- หน้าแรก
- สมรภูมิระดับโลก ผมมีระบบสุ่มการ์ดไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 28 สุ่มการ์ดสองครั้งติดต่อกัน
บทที่ 28 สุ่มการ์ดสองครั้งติดต่อกัน
บทที่ 28 สุ่มการ์ดสองครั้งติดต่อกัน
บทที่ 28 สุ่มการ์ดสองครั้งติดต่อกัน
ข่าวจากกองทัพสร้างความฮึกเหิมให้กับทุกคนอย่างมาก
ฟ่านเหวินฉวนยังคงเป็นคนแรกที่ยืนหยัดขึ้นมาและอาสาเป็นผู้นำเชิญชวนให้ผู้รอดชีวิตอพยพตามกองทัพไปยังเรือนจำหมายเลข 6 แห่งมหานครโม๋ตู
ซึ่งผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่เลือกที่จะร่วมเดินทางไปด้วย มีเพียงส่วนน้อยที่ยังคงกังวลและเชื่ออย่างงมงายว่าการพักอยู่ในหมู่บ้านหลงเฉิงตี้จิ่งนั้นปลอดภัยที่สุด โดยไม่ยอมจากไปไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
ในเวลานี้ไม่มีใครเสียเวลาเกลี้ยกล่อมพวกเขาเป็นรายคนอีกต่อไป
แม้ว่าค่ายทหารชั่วคราวจะตั้งอยู่บริเวณชานเมืองเขตตะวันออก แต่ระยะทางจากหมู่บ้านหลงเฉิงตี้จิ่งก็ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมงหากเป็นช่วงเวลาปกติ
เจียงปินเองก็ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้แก่ผู้รอดชีวิตทุกคนได้ เขาทำได้เพียงเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน กองทัพเองก็ต้องสูญเสียกำลังพลไปไม่น้อย
ในขณะนี้ทุกคนจึงทุ่มเทให้กับการเตรียมการอพยพ พวกเขาแยกย้ายกันออกไปค้นหายานพาหนะ
การจะพาผู้รอดชีวิตกว่า 400 คนออกไปพร้อมกันนั้นถือเป็นภารกิจที่ใหญ่หลวงนัก
มีผู้รอดชีวิตบางส่วนคอยช่วยงานเจียงปิน ในขณะที่คนส่วนใหญ่เร่งเก็บสัมภาระเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง
สำหรับหลินฉวิน เขาไม่มีอะไรต้องเก็บมากนัก สิ่งของจำเป็นที่ต้องใช้ได้ใส่ไว้ในถุงเฉียนคุนแล้ว แต่เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต เขาจึงยังสะพายเป้เอาไว้ใบหนึ่ง
หลินฉวินดูบ้านหลังเล็กขนาด 30 กว่าตารางเมตรนี้เป็นครั้งสุดท้าย แม้มันจะไม่ได้สลักสำคัญอะไรในโม๋ตู แต่มันก็คือบ้านหลังน้อยที่เจ้าของร่างเดิมพากเพียรพยายามเพื่อให้ได้มา
ความคิดที่จะต้องจากที่นี่ไป ทำให้เขารู้สึกหลากหลายอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก
หลี่เจี๋ยที่อยู่ด้านหลังตบไหล่เบา ๆ เพื่อปลอบใจ "พี่ครับ ผมยังจำได้ตอนที่พี่ซื้อบ้านหลังนี้ใหม่ๆ แล้วชวนผมมากินหม้อไฟ... ยังไงซะพวกเราจะมีชีวิตรอดและกลับมาที่นี่อย่างแน่นอน"
หลินฉวินยิ้มและยื่นมือเข้าไปในเป้เพื่อหยิบขนมปังสองชิ้นออกมาจากถุงเฉียนคุน แล้วยื่นให้หลี่เจี๋ยและ เฉียนอิ๋งอิ๋ง นี่คือเสบียงที่เขาซื้อมาจากเจ้าของร้านหน้าเลือดด้วยเงินจำนวนมหาศาล
"พี่ยังมีของดีแบบนี้อยู่อีกเหรอ? ผมไม่เกรงใจละนะ" หลี่เจี๋ยรับไปอย่างคุ้นเคย
ในเวลานี้ ขนมปังสอดไส้ถือเป็นของล้ำค่า เพราะเสบียงที่กองทัพแจกจ่ายให้มีเพียงพวกบิสกิตเท่านั้น
เฉียนอิ๋งอิ๋งลังเลครู่หนึ่งก่อนจะรับไปเช่นกัน
หลินฉวินไม่ได้พูดอะไรและก้าวเท้าลงจากตึกเป็นคนแรก
แผนการของกองทัพเต็มไปด้วยประสิทธิภาพอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ฟ่านเหวินฉวนรวบรวมมา
ทำให้ขบวนรถบัส 5 คันถูกจัดเตรียมอย่างรวดเร็ว
ภายใต้การจัดการของฟ่านเหวินฉวนผู้รอดชีวิตจากอาคารต่างๆ ทยอยขึ้นรถอย่างเป็นระเบียบ
ตอนนี้เขากลายเป็นผู้นำของผู้รอดชีวิตทั้งหมดไปเสียแล้ว โดยมีลูกน้องล้อมรอบมากมาย
ในขณะที่คนอื่นแบกสัมภาระเพียงใบเดียว ฟ่านเหวินฉวนกลับมีข้าวของพะรุงพะรังนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังหารถยนต์ 7 ที่นั่งมาเป็นรถส่วนตัวอีกด้วย
ผู้ที่สามารถร่วมทางไปกับเขาได้มีเพียงภรรยาและคนสนิทเท่านั้น
นอกจากนี้เขายังได้เอ่ยชวนหลี่ซิงเหอร่วมทางไปกับเขา ถึงแม้ว่าฟ่านเหวินฉวนจะมีอิทธิพลเหนือกลุ่มผู้รอดชีวิต แต่เขาก็รู้ดีว่าความแข็งแกร่งจะทำให้เขาอยู่รอด
เขาจึงต้องการเกาะแข้งเกาะขาหลี่ซิงเหอเอาไว้ แต่แล้วคำชวนของฟ่านเหวินฉวนกลับถูกหลี่ซิงเหอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
หลี่ซิงเหอรีบวิ่งไปขึ้นรถบัสหนึ่งในสองคันที่จัดไว้สำหรับหน่วยอาสาสมัครและครอบครัว เหตุผลเดียวที่เขาทำเช่นนั้นเพราะเห็นหลินฉวินและพวกอีกสองคนเดินขึ้นรถคันนั้นไป
ในขณะที่ฟ่านเหวินฉวนอยากเกาะแข้งเกาะขาคนเก่ง หลี่ซิงเหอเองก็คิดแบบเดียวกัน
จริง ๆ แล้วหลินฉวินและพวกสามารถหารถสักคันขับไปเองได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำตัวโดดเด่น
เขาตัดสินใจร่วมทางไปพร้อมกับคนอื่นโดยอาศัยความสัมพันธ์ของหลี่เจี๋ยขึ้นไปนั่งบนรถบัสคันหน้า
รถบัส 3 คันหลังจัดไว้สำหรับผู้รอดชีวิตทั่วไปที่ไม่มีพลังต่อสู้ ซึ่งเบียดเสียดกันจนแน่น ในขณะที่ 2 คันหน้านั้นยังพอมีที่ว่างอยู่บ้าง
ถือเป็นสิทธิพิเศษที่กองทัพมอบให้แก่หน่วยอาสาสมัคร
เดิมทีหลี่เจี๋ยอยากจะหารถขับไปเองเพราะเขามั่นใจในพลังของตน และไม่ชอบที่จะร่วมกลุ่มกับคนอื่นนัก แต่ก็ถูกหลินฉวินสั่งสอนด้วยเหตุผลที่จริงจัง: "ยอดฝีมือก็ตายเพราะคมดาบได้"
"ไปกับกลุ่มใหญ่ปลอดภัยกว่า ถ้าพวกบากาตันโผล่มา อย่างน้อยเราก็มีคนช่วยกระจายความเสี่ยง ไม่ใช่กลายเป็นเป้านิ่งให้พวกมันสอยอยู่คันเดียว"
"ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังมีพวกยอดฝีมือตั้งเยอะ! หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาก็มีพวกตัวท็อปคอยแบก ส่วนพวกเราก็แค่ไหลตามน้ำไป"
"ถ้าเจอพวกบากาตันที่ถูกยอดฝีมือตบจนปางตาย พวกเราก็แค่เข้าไปจัดการเก็บแต้มฟรี อยู่กับกลุ่มใหญ่แบบนี้มันดีกว่าเห็นๆ ใช่ไหมล่ะ?"
หลินฉวินเหลือบมองฉู่อิ่วเวยที่นั่งอยู่มุมรถ เขาเลือกขึ้นรถคันนี้ก็เพราะเห็นเธอขึ้นมาด้วยนั่นแหละ
หลี่เจี๋ยฟังแล้วถึงกับเลื่อมใส "สมกับเป็นชายที่คว้าอันดับ 2 ได้ทุกตาในเกม PUBG โดยไม่ยิงสักนัดจริงๆ ผมเชื่อพี่ครับ"
"แน่นอนอยู่แล้ว ยังไงต้องปลอดภัยไว้ก่อน" หลินฉวินกล่าวถึงคติประจำใจของเขา
เฉียนอิ๋งอิ๋งที่นั่งฟังอยู่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "แล้วทำไมถึงได้แค่อันดับ 2 ตลอดล่ะ?"
หลี่เจี๋ยหัวเราะ "พี่หลินซุ่มจนไม่มีใครหาเจอ แต่พอถึงวงสุดท้ายตอนดวลปืนตัวต่อตัว แกไม่เคยชนะเลยน่ะสิ"
เฉียนอิ๋งอิ๋ง: "..."
ในตอนนั้นเอง หลี่ซิงเหอก็ก้าวขึ้นรถมา ทันทีที่เขาปรากฏตัว สายตาของทุกคนบนรถก็จับจ้องไปที่เขา
ข่าวที่เขาจัดการผู้ใช้พลังจิตระดับสูงของบากาตันแพร่สะพัดไปทั่ว ทำให้เขาถูกยกย่องเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของหมู่บ้าน
แม้คนบนรถบัสคันนี้จะมีพลังพิเศษอยู่บ้าง แต่ก็พากันแสดงท่าทางเป็นมิตรและประจบประแจงหลี่ซิงเหอกันถ้วนหน้า
"สุดยอดไปเลย! หลี่ซิงเหอก็ขึ้นรถคันเดียวกับเราด้วย!" หลี่เจี๋ยกระซิบด้วยดวงตาเป็นประกาย "พี่รู้ล่วงหน้าเหรอว่าเขาจะมาคันนี้? ไหนจะยังมีฉู่อิ่วเวยอีก ยอดฝีมือรวมตัวกันขนาดนี้ พวกเราได้เนียนยาวๆ จนจบเกมแน่!"
หลินฉวินยิ้มตอบ "ดวงดีน่ะ แค่ดวงดี... รถตั้งสองคัน ใครจะไปรู้ล่ะว่าทำไมหลี่ซิงเหอถึงเลือกคันนี้"
หลี่เจี๋ยเองก็เตรียมประจบประแจง "เดี๋ยวผมจะลองเข้าไปทักทายเขาหน่อย ทำความรู้จักกันไว้ดีกว่า เขาคือนักรบระดับพระกาฬของจริงเลยนะ!"
"พี่จำชาวบากาตันผู้ใช้พลังจิตที่ผมเคยเล่าให้ฟังได้ใช่ไหม? ตอนที่เราสู้กันเมื่อกี้ก็โผล่มาตัวหนึ่ง แต่มันยังไม่ทันได้โชว์เทพอะไรเลย เห็นว่าโดนหลี่ซิงเหอจัดการในพริบตา"
"ผมตามกลุ่มผู้รอดชีวิตมาตั้งนาน ยังไม่เคยได้ยินว่าจะมีใครเก่งเวอร์ขนาดนี้มาก่อนเลย!"
มุมปากหลินฉวินกระตุกเล็กน้อย "ก็ดีนะ นายไปทำความคุ้นเคยไว้ เผื่อมีอันตรายเขาจะได้ช่วยดูแลพวกเรา"
หลี่เจี๋ยพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่งและรีบเข้าไปร่วมกลุ่มเป่าหูประจบประแจงหลี่ซิงเหอทันที
เฉียนอิ๋งอิ๋งที่มองอยู่ทนไม่ไหวต้องเอ่ยแขวะขึ้นมา "ตอนที่พวกคุณทำงานด้วยกัน ก็คงจะเนียนกินแรงกันแบบนี้สินะ!"
หลินฉวินทำเพียงยิ้มแห้งๆ อย่างมีมารยาท อย่างไรเสียตอนนี้เฉียนอิ๋งอิ๋งก็ไม่ใช่หัวหน้าอีกต่อไปแล้ว พวกเขาจึงไม่มีอะไรต้องเกรงกลัว
ผู้รอดชีวิตคนอื่นกำลังทยอยขึ้นรถ กองทัพเองต้องการออกเดินทางให้เร็วที่สุดเพราะกังวลเรื่องการล้างแค้นจากพวกบากาตัน
หลินฉวินอาศัยใบบุญหลี่เจี๋ยทำให้ได้ขึ้นรถก่อน ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใครแถมยังมีที่นั่ง การรอนี้จึงเป็นไปอย่างสบาย
เมื่อไม่มีอะไรทำและรอบข้างปลอดภัย หลินฉวินก็หลับตาลง เขาตัดสินใจใช้แต้มผลงาน 20 แต้ม เปิดใช้งานความสามารถในการสุ่มการ์ดติดต่อกันสองครั้งรวด!
เขารู้สึกทั้งตื่นเต้นและกังวลใจ
เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครั้งนี้จะสุ่มได้การ์ดระดับยอดเยี่ยมมาครอบครอง!