- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ขั้นเทพ
- บทที่ 92 - ด่วนที่สุด
บทที่ 92 - ด่วนที่สุด
บทที่ 92 - ด่วนที่สุด
บทที่ 92 - ด่วนที่สุด
ผู้อำนวยการเหมียว ผู้อำนวยการอูจากแผนกฉุกเฉิน และบรรดาแพทย์และพยาบาลระดับหัวกะทิที่ถูกคัดเลือกมา ต่างมายืนเข้าแถวรออยู่ที่หน้าประตูแผนกฉุกเฉิน
คลินิกผู้ป่วยนอกแผนกศัลยกรรมถูกสั่งปิดชั่วคราว คนไข้ทั้งหมดถูกระบายไปยังโรงพยาบาลแพทย์แผนจีน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและนำทางคนไข้ไป
ผู้อำนวยการต่งยืนเป็นเพื่อนนายอำเภออู๋รออยู่ในโถงแผนกฉุกเฉิน บรรดาผู้อำนวยการสำนักงานต่างๆ กระจายตัวกันอยู่รอบๆ คอยโทรศัพท์สั่งการจัดสรรทรัพยากรในความดูแลของตน เพื่อสนับสนุนการกู้ชีพอย่างเต็มที่
นายอำเภออู๋ร้อนใจเป็นอย่างมาก เดินวนไปวนมา ถามขึ้นหลายครั้ง "คนเจ็บถึงไหนแล้ว?"
"ใกล้ถึงแล้วครับ ส่งรถตำรวจไปเบิกทางแล้ว คุ้มกันมาจนถึงหน้าประตูโรงพยาบาล น่าจะมาถึงเดี๋ยวนี้แหละครับ" ผู้กำกับการตำรวจอธิบาย
"แล้วทีมแพทย์จากเมืองเอกล่ะ?"
"ก็ใกล้จะถึงแล้วเหมือนกันครับ น่าจะอีกสิบกว่านาที มีรถตำรวจนำทางมาให้เหมือนกัน" ผู้กำกับการตำรวจตอบ
"เลือดทุกกรุ๊ป เรามีสต็อกไว้เพียงพอครับ ส่งไปที่แผนกธนาคารเลือดของโรงพยาบาลเยอะแล้ว รถขนส่งเลือดของเราก็สแตนด์บายพร้อมหมด การสนับสนุนจากอำเภอข้างเคียงก็กำลังเดินทางมาครับ" เจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการโลหิตรายงาน
"แล้วยาสงวนชีพล่ะ?" นายอำเภออู๋ผู้มีประสบการณ์ถามต่อ
"โรงพยาบาลทั้งอำเภอพร้อมสนับสนุนการกู้ชีพครับ ทุกโรงพยาบาลเปิดสายด่วนไว้แล้ว พร้อมรับคำสั่งโยกย้ายบุคลากรและยาทุกเมื่อ ทางอำเภอข้างเคียงก็ประสานงานไว้แล้ว พร้อมช่วยเหลือตลอดเวลาครับ" ผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขตอบ
"ดีมาก" ไม่มีช่องโหว่อะไรแล้ว นายอำเภออู๋ชะเง้อมองไปที่ประตูแผนกฉุกเฉินเป็นระยะ
เสียงไซเรนรถตำรวจดังผ่านหน้าประตูแผนกฉุกเฉินไป รถพยาบาลแล่นตามมาติดๆ ประตูหลังเปิดออก เปลพยาบาลถูกยกหามลงมาจากรถ
ขาตั้งพับของเปลกางออก กลายเป็นเตียงเข็น บนเตียงเข็นเต็มไปด้วยเลือดสีแดงคล้ำเหนียวเหนอะหนะ ร่างของคนที่นอนอยู่บนนั้นก็ชุ่มโชกไปด้วยเลือด เขานอนตะแคงขดตัว เสื้อผ้าที่ถูกตัดจนขาดวิ่นชุ่มไปด้วยเลือด
ท่อนไม้ขนาดเท่าปากชามเสียบทะลุรอยต่อระหว่างช่องอกและหน้าท้อง ทะลุร่างไปอย่างสมบูรณ์ เข้าทางด้านหน้า ทะลุออกทางด้านหลัง รอยตัดของท่อนไม้ทั้งหน้าและหลังเปื้อนเลือดจำนวนมาก รอยตัดนั้นเกิดจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยเลื่อยตัดท่อนไม้ออก
ภาพเหตุการณ์ดูนองเลือดและน่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่ใช่หมอที่เคยชินกับเลือดและความเป็นความตายมาบ่อยๆ มาเห็นภาพแบบนี้เข้า คงรับไม่ไหวและจำฝังใจไปตลอดชีวิตแน่
ผู้อำนวยการเหมียวกับผู้อำนวยการอูนำทีมแพทย์พุ่งเข้าไปรับทันที วิ่งตามเตียงเข็นไป เสียงล้อเตียงเข็นบดไปกับพื้นดังกุกกักๆ เร่งรีบ แข่งกับเวลา
นายอำเภออู๋กับผู้อำนวยการต่งก็วิ่งตามเข้ามา
บรรดาผู้อำนวยการเห็นเตียงเข็นเข็นคนเจ็บเข้ามาทางนี้ ก็วิ่งตามไปพลางโทรศัพท์ไปพลาง
ผู้อำนวยการต่งเป็นหมอคลินิกมาก่อน เลยไม่เป็นปัญหาอะไร แต่นายอำเภออู๋พอเห็นภาพนี้ปุ๊บ ก็รีบยกมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกหน้ามืดวิงเวียนขึ้นมาทันที
"ประคองนายอำเภออู๋เข้าไปพักในห้องทำงานหน่อย" ผู้อำนวยการต่งสั่งเลขาฯ
นายอำเภออู๋โบกมือปฏิเสธ "ไม่เป็นไร ทนไหว" แล้วเอามือที่กุมขมับลง
ชักช้าไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว เตียงเข็นถูกเข็นเข้าไปในโซนสีแดงของแผนกฉุกเฉิน การจัดการแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลประชาชนสือโปถือว่าได้มาตรฐานมาก มีการแบ่งโซนสีแดง สีเหลือง สีเขียว อย่างชัดเจน
โซนสีแดงรับผิดชอบคนไข้ระดับหนึ่งและระดับสอง ซึ่งก็คือคนไข้ที่กำลังจะเสียชีวิตและคนไข้ในภาวะวิกฤต โซนสีเหลืองคือคนไข้ฉุกเฉิน ส่วนโซนสีเขียวคือคนไข้ไม่ฉุกเฉิน
การแบ่งโซนแบบนี้ ก็เพื่อการจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์ให้มีจุดเน้นและลำดับความสำคัญ
มีหมอคอยรับช่วงต่อข้อมูลอาการจากหมอประจำรถพยาบาล หมอและพยาบาลคนอื่นๆ ก็ช่วยกันเปลี่ยนสายน้ำเกลือ จับชีพจร เช็คปริมาณปัสสาวะ เจาะเลือด พันปลอกแขนวัดความดัน ติดสายจอมอนิเตอร์วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
สมแล้วที่เป็นโรงพยาบาลที่แข็งแกร่งที่สุดในแถบนี้ หมอและพยาบาลทุกคนล้วนผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ไม่ตื่นตระหนก ไม่ลนลาน ไม่ชักช้า ประสานงานกันได้อย่างคล่องแคล่ว
"เร็วเข้า! รีบเจาะเลือด จับคู่เลือด แล้วส่งตรงเข้าห้องผ่าตัดเลย!" ผู้อำนวยการเหมียวสั่งการอย่างเฉียบขาด เขาเคยบัญชาการเหตุการณ์อุบัติเหตุจราจรมานักต่อนัก มีประสบการณ์มากกว่าผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินเสียอีก แต่เคสที่น่าสยดสยองขนาดนี้ ก็ทำเอาเขาช็อกไปเหมือนกัน
"เจาะเลือดไม่ได้ค่ะ!" พยาบาลลองเจาะอยู่หลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลว ความดันต่ำเกินไป หลอดเลือดดำแฟบตีบหมดแล้ว ย่อมเจาะเลือดไม่ออกเป็นธรรมดา
จะให้เจาะจากสายน้ำเกลือโดยตรง ก็เพิ่งจะให้น้ำเกลือไป อาจจะทำให้ผลตรวจบางอย่างคลาดเคลื่อนได้
เจาะไม่ได้ ก็ต้องผ่าเปิดหลอดเลือดดำ!
พยาบาลส่งชุดผ่าเปิดหลอดเลือดดำมาให้ เปิดออก หมอสวมถุงมือปลอดเชื้อ ใช้เวลาเพียงสองนาที ผิวหนังบริเวณตาตุ่มด้านในตรงตำแหน่งหลอดเลือดดำใหญ่ก็ถูกกรีดเป็นแผลเล็กๆ หลอดเลือดดำใหญ่ถูกดึงขึ้นมา เจาะเลือดกันจะๆ ตรงนั้น ยึดเข็มเจาะให้แน่น แล้วเย็บปิดผิวหนัง
ดูดเลือดออกมา เพื่อนำไปตรวจจับคู่เลือด
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ลงมาจากรถพยาบาลพร้อมกัน ไม่ได้สวมเสื้อกาวน์ แฝงตัวเดินตามเตียงเข็นปะปนมากับฝูงชน ยืนอยู่ข้างๆ แล้วพูดขึ้นว่า "ช่องว่างระหว่างท่อนไม้ด้านหน้าด้านหลังกับเตียงเข็น เอาหมอนมาอุดให้แน่นเลยนะ จะได้ช่วยรับน้ำหนักไม่ให้มันร่วงลงไป"
เขาคือใคร? ทุกคนมองหน้าเขา น่าจะเป็นเพื่อนคนเจ็บกระมัง ไม่มีใครถามอะไรให้มากความ ไม่มีเวลาจะมาซักไซ้ด้วย รู้สึกว่าเขาพูดมีเหตุผลดี ทุกคนยังขาดประสบการณ์ในการรับมือกับคนเจ็บเคสพิเศษแบบนี้ รายละเอียดบางอย่างย่อมตกหล่นไปบ้างเป็นธรรมดา
รีบหยิบหมอนมาสองใบ
"ผมทำเอง!" ชายคนนั้นมีท่าทางทะมัดทะแมงมาก ค่อยๆ ยัดหมอนเข้าไปรองท่อนไม้ให้ยกตัวขึ้นเล็กน้อย การทำแบบนี้จะช่วยลดแรงกระแทกระหว่างการเคลื่อนย้าย และช่วยลดแรงโน้มถ่วงที่ดึงลงมา ป้องกันไม่ให้เกิดการกดทับด้านล่างแล้วทำให้ด้านบนกลวงโบ๋ ซึ่งบริเวณที่กลวงโบ๋นั้นจะเสี่ยงต่อการมีเลือดออกได้ง่าย
"ขอบคุณครับ!" หมอรถพยาบาลเมื่อครู่จับมือกับเขา ถ้าไม่ได้เขาช่วยบัญชาการในที่เกิดเหตุ การปฐมพยาบาลก็คงไม่เป็นมืออาชีพขนาดนี้
"ไม่เป็นไรครับ! ผมแค่พอจะมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลอยู่บ้างน่ะ" ชายคนนั้นถ่อมตัว
มาถึงโรงพยาบาลแล้ว ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของการผ่าตัด ชายคนนั้นก็ไม่เข้าไปเกะกะอีก เขาไปนั่งพักบนเก้าอี้พลาสติกของแผนกฉุกเฉิน ไม่ได้จากไปไหน เผื่อจะมีอะไรให้ช่วยได้อีก
ทุกคนกำลังยุ่ง กำลังเร่งรีบ ต้องกู้ชีพกันจ้าละหวั่น ไม่มีใครสนใจหรอกว่าเขาคือใคร
เจาะเลือดเสร็จแล้ว!
"ส่งเข้าห้องผ่าตัด! ผ่าตัดฉุกเฉินด่วน!" ผู้อำนวยการเหมียวสั่งการ
อยู่ในโซนสีแดงของแผนกฉุกเฉินได้แค่ไม่กี่นาที "เร็วเข้า! เร็วๆ! เร็ว!" เสียงล้อกุกกัก เตียงเข็นถูกเข็นตรงไปที่ห้องผ่าตัดทันที ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมทั่วไปกับแผนกศัลยกรรมทรวงอกรอสแตนด์บายอยู่ที่ห้องผ่าตัดตั้งนานแล้ว
มองดูเตียงเข็นถูกเข็นลับตาไป ผู้อำนวยการเหมียวก็ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อ ร้อนใจสุดๆ
"ศาสตราจารย์เถียนครับ คนไข้ที่โดนเสียบทะลุอกและท้องมาถึงแล้วนะครับ อาการสาหัสมาก พวกเราส่งตัวคนไข้เข้าห้องผ่าตัดเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดแล้วครับ!"
"รับทราบครับ พวกเราใกล้จะถึงแล้ว อีกไม่กี่นาทีครับ มองเห็นตึกโรงพยาบาลแล้ว!"
ผู้อำนวยการเหมียว ผู้อำนวยการต่ง นายอำเภออู๋ และบรรดาผู้อำนวยการสำนักงานหลายคน พากันเดินไปรอที่หน้าประตูแผนกฉุกเฉิน
เสียงไซเรนดังวี้หว่อ รถตำรวจปรากฏตัวขึ้น ตามมาด้วยรถบัสที่บรรทุกทีมแพทย์มาเต็มคัน จอดเทียบที่ลานจอดรถใต้บันไดหน้าแผนกฉุกเฉิน ประตูรถบัสเปิดออก ผู้อำนวยการเถียนกระโดดลงมาเป็นคนแรก
ผู้อำนวยการเหมียว ผู้อำนวยการต่ง และนายอำเภออู๋รีบเข้าไปต้อนรับทันที
"ศาสตราจารย์เถียน มาได้จังหวะพอดีเลยครับ!" ผู้อำนวยการเหมียวเดินเร็วเกินไป จนผู้อำนวยการต่งกับนายอำเภออู๋เดินตามไม่ทัน ตอนเดินลงบันได นายอำเภออู๋เกือบจะล้มหัวคะมำ โชคดีที่เลขาฯ ช่วยประคองไว้ได้ทัน
"คนเจ็บคนแรกที่โดนท่อนไม้เสียบทะลุอกและท้อง ส่งเข้าห้องผ่าตัดไปแล้วครับ ส่วนอีกเจ็ดคนกำลังเดินทางมา น่าจะถึงในไม่ช้านี้" ผู้อำนวยการเหมียวสรุปสถานการณ์สั้นๆ
ทุกคนทยอยลงจากรถบัสทีละคน แล้วไปเข้าแถวรวมตัวกันตรงลานว่างใกล้ๆ อย่างเป็นระเบียบโดยอัตโนมัติ การฝึกซ้อมรับมืออุบัติภัยหมู่ของโรงพยาบาลซานปั๋วที่ทำเป็นประจำ ได้นำมาใช้จริงก็คราวนี้แหละ
เพื่อนร่วมงานหญิงที่ปล่อยผม ก็รวบผมกันเรียบร้อยตั้งแต่บนรถแล้ว ใครที่ใส่แหวน สร้อยคอ หรือต่างหู ก็ถอดเก็บไว้หมด ไอ้อ้วนเหลียงลงจากรถมาก็ไม่ได้แวะไปสูบบุหรี่เลย
ผู้อำนวยการเถียนรีบจัดแจงหน้าที่อย่างรวดเร็ว "หยางผิง ซ่งจื่อโม่ ซูอี๋เซวียน เหลียงจิ้ง จางหลิน เสี่ยวอู่ ตามผมไปที่ห้องผ่าตัด ไปช่วยกู้ชีพเคสที่โดนเสียบทะลุอกและท้อง ส่วนคนที่เหลือให้สแตนด์บายรอที่แผนกฉุกเฉิน รอรับคำสั่งจากทางโรงพยาบาลประชาชนสือโป ในกลุ่มที่เหลือนี้ ใครมีตำแหน่งสูงสุด? คนที่มีตำแหน่งระดับอาวุโสยกมือขึ้น!"
เฉินเสี่ยวเฉียวจากแผนกสูตินรีเวช กับหวังฮั่นเซิงจากแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ ยกมือขึ้น
"ผู้อำนวยการหวัง เดี๋ยวผมจะไปห้องผ่าตัดแล้ว เพื่อนร่วมงานที่เหลือ ผมขอฝากให้คุณคอยดูแลสั่งการด้วยนะ ถ้าเดี๋ยวคุณต้องเข้าห้องผ่าตัดด้วย ก็ยกหน้าที่ให้ผู้อำนวยการเฉินดูแลต่อ ทุกคนคุ้นเคยกับขั้นตอนดีอยู่แล้ว เอาเป็นว่า ให้คนที่ตำแหน่งสูงสุดที่อยู่ตรงนี้เป็นคนสั่งการก็แล้วกัน ทุกคนต้องฟังคำสั่งนะ!"
"รับทราบ!" เสียงตอบรับดังกังวานพร้อมเพรียงกัน
หลังจากมอบหมายงานสั้นๆ เสร็จ เถียนหยวนก็หันกลับมาบอกผู้อำนวยการเหมียว "กองกำลังชุดนี้ ผมยกให้คุณสั่งการเลยนะ พวกเราต้องรีบไปห้องผ่าตัดแล้ว"
ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ จะมามัวทักทายปราศรัยอะไรกันอีก พิธีรีตองที่ไม่จำเป็นตัดทิ้งไปให้หมด ผู้อำนวยการเหมียวรีบนำทางเถียนหยวนและคณะมุ่งหน้าไปที่ห้องผ่าตัดทันที
เรื่องแนะนำตัวนายอำเภออู๋กับบรรดาผู้อำนวยการสำนักงานอะไรนั่น งดไปได้เลย ไม่ใช่แค่งดหรอก แต่ลืมไปเสียสนิทเลยต่างหาก
มาถึงห้องผ่าตัด เปลี่ยนเสื้อผ้า สวมหน้ากากและหมวกคลุมผมอย่างรวดเร็ว ไม่มีชักช้า รีบเดินเข้าห้องผ่าตัดไปทันที
คนไข้นอนตะแคงอยู่บนเตียงผ่าตัด หมอเถากำลังช่วยประคองตัวไว้
คนเจ็บที่มีแผลแบบนี้จัดท่ายากมาก ทำได้แค่นอนตะแคงเท่านั้น
ท่านอนตะแคงแบบนี้ รักษาสมดุลได้ยากมาก ทัศนวิสัยในการผ่าตัดก็แย่สุดๆ วิสัญญีแพทย์ก็สอดท่อช่วยหายใจได้ลำบากมากเช่นกัน
มีหมอคนหนึ่งรับหน้าที่จับศีรษะคนไข้ให้แหงนไปด้านหลัง เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง วิสัญญีแพทย์จะได้สอดท่อได้สะดวก
แต่วิสัญญีแพทย์ลองทำอยู่หลายครั้ง ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า
เคสฉุกเฉินแบบนี้หาดูยากมากจริงๆ ดูจากตำแหน่งแล้ว ท่อนไม้เสียบทะลุกะบังลมไปเลย รอบๆ ล้วนรายล้อมไปด้วยอวัยวะสำคัญ ทั้งหัวใจ ปอด ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ม้าม ฯลฯ แค่โดนอวัยวะไหนสักอย่างก็ถึงตายได้แล้ว นี่ถือว่าโชคดีสุดๆ แล้วนะ ที่ยังมีชีวิตรอดมานอนบนเตียงผ่าตัดได้
ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมทั่วไปกับแผนกศัลยกรรมทรวงอกเห็นสภาพแบบนี้แล้ว ก็รู้สึกมืดแปดด้าน ไม่รู้จะเริ่มลงมีดตรงไหนดี
ยิ่งคนมีประสบการณ์ก็ยิ่งกลัว พวกที่กล้าบ้าบิ่นที่สุดก็คือพวกที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่นั่นแหละ ขืนดึงท่อนไม้ออกสุ่มสี่สุ่มห้า คนไข้มีหวังเลือดทะลักตายคาที่ การกู้ชีพก็คงจบเห่ภายในไม่กี่วินาที
ไม่สนเรื่องมารยาทอะไรแล้ว เถียนหยวนออกคำสั่งทันที "ไอ้อ้วน นายจัดการซิ!" ไอ้อ้วนรีบสวมถุงมือทันที
ผู้อำนวยการเหมียวประกาศกร้าว "นี่คือผู้อำนวยการเถียนจากเมืองเอก อุตส่าห์ดั้นด้นมาเป็นกำลังเสริมให้พวกเรา ทุกคนต้องฟังคำสั่งผู้อำนวยการเถียนอย่างเคร่งครัดนะ"
ผู้อำนวยการเถียนงั้นเหรอ? คราวก่อนเคยมาผ่าตัดที่นี่ ทุกคนจำได้ดี เก่งกาจสุดๆ ไปเลย
พอได้ยินว่าเป็นยอดฝีมือจากเมืองเอก ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมทั่วไปกับแผนกศัลยกรรมทรวงอกก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเปราะหนึ่ง
ฝีมือการทำงานของไอ้อ้วนเหลียงเป็นไปในทิศทางเดียวกับความอยากบุหรี่ของเขานั่นแหละ เขาค่อยๆ สอดเบลดช่วยหายใจเข้าไปอย่างเบามือ สอดท่อช่วยหายใจตามเข้าไป ดึงลวดนำทางออก สำเร็จ! สูบลมเข้ากระเปาะยึดท่อ ติดเทปกาวยึดท่อให้แน่น แล้วต่อเข้ากับเครื่องดมยาสลบ
"พวกเราทำไปพร้อมๆ กันเลยดีไหมครับ จะได้ประหยัดเวลาด้วย?" หยางผิงพิจารณาดูบาดแผลของคนเจ็บ
ในพื้นที่ระบบ เขาเคยทำผ่าตัดเคสบาดเจ็บหลายระบบแบบนี้มานับไม่ถ้วนแล้ว เคสจำลองในระบบที่หนักกว่านี้ก็มีถมไป เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
เถียนหยวนมองหน้าหยางผิง "นายเคยทำผ่าตัดแบบนี้ด้วยเหรอ?"
หยางผิงพยักหน้า "เชื่อใจผมเถอะครับ ไม่มีปัญหา คุณรับผิดชอบด้านหลัง ผมรับผิดชอบด้านหน้า เราลงมือพร้อมกันเลย"
"ไม่ได้ ด้านหน้ามันยากเกินไป ตรงนั้นมีทั้งหัวใจ ปอด ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ม้าม ล้อมรอบอยู่เต็มไปหมด ท่อนไม้มันเสียบทะลุตรงกลางระหว่างอวัยวะพวกนั้นพอดี ทั้งเบียดทั้งดึงรั้งอวัยวะพวกนั้น อวัยวะบางส่วนต้องได้รับความเสียหายแน่ๆ ที่ยังไม่ตกเลือดจนตาย ก็เพราะท่อนไม้มันไปกดทับเอาไว้เท่านั้นแหละ"
"เชื่อผมเถอะครับ!" หยางผิงยืนยันหนักแน่น
เถียนหยวนลังเล พอเห็นฝีมือผ่าตัดกระดูกเชิงกรานคราวก่อน หยางผิงก็เหนือกว่าเขาจริงๆ นั่นแหละ แต่ว่าการผ่าตัดเคสนี้น่ะสิ?
มันอันตรายเกินไป ยากเกินไป พลาดแค่นิดเดียว คนไข้มีหวังเลือดทะลักตายคาเตียงผ่าตัดแน่ๆ เรียกได้ว่าเป็นบาดแผลภายนอกที่อันตรายที่สุดเลยก็ว่าได้
นึกถึงตอนที่เขาผ่าตัดกระดูกเชิงกรานที่มีพังผืดเกาะติดกัน ความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคขั้นเทพ การผ่าแยกที่เหนือชั้นราวจับวาง การห้ามเลือดที่แม่นยำราวกับสไนเปอร์จับเป้า
เขาทำได้แน่! เถียนหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจได้
"ไปล้างมือเลย!"
(จบแล้ว)