เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95 - เลือดแปดร้อยมิลลิลิตร

บทที่ 95 - เลือดแปดร้อยมิลลิลิตร

บทที่ 95 - เลือดแปดร้อยมิลลิลิตร


บทที่ 95 - เลือดแปดร้อยมิลลิลิตร

"คีมหนีบหลอดเลือดแดงใหญ่!"

ศัลยแพทย์ผู้ลงมีดเตรียมคีมหนีบหลอดเลือดแดงใหญ่มาวางไว้ใกล้มือล่วงหน้า

ช่องอกถูกถ่างออกตรงกลาง!

เลือดทะลักออกมา คีมหนีบหลอดเลือดแดงใหญ่พุ่งเข้าไปจัดการก่อนอย่างรวดเร็ว หนีบเข้าที่หลอดเลือดแดงใหญ่ตรงจุดที่แยกออกจากหลอดเลือดแดงเบรคิโอเซฟาลิกอย่างแผ่วเบาแต่แม่นยำ สกัดกั้นการสูบฉีดเลือดจากหัวใจไปยังร่างกายท่อนล่าง

ท่อดูดหลายท่อทำงานพร้อมกัน ดูดเลือดที่คั่งค้างอยู่ในช่องอกออกไป เลือดพวกนี้คือเลือดที่คั่งอยู่แต่เดิม

เมื่อเลือดคั่งถูกดูดออกไปหมด หัวใจและปอดทั้งสองข้างก็ปรากฏแก่สายตา หัวใจอันอบอุ่นกำลังเต้นเป็นจังหวะ ส่วนปอดทั้งสองข้างก็พองยุบตามจังหวะการทำงานของเครื่องช่วยหายใจ

หลอดเลือดแดงใหญ่ขนาดมหึมาต่อออกมาจากหัวใจ โค้งงอเล็กน้อย แล้วทอดยาวลงไปกลายเป็นหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องอกและหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้อง

ฝากระโปรงรถของร่างกายมนุษย์ถูกเปิดออก เครื่องยนต์ถูกนำมาจัดแสดงให้เห็นตรงหน้า ขณะนี้ยังคงทำงานอยู่ ชีวิตกำลังแสดงตัวตนออกมาในรูปแบบทางกายภาพให้เห็นอย่างจะแจ้ง

หากยึดเอาท่อนไม้รูปทรงกลมเป็นหน้าปัดนาฬิกา ตอนนี้เวลาอยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา นอกจากการฉีกขาดของกะบังลมแล้ว ก็ไม่พบความเสียหายของหลอดเลือดใหญ่เส้นอื่นๆ เลย หัวใจและปอดก็ไม่ได้รับบาดเจ็บ เพียงแต่ถูกท่อนไม้เบียดจนเคลื่อนจากตำแหน่งเดิมไปเล็กน้อย เลือดที่ออกตามหลอดเลือดเล็กๆ ก็ถูกเย็บผูกห้ามเลือดอย่างรวดเร็ว

แต่ปริมาณเลือดที่เสียไปขนาดนี้ ต้องเกิดจากการแตกของหลอดเลือดใหญ่แน่ๆ เพียงแต่รอยแตกไม่ได้อยู่ตรงนี้ ต้องทำการค้นหาต่อไป

ศัลยแพทย์ผู้ลงมีดมีท่าทีสุขุมเยือกเย็น มือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว การผ่าตัดดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะ ไม่มีอาการร้อนรน ลุกลี้ลุกลน หรือเร่งเร้าใดๆ ให้เห็นเลย

ผู้อำนวยการหลี่ที่เป็นหมอศัลยกรรมทรวงอก ยืนดึงคีมถ่างอยู่ข้างๆ ตอนที่ไปศึกษาดูงาน เขาก็เคยเห็นปรมาจารย์ระดับเทพผ่าตัดมาบ้าง การผ่าตัดกู้ชีพแบบนี้ มันควรจะเต็มไปด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวาย เร่งเร้าและวุ่นวายไม่ใช่หรือ?

ทำไมถึงได้เงียบสงบ และเยือกเย็นขนาดนี้ ศัลยแพทย์ผู้ลงมีดมีความสามารถในการควบคุมการผ่าตัดที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ การประสานงานของทีมนี้ก็ไร้ที่ติเช่นกัน

เมื่อสกัดกั้นการสูบฉีดเลือดจากหัวใจไปยังร่างกายท่อนล่างได้แล้ว ความดันจากเลือดที่ออกในบริเวณที่ผ่าตัดก็ลดลง ขณะเดียวกัน เลือดที่มีอยู่อย่างจำกัดก็จะถูกระดมไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อสมอง ซึ่งมีความสามารถในการทนต่อภาวะขาดเลือดได้น้อยกว่าเนื้อเยื่อส่วนลำตัวและแขนขามากนัก

ในภาวะขาดเลือด เนื้อเยื่อสมองจะทนอยู่ได้อย่างปลอดภัยเพียงสามนาทีเท่านั้น ในขณะที่อวัยวะในช่องท้องที่ถูกตัดการหล่อเลี้ยงเลือดในตอนนี้ สามารถทนอยู่ได้นานถึงยี่สิบนาที

การสกัดกั้นหลอดเลือดแดงใหญ่ในตำแหน่งนี้ สามารถทำได้เพียงยี่สิบนาทีเท่านั้น แต่เนื่องจากคนไข้อยู่ในภาวะเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อน้อยอยู่แล้ว ระยะเวลาที่สามารถสกัดกั้นหลอดเลือดได้จริง จึงต้องน้อยกว่ายี่สิบนาที

นี่เขาตั้งใจจะทำการผ่าตัดให้เสร็จสิ้น ปิดจ๊อบภายในยี่สิบนาทีเลยเหรอ?

เถียนหยวนมองคีมหนีบที่หนีบหลอดเลือดอยู่ ก็เข้าใจเจตนาของศัลยแพทย์ผู้ลงมีดทันที เขาต้องเร่งความเร็วขึ้น เพื่อให้สอดประสานกับหยางผิง แม้ภารกิจด้านหลังจะไม่ได้อันตรายและซับซ้อนเท่าด้านหน้า แต่การจะผ่าตัดให้เสร็จภายในยี่สิบนาที ก็ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายขั้นสุดยอดเช่นกัน

ด้านหลังก็ลงมีดแนวกึ่งกลางเช่นกัน ใช้เครื่องถ่างขยายอัตโนมัติถ่างออก เผยให้เห็นกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังหักขาดท่อน ไขสันหลังระดับเดียวกันก็ถูกทำลาย ต้องใช้สกรูยึดขั้วกระดูกสันหลังและแผ่นเหล็กดามด้านหน้าเพื่อยึดตรึงทั้งหน้าและหลังเข้าด้วยกัน ไม่อย่างนั้นร่างกายก็จะสูญเสียเสาหลักไป

ทางด้านหน้าเปิดแผลแนวกึ่งกลางกระดูกสันอกที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาไปแล้ว ตอนนี้ต้องมาเปิดแผลแนวกึ่งกลางหน้าท้องที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาบ้าง แผลผ่าตัดทั้งสองรอยจะถูกดึงแยกออกไปด้านข้าง เพื่อให้เห็นบริเวณผ่าตัดได้อย่างชัดเจนเต็มที่

รอยกรีดแนวกึ่งกลางหน้าท้อง ตัดผ่านผิวหนัง ชั้นใต้ผิวหนัง พังผืดลึก และกล้ามเนื้อหน้าท้องทั้งสามชั้น ทะลุเข้าสู่ช่องท้อง เลือดคั่งทะลักออกมา ลำไส้ไหลทะลักออกมาเป็นพรวน ต้องใช้ผ้าปลอดเชื้อทำเป็นถุงรองรับเอาไว้

สอดคีมถ่างเข้าไป ดึงแยกออกซ้ายขวา ประสานงานกับเครื่องถ่างขยายหน้าอก ช่วยให้เห็นบริเวณผ่าตัดได้อย่างชัดเจน

ในช่องท้องก็เต็มไปด้วยเลือดคั่งเช่นกัน ท่อดูดหลายท่อต้องทำงานพร้อมกัน ใช้เวลาหลายนาทีกว่าจำกำจัดเลือดคั่งออกจนหมด

หลอดเลือดแดงใหญ่และหลอดเลือดดำเวนาคาวาถูกท่อนไม้เบียดไปทางขวาตรงบริเวณรอยต่อระหว่างช่องอกกับช่องท้อง ท่อนไม้แทงเข้ามาในมุมเฉียงนิดๆ พอดีหลบหลอดเลือดแดงใหญ่และหลอดเลือดดำเวนาคาวาไปได้อย่างหวุดหวิด ไม่งั้นคงไม่ได้ขึ้นรถพยาบาลมาถึงนี่หรอก

ตรวจดูบริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกา ลำไส้เล็กส่วนต้นฉีกขาด ตับอ่อนฉีกขาด ทำการเย็บผูกห้ามเลือดหลอดเลือดที่เลือดออก

ความจริงแล้วเนื่องจากหลอดเลือดแดงใหญ่ถูกสกัดกั้นไว้ จึงไม่มีเลือดออกแล้ว ศัลยแพทย์อาศัยความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคในการค้นหาหลอดเลือดที่ขาดได้อย่างง่ายดาย และจัดการเย็บผูกห้ามเลือดให้เรียบร้อย

"ความดัน 54/37 มิลลิเมตรปรอท-"

ไอ้อ้วนเหลียงรายงานความดัน ความดันตกเอาๆ อย่างต่อเนื่อง

ความสามารถในการปรับตัวชดเชยของร่างกายกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดที่ร่างกายรับไม่ไหว ก็คือวินาทีที่แสงแห่งชีวิตดับมอดลง

"เลือดล่ะ! ทำไมยังไม่ได้เลือดอีก?" เสียงของศัลยแพทย์ผู้ลงมีดดังขึ้น แต่ไม่ได้ตวาด

"อีกไม่กี่นาทีครับ! กำลังส่งมา!" หมอเถาตอบ

ถึงจะมีอาสาสมัครมาบริจาคเลือด แต่ก็ต้องทำตามขั้นตอน ทั้งตรวจกรุ๊ปเลือด ตรวจโรคติดต่อ ทดสอบความเข้ากันได้ของเลือด ล้วนต้องใช้เวลาทั้งสิ้น

เปลี่ยนไปตรวจดูตำแหน่ง 9 นาฬิกา รอบๆ หลอดเลือดแดงใหญ่และหลอดเลือดดำเวนาคาวา มีลิ่มเลือดเกาะอยู่เต็มไปหมด แถมยังมีเลือดสดๆ ไหลซึมออกมาด้วย ตรงนี้น่าจะมีรอยแตก เลือดที่ค้างอยู่ในหลอดเลือดกำลังไหลออกมา

สอดนิ้วเข้าไปตรวจดู ก็จริงอย่างที่คิด หลอดเลือดแดงใหญ่มีรอยฉีกขาดกว้างถึงสองเซนติเมตร หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด นี่คือบาดแผลฉกรรจ์ที่อันตรายถึงชีวิต ปกติเวลาทองในการกู้ชีพมีเพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น ภายใน 6 ชั่วโมงนี้ หากได้รับการรักษาจากศัลยแพทย์หลอดเลือดระดับปรมาจารย์ที่เก่งกาจและมากประสบการณ์ ถึงจะมีโอกาสรอดชีวิต

เวลา 6 ชั่วโมงที่ว่านี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น คนไข้หลายคนที่รอยฉีกขาดกว้าง มักจะเสียชีวิตในทันทีหรือภายในไม่กี่นาที

ที่คนไข้รายนี้ยังพอมีเวลาประวิงชีวิตมาถึงโรงพยาบาลได้ ก็เพราะท่อนไม้ไปกดทับรอยแตก ทำให้เลือดไหลช้าลงนั่นเอง

ใช้คีมหนีบหลอดเลือดสองอัน หนีบบริเวณเหนือและใต้รอยฉีกขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดที่เหลืออยู่ไหลออกมาอีก ตอนนี้เลือดเพียงมิลลิลิตรเดียวก็มีค่าดั่งทองคำ

หลอดเลือดดำเวนาคาวาปลอดภัยดี แต่ตับถูกกดทับจนมีรอยฉีกขาด

ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาบนท่อนไม้ มีตะปูโผล่ออกมาประมาณสามเซนติเมตร งอโค้งเป็นรูปตะขอ น่าสยดสยองจนชวนขนลุก

ตะขออันนี้ไปเกี่ยวเข้ากับหลอดเลือดแดงใหญ่พอดี ทำให้เกิดรอยฉีกขาด อันตรายสุดๆ!

ใช้กรรไกรตัดเหล็กตัดตะปูออก แล้วค่อยๆ ดึงออกมาอย่างระมัดระวัง

"ความดัน 50/32 มิลลิเมตรปรอท-"

ประตูห้องผ่าตัดเปิดออก ในที่สุดถุงเลือดสองถุงก็มาถึง พยาบาลผู้ช่วยรีบนำเลือดไปแขวนให้คนไข้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนศูนย์บัญชาการกู้ชีพจะหาทางออกได้แล้ว

"ให้เลือดทางสายน้ำเกลือที่แขนนะ!" หยางผิงเตือนพยาบาล

ทางฝั่งของผู้อำนวยการเถียนก็กำลังทำการสำรวจและห้ามเลือดอยู่เช่นกัน

ตรวจดูตำแหน่ง 9 นาฬิกาเสร็จ ก็เริ่มตรวจดูตำแหน่ง 6 นาฬิกาต่อ แล้วก็เจอตะปูอีกตัว รูปร่างคล้ายๆ กับตัวแรก เพียงแต่ปลายตะปูชี้ไปคนละทาง ม้ามไม่ได้รับบาดเจ็บ กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นมีรอยฉีกขาด ตัดตะปูแล้วดึงออก

ถ้าพวกที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังมาดึงท่อนไม้ออกสุ่มสี่สุ่มห้าล่ะก็ ไม่ว่าจะดึงออกทางไหน ตะปูก็คงไปเกี่ยวโดนเนื้อเยื่อรอบๆ หลอดเลือดใหญ่ หรืออวัยวะภายในเข้าให้ ผลลัพธ์ที่ตามมาคงเลวร้ายจนเกินจะจินตนาการ

ผู้อำนวยการหลี่และผู้อำนวยการจางทำงานในโรงพยาบาลระดับรากหญ้ามาหลายปี และเคยไปศึกษาดูงานตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ มาแล้วก็มาก พวกเขาผ่านประสบการณ์มาโชกโชน แต่ไม่เคยเห็นใครที่มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์ถึงขนาดนี้มาก่อนเลย ในใจเต็มไปด้วยความเคารพศรัทธาอย่างท่วมท้น คนไข้รายนี้โชคดีจริงๆ ไม่ว่าจะรอดชีวิตหรือไม่ก็ตาม การได้มาเจอหมอเก่งๆ แบบนี้ ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว

เม็ดเลือดแดงหนึ่งยูนิต กับเลือดครบส่วนสี่ร้อยมิลลิลิตร ถูกบีบอัดให้ไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ความดันยังไม่มีทีท่าว่าจะพุ่งสูงขึ้น แต่ก็อย่างน้อยก็ไม่ตกลงไปมากกว่านี้ ก่อนหน้านี้เสียเลือดไปเยอะมาก

"เป็นยังไงบ้าง?" ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์เดินเข้ามาดู ผู้อำนวยการเหมียวขึ้นเตียงผ่าตัดไปแล้ว เพื่อช่วยกู้ชีพเคสกระดูกเชิงกรานหัก

"เตรียมสกรูยึดขั้วกระดูกสันหลังกับแผ่นเหล็กดามด้านหน้าให้พร้อม ต้องดามกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังขาดท่อน ต้องดามทั้งด้านหน้าและด้านหลังเข้าด้วยกัน!" ผู้อำนวยการเถียนสั่งการขณะมือยังคงสาละวนกับการผ่าตัด

ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์รีบโทรศัพท์ไปจัดการทันที ทั้งสกรูยึดขั้วกระดูกสันหลังและแผ่นเหล็กดามด้านหน้ามีพร้อม เดิมทีเตรียมไว้สำหรับคนไข้ที่จะผ่าตัดในวันพรุ่งนี้ แต่ตอนนี้ต้องนำมาใช้ฉุกเฉินก่อน

"ความดันยังไม่ขึ้น เลือดไม่พอ ต้องให้เลือดเพิ่ม" ไอ้อ้วนเหลียงตะโกนบอก

ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์บอก "เรากำลังพยายามหาทางอยู่ ตอนนี้เจาะเลือดมาได้สี่ร้อยมิลลิลิตรแล้ว แต่ตอนนี้มีอาสาสมัครบริจาคเลือดแค่คนเดียว"

หมอกระดูกที่สามารถทำผ่าตัดช่องท้องได้เชี่ยวชาญขนาดนี้ ผู้อำนวยการจางที่เป็นหมอศัลยกรรมทั่วไปถึงกับรู้สึกละอายใจตัวเอง

ในตอนนี้ เนื้อเยื่อรอบๆ ท่อนไม้ ทั้งด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย และด้านขวา ถูกผ่าแยกออกจนหมด ด้านหน้าและด้านหลังเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ โครงสร้างทางกายวิภาคปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

"ดึงท่อนไม้ออกได้แล้ว" หยางผิงเงยหน้าขึ้นมา รู้สึกปวดเมื่อยคอไปหมด ท่าทางนี้ผ่าตัดลำบากมาก ทัศนวิสัยก็ย่ำแย่สุดๆ

"สายยางรัดปลอดเชื้อ สี่เส้น!" หยางผิงสั่ง

สายยางรัดปลอดเชื้อเป็นอุปกรณ์ที่หมอกระดูกใช้กันเป็นประจำ การจะหามาสักสองสามเส้นไม่ใช่ปัญหา

สายยางรัดปลอดเชื้อถูกเปิดและนำมาวางไว้บนโต๊ะเครื่องมือ

"คีมตรงใหญ่ ขอขนาดใหญ่ที่สุด!"

คีมตรงใหญ่คีบสายยางรัด ค่อยๆ สอดผ่านช่องว่างระหว่างรอยทะลุกับท่อนไม้ไปอย่างระมัดระวัง ผู้อำนวยการเถียนรับเอาไว้

สายยางรัดปลอดเชื้อทั้งสี่เส้นถูกสอดผ่านไปจนครบ ค่อยๆ กางออก ดึงรั้งไปในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อดึงเนื้อเยื่อรอบๆ ให้แยกออกจากกัน สร้างช่องว่างเล็กๆ ระหว่างเนื้อเยื่อกับท่อนไม้ เพื่อปกป้องอวัยวะและหลอดเลือดรอบข้าง

หยางผิงกับผู้อำนวยการเถียนค่อยๆ ประคองท่อนไม้ คนหนึ่งดัน คนหนึ่งดึง ในที่สุดท่อนไม้ก็ถูกนำออกมาได้อย่างปลอดภัย

ล้างทำความสะอาด ตรวจดูและตัดเนื้อตายอีกครั้ง แล้วล้างทำความสะอาดซ้ำๆ

กรรไกรตัดเนื้อเยื่อ ขลิบตกแต่งรอยฉีกขาดของหลอดเลือดแดงใหญ่ ใช้ไหมเย็บหลอดเลือดแบบไม่ทำลายเนื้อเยื่อเบอร์ 4-0 เริ่มเย็บซ่อมแซมรอยฉีกขาด ไม่นาน รอยฉีกขาดก็ถูกเย็บซ่อมแซมจนเสร็จเรียบร้อย

เย็บซ่อมแซมกะบังลม ตับ ตับอ่อน กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น แล้วทำการผูกห้ามเลือดอย่างละเอียดอีกครั้ง

การผ่าตัดแบบนี้ไม่มีแบบแผนตายตัวในตำรา ต้องอาศัยประสบการณ์อันโชกโชนและการประยุกต์ใช้ความรู้ของศัลยแพทย์ผู้ลงมีดล้วนๆ

การผ่าแยกเนื้อเยื่อระหว่างการผ่าตัดเป็นไปอย่างลื่นไหลราวกับจับวาง ไม่มีความผิดพลาดไปโดนหลอดเลือดเส้นอื่นเลย แม้แต่หลอดเลือดแดงเส้นเล็กๆ ก็ตาม

สำรวจไปพร้อมกับผูกห้ามเลือดหลอดเลือดเล็กๆ ที่เลือดออก ค่อยๆ คืบหน้าไปทีละชั้น ไม่มีอาการชะงักหรือต้องกลับไปแก้จุดเดิมเลยสักนิด

กระบวนการทั้งหมดเปรียบเสมือนการบุกชิงตัวนักโทษจากเรือนจำมัจจุราชอันน่าระทึกขวัญ

ผู้อำนวยการหลี่และผู้อำนวยการจางคิดในใจว่า ถ้าให้พวกเขาเป็นคนผ่าตัดเคสนี้ คนไข้คงไม่มีทางรอดชีวิตแน่ๆ

พวกเขาต่างก็มีความคิดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า อยากจะไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลซานปั๋วสักครั้งในวัยสี่สิบกว่าปีนี้

"เลือดครบส่วนอีกสี่ร้อยมิลลิลิตร!" เลือดถูกส่งขึ้นมาอีกแล้ว

คนคนนี้บริจาคเลือดไปแล้วแปดร้อยมิลลิลิตร

ปริมาณเลือดขนาดนี้ เทียบเท่ากับการเสียเลือดของคนไข้กระดูกต้นขาหักรุนแรงเลยนะเนี่ย

ปกติแล้วการบริจาคเลือดแต่ละครั้งจะไม่เกินสี่ร้อยมิลลิลิตร ถ้าเกินกว่านั้นจะมีความเสี่ยง แต่เขาคนนี้กลับบริจาคไปถึงแปดร้อยมิลลิลิตร

"มีอาสาสมัครแค่คนเดียว ทางศูนย์บริการโลหิตไม่กล้าเจาะเลือดเพิ่มแล้วครับ" หมอเถารายงาน

ได้เลือดมาอีกสี่ร้อยมิลลิลิตร อย่างน้อยก็พอประคองอาการไปได้ รอให้เม็ดเลือดแดงอีกสองสามยูนิตมาถึง ก็จะพ้นขีดอันตรายได้

"ความดัน! 76/42 มิลลิเมตรปรอท——"

ความดันเริ่มกระเตื้องขึ้นแล้ว! วิสัญญีแพทย์รายงานความดันอย่างต่อเนื่อง

เวลาจวนจะถึงขีดจำกัดแล้ว ปลดคีมหนีบหลอดเลือด ปล่อยให้เลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกาย

ที่เหลือก็แค่การยึดตรึงกระดูกสันหลังแล้ว

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 95 - เลือดแปดร้อยมิลลิลิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว