- หน้าแรก
- ตัวร้าย บัดซบ ฉันดันกลายเป็นนางเอกลูกรักสวรรค์ไปซะแล้ว
- บทที่ 20 ผู้อำนวยการหยาง ท่านคงไม่อยากเห็นตนเองไม่มีที่ยืนในเจียงเฉิงหรอกนะ!
บทที่ 20 ผู้อำนวยการหยาง ท่านคงไม่อยากเห็นตนเองไม่มีที่ยืนในเจียงเฉิงหรอกนะ!
บทที่ 20 ผู้อำนวยการหยาง ท่านคงไม่อยากเห็นตนเองไม่มีที่ยืนในเจียงเฉิงหรอกนะ!
บทที่ 20 ผู้อำนวยการหยาง ท่านคงไม่อยากเห็นตนเองไม่มีที่ยืนในเจียงเฉิงหรอกนะ!
หลังจากที่ทุกคนจากไป ห้องพักฟื้นก็กลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ไป๋เจียยวี่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่เพียงลำพัง โดยมีอาฝูยืนอารักขาอยู่ข้างกายไม่ห่างแม้แต่ก้าวเดียว
เมื่อเห็นว่าความสนใจของไป๋เจียยวี่จดจ่ออยู่แต่กับหน้าจอโทรศัพท์ เย่เสี่ยวฟานจึงลอบมองอาฝูผู้ที่ยืนทื่อไม่รู้ความด้วยสายตาขุ่นเคือง ก่อนจะเริ่มเปิดบทสนทนาว่า "เจียยวี่ คนที่อยู่ข้างกายเจ้านี้คือ..."
"เขาชื่ออาฝู เป็นบอดี้การ์ดคนใหม่ที่ข้าหามาน่ะ"
ไป๋เจียยวี่ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์แม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินว่าคนผู้นี้เป็นเพียงบอดี้การ์ดคนใหม่ เย่เสี่ยวฟานก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
"ที่แท้ก็แค่บอดี้การ์ดหน้าใหม่ ดี ดีมาก... เจ้าคอยดูเถอะ เมื่อไหร่ที่ข้ากับเจียยวี่ได้ครองรักกัน ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ซึ้งเองว่าคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะจะมีจุดจบอย่างไร" เย่เสี่ยวฟานวางแผนการร้ายอยู่ในใจ
"เจียยวี่..."
"อย่าส่งเสียงดัง ข้ากำลังยุ่ง!"
ไป๋เจียยวี่ดุเขาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
เมื่อเห็นไป๋เจียยวี่เริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียว เย่เสี่ยวฟานก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องหุบปากลงอย่างรู้ความ และเฝ้ามองไป๋เจียยวี่เล่นเกมอย่างเงียบๆ
"หึๆ... เจียยวี่ ภรรยาของข้าช่างงดงามเหลือเกิน"
"สมกับเป็นภรรยาของข้าจริงๆ..."
ยิ่งเย่เสี่ยวฟานคิดเขาก็ยิ่งตื่นเต้น เพียงไม่กี่วินาที เขาก็คิดไปไกลถึงขั้นตั้งชื่อลูกของพวกเขาเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
"ระบบ อย่ามาแย่งคิลข้านะ"
(โฮสต์ เรื่องนี้จะเรียกว่าแย่งได้อย่างไร ระบบได้มาด้วยความสามารถที่แท้จริงต่างหาก)
... (เฮ้ๆ! โฮสต์ อย่ามาเอาบลูบัฟของข้านะ ตัวละครนี้ต้องใช้มานาเยอะมาก)
"ข้าได้มาด้วยฝีมือล้วนๆ ถ้าเจ้าอยากได้ ก็ไปแย่งเอาจากทีมฝั่งตรงข้ามสิ"
(666! สุดยอดไปเลย!)
...ในการสื่อสารผ่านทางจิตที่ไร้รอยต่อระหว่างคนและระบบ ทีมฝั่งตรงข้ามก็ถูกบดขยี้อย่างรวดเร็วจนต้องยอมจำนน
ไม่มีทางเลือกอื่นเลย เพราะกลไกของระบบนั้นราวกับเทพเจ้า อีกทั้งยังมองเห็นตำแหน่งศัตรูทั่วทั้งแผนที่ ทุกการซุ่มโจมตีล้วนประสบความสำเร็จ จนทำให้คู่ต่อสู้ตกอยู่ในสภาวะสิ้นหวัง
ได้เหรียญทองทุกแมตช์
คว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยม!
ช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอ
เพียงชั่วพริบตา เวลาก็ล่วงเลยไปถึงห้าโมงเย็น ไป๋เจียยวี่กดออกจากเกม และวางแผนจะออกไปทานมื้อค่ำ
"เจียยวี่ เจ้าทำธุระเสร็จแล้วหรือ"
เมื่อเห็นไป๋เจียยวี่เก็บโทรศัพท์ เย่เสี่ยวฟานก็ลุกขึ้นนั่งด้วยความตื่นเต้นทันที
ไป๋เจียยวี่พยักหน้าและกล่าวเรียบๆ ว่า "ใช่ ได้เวลามื้อค่ำแล้ว ข้าจะออกไปหาอะไรทาน วันพรุ่งนี้จะมาหาใหม่"
กล่าวจบ ไป๋เจียยวี่ก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
เย่เสี่ยวฟานมองตามแผ่นหลังของไป๋เจียยวี่พลางอ้าปากค้าง "ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง..."
ตลอดทั้งวัน เขาและเจียยวี่ได้คุยกันเพียงแค่สามประโยคเท่านั้น นอกเหนือจากครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เจียยวี่ไม่ได้โกรธ ดูเหมือนว่าเขาจะเผลอไปทำให้นางรำคาญเข้าในครั้งอื่น
"คนเมืองนี่ชอบเล่นโทรศัพท์กันจริงๆ แถมเวลาเล่นก็ห้ามไปรบกวนเด็ดขาดด้วย"
เย่เสี่ยวฟานลอบจดจำประสบการณ์ที่ได้รับในวันนี้เอาไว้... วันต่อมา ณ ห้องส่วนตัวในร้านน้ำชาสุดหรูแห่งหนึ่ง
นิ้วมือเรียวงามดั่งหยกของไป๋เจียยวี่เคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ เกิดเสียง "ก๊อก ก๊อก" ที่ฟังสบายหู
ฝั่งตรงข้ามของนางมีชายวัยกลางคนในวัยฉกรรจ์ยืนอยู่ ชายผู้นั้นดูหวาดวิตกและอยู่ไม่สุข
คนผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอดีตแพทย์เจ้าของไข้ของเย่เสี่ยวฟาน—ผู้อำนวยการหยางนั่นเอง!
หลังจากล่วงรู้ว่าคุณหนูรองตระกูลไป๋ต้องการพบ ผู้อำนวยการหยางก็รู้ตัวทันทีว่าเรื่องร้ายกำลังจะมาถึง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่อย่างตระกูลไป๋ ผู้อำนวยการหยางเข้าใจดีว่าหนีไปก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงมาตามนัดหมายแต่โดยดี
ผู้อำนวยการหยางรู้ซึ้งถึงคำที่ว่า "โชคดีไม่มาซ้ำสอง แต่คราวเคราะห์นั้นมิอาจหลีกเลี่ยง" ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว อย่างเลวร้ายที่สุดเขาก็แค่ก้มกราบขอขมาด้วยท่าทางที่จริงใจที่สุด ส่วนที่เหลือก็สุดแท้แต่โชคชะตา
ดังนั้นเขาจึงสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยถามว่า "คุณหนูไป๋ ไม่ทราบว่าที่ท่านเรียกข้ามาพบในวันนี้ มีธุระอันใดหรือครับ..."
"วางใจเถิด ข้าไม่ได้มาหาเรื่องเจ้า เชิญนั่งก่อนสิ"
ไป๋เจียยวี่ยิ้มบางๆ มือเรียวขาวผายออกเป็นท่วงท่าที่สง่างามเพื่อเชิญให้นเขานั่งลง
"เอ๊ะ..."
ผู้อำนวยการหยางถึงกับอึ้งไป
"คุณหนูรองจะไม่เอาความข้าอย่างนั้นหรือ?"
"เป็นไปได้อย่างไร! ข้าก่อเรื่องวุ่นวายและทำผิดพลาดครั้งใหญ่ขนาดนั้น ตระกูลไป๋จะไม่เอาเรื่องจริงๆ หรือ?"
"แต่คุณหนูรองไป๋คนนี้ก็ดูไม่มีท่าทีโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย"
"หรือว่าตระกูลไป๋กำลังทดสอบข้าอยู่?"
"แต่มันก็ดูไม่เหมือนอย่างนั้น ข้าเป็นแค่ผู้อำนวยการแผนกจิตเวชตัวเล็กๆ ข้าจะมีอะไรดีพอให้ตระกูลไป๋ต้องมาทดสอบกัน?"
ความคิดต่างๆ พุดขึ้นในหัวของผู้อำนวยการหยางไม่หยุดหย่อน หลังจากครุ่นคิดอยู่นานเขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้
นางจะไม่เอาความจริงๆ หรือ หรือว่านางกำลังทดสอบเขากันแน่?
อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย ผู้อำนวยการหยางจึงถามออกไปอย่างระมัดระวังว่า "คุณหนูไป๋ หรือว่าท่านไม่ได้มาพบข้าเรื่องของเย่เสี่ยวฟานครับ"
ไป๋เจียยวี่จิบน้ำชาอย่างสง่างามแล้วตอบว่า "จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่"
จากนั้นนางจึงกล่าวต่อ "ทว่าผู้อำนวยการหยาง เหตุผลที่ข้ามาพบเจ้าในครั้งนี้ มีความเกี่ยวข้องกับเย่เสี่ยวฟานจริงๆ นั่นแหละ"
"คุณหนูไป๋โปรดวางใจ ข้าจะไปขอโทษน้องชายเย่คนนั้นอย่างเหมาะสมแน่นอน และจะพยายามทำทุกทางเพื่อให้เขาให้อภัยครับ"
เมื่อได้ยินว่ายังคงเกี่ยวข้องกับเย่เสี่ยวฟาน ผู้อำนวยการหยางรีบแสดงจุดยืนทันทีว่าเขาจะไปขอความเมตตาจากเย่เสี่ยวฟาน
ไป๋เจียยวี่ส่ายหน้าและกล่าวอย่างไม่แยแสว่า "ผู้อำนวยการหยาง ข้าไม่ได้มาพบเจ้าเพื่อเรื่องนั้น"
"จะบอกตามตรงก็ได้ ไม่ว่าเย่เสี่ยวฟานจะอยู่ จะตาย หรือจะพิการ ข้าก็ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย"
"คุณหนูไป๋ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นไปได้ครับ" ผู้อำนวยการหยางรู้สึกสับสนไม่น้อย
เย่เสี่ยวฟานไม่ใช่คู่หมั้นของคุณหนูไป๋หรอกหรือ ทำไมคุณหนูถึงกล่าวเช่นนี้ออกมา
"เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผล เจ้าเพียงแค่ต้องตกลงทำบางอย่างให้ข้าก็พอ"
ไป๋เจียยวี่เข้าประเด็นสำคัญทันที
"คุณหนูไป๋ ข้าขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าข้าเป็นคนเที่ยงธรรม ข้าจะไม่ยอมทำสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบวินัยเป็นอันขาด"
ผู้อำนวยการหยางขมวดคิ้วและรีบประกาศหลักการของตนออกมา
"คนเที่ยงธรรมอย่างนั้นหรือ?" ไป๋เจียยวี่มองผู้อำนวยการหยางด้วยสายตาที่มีเลศนัยแล้วหัวเราะเบาๆ "ผู้อำนวยการหยาง คนเที่ยงธรรมเขาไม่คิดค้นวิธีการรักษาด้วยการช็อตไฟฟ้าหรอกนะ"
"แหะๆ..." เมื่อเห็นว่าความลับเล็กๆ ของตนถูกเปิดโปง ผู้อำนวยการหยางก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ
"ไม่ต้องกังวลไป เรื่องนี้ไม่ต้องถึงขั้นให้เจ้าลงมือเอง เจ้าเพียงแค่ให้ความร่วมมือและรับบทเป็นตัวสนับสนุนก็พอ"
"คุณหนูไป๋ โปรดสั่งมาได้เลยครับ" เมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้น ผู้อำนวยการหยางจึงทอดถอนใจและยอมจำนนต่อโชคชะตา
"ดีมาก" ไป๋เจียยวี่ยิ้มรับ จากนั้นนางจึงค่อยๆ อธิบายแผนการ "ขาข้างเดียว" ของนางอย่างเป็นระบบ... หลังจากได้ฟังแผนการนี้ ผู้อำนวยการหยางก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
คุณหนูรองไป๋ผู้นี้ช่างโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!
ไป๋เจียยวี่จิบน้ำชาเงียบๆ เพื่อรอคำตอบจากผู้อำนวยการหยาง
หลังจากผ่านไปประมาณสามนาที ไป๋เจียยวี่ก็วางถ้วยน้ำชาลงเบาๆ แล้วมองไปยังผู้อำนวยการหยางด้วยดวงตาที่เป็นประกาย "เอาละ ผู้อำนวยการหยาง ท่านพิจารณาดูแล้วเป็นอย่างไรบ้าง"
"คุณหนูไป๋ เรื่องนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือครับ..."
ผู้อำนวยการหยางยังคงลังเล เห็นได้ชัดว่าเขามีความกังวลอย่างมากต่อแผนการ "ขาข้างเดียว" นี้
ไป๋เจียยวี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนและกล่าวเรียบๆ ว่า "ผู้อำนวยการหยาง ท่านคงไม่อยากเห็นตนเองไม่มีที่ยืนในเจียงเฉิงหรอกนะ!"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของผู้อำนวยการหยางก็มืดมนลงทันที
"อ้อ จริงด้วยผู้อำนวยการหยาง ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี บอดี้การ์ดของข้าคือยอดปรมาจารย์สายบ่มเพาะกายา"
"นอกจากนี้ คนที่สั่งทำลายแขนและขาของเย่เสี่ยวฟานก็คือข้าเอง และคนที่ลงมือก็คือระดับมหาปรมาจารย์ด้วย"
"ข้าคิดว่าผู้อำนวยการหยางควรจะเข้าใจผลลัพธ์ของการปฏิเสธข้าได้เป็นอย่างดีแล้วนะ"
กล่าวจบ ไป๋เจียยวี่ก็ส่งรอยยิ้มอันหวานหยาดเยิ้มไปให้ผู้อำนวยการหยาง
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ราวกับปีศาจของไป๋เจียยวี่ หัวใจของผู้อำนวยการหยางก็หล่นวูบ เขาเข้าใจดีว่าในนาทีนี้ เขาไม่มีโอกาสที่จะปฏิเสธได้อีกต่อไป
แม้ว่าไป๋เจียยวี่จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ผู้อำนวยการหยางย่อมรู้ดีว่า ในโลกใบนี้ มีเพียงคนตายเท่านั้นที่รักษาความลับได้
ผู้อำนวยการหยางปั้นสีหน้าที่ดูแย่ยิ่งกว่าการร้องไห้ แล้วจำใจตอบตกลง "ก็ได้ครับคุณหนูไป๋ ข้าขอรับปากท่าน"
"อืม" ไป๋เจียยวี่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วยิ้ม "เป็นการเลือกที่ฉลาดมาก ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจกับท่านนะ ผู้อำนวยการหยาง"
"ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจครับ"
ผู้อำนวยการหยางตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ดูเวทนา
"ทำตัวตามสบายเถิด เมื่อถึงเวลาเจ้าก็แค่ทำตามที่ข้าบอก หลังจากเรื่องจบลงแล้ว จงโยนความผิดทั้งหมดไปที่โทนี่เสีย แล้วข้าจะเป็นคนจัดการเรื่องที่เหลือให้เจ้าเอง"
เมื่อได้ยินคำว่า "จัดการเรื่องที่เหลือ" หัวใจของผู้อำนวยการหยางก็เต้นผิดจังหวะ เขาถามออกไปอย่างสั่นเครือว่า "คุณหนูไป๋ เรื่องที่ท่านจะจัดการให้นั้น... คงไม่ใช่การจัดงานศพให้ข้าหรอกนะครับ?"
"ไม่ใช่หรอก"
"ค่อยยังชั่วครับ ค่อยยังชั่ว!" เมื่อได้ยินว่าไม่ใช่การเสร็จนาฆ่าโคถึก ผู้อำนวยการหยางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก