เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 สิ้นสุดการนับถอยหลัง

บทที่ 30 สิ้นสุดการนับถอยหลัง

บทที่ 30 สิ้นสุดการนับถอยหลัง


บทที่ 30 สิ้นสุดการนับถอยหลัง

【เหลือเวลาอีก 11 นาที 17 วินาที ก่อนที่อารยธรรมต่างๆ ในพหุจักรวาลจะเริ่มเคลื่อนพลลงสู่สนาม】

แสงรำไรเริ่มปรากฏที่ขอบฟ้า ค่ำคืนอันยาวนานกำลังจะสิ้นสุดลงพร้อมกับการเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ของขบวนรถยาวเหยียด

ภายใต้ความพยายามของกองทัพ ขบวนรถที่ประกอบด้วยผู้รอดชีวิตกว่า 400 คน เริ่มเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน

กระบวนการทั้งหมดดูเร่งรีบอยู่บ้าง ยังมีคนอีกไม่น้อยที่รู้สึกกังวลต่ออนาคต ณ ค่ายทหารชั่วคราวจนสุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ขึ้นรถมาด้วย

คนกลุ่มนั้นมีประมาณสิบกว่าคน พวกเขาจ้องมองขบวนรถที่เคลื่อนไปอย่างเงียบงัน จนค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิดของหมู่บ้าน

คนที่เลือกจากไปหรือคนที่เลือกอยู่ต่อ ต่างก็มองไม่เห็นหนทางข้างหน้าไม่ต่างกัน

เจียงปินได้ติดต่อสื่อสารกับค่ายทหารที่เรือนจำหมายเลข 6 หลายครั้ง จนยืนยันได้ว่าที่นั่นปลอดภัย

สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือข้ามผ่านเส้นทางที่หากเป็นช่วงก่อนวันสิ้นโลกจะใช้เวลาขับรถเพียงหนึ่งชั่วโมง เพื่อไปให้ถึงที่นั่น

"ไม่ใช่แค่พวกเราที่กำลังมุ่งหน้าไปที่นั่น หน่วยทหารและผู้รอดชีวิตต่างก็กำลังมุ่งหน้าไปเช่นกัน นั่นหมายความว่าตลอดเส้นทางจะมีมนุษย์อยู่ทุกที่ พวกเราจะไปถึงอย่างปลอดภัยแน่นอน"

ในรถบัสที่หลินฉวินนั่งอยู่ มีคนพูดปลุกใจตัวเองขึ้นมา

ในตอนนั้นทุกคนกลับเข้าประจำที่นั่งของตนเองแล้ว มีบางคนที่ไม่มีที่นั่งจนต้องยืน แต่เมื่อเทียบกับรถของผู้รอดชีวิตคันข้างหลัง รถของพวกเขานับว่าดีกว่ามาก อย่างน้อยก็ไม่แออัดจนเกินไป

หลี่เจี๋ยเดินกลับมาหาหลินฉวินด้วยท่าทางตื่นเต้น "พี่ครับ อย่าเห็นว่าหลี่ซิงเหอเป็นยอดฝีมือแล้วจะเข้าถึงยากนะ เขาเป็นคนดีมากเลยล่ะ"

"เมื่อกี้ผมเดินเข้าไปกะว่าจะแค่ไปทำความรู้จัก แต่เขากลับชวนผมคุยแถมยังกระตือรือร้นมาก บอกว่าถ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วยก็ไปหาเขาได้ตลอดเวลา"

เฉียนอิ๋งอิ๋งที่เห็นหลี่เจียสนิทสนมกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งในรถก็พลอยดีใจไปด้วย "แบบนี้ก็เยี่ยมเลยสิ เรามีที่พึ่งเพิ่มอีกแล้ว"

หลินฉวินเหลือบมองหลี่ซิงเหอที่นั่งอยู่เบาะหน้าครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าที่หลี่ซิงเหอกระตือรือร้นขนาดนั้นเป็นเพราะเห็นหลี่เจี๋ยอยู่กับเขา

ดูเผินๆ เหมือนหลี่เจี๋ยกำลังเกาะแข้งเกาะขาหลี่ซิงเหอ แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นหลี่ซิงเหอต่างหากที่กำลังพยายามเกาะแข้งเกาะขาของหลินฉวินเอาไว้

ขบวนรถผู้อพยพประกอบด้วยรถบัสและรถยนต์ส่วนตัวต่อกันเป็นแถวเหยียดยาว

การเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านหลงเฉิงตี้จิ่งแทบจะไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา

ทุกคนต่างรู้ดีว่าตอนนี้ในเขตเมืองมีชาวบากาตันอาละวาดอยู่เต็มไปหมด เสียงปืนและเสียงระเบิดไม่เคยเงียบหายไปเลยนับตั้งแต่พวกมันมาถึง

ดังนั้นทุกคนจึงพยายามรักษาความเงียบให้ได้มากที่สุด

ถนนในเขตเมืองด้านนอกเกิดความวุ่นวายไม่น้อย มีซากรถพังย่อยยับอยู่ทุกที่

ถนนบางสายอยู่ในสภาพถูกปิดตาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเร็วของขบวนรถอย่างมาก ทำให้ต้องวนไปวนมาอยู่พักใหญ่ ซึ่งระยะห่างไม่ได้ไกลจากหมู่บ้านหลงเฉิงตี้จิ่งเท่าไหร่นัก

ระหว่างทางเองก็เจอชาวบากาตันอยู่บ้าง แต่ก็ถูกทหารจัดการอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงว่าพวกมันจะส่งสัญญาณบอกตำแหน่งของขบวนรถให้พรรคพวกคนอื่นรู้จนนำหายนะมาให้

และสิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดผวาและไม่สบายใจยิ่งกว่าเดิม คือตัวเลขนับถอยหลังที่กำลังลดน้อยลงทุกที

ช่วงเวลาสองวันที่ผ่านมา สำหรับใครหลายคนแล้วมันยาวนานราวกับผ่านไปเป็นศตวรรษ แต่พวกคนที่ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากชาวบากาตัน หลายคนถึงขั้นลืมตัวเลขตรงหน้าไปซะสนิท

ทว่าตอนนี้ ไม่มีใครสามารถมองข้ามมันได้อีกต่อไป เพราะเวลาถอยหลังกำลังจะสิ้นสุดลง

เมื่อนาฬิกาบอกเวลาเป็นศูนย์ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของสงครามระหว่างอารยธรรม

ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวและถามขึ้นมาว่า

"พวกคุณว่าถ้าเวลานับถอยหลังจบลงจะเกิดอะไรขึ้น? โลกภายนอก หรือเมืองอื่นๆ จะเป็นเหมือนพวกเราไหม? หรือว่าตอนนี้ที่นั่นยังปลอดภัยอยู่? "

"พ่อแม่ผมอยู่เมืองอื่น ผมเป็นห่วงพวกเขามากเลย..."

"อาจจะนะ บางทีเมืองอื่นอาจจะยังปลอดภัยอยู่ แต่พอเวลานับถอยหลังสิ้นสุดลง บางทีดาวบลูสตาร์ทั้งดวงอาจจะถึงกาลอวสานก็ได้..."

"ฉันไม่รู้ และไม่อยากรู้ด้วย ยังไงซะมันจะแย่ไปกว่านี้ได้อีกเหรอ?"

"ต่อให้พวกเราไปถึงค่ายทหารชั่วคราวอะไรนั่นแล้ว... พวกเราจะปลอดภัยจริงๆ เหรอ? ถ้าเกิดว่าที่นั่นถูกโจมตีขึ้นมาล่ะ?"

"บางทีคนเก่งๆ ที่ติดอันดับต้นๆ ของตารางจัดอันดับพื้นที่อาจจะอยู่ที่นั่นกันหมด ถ้าพวกเราไปถึงก็น่าจะปลอดภัยแล้วละ..."

หลายคนเริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์

ในส่วนลึกของห้องโดยสารอันมืดสลัว มีเสียงสะอึกสะอื้นเบาๆ ดังแว่วมา

ไม่มีใครรู้ว่าหลังสิ้นสุดการนับถอยหลังจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง แต่ในใจของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

ในช่วงสองวันที่ผ่านมาพวกเขาต้องเผชิญกับความสยดสยองที่ชาวบากาตันมอบให้ ทั้งที่นั่นเป็นเพียงการเคลื่อนพลล่วงหน้าเท่านั้น

หากสงครามอารยธรรมเต็มรูปแบบเริ่มต้นขึ้นจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

แค่คิดก็ชวนให้ขนหัวลุกแล้ว

คำถามเดียวกันนี้ก็ผุดขึ้นในใจของหลินฉวินเช่นกัน แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร

เหมือนที่หลี่เจี๋ยบอก เรื่องเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาในตอนนี้ควรจะเก็บมาคิด การพยายามเอาชีวิตรอดให้ได้ต่างหากคือสิ่งที่พวกเขาควรทำในวินาทีนี้

เมื่อเทียบกับโลกที่กว้างใหญ่และอารยธรรมนับไม่ถ้วน ตัวตนของพวกเขานั้นช่างเล็กจ้อยเหลือเกิน

หยางหลินซึ่งนั่งอยู่ที่มุมรถเอ่ยขึ้น "แทนที่จะมานั่งกลัวหรือคาดเดาไปต่างๆ นานา สู้เอาเวลาไปคิดหาวิธีฆ่าพวกชาวบากาตันเพื่อพัฒนาฝีมือตัวเองดีกว่า"

"คนอ่อนแอก็ย่อมต้องกลัวทุกอย่าง แต่ถ้าแข็งแกร่งแล้ว ต่อให้โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนแล้วมันจะทำไมล่ะ?"

"ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด ส่วนพวกอ่อนแอ... ตายไปได้ก็ดี!"

สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เห็นได้ชัดว่าแม้ทุกคนจะอยู่บนรถคันเดียวกัน และเป็นสมาชิกของกลุ่มอาสาสมัครป้องกันตนเอง แต่เขาไม่เห็นหัวคนส่วนใหญ่ที่นี่เลย

คำพูดนี้ฟังดูเหมือนการประชดประชันเสียดสีมากกว่า

ฉู่อิ่วเวยหันไปมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตาไปอย่างไร้ความรู้สึก

เธอยังคงวางท่าเย็นชาเหมือนเช่นเคยโดยไม่คิดจะใส่ใจหยางหลินแม้แต่น้อย

คนอื่นๆ เริ่มแสดงความไม่พอใจอยู่ลึกๆ ที่หยางหลินพูดจาดูถูกทุกคนแบบนั้น แต่เพราะเกรงกลัวในฝีมือของหยางหลิน จึงไม่มีใครกล้าปริปาก

ทว่าหลี่เจี๋ยกลับเริ่มมีน้ำโห เขายังจำเรื่องที่หยางหลินเคยดูถูกพวกเขาคราวก่อนได้

ประโยคหลังของหยางหลินเมื่อครู่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากำลังพูดถึงใครอยู่

หลี่เจี๋ยกำลังจะฟาดงวงฟาดงา แต่โชคดีที่เฉียนอิ๋งอิ๋งดึงมือเขาไว้เสียก่อน ทำให้เขาสงบสติอารมณ์ลงได้

ทว่าหยางหลินกลับกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครโต้ตอบก็รู้สึกขัดใจ เขาจ้องมองมาทางหลี่เจี๋ยและหลินฉวินก่อนจะโพล่งออกมา "มองอะไรวะ? ข้าหมายถึงแกนั่นแหละ"

"แกแบ่งทรัพยากรอันล้ำค่าให้เพื่อนที่ไม่มีปัญญาทำอะไรของแก ถ้าแกเกิดบาดเจ็บขึ้นมา แกก็เตรียมตัวตายได้เลย!"

จากนั้นหยางหลินก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่หลินฉวิน "เสียดายทรัพยากรที่ต้องแบ่งให้กับคนพวกนี้จริงๆ คนอย่างข้าต่างหากที่ควรจะได้รับส่วนแบ่งมากกว่านี้!"

การแบ่งทรัพยากรให้กับหลินฉวิน ทำให้หยางหลินไม่พอใจ

ในมุมมองของหยางหลิน เขาคิดว่าตัวเองควรจะได้รับมันมากกว่าหลินฉวิน

หลินฉวินขมวดคิ้ว การถูกชี้หน้าด่าทำให้เขารู้สึกโมโหขึ้นมาเหมือนกัน

คนอื่นเขายังไม่พูดอะไรเลย แกที่เป็นแค่ระดับ D จะมาเต้นแร้งเต้นกาอะไร?

อีกอย่างหลินฉวินกล้าพูดเลยว่าเขาไม่เคยขอแบ่งทรัพยากรของใคร

ตรงกันข้าม ถ้าไม่มีเขา คนพวกนี้อาจจะตายไปตั้งแต่วันที่พวกต่างดาวเคลื่อนพลล่วงหน้าแล้วด้วยซ้ำ!

"มีความสามารถนิดหน่อยก็เอาเปรียบคนอื่น แกเองก็หนีบสาวขึ้นรถมาด้วยไม่ใช่เหรอ ทำมาเป็นพูดดี" หลี่เจี๋ยโต้กลับด้วยความโกรธ "แล้วแกเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาว่าพี่หลินของฉัน?"

ขณะที่หลี่เจี๋ยโต้ตอบ หยางหลินกำลังโอบกอดสาวสวยไว้ถึงสองคน!

หลี่เจี๋ยโกรธจัดจริงๆ ตอนที่เขาเข้าทำงานใหม่ๆ มีแต่หลินฉวินที่คอยช่วยเหลือ

ในสายตาของเขา หลินฉวินคือญาติเพียงคนเดียวในโม๋ตู ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สนิทสนมกับหลินฉวินขนาดนี้

การที่หยางหลินชี้หน้าด่าหลินฉวินทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกด่าเองเสียอีก เขาจะทนได้อย่างไร?

สีหน้าของหยางหลินบึ้งตึงทันที "ข้าจำแกได้ พลังของแกคือการปล่อยไฟฟ้า เชื่อไหมว่าต่อให้ระดับพรสวรรค์ของแกจะสูงกว่าข้า"

"แต่ในระยะใกล้ขนาดนี้ ข้าสามารถซัดแกหมอบลงกับพื้นก่อนที่แกจะได้ยกมือด้วยซ้ำ!"

หยางหลินกำหมัดแน่น สายตาของเขาจ้องเขม็งสลับไปมาระหว่างหลินฉวินและหลี่เจี๋ย

เขามั่นใจว่าหมัดเดียวก็สามารถสยบชายร่างผอมบางสองคนนี้ให้ล้มคว่ำได้!

พละกำลังคือที่มาของความมั่นใจของเขา

ทันใดนั้นเองแววตาของหลินฉวินก็เย็นยะเยือกลงทันที "แกกล้าเหรอ?"

ยังไม่ทันสิ้นเสียงของหลินฉวินและหยางหลินยังไม่ทันได้โต้ตอบ

หลี่ซิงเหอที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็ทนอยู่นิ่งไม่ได้อีกต่อไป

คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขารู้ดีว่าใครคือยอดฝีมือตัวจริงบนรถคันนี้!

