- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ขั้นเทพ
- บทที่ 77 - พี่น้อง
บทที่ 77 - พี่น้อง
บทที่ 77 - พี่น้อง
บทที่ 77 - พี่น้อง
เขาง่วนอยู่จนถึงตีสองกว่า ถึงจะแก้สไลด์นำเสนอของซูอี๋เซวียนเสร็จ หลักๆ ก็เพื่อโชว์พาวเวอร์ให้เห็นถึงฝีมือ เลยแก้แล้วแก้อีก ปลุกปล้ำอยู่พักใหญ่
พอแก้เสร็จ ก็ส่งสไลด์ไปทางวีแชต ให้เสี่ยวซูดูว่าถูกใจไหม พอส่งเสร็จดูเวลา ตีสองกว่าแล้ว ป่านนี้คนอื่นคงหลับไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
ศัลยแพทย์มีความสามารถในการอดนอนเป็นเลิศ วันรุ่งขึ้นหยางผิงก็ยังตื่นมาด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิม ตอนเช้าทำอะไรกินเองง่ายๆ เสี่ยวอู่ก็โทรมา "เดี๋ยวผมขับรถไปรับพี่ไปทำงานนะ!"
"น้องรัก ปล่อยพี่ไปเถอะ พี่เดินสิบกว่านาทีก็ถึงบ้านแล้ว เมื่อวานแกเล่นขับซะครึ่งชั่วโมง" หยางผิงโอดครวญ
"พี่ดูข้างนอกสิ วันนี้ฝนตกหนักนะ" เสี่ยวอู่ทัก
ฝนตกหนัก งั้นก็หยวนๆ ไป อย่างน้อยรองเท้าก็ไม่เปียก เอาเถอะ นั่งรถมันไปก็ได้
"เออ รอแป๊บ!" หยางผิงตอบตกลง
ไม่รู้ว่าใครสอดโบรชัวร์แผ่นหนึ่งเข้ามาใต้ร่องประตู หยางผิงเก็บขึ้นมาดู เป็นโฆษณาขายบ้าน ดูไว้ก็ไม่เสียหาย ตอนนี้ยังไม่มีเงิน แต่วันหน้ายังไงก็ต้องซื้ออยู่ดี
หยางผิงหยิบแผ่นโฆษณาติดมือลงไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ขึ้นไปนั่งในรถ แล้วเริ่มเปิดดู
เสี่ยวอู่ทัก "ขยันจังแฮะ ระหว่างทางไปทำงานยังจะอ่านหนังสืออีก?" พอหันไปมอง อ้าว โฆษณาขายบ้านนี่หว่า
"ก็แค่ดูเพลินๆ" หยางผิงตอบแบบไม่ใส่ใจ
ส่งเวร ตรวจวอร์ด เข้าผ่าตัด ชีวิตศัลยแพทย์ก็วนเวียนอยู่กับสามจุดนี้แหละ
"เฮ้ย! ฉันไม่ไหวแล้วว่ะ ถ้าเกิดมีเคสผ่าตัดไหนที่นายอยากทำ ก็เลือกเอาตามสบายเลยนะ ถือว่าไม่ผิดข้อตกลง!" ซ่งจื่อโม่ร้องเรียกหยางผิงที่กำลังนอนพักอยู่บนม้านั่งในห้องพัก
หยางผิงตอบเสียงเนือยๆ "คิดจะบีบให้พ่อผิดคำพูดเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
ซ่งจื่อโม่พูดลอยๆ "บอกไว้ก่อนนะ โอกาสทองแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ จะเลือกหรือไม่เลือก?"
ดูท่าทางเขาจริงใจ ไม่น่าจะมีเจตนาร้ายอะไร สงสัยคุณชายซ่งคงจะรับไม่ไหวแล้วจริงๆ หยางผิงเลยใจอ่อน "งั้นเอาเคสต่อต่อนิ้วขาดแล้วกัน?"
ซ่งจื่อโม่ปากตอบ "ตกลง!"
แต่ในใจคิด หมอนี่คงร้อนเงินจริงๆ นั่นแหละ ถึงได้เลือกแต่เคสผ่าตัดที่ยุ่งยากที่สุด แน่นอนว่าสำหรับพวกเขาสองคนตอนนี้ การต่อต่อนิ้วขาดมันก็ง่ายพอกับการล้างแผลเย็บแผลนั่นแหละ
ต้องรีบเปลี่ยนป้ายชื่อแผนกเป็นแผนกศัลยกรรมจุลศัลยศาสตร์อุบัติเหตุให้เร็วที่สุดซะแล้ว นี่เล่นต่อต่อนิ้วเฉลี่ยวันละสองเคส ขยันอีกหน่อยก็สูสีกับโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรมมือแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะรีบทำภารกิจรองให้เสร็จเร็วๆ ให้ตายก็ไม่ยอมตกหลุมพรางไอ้หมอนี่หรอก หัวหน้าหานจะพาทุกคนไปเปิดพื้นที่ใหม่ที่ตึกหัวเฉียว หยางผิงกังวลว่าพอไปถึงที่นั่น จะไม่มีเคสต่อต่อนิ้วให้ทำ แล้วภารกิจรองก็จะไม่มีวันสำเร็จ
ตอนเที่ยงต่อต่อนิ้วรวดเดียวสองเคส พอผ่าตัดเสร็จ ความคืบหน้าของภารกิจรองก็ขยับขึ้นมาอีกนิด ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป อีกอาทิตย์เดียวก็คงปิดจ๊อบได้
"คืนนี้! ร้านไอ้หัวเหลือง ไปสังสรรค์กันหน่อย จองห้องส่วนตัวไว้แล้ว มีแค่พวกเราสี่คน" เสี่ยวอู่เดินมาบอกหยางผิงที่ห้องพัก
"ซ่งจื่อโม่ก็ไปด้วยเหรอ?" หยางผิงถาม
ปกติหมอนี่แทบไม่แตะร้านอาหารแบบนี้เลย ตอนนี้กลมกลืนกับชาวบ้านชาวช่องเขาแล้วเหรอ?
"เดี๋ยวนี้ขอแค่ศิษย์พี่ไป เขาก็ไปแน่นอน คนเรามันเปลี่ยนกันได้น่ะ อย่าลืมงานเลี้ยงคืนนี้นะ" เสี่ยวอู่พูดจบก็กลับไปผ่าตัดต่อ
นอนงีบต่อบนม้านั่งอีกสักพัก
เสี่ยวซูส่งข้อความวีแชตมา "ขอบคุณน้า วันนี้บรรยายราบรื่นมาก มีแต่คนชมว่าสไลด์สวย หัวหน้าพยาบาลถึงกับก๊อปไฟล์สไลด์ฉันเก็บไว้เลย บอกว่าวันหลังจะเอาไว้ใช้อบรมพยาบาลฝึกหัด"
หยางผิงหาวหวอด แม่หนูน้อยเอ๊ย เมื่อวานพี่ต้องถ่างตาแก้สไลด์ให้จนถึงตีสองกว่า ของที่ออกมาจะธรรมดาได้ไงเล่า?
"เมื่อวานคุณทำจนถึงตีสองกว่าเลยเหรอ?" เสี่ยวซูส่งข้อความมา สงสัยคงเห็นเวลาตอนที่ส่งไฟล์ไป
หยางผิงพิมพ์ตอบกลับ "ไม่เป็นไรหรอกครับ งานที่ท่านผู้นำซูสั่ง ต่อให้ต้องทำยันสว่างก็ต้องปั่นให้เสร็จครับ"
"ทำไมถึงต้องอดหลับอดนอนด้วยล่ะ แค่แก้ให้คร่าวๆ ก็พอแล้วนี่นา"
"ศัลยแพทย์ การอดนอนถือเป็นวิชาพื้นฐานครับ"
"ไม่คุยด้วยแล้ว หัวหน้าพยาบาลมอบหมายงานใหม่มาอีกแล้ว ช่วงนี้ฉันต้องเป็นพี่เลี้ยงพยาบาลฝึกหัดที่เพิ่งเข้ามาใหม่น่ะ"
"ร้านหม้อไฟไอ้หัวเหลือง ห้องส่วนตัวชั้นสอง เร็วเข้า!" เสี่ยวอู่โทรมาเร่ง
ไหนบอกจะไปด้วยกันไง? ไอ้พวกนี้ ทิ้งให้เขาไปคนเดียวเฉยเลย หยางผิงรีบวิ่งไปที่ร้านหม้อไฟ
พอผลักประตูเข้าไป ซ่งจื่อโม่ เสี่ยวอู่ จางหลินก็มากันครบแล้ว พวกเขาพร้อมใจกันหันมามองหยางผิง บรรยากาศไม่ชอบมาพากลเลยแฮะ รู้สึกแปลกๆ งานเลี้ยงซ่อนดาบ? มีคำนี้ผุดขึ้นมาในหัวหยางผิง
"ไม่เป็นไรกันใช่ไหม? พวกนายเนี่ย?" หยางผิงเดินเข้าไปอย่างระแวดระวัง กลัวจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน
"นั่งๆ! ไม่มีอะไร" ซ่งจื่อโม่เลื่อนเก้าอี้ให้
หยางผิงมองเก้าอี้ ไม่มีหมุด ไม่มีกาว "แน่ใจนะว่าไม่มีอะไร พวกนาย สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย ทำไมเครียดกันจัง วันนี้ผ่าตัดพลาดเหรอ?"
"นายก็ล้มตัวนั่งก่อนเถอะ!" ซ่งจื่อโม่บอก
หยางผิงรู้สึกขนลุก นั่งลงตามคำบอก
จางหลินรินชาให้ เสี่ยวอู่เดินไปปิดประตู เวรเอ๊ย นี่มันหมายความว่าไงวะ หยางผิงเริ่มขนลุกซู่หนักกว่าเดิม ขนลุกจนจะตั้งชันเป็นเม่นอยู่แล้ว
"ศิษย์พี่! คืออย่างนี้นะ—— ซ่งจื่อโม่ นายพูดดิ พูดเลย" เสี่ยวอู่อึกอัก
ซ่งจื่อโม่ก็อ้ำอึ้งไม่แพ้กัน "คือว่า คือว่า เสี่ยวอู่ นายพูดสิ ตกลงกันแล้วไง ว่าให้นายพูด?"
"สถานการณ์มันเป็นยังไง? พวกนายผ่าตัดมีปัญหาจริงๆ เหรอ? รายงานหัวหน้าหานหรือยัง ตกลงมันเรื่องอะไร รีบๆ เล่ามา อย่ามัวแต่อมพะนำ จะได้ช่วยกันคิดหาทางแก้" หยางผิงชักจะรู้สึกว่าเรื่องชักจะไปกันใหญ่ ไม่เข้าท่าแล้ว
จางหลินเริ่มมีน้ำโห "พวกนายสองคน วันนี้ทำไมพูดจาติดๆ ขัดๆ นัก ฉันพูดเอง"
เขายกป้านชาขึ้นมารินเพิ่มให้หยางผิง "ศิษย์พี่ พี่นี่แย่มากเลยนะ พี่กับเสี่ยวซูจะแต่งงานกันอยู่แล้ว ยังไม่ยอมบอกพวกเราสักคำ ดูถูกพวกเรา ไม่เห็นพวกเราเป็นพี่น้องเลยใช่ไหม"
"พวกนาย? เดี๋ยว ไม่ใช่นะ ฟังฉันอธิบายก่อน--" หยางผิงถึงกับมึนตึ้บ ไอ้อาการอึกอักตั้งนานนม ก็เพื่อจะพูดเรื่องนี้เนี่ยนะ?
จางหลินวางป้านชาลง โบกมือห้าม "ตอนนี้พี่ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พวกเรารู้เรื่องหมดแล้ว อีกไม่กี่วันพวกพี่จะไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง พี่ก็เตรียมตัวซื้อบ้าน ตอนนี้กำลังช็อต เลยบ้าดีเดือดรับผ่าตัดรัวๆ พี่ไม่ปริปากบอกพวกเรา ก็ไม่ได้แปลว่าพวกเราจะไม่เป็นห่วงพี่นะเว้ย ทุกคนเห็นแล้วก็ร้อนใจกันทั้งนั้นแหละ ลูกพี่ สถานการณ์ของผมพี่ก็รู้ เพิ่งจะซื้อบ้านไป วางมัดจำไปแล้ว ในมือก็เลยไม่ค่อยมีเงินเหลือเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ต้องช่วยสมทบทุนพี่หน่อย ตอนนี้ผมพอจะให้ได้ห้าหมื่น"
พอจางหลินเปิดประเด็นปุ๊บ
"ทางผมแสนนึงไม่มีปัญหา ผมมันพวกมนุษย์เงินเดือนชนเดือน ศิษย์พี่ก็รู้ แสนนึงนี่ผมไปยืมเสี่ยวชิงมา ถ้าไม่พอ เดี๋ยวผมไปหาทางอื่นเพิ่ม" เสี่ยวอู่พูดอย่างจริงจัง
ซ่งจื่อโม่เสริมต่อ "ฉันมีเงินเก็บเยอะหน่อย เงินของฉันส่วนใหญ่ นอกจากกินใช้เอง ก็คือเก็บออม บ้านกับรถก็ไม่ต้องซื้อเอง ที่บ้านจัดการให้หมด ลองดูสิว่าเงินดาวน์ยังขาดอีกเท่าไหร่ ส่วนที่เหลือ ฉันจะหามาสมทบให้เอง"
หยางผิงโดนไอ้พวกนี้ปั่นหัวจนมึนไปหมดแล้ว กับเสี่ยวซูน่ะ เขายังไม่ได้จับมือด้วยซ้ำ พวกนี้ดันบอกว่าเตรียมจะแต่งงาน แล้วยังมีถ่ายรูปพรีเวดดิ้งอะไรอีก ข่าวลือพวกนี้มันมาจากไหน ไม่มีมูลความจริงเลยสักนิด ดันมานั่งสุมหัวกันช่วยระดมทุนหาเงินดาวน์บ้านเนี่ยนะ
หยางผิงส่ายหน้า ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า "อันดับแรกนะ ขอบอกพวกนายก่อนเลย ฉันกับเสี่ยวซูยังไม่ได้ตกลงคบกันเป็นแฟนเลยเว้ย แค่มีใจให้กันนิดหน่อยก็แค่นั้น พวกนายไปเอาข่าวมาจากไหนเนี่ย ถึงได้เป็นตุเป็นตะว่าฉันกับเสี่ยวซูจะแต่งงานกันน่ะ?"
คราวนี้กลายเป็นพวกเขาสามคนที่มึนตึ้บไปเลย
"ซ่งจื่อโม่! พูดสิ ป่านนี้ยังจะปากแข็งอยู่อีก!" จางหลินโวยวาย
ซ่งจื่อโม่พูดจาเนิบนาบ มั่นใจเต็มเปี่ยม "ช่วงนี้นายแย่งคิวผ่าตัดอย่างบ้าคลั่ง ฉันก็ว่ามันทะแม่งๆ แล้ว มันไม่ใช่วิสัยของนายเลย เสี่ยวอู่เดาว่านายกับซูอี๋เซวียนคงจะแต่งงานกันแน่ๆ ฉันก็ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่เมื่อคืนก่อน ตอนกินข้าวที่สือโปน่ะ นายส่งข้อความหาสาวซูอี๋เซวียนตอนนั่งอยู่ข้างๆ ฉัน อย่าหาว่าฉันแอบดูความเป็นส่วนตัวของนายเลยนะ ฉันเหลือบไปเห็นด้วยหางตาต่างหาก นายตกลงกับเธอว่าอีกไม่กี่วันจะไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้งด้วยกัน หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้"
"ซ่งจื่อโม่เอ๊ย คุณชายซ่งเอ๊ย ปกตินายก็ไอคิวสูงใช้ได้ไม่ใช่เหรอวะ คืนนั้น เสี่ยวซูเขามาขอรูปถ่ายฉัน เพื่อเอาไปติดบอร์ดแนะนำบุคลากรหน้าห้องผ่าตัดเว้ย ฉันก็เลยบอกเขาไปว่าอีกสองสามวันจะไปถ่ายรูป" หยางผิงแทบจะกระอักเลือด
"แล้วที่ช่วงนี้พี่บ้าดีเดือดแย่งคิวผ่าตัดล่ะ จะอธิบายว่าไง?" จางหลินถาม
"ก็ฉันอยากจะลองดูขีดจำกัดของตัวเองไง ว่าวันนึงจะทนผ่าตัดได้สักกี่เคส" หยางผิงอ้าง
"แล้วเรื่องซื้อบ้านล่ะ?" เสี่ยวอู่ซักไซ้
"ซื้อบ้านอะไรอีกล่ะ?" หยางผิงงงเป็นไก่ตาแตก
"ถ้าไม่ได้คิดจะซื้อบ้าน แล้วพี่จะไปนั่งส่องโฆษณาขายบ้านทำไมล่ะ" เสี่ยวอู่ไม่ยอมเชื่อ
ปวดหัวตึ้บ!
"แชตในวีแชตยังไม่ได้ลบ รอเดี๋ยว ข้อความอื่นดูไม่ได้นะ ดูได้แค่ข้อความนี้แหละ ฉันหาแป๊บ" หยางผิงเปิดแชตที่คุยกับซูอี๋เซวียนขึ้นมาให้ทุกคนดู
"เชี่ยเอ๊ย! ไม่ใช่จริงๆ ด้วย"
หน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยทีนี้!
ซ่งจื่อโม่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้
(จบแล้ว)