เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 แกนผลึก

บทที่ 14 แกนผลึก

บทที่ 14 แกนผลึก


บทที่ 14 แกนผลึก

ในเวลานี้ ลั่วเหมยนึกเลื่อมใสอวี้เหยาขึ้นมาจริงๆ

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีอารมณ์มานั่งอ่านนิยายในสถานการณ์เช่นนี้

อย่างน้อยเธอก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำแบบนั้นแน่ๆ ในตอนนี้

ทว่าอวี้เหยากลับยังคงชูแท็บเล็ตขึ้นมา ท่าทางดูจริงจังขณะเอ่ยชักชวน "อยากลองอ่านดูไหม? ถึงยังไงเธอก็นั่งอยู่เฉยๆ อยู่แล้ว"

เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นอีกระลอกจนลั่วเหมยแทบจะล้มคะมำ

"ใน... ในสถานการณ์แบบนี้ ขืนอ่านนิยายมีหวังได้เวียนหัวตายแน่?"

อวี้เหยาชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกว่าคำพูดของอีกฝ่ายก็มีเหตุผล

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตอบสนอง ลั่วเหมยก็คว้าแท็บเล็ตไป นั่งขัดสมาธิเตรียมพร้อมเสร็จสรรพ

"ช่างเถอะ ฉันขออ่านก่อนก็แล้วกัน!"

พูดจบเธอก็เริ่มปัดหน้าจออ่าน โดยไม่ลืมใช้มืออีกข้างหยิบน้ำกับขนมปังมาถือไว้ด้วย

"ฉันไม่เกรงใจละนะ ไว้ฉันจะหามาคืนให้ทีหลัง สัญญาเลย!"

ลั่วเหมยเป็นคนที่รู้จักบุญคุณคน เธอรู้ดีว่าโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว อาหารและน้ำดื่มจะกลายเป็นทรัพยากรที่ขาดแคลนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อวี้เหยาไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตเธอไว้ แต่ยังหยิบยื่นอาหารและน้ำให้เธอก่อนอีก เธอจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ให้ขึ้นใจและจะไม่มีวันหักหลังอีกฝ่ายเด็ดขาด

ในขณะเดียวกัน ลั่วเหมยก็เป็นคนที่รู้จักประมาณตนเป็นอย่างดี

แม้จะหิวโซมากแค่ไหน แต่เธอก็จิบน้ำไปเพียงไม่กี่อึกและกินขนมปังไปไม่ถึงครึ่งชิ้นก็หยุดกิน

ยี่สิบนาทีต่อมา เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงวางแท็บเล็ตในมือลง

"ไม่ไหวๆ ฉันเวียนหัวจริงๆ แล้ว" การเพ่งอ่านตัวหนังสือเล็กๆ บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเช่นนี้ ถือเป็นการทดสอบความอดทนอย่างแท้จริง

โชคดีที่เธอกินไปไม่มาก ไม่อย่างนั้นคงได้อาเจียนออกมาตั้งนานแล้ว

ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนน่าตกใจ อวี้เหยารู้ดีว่าอีกฝ่ายใช้พลังพิเศษเกินขีดจำกัดแล้ว จึงรีบเอ่ยขึ้น "เก็บเกราะป้องกันของเธอเถอะ พลังพิเศษของเธอรับไม่ไหวแล้ว"

"อ๊ะ ฉันลืมไปเลย!" ลั่วเหมยเพิ่งจะได้อ่านนิยายแนววันสิ้นโลกและพอจะเข้าใจบริบทเกี่ยวกับซอมบี้และพลังพิเศษมาคร่าวๆ ร้องอุทานออกมา ก่อนจะรีบสลายเกราะป้องกันของตนทันที

ทันทีที่เธอเก็บเกราะป้องกัน เสียงดังสนั่นก็ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนหลายสาย

สีหน้าของลั่วเหมยแข็งค้างไปเล็กน้อย แววตาสับสนที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

"เธอว่า... ทำไมจู่ๆ โลกใบนี้ถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้ล่ะ?"

เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอยังคุยกับเพื่อนร่วมทีมเรื่องจะออกไปเที่ยวพักผ่อนกันอยู่เลย

แต่เพียงพริบตาเดียว โลกกลับแปรเปลี่ยนไปสู่สภาพที่เธอไม่รู้จักอีกต่อไป

แม้แต่อวี้เหยาที่เคยผ่านวันสิ้นโลกมาแล้วครั้งหนึ่ง ก็ยังหาคำตอบให้กับคำถามนี้ไม่ได้

บางทีโลกอาจจะกำลังป่วยไข้ จนไม่อาจมอบสภาพแวดล้อมที่งดงามให้แก่สิ่งมีชีวิตได้อีกต่อไป

บางทีอาจเป็นการลงทัณฑ์ต่อมวลมนุษยชาติที่ผลาญทรัพยากรธรรมชาติไปอย่างมหาศาล บางทีอาจเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือบางที... อาจจะเป็นฝีมือของมนุษย์เอง

สรุปก็คือ สิ่งที่มนุษย์ในชาติก่อนใช้เวลาถึงสิบปียังไม่เข้าใจ อวี้เหยาก็ไม่อาจเข้าใจได้เช่นกัน

ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงส่ายหน้าและตอบว่า "ฉันไม่รู้สิ"

คิ้วของลั่วเหมยกระตุกเล็กน้อย ปลายนิ้วของเธอเคาะลงบนแท็บเล็ตเบาๆ ครู่ต่อมา รอยยิ้มตื่นเต้นก็ค่อยๆ ประดับขึ้นที่มุมปาก

"...น่าตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย~"

"..."

จิตใจสตรีนั้นยากแท้หยั่งถึงจริงๆ!

สุดจะคาดเดา!

เกินจะคาดเดาจริงๆ!

เมื่อเห็นสีหน้ามึนงงและพูดไม่ออกของอวี้เหยา ลั่วเหมยก็หัวเราะร่วนและพูดต่อ "ในนิยายบอกว่าซอมบี้มีแกนผลึกอยู่ด้วย เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม?"

เธอสลัดความสับสนทิ้งไปนานแล้ว และน้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

"จริงสิ" อวี้เหยาตอบกลับ

เธอหยิบผลึกสีขาวกึ่งโปร่งแสงขนาดประมาณเมล็ดพุทราออกมาจากกระเป๋าเป้ แล้วยื่นให้อีกฝ่ายพลางเอ่ย "ฉันได้เจ้านี่มาเมื่อวาน"

ลั่วเหมยประหลาดใจมาก นึกไม่ถึงว่าคำถามที่ถามไปลอยๆ จะได้รับคำตอบเป็นของจริงขึ้นมา

เธอรับแกนผลึกเม็ดเล็กมาพิจารณาดูอย่างละเอียด ก่อนจะอุทานออกมา "ให้ตายสิ มันสวยมากเลยนะเนี่ย นี่มันธาตุอะไรเหรอ? ทำไมถึงเป็นสีนี้ล่ะ? จะว่าขาวก็ไม่ใช่ จะว่าใสก็ไม่เชิง?"

"สายพลังจิต"

แกนผลึกในสมองของซอมบี้แต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันออกไป

สีแดงคือธาตุไฟ สีฟ้าใสคือธาตุน้ำ สีทองคือธาตุโลหะ สีเขียวคือธาตุไม้ และสีเหลืองหม่นคือธาตุดิน

สีม่วงคือธาตุสายฟ้า สีฟ้าอมน้ำแข็งคือธาตุน้ำแข็ง และสีฟ้าครามคือธาตุลม

สีขาวกึ่งโปร่งแสงคือสายพลังจิต สีขาวขุ่นคือธาตุแสง สีดำคือธาตุมืด และสายพลังพิเศษอื่นๆ จะเป็นสีโปร่งใส

เหมือนกับที่เขียนไว้ในนิยาย ผู้มีพลังพิเศษสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้พลังของตนเองได้ โดยการดูดซับแกนผลึกจากสมองของซอมบี้

อย่างไรก็ตาม มันก็มีข้อจำกัดอยู่ ผู้มีพลังพิเศษสายธาตุจะสามารถดูดซับได้เฉพาะแกนผลึกที่เป็นธาตุเดียวกับตนเท่านั้น ในขณะที่ผู้มีพลังพิเศษสายอื่นๆ จะดูดซับได้เพียงแกนผลึกสีโปร่งใส

ยกตัวอย่างเช่น ผู้มีพลังพิเศษธาตุไฟ จะสามารถดูดซับได้เพียงแกนผลึกธาตุไฟเท่านั้น

ส่วนผู้มีพลังพิเศษสายเฉพาะทางอย่างเช่น ธาตุมิติ สายรักษา สายวิวัฒนาการพละกำลัง และสายวิวัฒนาการความเร็ว จะต้องดูดซับแกนผลึกสีโปร่งใสเพื่อเลื่อนระดับเท่านั้น

ทว่าพลังพิเศษสายพลังจิตอย่างของลั่วเหมยนั้น สามารถดูดซับได้ทั้งแกนผลึกสายพลังจิตและแกนผลึกสีโปร่งใส

ท้ายที่สุดแล้ว แกนผลึกสายพลังจิตนั้นหายากมาก และตัวเธอเองก็ไม่ถือว่าเป็นผู้มีพลังพิเศษสายธาตุ

พูดง่ายๆ ก็คือ แกนผลึกในมือของลั่วเหมยตอนนี้ คือสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในเวลานี้

ตอนแรกอวี้เหยาคิดว่าอีกฝ่ายจะเกิดความโลภ แต่ที่น่าประหลาดใจคือ ลั่วเหมยเพียงแค่พยักหน้าอย่างสงบหลังจากได้ยินเช่นนั้น แล้วเอ่ยว่า "หน้าตาเป็นแบบนี้เองเหรอ? โอเค ฉันจะจำไว้"

พูดจบ เธอก็เตรียมจะคืนแกนผลึกให้อวี้เหยา โดยไม่มีแววตาของความโลภเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย

อวี้เหยาปรายตามองและไม่ได้ยื่นมือไปรับ

เธอพูดขึ้นว่า "ฉันให้ยืม เอาไปดูดซับซะสิ มันช่วยบรรเทาอาการใช้พลังพิเศษเกินขีดจำกัดของเธอได้ แถมยังช่วยอัปเกรดพลังพิเศษของเธอได้ด้วย"

"ไม่ล่ะ! นี่มันของเธอนะ" ลั่วเหมยปฏิเสธทันควัน พร้อมกับยัดแกนผลึกกลับใส่มืออวี้เหยาอย่างดื้อดึง

อวี้เหยาถือแกนผลึกเม็ดเล็กไว้ในฝ่ามือ ชะงักงันไปราวสองวินาที

"ฉันบอกว่าให้ยืมไงล่ะ ฉันพูดเหรอว่าจะให้เธอฟรีๆ น่ะ?"

"เธอไม่กลัวว่าฉันจะหามาคืนไม่ได้เหรอ? หรือไม่ก็เบี้ยวไม่ยอมคืน?"

"อยากลองดูไหมล่ะ?"

"..."

ลั่วเหมยถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

อวี้เหยาเอ่ยอย่างจริงจัง "แกนผลึกอันนี้ไม่มีประโยชน์กับฉันในตอนนี้ เธอเอาไปใช้ก่อนเถอะ วันหลังถ้าเธอหาของที่ฉันต้องการได้ ค่อยเอามาคืนฉันก็แล้วกัน"

พูดจบ เธอก็ยื่นแกนผลึกให้ลั่วเหมยอีกครั้ง

เธอเป็นคนสบายๆ แม้จะเพิ่งได้พูดคุยกับลั่วเหมยเพียงไม่กี่คำ แต่เธอกลับรู้สึกว่าการโต้ตอบระหว่างพวกเธอสองคนนั้นค่อนข้างถูกชะตากันทีเดียว

ดังนั้น ในเวลานี้ เธอจึงไม่อยากจะคิดเล็กคิดน้อยให้เสียบรรยากาศ

ดวงตาของอวี้เหยานั้นใสกระจ่างจนเกินไป ลั่วเหมยจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นอยู่นาน แต่ก็ไม่พบร่องรอยของการเสแสร้งแม้แต่น้อย

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ไม่ปฏิเสธอีกต่อไป "ตกลง ถ้าฉันหาได้เมื่อไหร่ฉันจะเอามาคืนเธอแน่ สัญญาเลย!"

"อืม"

เมื่อเห็นอวี้เหยาตกลง ลั่วเหมยก็รับแกนผลึกมากำไว้ในฝ่ามือ แล้วหลับตาลงเพื่อสัมผัสถึงพลังงานที่อยู่ภายใน

ไม่นานนัก เธอก็สัมผัสได้ว่าพลังงานจากแกนผลึกแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความอบอุ่น ไหลเวียนจากฝ่ามือตรงเข้าสู่ห้วงความคิดของเธอ

มันช่วยบรรเทาอาการปวดหัวของเธอได้ในทันที และในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังพิเศษของตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาก

เมื่อแกนผลึกสูญเสียพลังงานไป มันก็กลายสภาพเป็นเพียงก้อนหินที่ไร้ชีวิตชีวา เพียงแค่แตะเบาๆ มันก็แตกสลายกลายเป็นกองฝุ่นผง

การได้ดูดซับแกนผลึกเป็นครั้งแรกทำให้ลั่วเหมยตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เธอลืมตาขึ้นมาด้วยความปิติยินดี

โดยไม่สนฝุ่นผงที่เปื้อนฝ่ามือ เธอรีบเอ่ยปากชมเปาะ "มันได้ผลจริงๆ ด้วย!"

อวี้เหยาหัวเราะเบาๆ "อืม"

...เวลาล่วงเลยไปอย่างเงียบเชียบในขณะที่ทั้งสองคนพูดคุยโต้ตอบกัน

กลิ่นกำมะถันในอากาศเริ่มโชยมาแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นฉุนจมูก

เมื่อสังเกตเห็นสิ่งนี้ อวี้เหยาก็รีบหยิบหน้ากากอนามัย N95 ออกมาจากมิติของเธอสองชิ้นทันที

เธอยื่นชิ้นหนึ่งให้ลั่วเหมยแล้วเอ่ย "ใส่ซะสิ น่าจะเกิดภูเขาไฟระเบิดน่ะ"

การปะทุขึ้นพร้อมๆ กันของภูเขาไฟทั้งบนบกและใต้มหาสมุทรทั่วโลก ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศที่รุนแรงขั้นวิกฤต

มันอาจนำไปสู่ผลกระทบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น อย่างเช่นยุคน้ำแข็งหรือราตรีชั่วนิรันดร์

ทว่าการมาเยือนของวันสิ้นโลก ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างผิดธรรมชาติไปเสียหมด

ภัยหนาวเหน็บและราตรีชั่วนิรันดร์จะมาเยือนแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้

และก็นับว่าโชคดีแล้วล่ะที่ไม่ใช่ตอนนี้!

...ลั่วเหมยย่นจมูกสูดดมกลิ่น ขี้เกียจเกินกว่าจะบ่นถึงโลกที่ล่มสลายใบนี้ เธอเอ่ยขอบคุณ รับหน้ากากมาแล้วสวมมันเข้ากับใบหน้า

เมื่อรู้สึกว่าแรงสั่นสะเทือนลดน้อยลง ลั่วเหมยก็ลุกขึ้นจากฟูกนอนแล้วค่อยๆ ยืดเส้นยืดสาย

เธอจึงไม่ทันสังเกตเห็นดวงตาของอวี้เหยาที่หลุบต่ำลง

อวี้เหยาภูมิใจนักหนาว่าตนเองเป็นคนเย็นชาและไม่ยึดติดกับสิ่งใด ทว่าเธอกลับอดสงสัยไม่ได้ว่า ในเวลานี้มีเมืองท่ากี่แห่งแล้วที่ถูกกลืนหายไปใต้เกลียวคลื่นสึนามิ?

และเธอก็ไม่รู้เลยว่า ท้ายที่สุดแล้วจะมีผู้คนกี่คนที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้...

จบบทที่ บทที่ 14 แกนผลึก

คัดลอกลิงก์แล้ว