- หน้าแรก
- ระบบสวมบทบาท: โชว์เทพกลางรายการเรียลลิตี้
- บทที่ 670 - วิชากลไกผนึก ต้องยกให้เป็นวิชาลับของบรรพบุรุษ
บทที่ 670 - วิชากลไกผนึก ต้องยกให้เป็นวิชาลับของบรรพบุรุษ
บทที่ 670 - วิชากลไกผนึก ต้องยกให้เป็นวิชาลับของบรรพบุรุษ
บทที่ 670 - วิชากลไกผนึก ต้องยกให้เป็นวิชาลับของบรรพบุรุษ
"จิ๊ แกยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่าวะ" เย่ไป๋ปรายตามองเขา
เจ้าอ้วนถึงกับใบ้กินพูดไม่ออก
เย่ไป๋ทอดสายตามองประตูบานใหญ่ที่พังทลายลงมาอย่างเกียจคร้าน สมองครุ่นคิดวิเคราะห์โครงสร้างของมันอย่างต่อเนื่อง
"ลูกพี่ วัสดุของประตูบานนี้ดูเหมือนจะไม่เหมือนกับที่เราใช้กันปกติเลยนะ"
เจ้าอ้วนชะโงกหน้าเข้ามา แววตาแฝงความฉลาดแกมโกง พิจารณาประตูทองแดงอย่างละเอียด
"อืม นี่คือวิชากลไก มีไว้สำหรับปิดผนึกกลไกบางจุดโดยเฉพาะ"
เจ้าอ้วนฟังแล้วก็อึ้งไป "ลูกพี่รู้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย"
เย่ไป๋กรอกตาใส่ ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงด้วย เขาหันไปใช้ความคิดหาวิธีทำลายกลไกนี้ต่อ
เจ้าอ้วนสบโอกาสเนียนเข้ามาใกล้ ส่งยิ้มกวนโอ๊ย "ลูกพี่ พี่ว่าประตูบานนี้มันซ่อนความลับยิ่งใหญ่อะไรไว้หรือเปล่า"
"ก็อาจจะ" เย่ไป๋ตอบเสียงเรียบ
"งั้นพวกเราก็เจอของดีเข้าให้แล้วสิ ฮ่าฮ่าฮ่า!"
เจ้าอ้วนตื่นเต้นดีใจจนเนื้อเต้น หน้าตาตื่นเต้นราวกับค้นพบทวีปใหม่ ดูโง่งมสุดๆ
"แกหุบปากไปเลย หนวกหูจนฉันปวดหัวไปหมดแล้ว" เย่ไป๋ด่าอย่างเหลืออด
"ลูกพี่ ฉันผิดไปแล้ว" เจ้าอ้วนรีบยอมรับผิดทันควัน แต่ก็ยังอดถามต่อไม่ได้ "ลูกพี่ แล้วอักขระบนประตูนั้นมันหมายความว่ายังไงล่ะ ฉันดูไม่ออกเลยว่ามันมีอะไรพิเศษ"
เย่ไป๋ส่ายหน้า "ที่เขียนอยู่บนนั้นล้วนเป็นอักษรโบราณที่ฉันฟังไม่รู้เรื่องทั้งนั้น"
"แบบนี้ก็กร่อยเลยสิ..."
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามดังกึกก้อง ร่างขนาดมหึมาร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า พุ่งเป้ามาที่พวกเขาทั้งสอง
"เชี่ย ตัวอะไรวะเนี่ย!" เจ้าอ้วนถึงกับเหวอแดก
เย่ไป๋ตอบสนองอย่างฉับไว เขาสับสันมือออกไปซัดร่างนั้นจนผงะถอยหลัง จากนั้นจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืน เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของร่างนั้นชัดเจน เขาก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
เรื่องราวเริ่มจะสนุกขึ้นมาแล้วสิ
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตรงมุมปากของเย่ไป๋ไม่เคยจางหายไปไหน ยิ่งพอมาเห็นสถานการณ์ตรงหน้าตอนนี้ กลับยิ่งทำให้รู้สึก... น่าตื่นเต้นกว่าเดิมอีก
สิ่งที่โดนเขาซัดจนผงะถอยไปเมื่อครู่นี้ก็คือเจียวหลงสีทองตัวนั้น อาการบาดเจ็บของมันหายสนิทแล้ว มันจ้องมองเย่ไป๋กับเจ้าอ้วนด้วยแววตาดุร้ายหมายชีวิต
เจ้าอ้วนตกใจจนตัวลีบหลบอยู่หลังเย่ไป๋ ดวงตากลอกกลิ้งไปมาอย่างมีเลศนัย เห็นได้ชัดว่ากำลังคิดหาวิธีเผ่นหนี
เย่ไป๋ปรายตามองเขา "วางใจเถอะ มันฆ่าพวกเราไม่ได้หรอก"
"แหะๆ ลูกพี่พูดถูก ฉันเชื่อพี่!" เจ้าอ้วนหัวเราะแห้งๆ
"แกไสหัวไปไกลๆ เลยไป!"
เย่ไป๋เตะเจ้าอ้วนกระเด็นออกไป ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เจียวหลงสีทอง เขารัวหมัดเข้าใส่ไม่ยั้ง ทุกท่วงท่าแฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด
เขาพยายามมองหาจุดตายของเจียวหลงสีทองอยู่ตลอดเวลา ทว่าก็คว้าน้ำเหลวหนแล้วหนเล่า ทำเอาเขาเริ่มสงสัยขึ้นมาตงิดๆ หรือว่าเจียวหลงตัวนี้จะไม่มีจุดอ่อน
โฮก!
เจียวหลงสีทองเชิดหน้าคำรามลั่นฟ้า ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีเย่ไป๋อีกครั้ง
เย่ไป๋รวบรวมสมาธิ ทุ่มสุดตัวเข้าพัวพันต่อสู้กับมัน แรงปะทะจากการต่อสู้ของทั้งสองทำให้พื้นดินแตกร้าว ฝุ่นควันตลบอบอวล
"เชี่ย ลูกพี่โคตรโหด ลูกพี่สู้เขา!"
เจ้าอ้วนแหกปากร้องเชียร์อยู่ข้างๆ แทบอยากจะลงไปตะโกนเชียร์แทนเย่ไป๋เลยทีเดียว
"หึ!" เย่ไป๋แค่นเสียงเย็น จู่ๆ ก็ตวัดขาเตะกวาดออกไป เสี้ยววินาทีนั้นก็ซัดเข้าที่หน้าท้องของเจียวหลงสีทองอย่างจัง
เสียงตูมดังกึกก้อง เจียวหลงสีทองถูกลูกเตะนี้ซัดกระเด็นไปไกลหลายเมตร ร่างของมันฝังจมลงไปในพื้นดิน ไม่รู้ว่าโดนฝังมิดไปถึงไหนแล้ว
"เชี่ย ลูกพี่เจ๋งเป้ง!" เจ้าอ้วนปรบมือรัวๆ
"ไร้ประโยชน์"
เย่ไป๋มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะเดินไปที่กองเศษหินข้างๆ
เศษหินเหล่านี้เต็มไปด้วยตะปูเหล็กขึ้นสนิมเขรอะ แถมยังดูแข็งแกร่งทนทาน หากคนธรรมดาเข้าใกล้รับรองว่าต้องโดนทิ่มจนเลือดอาบ เนื้อตัวฉีกขาดเป็นแน่
เย่ไป๋จ้องมองตะปูเหล็กขึ้นสนิมเหล่านี้อยู่นานสองนาน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
"มีอะไรเหรอลูกพี่" เจ้าอ้วนเดินเข้ามาถาม
"ฉันค้นพบอะไรบางอย่างแล้ว" เย่ไป๋พึมพำ
"เรื่องอะไร"
"แกลองสังเกตตะปูเหล็กพวกนี้ให้ดี แกเห็นอะไรไหม"
เจ้าอ้วนพินิจพิเคราะห์อยู่นาน จู่ๆ ก็เบิกตาโพลง "เชี่ย ลูกพี่อย่าบอกนะว่าของพวกนี้คือ..."
"ใช่แล้ว"
เย่ไป๋ถอนหายใจเบาๆ "สนิมพวกนี้ดูเผินๆ เหมือนยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ แต่ความจริงแล้วมันแฝงจังหวะบางอย่างเอาไว้อย่างแยบยล"
คำพูดของเขาทำเอาเจ้าอ้วนตกใจสุดขีด "พี่หมายความว่ารอยสนิมพวกนี้คือเส้นสายค่ายกลงั้นเหรอ"
เย่ไป๋ส่ายหน้า "จะพูดแบบนั้นก็ได้เหมือนกัน"
เขาพูดต่อ "ตามหลักการแล้ว เส้นสายของค่ายกลควรจะแบ่งออกเป็นสี่ประเภทหลักๆ ได้แก่ ปากว้า หยินหยาง ลิ่วเหอ และจิ่วกง"
พูดถึงตรงนี้เย่ไป๋ก็หยุดชะงักไป
เจ้าอ้วนเกาหัวแกรกๆ ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "ปากว้า หยินหยาง ลิ่วเหอ พวกนี้มันคืออะไรกันเนี่ย ลูกพี่ ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย"
มุมปากเย่ไป๋กระตุกยิกๆ ไม่คิดเลยว่าไอ้หมอนี่จะโง่ดักดานขนาดนี้
เขาข่มความหงุดหงิดอธิบายต่อ "อธิบายง่ายๆ มันก็คือค่ายกลฮวงจุ้ยนั่นแหละ รอยสนิมพวกนี้ความจริงแล้วก็คือเค้าโครงฮวงจุ้ย แถมยังเป็นเค้าโครงฮวงจุ้ยระดับลึกซึ้งเสียด้วย"
ดวงตาของเจ้าอ้วนทอประกาย รีบถามเสียงหลง "ลูกพี่ พี่พูดจริงเหรอเนี่ย!"
"ก็แหงสิ" เย่ไป๋กรอกตาใส่ ตอบกลับอย่างเหลืออด
"ว้าว ฉันได้เห็นค่ายกลฮวงจุ้ยของจริงกับตาตัวเองเลยเหรอเนี่ย โอ้โห พระเจ้าช่วย คืนนี้ดวงดีสุดๆ ไปเลย!" เจ้าอ้วนยิ้มหน้าระรื่น จมอยู่กับความตื่นเต้นจนไม่ทันสังเกตว่าใบหน้าของเย่ไป๋เริ่มมืดครึ้มลงเรื่อยๆ
"พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นถ้าตาแก่นั่นตามมาทัน พวกเราได้ตายกันหมดแน่!"
เย่ไป๋เอ่ยเตือน
"อ้อ ใช่ๆๆ! ฉันเกลือบไปแล้ว ลูกพี่รีบพาฉันหนีเร็วเข้า ไม่งั้นถ้าตาแก่นั่นมาถึง เราสองคนได้ไปคุยกับรากมะม่วงแน่" เจ้าอ้วนรีบเร่งยิกๆ
เย่ไป๋ไม่พูดพร่ำทำเพลง หิ้วปีกเจ้าอ้วนพุ่งทะยานออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
"โฮก--"
เสียงคำรามต่ำด้วยความโกรธแค้นดังมาจากด้านหลัง ตามมาด้วยเจียวหลงสีทองที่พุ่งทะยานตามมาติดๆ
"แย่แล้ว ตาแก่นั่นตามมาทันแล้ว!" เจ้าอ้วนแหกปากลั่น
"ไม่ต้องห่วง" เย่ไป๋ยิ้มบางๆ "ฉันเตรียมการไว้แล้ว"
ขาดคำ เย่ไป๋ก็สะบัดมือขวา ลูกกลมๆ สีดำหลายลูกพุ่งทะยานออกไป ห่อหุ้มร่างเจียวหลงสีทองเอาไว้ทันที
ลูกกลมสีดำบีบรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ตามการควบคุมของเขา จนกระทั่งเจียวหลงสีทองถูกกักขังอยู่ภายในอย่างสมบูรณ์
เจียวหลงสีทองดิ้นพล่านอย่างรุนแรง แต่ไม่นานมันก็สงบลง
เย่ไป๋เลิกคิ้ว "ไอ้หมอนี่เหมือนจะโดนฉันจัดการซะแล้ว"
"อะไรนะ ลูกพี่โคตรเจ๋งเลย!" เจ้าอ้วนเทิดทูนบูชา "สมกับเป็นลูกพี่ของพวกเราจริงๆ หล่อเท่ระเบิดเถิดเทิง เรื่องแบบนี้ขอแค่พี่ออกโรง รับรองว่าสำเร็จชัวร์ป้าบ"
"หึหึ" เย่ไป๋หัวเราะหึหึ ในใจคิดว่าถึงแม้พลังของตัวเองจะแกร่ง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อนให้โจมตี
ที่เขาแกล้งทำเป็นอ่อนแอเมื่อครู่นี้ ก็เพื่อหลอกล่อให้เจียวหลงสีทองเข้ามาโจมตี มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะหาจุดตายของมันเจอและจัดการมันได้สำเร็จ
ต้องยอมรับเลยว่านี่คือการกระทำที่เสี่ยงอันตรายมาก พลาดพลั้งแค่นิดเดียว เขาอาจโดนพลังสะท้อนกลับจนตายได้เลย
โชคดีที่เขาเดิมพันชนะ ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาคงนึกภาพไม่ออกเลยทีเดียว
"แกเอาศพพวกนี้ออกไปก่อน"
เขาสั่งการไปหนึ่งประโยค จากนั้นก็เดินไปอีกฝั่ง นั่งยองๆ ลงพินิจรอยสนิมพวกนี้ต่อ
"กลิ่นที่ระเหยออกมาจากรอยสนิมพวกนี้มันคุ้นๆ แฮะ หรือว่าที่นี่คือ..."
เย่ไป๋ขมวดคิ้ว จู่ๆ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
"เป็นอย่างนี้นี่เอง!"
"ลูกพี่ พี่เจออะไรเข้าแล้วเหรอ" เจ้าอ้วนรีบเอ่ยถาม