เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 315 ขบวนรถเคลื่อนพล (1)(ฟรี)

บทที่ 315 ขบวนรถเคลื่อนพล (1)(ฟรี)

บทที่ 315 ขบวนรถเคลื่อนพล (1)(ฟรี)


บทที่ 315 ขบวนรถเคลื่อนพล (1)(ฟรี)

"ไม่น่าจะใช่นะ ข้าก็ทำตามกฎทุกอย่าง"

"ข้าติดตามทำงานกับขบวนรถนี้มาตั้งนาน ถ้าแยกแยะอันตรายแค่นี้ไม่ออก ข้าก็คงไม่ต้องทำมาหากินแล้ว!"

"หรือว่ามีใครแอบลอบขึ้นรถมา? หรือบรรทุกของระยำที่ไม่ควรบรรทุกมาด้วย?"

เสียงของคนอีกคนดังขึ้นจากภายนอกรถ คล้ายกำลังทุ่มเถียงและเต็มไปด้วยความสงสัย คนที่ทำงานคุ้มกันขบวนรถจะไม่หลากรับคนเพิ่มเพื่อหาเงินได้อย่างไร?

ทว่านี่คือพิกัดน้ำหนักบรรทุกสูงสุดแล้ว หากมากกว่านี้น้ำมันจะไม่พอขับเคลื่อน และหากต้องไปจอดตายอยู่กลางดินแดนรกร้าง นั่นหมายถึงการเอาชีวิตของคนทั้งขบวนไปทิ้งหน้าทื่อๆ!

"เอ็งบอกว่าทำตามกฎ แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนี้"

"รีบไปตรวจดูเดี๋ยวนี้ ข้าอยากจะรู้นักว่ามีตัวบัดซบที่ไหนแอบเอาของขึ้นรถ!"

"ถ้าเราไปไม่ถึงจุดตั้งค่ายก่อนฟ้ามืด การเดินทางรอบนี้ก็เตรียมตัวฉิบหายกันได้เลย!"

อู้วั่นสบถด่าทออย่างหัวเสีย เขาคือผู้รับผิดชอบขบวนรถแห่งนี้ และยังเป็นถึงยอดฝีมือระดับ ‘ปรมาจารย์’ ผู้แข็งแกร่ง การมีเขาคอยคุ้มกะลาหัวอยู่ คือเสาหลักที่ทำให้ขบวนรถนี้ยังคงรอดพ้นภัยอันตรายมาได้

เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เขาเชื่อว่าลูกน้องของตนไม่น่าจะทำพลาด

แต่ทุกอย่างก็ล้วนอยู่ในสายตาของเขา แล้วเหตุใดล้อรถถึงเกือบจะระเบิดเพราะปริมาณน้ำหนักที่กดทับลงมา? ไอ้ของสับปลับนั่นมันซ่อนอยู่ตรงไหนกันแน่?

ความจริงแล้วอู้วั่นมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ทว่ามันก็เป็นเพียงแค่ความคิดชั่วแล่น... ร่างกายของยอดฝีมือระดับ ‘ขุนพลพิทักษ์’ นั้นแข็งแกร่งทะลวงฟ้า น้ำหนักของคนเพียงคนเดียวอาจเทียบได้กับน้ำหนักของขบวนรถทั้งขบวน!

นั่นหมายความว่าในขบวนรถนี้... มียอดฝีมือระดับขุนพลพิทักษ์แฝงตัวอยู่อย่างนั้นหรือ?

แต่นั่นมันจะเป็นไปได้อย่างไร!?

อู้วั่นเลิกหมกมุ่นกับคำถามนี้ ในขณะเดียวกัน ภายในรถ ต่งเล่ออู่ ที่ได้ยินเสียงการโต้เถียงก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่า ภายในรถมันมีสิ่งใดงอกเงยเพิ่มขึ้นมากันแน่

ทว่าเขากลับไม่พบความผิดปกติใดๆ

ทันใดนั้น ต่งเล่ออู่ก็เห็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจหนึ่งครา แล้วทิ้งตัวลงนั่งตามเดิม ทว่าสายตาอันเฉียบแหลมของต่งเล่ออู่กลับสังเกตเห็นบางสิ่ง... บนเบาะของชายหนุ่มผู้นั้นจู่ๆ ก็ปรากฏรอยยุบลงไป!

รอยบุ๋มที่แยกออกเป็นสองซีก... รอยนั่นมันเหมือนรอยประทับของบั้นท้ายที่เพิ่งนั่งทับลงไปชัดๆ!

นี่มัน... ไม่ได้ล้อกันเล่นใช่ไหม!

ต่งเล่ออู่ถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น? ต้องรู้ก่อนว่าเบาะนั่งนี้ไม่ได้ทำมาจากฟองน้ำธรรมดาทั่วไป แต่เป็นพลาสติกชนิดพิเศษที่มีความแข็งแกร่งทนทานอย่างยิ่ง!

รอยยุบนั่นมันมีอยู่ก่อนแล้ว... หรือว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคนนั่งทับจนมันบุบลงไปกันแน่?

และถ้าหากเขานั่งทับจนมันยุบลงไปจริงๆ... เด็กหนุ่มคนนี้จะมีน้ำหนักมหาศาลขนาดไหนกัน?!

"หัวหน้า เรียบร้อยแล้วๆ..."

"เจอต้นตอของปัญหาแล้วครับ ยางรถของเรามันรั่ว ปะยางสักหน่อยก็ไปต่อได้แล้ว"

เสียงตะโกนรายงานจากนอกรถดังขึ้น เมื่อต่งเล่ออู่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็ปัดเป่าความสงสัยที่มีต่อชายหนุ่มเมื่อครู่นี้ทิ้งไป ดูเหมือนว่ารอยบุ๋มบนเบาะนั่งคงจะมีอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?"

"รั่วเส้นสองเส้นก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันรั่วพร้อมกันทุกล้อเลยเนี่ยนะ?"

"หรือว่ามีใครคิดจะลอบกัดขบวนรถของข้า?"

หลังจากอู้วั่นตรวจสอบขบวนรถอย่างละเอียด เขาก็ยิ่งเต็มไปด้วยความกังขา ยางรถยนต์ทั้งขบวนรั่วหมดเกลี้ยง!

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากเป็นฝีมือของศัตรูจริงๆ พวกมันก็ไม่น่าจะโง่บัดซบขนาดนี้ การมาเจาะยางรถมันหมายความว่าอย่างไรกัน?

ไม่อยากให้พวกเขาเดินทางต่อไปอย่างนั้นหรือ?

แม้อู้วั่นจะไม่รู้เหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลัง ทว่าขบวนรถเที่ยวนี้จำเป็นต้องออกเดินทาง เขาออกคำสั่งเตือนลูกทีมอีกครั้งให้ยกระดับความระมัดระวังขั้นสูงสุด หากมีสิ่งใดผิดปกติให้รีบรายงานทันที

เมื่อขบวนรถเริ่มเคลื่อนตัวออกสู่วิถีการเดินทาง อู้วั่นเดินลาดตระเวนตรวจสอบอีกรอบ เมื่อไม่พบสถานการณ์ผิดปกติใดๆ เขาจึงเปิดประตูแล้วเดินตรงไปยังตู้โดยสารแห่งหนึ่ง

แม้สภาพโดยรวมของขบวนรถจะดูทรุดโทรมไปบ้าง ทว่ากลับมีตู้โดยสารอยู่ตู้หนึ่งที่แตกต่างจากตู้อื่นๆ อย่างสิ้นเชิง มันดูสะอาดสะอ้านและสะดวกสบายกว่ามาก

และภายในตู้โดยสารแห่งนี้ นอกจากชายชราและเด็กหญิงตัวเล็กๆ แล้ว ก็ไม่มีผู้ใดอยู่อีกเลย

"ชั่วคราวนี้ยังไม่พบอันตรายใดๆ ครับ ท่านวางใจได้เปลาะหนึ่งแล้ว"

"เช่นนั้นก็ต้องรบกวนเจ้าแล้ว"

ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงขอบคุณ ขณะที่อู้วั่นส่งยิ้มบางๆ ตอบกลับไป ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพอย่างล้นเหลือ

"ท่านถือครองป้ายหยกแทนตัวของ 'ท่านผู้นั้น' ย่อมถือเป็นคนของท่านผู้นั้น"

"เห็นของแทนตัว ก็เหมือนเห็นตัวท่าน"

"หากปีนั้นไม่ได้ท่านผู้นั้นช่วยชีวิตข้าไว้ ก็คงไม่มีอู้วั่นในวันนี้หรอกครับ"

อู้วั่นทอดถอนใจด้วยความรำลึก เมื่อกล่าวถึงท่านผู้นั้น ตัวเขาเองก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าอีกฝ่ายคือตัวตนระดับไหน หรืออยู่ในขอบเขตพลังอันวิจิตรพิสดารชั้นใด

รู้เพียงแค่อย่างเดียวว่า... แข็งแกร่ง! แข็งแกร่งเหนือจินตนาการ!

นึกย้อนไปในปีนั้น ตัวเขาที่เป็นดั่งลูกวัวแรกเกิดไม่เกรงกลัวเสือ หาญกล้าบุกบั่นเข้าไปในดินแดนรกร้าง ในเสี้ยววินาทีที่กำลังจะถูกสัตว์อสูรกลืนกิน ท่านผู้นั้นก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าและช่วยเหลือชีวิตเขาเอาไว้

เดิมทีหลังจากที่ท่านผู้นั้นจัดการกับสัตว์อสูรเสร็จก็เตรียมตัวจะเร้นกายหนีหายไป แต่ตอนนั้นเขากลับใจกล้าหน้าด้าน คุกเข่าลงกับพื้นแล้วโขกศีรษะขอบคุณพร้อมตะโกนว่า...

"ใต้เท้า! ข้าจะตอบแทนบุญคุณที่ท่านช่วยชีวิตข้าไว้ได้อย่างไร!"

ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าตอนนั้นตัวเองคิดบ้าอะไรอยู่ สมองลัดวงจรหรืออย่างไรถึงได้โพล่งประโยคเช่นนั้นออกไป และในที่สุดอู้วั่นก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดตอนนั้นท่านผู้นั้นถึงได้หลุดหัวเราะออกมา

ตัวเขาในตอนนั้น... ช่างไม่เจียมกะลาหัวเอาเสียเลย

บางทีอาจจะขบขันในความไร้เดียงสาของเขา ท่านผู้นั้นจึงหยิบป้ายหยกชิ้นหนึ่งออกมาให้เขาดูให้เต็มตา พร้อมประกาศิตว่า หากวันใดในภายภาคหน้าได้เห็นป้ายหยกชิ้นนี้... เห็นหยกเปรียบดั่งเห็นข้า!

อู้วั่นเคยคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวาสนาได้เห็นป้ายหยกชิ้นนั้นอีกแล้ว ทว่าใครจะคาดคิด ว่าเขาจะได้พบกับผู้ที่พกพามันบริเวณชายขอบของเมืองหลักเผ่ามนุษย์

และป้ายหยกชิ้นนั้น... ก็กำลังห้อยคอเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้!

รูปลักษณ์ของป้ายหยกนั้นสลักลึกอยู่ในห้วงวิญญาณจนเขาไม่มีวันลืมเลือน และนี่คือป้ายหยกชิ้นนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

"มีเรื่องหนึ่งที่ข้าค่อนข้างสงสัย..."

"ไม่ทราบว่าเหตุใดท่านผู้นั้นถึงไม่มาส่งพวกท่านไปที่เมืองมังกรด้วยตัวเองหรือครับ?"

"ระยะทางจากที่นี่ไปถึงเมืองมังกรยังห่างไกลอีกมากโข หากเดินทางด้วยขบวนรถเพียงอย่างเดียว คาดว่าคงต้องใช้เวลาเป็นเดือนเลยทีเดียวนะครับ"

อู้วั่นเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อเห็นชายชราและเด็กหญิงตรงหน้าต่างหุบปากเงียบสนิท เขาก็เข้าใจกระจ่างแจ้งในทันที

"ฮ่าฮ่าฮ่า ถือซะว่าข้าไม่ได้ถามก็แล้วกันครับ"

"นี่คงเป็นภารกิจลับอะไรสักอย่างสินะ"

"ข้ามันสมควรตายจริงๆ ไม่น่าปากสว่างสอดรู้สอดเห็นเลย"

"เดี๋ยวข้าไปเอาอาหารมาให้พวกท่านดีกว่า"

อู้วั่นรีบกล่าวแก้เก้อ หากเป็นภารกิจลับระดับสูงจริงๆ ย่อมไม่มีทางแพร่งพรายให้คนนอกอย่างเขาได้รับรู้อย่างแน่นอน เขาหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป

"เจ้ารู้มากไป มันจะไม่ส่งผลดีต่อตัวเจ้าหรอกนะ"

"รอจนกว่าเจ้าจะส่งข้ากับหลานสาวถึงเมืองมังกรได้อย่างปลอดภัย ถึงตอนนั้นเจ้าจะได้รับผลตอบแทนอย่างงาม"

อู้วั่นชะงักงันไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มเจื่อน ดูเหมือนชายชราจะเข้าใจผิดคิดว่าเขามาทวงถามถึงผลประโยชน์เสียแล้ว ทั้งที่เจตนาที่แท้จริงของเขาคือการมาเพื่อทดแทนคุณเท่านั้น

ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม เขาเดินไปหยิบเสบียงอาหารมาให้ก่อนจะปลีกตัวจากไป

หลังจากที่อู้วั่นเดินคล้อยหลังไปแล้ว เด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ข้างกายชายชราก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

"คุณปู่ซุนคะ คุณลุงคนนั้นเขาเป็นคนดีนะคะ"

"โอ้?"

"ทำไมหลานถึงคิดว่าเขาเป็นคนดีล่ะ?" ชายชราเผยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตาพลางเอ่ยถามด้วยความเอ็นดู

"เขาเป็นคนบอกหนูเองค่ะ"

เด็กหญิงตัวน้อยตอบด้วยน้ำเสียงที่ใสซื่อบริสุทธิ์และแสนจะจริงใจ หลังจากพูดจบ เธอก็หันเหความสนใจไปที่อาหารบนโต๊ะทันที ดูท่าทางคงจะหิวไม่เบา

"อย่างนั้นหรอกรึ!"

แววตาของชายชราทอประกายแห่งความประหลาดใจและตื่นตะลึงวาบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความทอดถอนใจ

"ถ้าอย่างนั้น เสี่ยวโหรวเอ๋อร์ ปู่ซุนคนนี้เคยบอกหลานหรือเปล่าล่ะ... ว่าปู่เป็นคนดีหรือคนเลว?"

คำถามที่หลุดออกจากปากของชายชราฟังดูพิลึกพิลั่นยิ่งนัก อะไรคือการถามว่าตัวเองเคยบอกหรือไม่? หรือว่าเขาจะหลงลืมคำพูดของตัวเองไปแล้ว?

ทว่าสำหรับเสี่ยวโหรวเอ๋อร์ที่อยู่เคียงข้าง ประโยคนี้กลับไม่ได้ฟังดูขัดหูสำหรับเธอแม้แต่น้อย

ขณะนี้ในมือของเสี่ยวโหรวเอ๋อร์กำลังถือผลไม้ปราณลูกหนึ่งและเคี้ยวตุ้ยๆ อยู่ในปาก เมื่อได้ยินคำถามของชายชรา เธอจึงตอบกลับด้วยเสียงอู้อี้ ทว่ายังคงแฝงไว้ด้วยความไร้เดียงสาตามประสาเด็ก...

"คุณปู่ซุนเป็นคนเลวค่ะ......"

"แต่สำหรับเสี่ยวโหรวเอ๋อร์แล้ว... คุณปู่คือคนดีค่ะ......"

---

จบบทที่ บทที่ 315 ขบวนรถเคลื่อนพล (1)(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว