- หน้าแรก
- การเป็นเซียนเริ่มต้นจากการขุดเหมือง
- ตอนที่ 117 วิชาตีอาวุธกลไก (ฟรี)
ตอนที่ 117 วิชาตีอาวุธกลไก (ฟรี)
ตอนที่ 117 วิชาตีอาวุธกลไก (ฟรี)
ตอนที่ 117 วิชาตีอาวุธกลไก
หงป่ายชวนแช่งชักหักกระดูกหยินหงในใจ แต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้ม “พี่หยินไม่เป็นไรหรอก ด้วยพรสวรรค์ของอวิ๋นฟาน ย่อมต้องเป็นที่จับตามองของยุทธภพอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้ต่อไปคงเป็นเรื่องปกติ”
หยินหงหัวเราะฮ่าๆ สองที ประสานมือไม่พูดอะไรอีก หันหลังเดินตามศิษย์นำทางของถ้ำเทียนกงไปเลือกอาวุธที่คลังอาวุธ
จ้านเหยียนรู้สึกภูมิใจมากที่สวีอวิ๋นฟานปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เขายื่นมือไปตบไหล่สวีอวิ๋นฟาน
“ไอ้หนู ข้าดูคนไม่ผิดจริงๆ”
สวีอวิ๋นฟานฉีกยิ้มกว้าง “ท่านอาจารย์วางใจได้เลย”
พูดเป็นเล่น เขามีหน้าจอระบบอยู่แล้ว จะไปสำนักเก้าสุริยันทำไม
สำนักยิ่งระดับสูง การแข่งขันก็ยิ่งสูง คงเหนื่อยตายเลย ไม่เหมือนถ้ำเทียนกงที่สบายกว่าเยอะ
อาจารย์ก็รัก ศิษย์พี่ศิษย์น้องก็เป็นมิตร ส่วนความสัมพันธ์กับหน่วยอื่นถึงจะแย่ไปหน่อย แต่หลังจากวันนี้ คงต้องหดหัวอยู่ในกระดองกันหมดแหละ
หงป่ายชวนหัวเราะเสียงดังดุจระฆัง ฝ่ามือจู่ๆ ก็กดลงบนกระถางทองแดงเหนือลานประลอง
ลายสัตว์นับร้อยที่สลักบนกระถางสั่นสะเทือนตามพลังฝ่ามือ พลังที่แผ่ออกมาพัดเอาเสื้อผ้าของทุกคนปลิวไสว จนลืมตาแทบไม่ขึ้น
“อวิ๋นฟาน รอเจ้าทะลวงขั้นสามผสานภายนอกเมื่อไหร่ มาหาข้า ข้าจะสอนวิชาหลอมชีพจรเทียนกงให้”
พูดยังไม่ทันขาดคำ นิ้วทั้งห้าก็ออกแรง บีบขอบกระถางทองแดงหนาสามนิ้วจนเป็นรอยนิ้วมือห้ารอย “วิชานี้สามารถขัดเกลาอวัยวะภายในให้แข็งแกร่งดุจเหล็กนิล ในแปดสำนักแห่งชางโจว มีแค่ที่นี่ที่เดียว!”
จ้านเหยียนได้ยินก็ตาลุกวาว รีบเร่งสวีอวิ๋นฟาน “ยังไม่รีบขอบคุณท่านเจ้าเมืองอีก วิชานี้ฝึกได้ถึงขั้นฝึกอวัยวะภายใน ในแปดสำนักแห่งชางโจว มีแค่ถ้ำเทียนกงที่มีสืบทอดมาพันปี เป็นของหายากเลยนะ”
สวีอวิ๋นฟานได้ยินก็ดีใจรีบขอบคุณ มีวิชาเยอะย่อมดีอยู่แล้ว สุดยอดวิชามีเยอะแค่ไหนก็ไม่เกี่ยง
ลูกกระเดือกเขาขยับ รีบประสานมือทำความเคารพ ข้อนิ้วเคาะที่อกส่งเสียงดังกังวาน “ขอบคุณท่านเจ้าเมืองที่สั่งสอน!”
หงป่ายชวนยิ้มกว้าง พยักหน้า “ข้าไปที่คลังอาวุธก่อนนะ ผู้อาวุโสหยินแห่งสำนักเก้าสุริยันอยู่ที่นั่น ข้าไม่ไปดูแลไม่ได้”
หลังจากหงป่ายชวนจากไป จ้านเหยียนก็พูดต่อ “วันนี้เจ้าสู้ติดกันสองรอบ คงเหนื่อยมาก ไปพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้อาจารย์จะไปหา จะสอนวิชาค้อนพันจินสะเทือนภูผาให้”
สวีอวิ๋นฟานย่อมรับปาก
ตอนนี้เขาใช้ค้อนหนักได้คล่องมือมาก ไม่ค่อยสนใจพวกดาบกระบี่ที่ดูนุ่มนิ่มเท่าไหร่
อย่างฉีหวน ที่ใช้กระบี่คลื่นซ้อนเร็วปานสายฟ้าแลบ ขยับข้อมือนิดเดียว ปลายกระบี่ก็กลายเป็นดาวเจ็ดแฉก เกิดประกายไฟได้กลางอากาศเลย
แต่แล้วไงล่ะ ค้อนหนักฟาดลงไปทีเดียว อีกฝ่ายก็กลัวกระบี่หัก ต้องรีบเปลี่ยนกระบวนท่าหนี
เขากระชับกล่องเหล็กที่หลังให้แน่นขึ้น เสียงเสียดสีของตัวล็อกเหล็กกล้าดังกังวานชัดเจนท่ามกลางเสียงศิษย์หน่วยเทียนกงที่กำลังทำความสะอาดลานประลอง สวีอวิ๋นฟานกระชับกล่องเหล็กหนาเจ็ดนิ้วที่หลังให้แน่นขึ้น กระบองทองสุกในกล่องสั่นสะเทือนเบาๆ
เขาดีดฝากล่องดังป๊อก ฟังเสียงสะท้อนทุ้มๆ พลางคิด “รอทะลวงขั้นสามผสานเมื่อไหร่ สงสัยต้องหลอมกล่องใหม่ด้วยเหล็กนิลซะแล้ว”
ตอนอยู่ถ้ำเทียนกงมาสักพัก ฝูจิ้นเคยบอกว่า ถ้าทำกล่องใส่ดีๆ จะสามารถปิดบังกลิ่นอายของอาวุธเทพไม่ให้เล็ดลอดออกมาได้เลย
กล่องใส่อาวุธชั้นยอดจริงๆ ต้องเก็บงำอาวุธเทพให้เหมือนงูดำจำศีล ว่ากันว่าตอนที่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งหุบเขาศาสตราเทพสะพายอาวุธเทพกระบี่หลงหยวนเดินสายไปตามเก้าสำนักใหญ่ พวกปรมาจารย์ตั้งหลายคนยังมองไม่ออกเลยตั้งสามวัน
วิธีนี้ท่านอาจารย์จ้านเหยียนก็ทำเป็น ศิษย์พี่ฝูจิ้นก็ทำเป็น แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นสุดยอด มักจะเผยกลิ่นอายออกมาให้จับได้บ้าง
ตามที่เขาบอก พรสวรรค์เขาสู้ท่านอาจารย์จ้านเหยียนไม่ได้ มาถึงขีดจำกัดแล้ว
เรื่องนี้ คงต้องลงมือเอง
มีหน้าจอระบบอยู่แล้ว ย่อมจัดการได้สบายมาก
แน่นอน พรสวรรค์ด้านการตีเหล็กของเขาก็ต้องเป็นที่หนึ่ง ไม่งั้นจะใช้ค้อนหนักได้เก่งขนาดนี้เหรอ?
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้สวีอวิ๋นฟานสบายใจที่สุดคือ จ้านเหยียนกับฝูจิ้นแม้จะสงสัยที่สวีอวิ๋นฟานแบกกล่องเหล็กไว้ตลอดเวลา แต่ก็แค่มองๆ ไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไร พอเห็นสวีอวิ๋นฟานไม่ยอมบอก ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่บอกว่าในหอกลไกมีสายสะพายแบบดีๆ ให้ไปสั่งทำสักชุดก็พอ
มองดูข้อความแจ้งเตือนค่าความชำนาญที่เด้งขึ้นมาสองสามข้อความ สวีอวิ๋นฟานก็ถอนหายใจ
เถิงหลิงชวน ศิษย์สายตรงของสำนักเก้าสุริยัน สู้กันจบตาเดียว ดันเพิ่มค่าความชำนาญให้เขาแค่สองสามแต้มเอง
ไอ้เวรเอ๊ย!
เจ็ดวันต่อมา ลึกเข้าไปใต้เขากู่หนิว ริมสระไฟอัสนีในถ้ำไฟอัสนี
จ้านเหยียนเปลือยท่อนบนยืนอยู่หน้าทั่งตีเหล็ก กล้ามเนื้อที่ปูดโปนขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจดุจลาวาไหลเวียน
สวีอวิ๋นฟานยังเดินไปไม่ทันถึง ก็รู้สึกถึงไอร้อนที่หอบเอากลิ่นคาวหวานของทรายเลือดมังกรปะทะหน้า
“วิชาค้อนพันจินสะเทือนภูผาไม่ได้อยู่ที่กระบวนท่า แต่อยู่ที่การหายใจ น้ำหนัก และเจตจำนง ไม่เน้นท่าทาง แค่ฟาดค้อนลงไปแล้วดึงพลังทั่วร่างออกมาใช้ได้โดยไม่เสียเปล่าก็ถือว่าเริ่มต้นแล้ว คนที่ฝึกวิชาค้อนพันจินมา จะมีข้อได้เปรียบในการเรียนวิชาตีอาวุธกลไก”
พูดจบ จ้านเหยียนก็ยกถุงสุราขึ้นกระดกสุราเย็นๆ อึกใหญ่
“พวกเราที่ฝึกวิชาค้อน มีความได้เปรียบในการตีเหล็กตีอาวุธมาตั้งแต่เกิด ในเมื่อเจ้าอยากดูวิชาตีอาวุธกลไก ก็ดูให้ดีๆ ล่ะ”
จ้านเหยียนหยิบค้อนตีเหล็กกล้าขึ้นมา ผิวหนังที่ฝ่ามือเปล่งประกายสีทองแดง
“สูดลมดุจไฟใต้ดินพุ่งจากน้ำพุ พ่นลมดุจน้ำแข็งเกาะสระน้ำเย็น”
เสียงค้อนแหวกอากาศดังขึ้นทันที
จ้านเหยียนแกว่งค้อนด้วยแขนข้างเดียว หัวค้อนกำลังจะแตะเหล็กแดงๆ บนทั่งก็หยุดกึกกะทันหัน
สวีอวิ๋นฟานตกใจที่อิฐเขียวใต้เท้าจ้านเหยียนไม่มีรอยร้าวเลย แต่ก้อนหินหยกเย็นรอบๆ ทั่งกลับยุบลงไปครึ่งนิ้ว พลังทั้งหมดถูกส่งผ่านเส้นชีพจรดินลงไปในสระลาวา ทำเอาลาวาในสระไฟอัสนีเดือดพล่านไม่หยุด
“อย่ากะพริบตาล่ะ!”
เงาค้อนกลายเป็นภาพติดตาสามสิบหกสาย ทุกครั้งที่ฟาดลงไป โดนตรงมุมเดิมของแท่งเหล็กกล้าที่เผาไฟอย่างแม่นยำ
จุดที่ฟาดดูเหมือนจะสุ่มๆ แต่จริงๆ แล้วสอดคล้องกับวิชาค้อนพันจินสะเทือนภูผาที่จ้านเหยียนสอนไปเมื่อคืน
ท่ามกลางประกายไฟที่แตกกระจาย ผิวของแท่งเหล็กก็ค่อยๆ ปรากฏลวดลายเกล็ดมังกร
จ้านเหยียนกระตุกข้อมือเบาๆ ปลายค้อนเคาะลงบนมุมแท่งเหล็กสามครั้งติด เกิดเสียงดังกังวาน
ลาวาในสระไฟอัสนีระเบิดเป็นเสาไฟสูงหนึ่งจั้งทันที ส่องสว่างหินงอกหินย้อยที่ห้อยลงมาจากเพดานถ้ำ
“ดูลายเกล็ดมังกรนี่สิ”
เขาดีดนิ้วไปที่สันกระบี่ที่กำลังก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
“วิธีตีเหล็กของหุบเขาศาสตราเทพเน้นความดุดัน เมื่อสามสิบปีก่อนตอนข้าตีดาบที่หุบเขาศาสตราเทพ ศิษย์ที่คุมไฟต้องเท้าเปล่าเหยียบพื้น ทนความร้อนแผดเผา เพื่อขัดเกลาวิชากายทองแดง พลังที่ออกมาเลยดูดุดันและแข็งกร้าว”
พูดมาถึงตรงนี้ จ้านเหยียนก็ใช้ค้อนเคาะแท่งเหล็กด้านข้าง ประกายไฟวาดเป็นรูปดาวเจ็ดแฉก
“วิธีที่ดุดันแบบนี้ แม้จะกระตุ้นความแข็งแกร่งของเหล็กนิลได้ แต่ก็เสียความยืดหยุ่นไปสามส่วน ถ้าเอาไปตีอาวุธหนักอย่าง หอก ง้าว ค้อน ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นอาวุธที่ต้องการความพลิ้วไหวอย่างกระบี่ ก็จะขาดความคล่องตัวไปนิด”
สวีอวิ๋นฟานเห็นรอยบุบนั้นค่อยๆ ผสานตัวกันเองตอนที่แท่งเหล็กเย็นลง ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ปลายด้ามค้อนของจ้านเหยียนผูกจี้หยกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของถ้ำเทียนกงไว้ ซึ่งกำลังเร่งให้แท่งเหล็กเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว
จ้านเหยียนหมุนตัวเปลี่ยนค้อน คว้าค้อนเล็กเหล็กทังสเตนที่สลักลายเกล็ดปลา “ดูวิธีชุบไฟของถ้ำเทียนกงต่อ”