หลี่ซิงเหอลุกพรวดขึ้นมาทันทีและแสดงจุดยืนชัดเจน "ฉันเองยังไม่พูดอะไรเลย แล้วแกเป็นใคร? จะมาโวยวายเพื่ออะไร?"

"ถ้าแกอยากสู้ก็มาเจอกับฉันนี่!"

คราวนี้หยางหลินถึงกับเงียบกริบ

หลี่ซิงเหอคือยอดฝีมือที่สังหารผู้ใช้พลังจิตชาวบากาตันได้ ความสามารถในการระเบิดหัวที่แปลกประหลาดนั่น เขาเห็นมากับตาจนรู้สึกสยองขวัญไปถึงขั้วหัวใจ

เขาจะกล้าไปสู้กับหลี่ซิงเหอได้อย่างไร?

เพียงวินาทีเดียวหยางหลินก็สงบเสงี่ยมลงทันที

การที่หลี่ซิงเหอออกตัวปกป้อง ทำให้หลี่เจี๋ยและเฉียนอิ๋งอิ๋งรู้สึกประหลาดใจและซาบซึ้งใจมาก

มีเพียงหลินฉวินที่เบะปากเล็กน้อย

หลี่ซิงเหอออกมาขวางได้ไม่ถูกจังหวะเลย เมื่อครู่เขาเกือบจะแจกจุดดอกไม้ไฟให้กับหยางหลินแล้ว

พอหลี่ซิงเหอออกหน้ารับแทน บรรยากาศก็กลับคืนสู่ความสงบ

หลินฉวินแต่จ้องมองหยางหลินนิ่งๆ และพบว่าอีกฝ่ายก็กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความอาฆาตเช่นกัน

หลินฉวินเค่นยิ้มในใจ

รอดให้ได้ตลอดฝั่งก็แล้วกัน!

ภายในขบวนรถตกอยู่ในความเงียบงันที่น่ากระอักกระอ่วน ส่วนภายนอกก็เงียบสงบลงเช่นกัน เมื่อขับผ่านถนนที่รกร้าง ชาวบากาตันกลับหายวับไปราวกับนัดกันไว้

ดูเหมือนเป็นเพราะเวลานับถอยหลังกำลังจะสิ้นสุดลง พวกมันจึงซ่อนตัวเพราะหวาดเกรงในบางสิ่ง

มันเป็นแบบนั้นจริงหรือ?

หลินฉวินไม่แน่ใจ

ความเงียบที่ผิดปกติทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ เขาพยายามกลั้นลมหายใจ จ้องมองตัวเลขนับถอยหลังตรงหน้า

ทีละนิด...จนกลายเป็นศูนย์ และข้อความใหม่ปรากฏขึ้น

【สมรภูมิระดับโลกเปิดใช้งานแล้ว】

【สมรภูมิดาวบลูสตาร์ถูกล็อกเรียบร้อย】

【ประตูมิติเตรียมเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ】

【อารยธรรมต่างๆ จะทำการลงจอดในอีก 1 นาที】

【ในเวลา 1 นาทีนี้ แต่ละอารยธรรมยังมีโอกาสแลกเปลี่ยนสิทธิ์พิเศษระดับอารยธรรม และทำการแบ่งสรรพื้นที่ส่วนสุดท้าย...】

【สิ่งมีชีวิตจากอารยธรรมต่างๆ รวมถึงคนพื้นเมืองดาวบลูสตาร์... หวังว่าพวกคุณจะเพลิดเพลินไปกับสงครามครั้งนี้และกลายเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด】

【อารยธรรมที่ชนะจะได้รับโอกาสเชิญเข้าสู่ดินแดนแห่งเทพอันยิ่งใหญ่】

【จงทำสงคราม จงเข่นฆ่า จงเฉลิมฉลอง... 】

【เป็นโอกาสที่พวกคุณไม่ควรพลาด!】

จบบทที่ บทที่ 30 สิ้นสุดการนับถอยหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว