- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ขั้นเทพ
- บทที่ 82 - ยอมศิโรราบ
บทที่ 82 - ยอมศิโรราบ
บทที่ 82 - ยอมศิโรราบ
บทที่ 82 - ยอมศิโรราบ
เมื่อการเปิดลานผ่าตัดเสร็จสิ้น เท่ากับว่าการผ่าตัดเพิ่งจะผ่านไปเพียงครึ่งทางเท่านั้น ลุยกันต่อ
สำหรับยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ ความยากของการผ่าตัดเคสนี้อยู่ที่ขั้นตอนการเปิดลานผ่าตัด ส่วนการจัดกระดูกและยึดตรึงในขั้นตอนต่อไป หมอจงก็น่าจะทำได้เช่นกัน จุดต่างคงมีเพียงแค่ความเร็วและคุณภาพของงานเท่านั้น
เริ่มจัดกระดูกและยึดตรึงกระดูกเบ้าข้อต่อสะโพกส่วนหน้า ศัลยแพทย์ไม่ได้แค่ชำนาญ แต่เข้าขั้นปรมาจารย์ ทำให้การผ่าตัดที่ยากแสนเข็ญดูง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
จากนั้นก็ตามด้วยกระดูกปีกเชิงกราน กระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ ข้อต่อกระเบนเหน็บร่วมเชิงกรานหลุด กระดูกหัวเหน่า และสุดท้ายคือรอยต่อกระดูกหัวเหน่า
การจัดกระดูกและยึดตรึงมากมายหลายจุด ต่อเนื่องกันเป็นทอดๆ ราบรื่นไม่มีสะดุด จังหวะจะโคนชัดเจน ไม่มีแม้แต่จะหยุดชะงักกลางคันสักสองสามนาทีให้เห็นเลย
แม้แต่ตอนที่ต้องรับมือกับกระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บและข้อต่อกระเบนเหน็บร่วมเชิงกรานหลุด ซึ่งมักจะเจอปัญหาเลือดออกจากกลุ่มหลอดเลือดดำหน้ากระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บที่น่าปวดหัว ก็ยังจัดการได้อย่างชิลๆ ความแม่นยำของคีมจี้ไฟฟ้าแบบสองขั้วสูงมาก ราวกับนักแม่นปืนที่ยิงเป้าเคลื่อนที่ เล็งตรงไหนก็โดนตรงนั้น
แผ่นเหล็กดามกระดูกไม่ว่าจะวางแนวนอน แนวตั้ง หรือแนวเฉียง ก็แนบสนิทไปกับผิวกระดูก ยึดกระดูกที่หักและหลุดได้อย่างแน่นหนามั่นคง
กระบวนการทั้งหมดชวนให้เจริญตาเจริญใจ น่าดูชมเป็นอย่างยิ่ง การผ่าตัดเคสไหนที่มีความน่าดูชมแฝงอยู่ด้วย นั่นแปลว่ามันไม่ใช่แค่การผ่าตัดให้เสร็จๆ ไปแล้ว แต่มันคือการผสมผสานของเทคนิคการผ่าตัดอันล้ำเลิศ ทั้งความเร็ว ความลื่นไหล จังหวะจะโคน และความสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด
หน้าผากของหมอจงชุ่มไปด้วยเหงื่อ เพื่อป้องกันไม่ให้หยดเหงื่อร่วงหล่นลงไปปนเปื้อนบริเวณผ่าตัด พยาบาลผู้ช่วยต้องคอยเตือนอยู่หลายครั้ง กว่าเขาจะรู้สึกตัว แล้วหันหน้าไปให้พยาบาลช่วยซับเหงื่อให้
การผ่าตัดกระดูกหักจากด้านหน้าที่ต้องจัดการทั้งหมด เสร็จสมบูรณ์อย่างราบรื่น
"เดี๋ยวต้องพลิกตัวคนไข้ เพื่อทำผ่าตัดด้านหลังต่อ" ซ่งจื่อโม่เตือน ยังเหลือกระดูกเบ้าข้อต่อสะโพกส่วนหลังที่ต้องจัดการ เขาเกรงว่าหยางผิงจะผ่าตัดเพลินจนลืมไป
"ทำรวดเดียวไปเลย ไม่ต้องพลิกตัวแล้ว" หยางผิงบอก
"มีด!"
รอยกรีดถูกขยายให้ยาวขึ้น เปลี่ยนทิศทาง การลงมีดทางหน้าท้องส่วนล่างบริเวณขาหนีบถูกปรับเปลี่ยนเป็นการลงมีดทางด้านข้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง ศัลยแพทย์พลิกแพลงการลงมีดได้อย่างสร้างสรรค์
การลงมีดทางด้านข้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง เป็นเทคนิคใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ปีมานี้ สามารถจัดการกับกระดูกเบ้าข้อต่อสะโพกหักทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้ผ่านรอยกรีดเพียงรอยเดียว ไม่ต้องเสียเวลาพลิกตัวคนไข้เพื่อผ่าตัดกระดูกเบ้าข้อต่อสะโพกส่วนหลังจากด้านหลังอีก แต่สำหรับเคสกระดูกเบ้าข้อต่อสะโพกส่วนหลังหักรุนแรงที่จัดกระดูกยาก การใช้รอยกรีดนี้เพื่อจัดการทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมกัน ก็ยังถือว่าตึงมืออยู่ดี
ตอนที่ผู้อำนวยการเถียนอยู่สือโป ก็เพราะพิจารณาถึงจุดนี้ ถึงได้ล้มเลิกการใช้รอยกรีดเดียว แล้วหันมาใช้วิธีลงมีดทั้งด้านหน้าและด้านหลังแบบคลาสสิกแทน
"ลงมีดทางด้านข้างกล้ามเนื้อหน้าท้องเหรอ?" ถานป๋ออวิ๋นมองปราดเดียวก็รู้เจตนาของศัลยแพทย์
มาถึงขั้นนี้แล้วยังกล้าใช้การลงมีดทางด้านข้างกล้ามเนื้อหน้าท้องอีก ใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว ถานป๋ออวิ๋นยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง
พังผืดในอุ้งเชิงกรานเกาะติดกันรุนแรงขนาดนี้ รีบจบศึกด้านหน้า แล้วค่อยเปลี่ยนท่าคนไข้ ฆ่าเชื้อปูผ้าใหม่ แล้วผ่าตัดกระดูกเบ้าข้อต่อสะโพกส่วนหลังจากด้านหลัง แบบนั้นจะปลอดภัยและง่ายกว่าเยอะ เพราะดูทรงแล้ว พังผืดพวกนี้น่าจะเกิดจากวัณโรคในอุ้งเชิงกราน ไม่น่าจะลุกลามไปถึงโครงสร้างด้านหลัง
ไอ้หนุ่มนี่! ฝีมือดีแถมยังใจถึงพึ่งได้จริงๆ! ผู้อำนวยการเถียนก็ขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งเหมือนกัน
แต่ว่า ฝีมือของหยางผิงน่ะ เขาเห็นมากับตาตัวเองแล้วตอนที่ช่วยจัดการกับหลอดเลือดมรณะที่หดตัวกลับตอนอยู่สือโป ก็เลยไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงอะไรมากมายนัก
มีดปลายแหลมและคีมจี้ไฟฟ้าแบบสองขั้วที่ใช้จนชินมือ ค่อยๆ เลาะทะลวงลึกลงไปทีละชั้น รวดเร็วและเป็นจังหวะจะโคน เส้นประสาทและหลอดเลือดถูกเปิดเผยและเกี่ยวรั้งออกไป ลำไส้ที่ถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อบุช่องท้องถูกดันหลบไป ช่องว่างถูกผ่าแยกออกมา พังผืดที่เกาะติดกันไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อมีดปลายแหลมและคีมจี้ไฟฟ้าแบบสองขั้วเลยแม้แต่น้อย การผ่าตัดแบบไร้เลือดถูกดำเนินไปจนถึงที่สุด
ถานป๋ออวิ๋นยังไม่ทันจะได้วิจารณ์อะไร การผ่าตัดก็ทะลวงเข้าไปถึงกระดูกเบ้าข้อต่อสะโพกส่วนหลังที่หัก แล้วเริ่มจัดกระดูกและยึดตรึงแล้ว
ในพื้นที่อันคับแคบ กระดูกเบ้าข้อต่อสะโพกส่วนหลังที่หักและจัดทรงยาก กลับถูกจัดให้เข้าที่อย่างง่ายดาย แผ่นเหล็กจำลองถูกสอดเข้าไปเทียบขนาดแล้วดึงออกมา ดัดรูปทรงเรียบร้อย ซูอี๋เซวียนก็ส่งแผ่นเหล็กของจริงกับคีมดัดแผ่นเหล็กมาให้พอดี
ซ่งจื่อโม่รีบใช้คีมหนีบแผ่นเหล็กไว้ หยางผิงขยับมือแค่ไม่กี่ที แผ่นเหล็กก็ถูกดัดจนเข้ารูป พอเอาไปเทียบกับแผ่นเหล็กจำลอง ก็พบว่าโค้งงอได้องศาเป๊ะๆ ด้วยความเร็วระดับเดียวกัน แผ่นเหล็กอีกชิ้นก็ถูกดัดจนเสร็จ
วางแผ่นเหล็กเข้าไป เจาะรู ขันสกรู เอกซเรย์!
หมอจงยังคงอยู่ในอาการเหม่อลอย จางหลินเข็นเครื่องเอกซเรย์ซีอาร์มเข้ามาแล้ว ทุกคนจึงหลบออกไป
เอกซเรย์เสร็จ ก็กลับเข้ามาในห้องผ่าตัด
ภาพเอกซเรย์บนหน้าจอ ทั้งมุมตรง มุมเงย มุมก้ม มุมเอกซเรย์ทั้งหลาย ล้วนแสดงให้เห็นว่ากระดูกที่หักถูกจัดให้เข้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ ตำแหน่งของแผ่นเหล็กและสกรูน่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง
พอลองขยับข้อต่อสะโพกดู ก็ไม่มีเสียงดังกึกกัก สกรูไม่ได้ทะลุเข้าไปในช่องข้อต่อแต่อย่างใด
ฝีมือมันคนละชั้นกันเลยจริงๆ หมอจงลืมความอับอายก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น แล้วหันมาสนใจการผ่าตัดอันสมบูรณ์แบบตรงหน้าแทน
หลังมือที่ถูกหยางผิงเคาะ ตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บแปลบๆ อยู่เลย ความรู้สึกเหนือกว่าที่พกติดตัวมาตอนแรก ตอนนี้ถูกสาดน้ำดับจนมอดสนิท
ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งที่สอง ฝีมือเขาก็ถือว่ามีที่ยืนอยู่บ้าง พอตามผู้อำนวยการถานมา ถึงจะไม่ได้กร่างคับฟ้า แต่ก็ถือว่าพอจะเชิดหน้าชูตาได้ไม่อายใคร
แพทย์แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อที่สามารถเป็นศัลยแพทย์ผู้ลงมีดผ่าตัดกระดูกเชิงกรานที่ซับซ้อนได้เนี่ย ไปอยู่โรงพยาบาลใหญ่ๆ ก็สามารถตั้งตัวเป็นใหญ่เปิดแผนกเองได้สบายๆ
ซวยชะมัด ทำผ่าตัดกระดูกเชิงกรานมาตั้งเยอะ ไม่เคยเจอเคสไหนพิสดารขนาดนี้มาก่อนเลย การผ่าตัดกระดูกเชิงกรานเคสนี้ แม่งเอ๊ย ข้างในมีแต่พังผืดรอยแผลเป็นเกาะติดกันเต็มไปหมด เหมือนเอาเส้นบะหมี่สุกไปทิ้งไว้หลายๆ วัน จนมันจับตัวเป็นก้อนแป้ง แล้วจะไปแยกเส้นบะหมี่ออกมาทีละเส้นได้ยังไงวะ
แต่เขากลับทำได้ แยกบะหมี่ออกมาได้ทีละเส้นจริงๆ
เฮ้อ! ดวง! มันเป็นเรื่องของดวงแท้ๆ!
ถ้าไม่ใช่เพราะดวงซวย ป่านนี้เขาคงได้รับสายตาชื่นชมที่เจิดจ้ากว่าแสงอาทิตย์ตรงเส้นศูนย์สูตรไปแล้ว
หมอจงทอดถอนใจ โชคไม่เข้าข้าง ม้าศึกไม่ยอมวิ่ง ในหัวมีแต่เสียงอื้ออึง เหมือนโดนครอบด้วยอะไรสักอย่าง มึนๆ งงๆ
เมื่อกี้ตอนที่เอกซเรย์ จางหลินเรียกตั้งสองรอบ กว่าเขาจะได้ยิน แล้วเดินตามทุกคนออกไปหลบรังสี
"เพอร์เฟกต์!"
"เลิกงาน!"
พยาบาลผู้ช่วยเริ่มนับจำนวนผ้าก๊อซและเครื่องมือ พร้อมกับคำนวณปริมาณเลือดที่เสียไป
ซ่งจื่อโม่พูดขึ้น "ศิษย์พี่ เหนื่อยหน่อยนะครับ พี่ลงไปพักเถอะ เดี๋ยวผมกับหมอจงเย็บปิดแผลเอง หมอจง ไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ?"
"ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา" หมอจงรีบกลับไปยืนประจำที่ที่เตียงผ่าตัด ตอนนี้เขากลายสภาพเป็นลูกข่างไปแล้ว ใครสั่งให้ทำอะไรก็ทำตามนั้น
หยางผิงเริ่มถอดชุดผ่าตัดและถุงมือ เสี่ยวอู่ก็เข้ามาช่วยถอดให้
"คุณพักผ่อนหน่อยเถอะ!" ซูอี๋เซวียนบอก สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งรักใคร่ ชื่นชม และซาบซึ้งใจปะปนกันไปหมด
"ไม่เป็นไรใช่ไหม?" หยางผิงชี้ไปที่มือของเธอ
ซูอี๋เซวียนส่ายหน้า รู้สึกหวานล้ำในใจ
ล้างแผล ใส่สายระบายเลือด เย็บแผลทีละชั้น
การผ่าตัดก็จบลงเพียงเท่านี้
"ศิษย์พี่ใหญ่เทพเกินไปแล้ว"
"ใช่ๆ ดูสิ หมอจากโรงพยาบาลแห่งที่สองคนนั้นหงอไปเลย"
"การผ่าตัดยากขนาดนี้ยังเอาอยู่ แถมยังทำออกมาได้เนี้ยบขนาดนี้ ขอคารวะเลย!"
ห้องข้างๆ เริ่มมีเสียงฮือฮาเบาๆ ขอแค่ไม่ใช่คนหัวทึบจนเกินไป ก็คงสัมผัสได้ถึงความหมายของการผ่าตัดในครั้งนี้
ศักดิ์ศรี! ไม่ใช่แค่ศักดิ์ศรีของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นศักดิ์ศรีของทั้งทีม
และตอนนี้ ศักดิ์ศรีนั้นได้รับการปกป้องไว้อย่างแข็งแกร่งแล้ว!
"ติ๊งต่อง! ภารกิจสำเร็จลุล่วง: ศึกแห่งศักดิ์ศรี การผ่าตัดกระดูกเชิงกรานระดับความยากสูงสุดหนึ่งเคส การผ่าตัดสมบูรณ์แบบ ปกป้องศักดิ์ศรีของทีมได้สำเร็จ รางวัลหนึ่งหมื่นคะแนน"
"กระดูกเชิงกรานแบบนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ แทบจะเป็นการผ่าตัดแบบไร้เลือดเลย เก่งเกินไปแล้ว" ด็อกเตอร์จินเอ่ยปากชม
ผู้อำนวยการโอวหยางเสริม "ฝีมือผ่าตัดของสองคนนี้มันคนละชั้นกันเลยนะ ฝีมือของเสี่ยวหยางนี่เข้าขั้นประณีตไร้ที่ติจริงๆ!"
ผู้อำนวยการป๋ายยิ้มหน้าบาน "ยังไงซะคนหนุ่มของซานปั๋วเราก็เก๋าเกมกว่า"
"ผู้อำนวยการถาน?" หัวหน้าหานหยุดเคาะนิ้วบนต้นขา
ถานป๋ออวิ๋นไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
"ผู้อำนวยการถาน?" หัวหน้าหานเรียกเสียงดังขึ้นอีกนิด
"อ้อ!" ถานป๋ออวิ๋นสะดุ้งตื่นจากภวังค์
การผ่าตัดจบแล้วเหรอ? เร็วอะไรขนาดนี้เนี่ย
การผ่าตัดเคสนี้ พูดจริงๆ นะ หาที่ติตรงไหนไม่ได้เลย
ถานป๋ออวิ๋นพูดแก้เก้อ "หัวหน้าหานมีแต่ขุนพลยอดฝีมืออยู่ใต้บังคับบัญชาทั้งนั้นเลยนะครับ แค่เถียนหยวนคนเดียวก็สุดยอดแล้ว นี่ยังมีขุนศึกวัยเยาว์แบบนี้อีก คลื่นลูกใหม่มาแรงจริงๆ ไม่ธรรมดาเลย ไม่ธรรมดา โรงพยาบาลแห่งที่สองของเราคงต้องยอมศิโรราบให้เลยล่ะครับ"
"พี่ถานก็อย่าเพิ่งยกยอพวกผมเกินไปเลยครับ ต่อไปพี่ถานต่างหากที่จะเป็นขุนพลมือขวาของหัวหน้าหานน่ะ" เถียนหยวนขยับเข้าไปพูดด้วย
"ที่ไหนกัน ที่ไหนกัน!" ผู้อำนวยการถานรู้สึกร้อนผ่าวที่หลังคอ
"วันหน้าแผนกศัลยกรรมจุลศัลยศาสตร์อุบัติเหตุคงต้องพึ่งพาผู้อำนวยการถานเป็นผู้นำ พัฒนาให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้วล่ะครับ" หัวหน้าหานตบไหล่ถานป๋ออวิ๋นเบาๆ
"ภายใต้การนำของหัวหน้าหาน พวกเราจะทุ่มเททำงานอย่างสุดความสามารถแน่นอนครับ" ถานป๋ออวิ๋นรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงไปถนัดตา
ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งที่สอง ถานป๋ออวิ๋นไม่ค่อยลงรอยกับหัวหน้าแผนกใหญ่เท่าไหร่นัก มักจะแข็งข้ออยู่เสมอ การย้ายมาที่ซานปั๋วคราวนี้ พูดตามตรง เขาก็แอบหวังลึกๆ ว่าจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแผนกกระดูกและข้อชุดใหญ่ แต่ตอนนี้โดนการผ่าตัดเคสนี้ตบหน้าฉาดใหญ่จนไปไม่เป็น ยอมศิโรราบอย่างราบคาบ ไม่กล้าคิดมักใหญ่ใฝ่สูงอีกแล้ว ขอแค่ได้นั่งเก้าอี้หัวหน้าแผนกศัลยกรรมจุลศัลยศาสตร์อุบัติเหตุให้มั่นคง สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในวัยที่พละกำลังยังเต็มเปี่ยมก็พอแล้ว
"เถียนหยวน คุณพาผู้อำนวยการถานเดินดูรอบๆ ทำความคุ้นเคยกับห้องผ่าตัดหน่อยนะ ผมมีธุระ ขอตัวก่อน"
หัวหน้าหานลุกขึ้นยืน ถานป๋ออวิ๋นกับเถียนหยวนก็ลุกขึ้นตาม
หัวหน้าหานผายมือเชิญ "ผู้อำนวยการถาน เชิญครับ!"
ถานป๋ออวิ๋นรีบค้อมตัวผายมือกลับทันที "หัวหน้าหานเชิญก่อนเลยครับ หัวหน้าหานเชิญก่อน"
หัวหน้าหานจับมือเขา "งั้นตกลงตามนี้ พวกคุณเดินดูไปก่อนนะ เดี๋ยวตอนเย็นค่อยไปสังสรรค์กัน ผู้อำนวยการเซี่ยเป็นเจ้ามือจัดงานเลี้ยงต้อนรับด้วยตัวเองเลยนะ"
"เชิญคุณตามสบายเลยครับ เดี๋ยวตอนเย็นค่อยคุยกันใหม่!" ความเย่อหยิ่งของถานป๋ออวิ๋นถูกพับเก็บเข้ากรุจนมิด เมื่ออยู่ต่อหน้าหัวหน้าหาน
หัวหน้าหานก้าวฉับๆ ออกไป เถียนหยวนก็พูดขึ้น "ผู้อำนวยการถาน พวกเราไปเดินดูด้วยกันเถอะครับ จะได้คุ้นเคยกับห้องผ่าตัดฝั่งนี้"
"อืม! ผู้อำนวยการเถียนเชิญนำไปเลยครับ" ถานป๋ออวิ๋นพูดด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนจากใจจริงที่มีต่อผู้อำนวยการเถียนเพิ่มขึ้นมาอีกหลายส่วน
หมอจงก็เดินออกมาพอดี พอเห็นผู้อำนวยการถาน ก็เรียก "ผู้อำนวยการ!" ใบหน้าฉายแววละอายใจ
ผู้อำนวยการถานตบไหล่เขาเบาๆ "ไป ไปเดินดูห้องผ่าตัดกับผู้อำนวยการเถียนด้วยกันเถอะ"
ความหมายก็คือ ไม่เป็นไร ไม่ต้องเก็บไปคิดมากหรอก
(จบแล้ว)