุ่งหน้ามาที่เกาะแห่งนี้
หลังจากนั้น ก็เป็นเรื่องราวในนิยายต้นฉบับว่าหลินอวี้เหยาร่ำรวยขึ้น มีครอบครัวที่อบอุ่น และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไปได้อย่างไร
...
เจียงโหรวมองหลินอวี้หลานที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอย
เธอตั้งสติไม่ได้ไปชั่วขณะ
เพราะเธอรู้ว่าอีกสามเดือนข้างหน้า จะมีพายุลูกใหญ่พัดถล่มเกาะแห่งนี้
เจ้าของร่างเดิมตายในอีกสามเดือนให้หลัง
หลินอวี้เหยาก็จะมาถึงในอีกสามเดือนให้หลังเช่นกัน
กุญแจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมดนี้ก็คือหลินอวี้หลาน
"เจียงโหรว? เจียงโหรว?"
หลินอวี้หลานเห็นเจียงโหรวนั่งเหม่อไม่พูดไม่จาอยู่นาน จึงส่งเสียงเรียกซ้ำๆ
เจียงโหรวสะดุ้งตื่นจากภวังค์
เธอข่มความรู้สึกปั่นป่วนในใจ ปรับสีหน้า และดึงความสุขุมกลับคืนมา
ยังมีเวลาอีกตั้งสามเดือน!
ตราบใดที่เธอยังไม่ตาย อะไรจะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้าก็ยังไม่แน่ไม่นอน!
นิสัยพื้นฐานของเจียงโหรวนั้นมองโลกในแง่ดีและร่าเริงอยู่แล้ว เธอจึงกลับมาร่าเริงได้อย่างรวดเร็ว
เธอคุยกับหลินอวี้หลานต่อ
หลังจากทำความรู้จักกันแล้ว พวกเธอก็พบว่าแม้เมืองที่พวกเธอเคยอาศัยอยู่จะไม่ใช่ที่เดียวกัน แต่ก็อยู่ในมณฑลเดียวกัน
ดังนั้น ก็ถือว่าเป็นคนบ้านเดียวกันได้
สิ่งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเธอแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เจียงโหรวยิ้มและแกล้งถามทีเล่นทีจริงว่า
"พี่อวี้หลาน พี่สวยขนาดนี้ ที่บ้านต้องมีพี่น้องผู้หญิงสวยๆ เหมือนกันแน่เลยใช่ไหมคะ?"
หลินอวี้หลานยิ้มอ่อนโยนและส่ายหน้า
"พี่มีแต่พี่ชายกับน้องชาย ไม่มีพี่น้องผู้หญิงคนอื่นหรอก ถ้าจะนับ... ก็มีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งที่สนิทกัน ชื่อหลินอวี้เหยา รายนั้นสวยมาตั้งแต่เด็ก สวยกว่าพี่อีก ได้ยินว่าเพิ่งจะเข้าคณะนาฏศิลป์ของกองทัพไปเมื่อไม่นานมานี้เอง"
—เข้าคณะนาฏศิลป์ของกองทัพ
เจียงโหรวจับประเด็นสำคัญได้อย่างรวดเร็ว
ในชาติก่อนของหลินอวี้เหยา เธอไม่ได้เข้าคณะนาฏศิลป์
งั้นก็แสดงว่า ในช่วงเวลานี้ของโลกใบนี้ หลินอวี้เหยาได้กลับมาเกิดใหม่เรียบร้อยแล้ว และกำลังรอวันที่จะได้พบกับโจวฉงซาน
เจียงโหรวคิดในใจเงียบๆ
จากนั้นหลินอวี้หลานก็หยิบของขวัญที่เตรียมมาออกมา
เธอถือตะกร้าไม้ไผ่ที่มีผ้าคลุมปิดปากตะกร้าเอาไว้
"เจียงโหรว พี่รู้ว่าพี่สะใภ้คนอื่นๆ เอาของมาให้เธอแล้ว พี่เองจะมามือเปล่าก็น่าเกลียด เลยเอาของติดไม้ติดมือมาด้วย หวังว่าเธอคงไม่รังเกียจนะ"
ขณะที่พูด
หลินอวี้หลานก็ค่อยๆ เปิดผ้าที่คลุมตะกร้าออก
เจียงโหรวมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น และเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในตะกร้า ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างทันที
ดวงตาสุกใสเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เพราะในตะกร้านี้มีไข่ไก่อยู่ไม่กี่ฟอง และ... ยอดอ่อนต้นเซียงชุน* เต็มตะกร้า
เจียงโหรว จ้องมองยอดอ่อนต้นเซียงชุนที่แทบจะล้นออกมาจากตะกร้าด้วยความตะลึงงัน
เยอะมาก!
ใบสีม่วงแดง สดใหม่และอวบอิ่ม ราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้!
นี่มันยอดอ่อนต้นเซียงชุน ของหายากยิ่งกว่าฝนในฤดูใบไม้ผลิเสียอีก!