เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 104 เรื่องของอู๋โจว(ฟรี)

ตอนที่ 104 เรื่องของอู๋โจว(ฟรี)

ตอนที่ 104 เรื่องของอู๋โจว(ฟรี)


ตอนที่ 104 เรื่องของอู๋โจว

“ตำหนักซ่อนคมสอนเจ้ามาแบบนี้รึ?”

พลบค่ำ ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีดำหมึก เสียงของฝูจิ้นที่เย็นเยียบดุจเหล็กกระทบกัน ดังก้องข้างหูเยว่ซาน

“ท่านช่างฝู?!”

เยว่ซานขนลุกซู่ที่ท้ายทอย เส้นเลือดใต้ผิวหนังเต้นตุบๆ ตอนหันหลังกลับ ฝ่าเท้าทรงตัวไม่อยู่ เหยียบอิฐเขียวจนร้าวเป็นใยแมงมุม เสียงอุทานแหบพร่าทำลายความเงียบของยามเย็น ปลายเสียงมีแววสั่นเครือที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ตัว

ฝูจิ้นกระตุกมือเบาๆ ร่างใหญ่โตของเยว่ซานก็ล้มกลิ้งดุจท่อนไม้ กลิ้งไปชนกำแพงเสียงดังสนั่น ทะลุกำแพงเป็นรูเบ้อเริ่ม กลิ้งออกไปนอกลาน

เยว่ซานคลุกฝุ่นลุกขึ้นมา ก้มหน้าเตรียมจะเดินหนี สวีอวิ๋นฟานก็เรียกไว้

“เดี๋ยว”

เยว่ซานยังไม่ทันขยับตัว ก็รู้สึกตาพร่า สวีอวิ๋นฟานมายืนจังก้าอยู่ตรงหน้าแล้ว

เขาทั้งตกใจทั้งโกรธ ถามเสียงเข้ม “เจ้าจะเอายังไงอีก?”

สวีอวิ๋นฟานบอก “บ้านพังเละเทะไปหมด เสาเหล็กกล้าที่ข้าอุตส่าห์ให้คนมาติดก็โดนเจ้าพัง กำแพงก็เป็นรูเบ้อเริ่ม ไม่ชดใช้ค่าเสียหายแล้วคิดจะไปง่ายๆ เหรอ?”

เยว่ซานหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวม่วง อยากจะอาละวาด แต่เห็นฝูจิ้นยืนกอดอกหน้าตาเอาเรื่องอยู่ข้างๆ

เขาล้วงตั๋วเงินใบละร้อยตำลึงออกมาจากอกเสื้อ ขยำเป็นก้อนปาใส่สวีอวิ๋นฟาน แล้วก้มหน้าก้มตาเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

มองดูแผ่นหลังเยว่ซานเดินจากไป สวีอวิ๋นฟานเดาะลิ้น “นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะที่เจอคนตัวใหญ่ขนาดนี้”

ฝูจิ้นบอก “ตำหนักซ่อนคมมีวิชา ‘เต่าดำแบกเขา’ ไอ้หนูนี่พรสวรรค์ดี แถมยังโดนจับแช่น้ำยามาตั้งแต่เด็ก โตมาตัวใหญ่ขนาดนี้ก็ไม่แปลกหรอก วันหน้าเจ้าอาจจะได้เจอคนที่สูงกว่านี้อีก”

เขายื่นมือมาตบไหล่สวีอวิ๋นฟาน มองสวีอวิ๋นฟานที่ทำหน้างงๆ ด้วยสีหน้าซับซ้อน

“เดินทางมาที่นี่ คงลำบากน่าดูสิ?”

สวีอวิ๋นฟานใจเต้น เห็นสภาพฝูจิ้นที่คลุกฝุ่นมา ก็รู้ทันทีว่าไปสืบประวัติเขามา

เขาพูดเรียบๆ “ศิษย์พี่พูดอะไรเนี่ย ด่านไหนก็ต้องผ่านไปให้ได้ เหมือนที่เขาว่ากันว่า ‘จะมีวันที่สายลมพัดคลื่นแตกกระจาย ขึงใบเรือตรงข้ามทะเลชางไห่’ ตอนนี้ข้าก็สบายดีแล้วไง”

“จะเป็นวันที่สายลมพัดคลื่นแตกกระจาย ช่างเป็นคำที่ยอดเยี่ยม” ฝูจิ้นยิ่งนึกยิ่งรู้สึกว่าลึกซึ้ง อดตบขาตัวเองไม่ได้ “บทกวีนี้ดีมาก เข้ากับชื่อเจ้าพอดีเลย”

“ไม่หรอกๆ ชื่อนี้ข้าใช้มาตั้งแต่เกิดแล้ว”

“มีความทะเยอทะยานเป็นเรื่องดี ต่อไปถ้ำเทียนกงก็คือบ้านเจ้า ไม่ต้องเกรงใจ มีอะไรขาดเหลือบอกศิษย์พี่ได้เลย”

“จริงสิ ศิษย์พี่”

“หืม?”

“ตอนนี้ท่านอยู่ระดับไหนแล้ว?”

“ขาดอีกครึ่งก้าวจะถึงขั้นผลัดเลือด อายุขนาดนี้แล้ว ถ้าอีกสองปีไม่ทะลวงขั้น เลือดลมเริ่มถดถอย ก็หมดหวังแล้วล่ะ”

“มีอีกคำถาม”

“ว่ามาสิ”

“ตอนข้าเข้าเมืองกลไก ด้วยฐานะของท่าน ไม่น่าจะต้องมารับข้าเลยนี่นา?”

“ย่อมไม่ต้องไปรับอยู่แล้ว วันนั้นข้าเข้าเวรพอดี แถมไม่มีอะไรทำ ก็เลยไปดูว่าไอ้บ้าที่ไหนยอมจ่ายค่าผ่านทางห้าสิบตำลึง แท่นนั่นหอกลไกสร้างมา ไม่ได้ใช้มาหลายปีจนสนิมจะกินอยู่แล้ว ไม่คิดเลยว่า ศิษย์น้องจะปรากฏตัวได้เท่ขนาดนี้ ทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้ ข้าสู้ไม่ได้จริงๆ”

“...”

ฝูจิ้นบอกให้ปล่อยเยว่ซานไปเถอะ เจ้านั่นสมองไม่ค่อยดี โดนคนอื่นหลอกใช้มาหยั่งเชิง วันหลังถ้าเจอกันอีก ก็อัดกลับไปเลย ขอแค่ไม่ตายก็พอคุยกันได้

สวีอวิ๋นฟานตอบตกลงทันที

ช่างของหน่วยเทียนกงใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็ซ่อมบ้านกลับมาเหมือนเดิม

“ทั้งหมดสี่สิบเก้าตำลึงแปดเฉียน” ศิษย์ดีดลูกคิดเหล็กนิลในมือดังแป๊ะๆ “เศษก็ถือซะว่าเป็นการแสดงความยินดีที่ศิษย์พี่สวีได้เลื่อนตำแหน่ง ให้เงินพิเศษหน่อยก็พอ เป็นห้าสิบตำลึงถ้วนละกัน”

“แพงขนาดนี้เลยเหรอ?!”

สวีอวิ๋นฟานหลุดปากโพล่งออกมา

ศิษย์หน่วยเทียนกงหัวเราะแหะๆ “ศิษย์พี่อย่าหาว่าแพงเลย ท่านเรียกหน่วยเทียนกงเรามาทำเรื่องแค่นี้ มันขี่ช้างจับตั๊กแตนชัดๆ หน่วยเรามีหน้าที่สร้างอาคารกลไก สร้างป้อมปราการไม่มีวันพัง งานแค่นี้ ถ้าท่านไม่ใช่ว่าที่ศิษย์สายตรง พวกเราไม่มาทำให้หรอกนะ”

เข้าใจละ พวกวิศวกรก่อสร้างนี่เอง!

สวีอวิ๋นฟานจะพูดอะไรได้ล่ะ กัดฟันล้วงเงินจ่าย แถมยังต้องยิ้มขอบคุณอีก

ส่งหน่วยเทียนกงกลับไป กำลังจะเดินกลับเข้าบ้าน สวีอวิ๋นฟานก็เลิกคิ้ว นอกประตูสีแดง มีสาวน้อยยืนกอดกระบี่อยู่ สูงไม่ถึงอกเขาด้วยซ้ำ

ผมทรงซาลาเปาสองลูกบนหัว ผมชี้โด่เด่ที่ลูบยังไงก็ไม่เรียบ นั่นคือสาวน้อยที่พักอยู่บ้านข้างๆ ในเมืองชุ่ยปัวแล้วบ่นว่าเขาเสียงดังนั่นเอง

“ที่แท้เจ้าก็คือว่าที่ศิษย์สายตรงที่หอหลอมอาวุธเลือกมานี่เอง”

สาวน้อยทั้งแปลกใจทั้งขมวดคิ้ว เดาะลิ้น ‘จึ๊ๆ’ สองที แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้สวีอวิ๋นฟานยืนงง

มองดูแผ่นหลังสาวน้อยเดินจากไป ฝูจิ้นที่หายตัวไปเมื่อกี้ก็โผล่มาข้างๆ สวีอวิ๋นฟานอย่างกับผี

“ชอบนางเหรอ?”

ฝูจิ้นลูบคางมองแผ่นหลังสาวน้อยเดินจากไปอย่างใช้ความคิด “นางคือหลานสาวของท่านเจ้าเมืองถ้ำเทียนกงคนปัจจุบัน หงซือหยางนับๆ ดูก็สิบสองปีแล้ว อีกสองปีก็แต่งงานได้ ให้ท่านอาจารย์ไปคุยกับท่านเจ้าเมืองให้ ถ้าจับคู่กันได้ ก็เป็นเรื่องดีนะ...”

“ศิษย์พี่! นางยังเด็กอยู่นะ!”

สวีอวิ๋นฟานแทบกระโดด ส่ายหน้ารัวๆ “ความหวังดีของศิษย์พี่ข้ารับไว้ด้วยใจ ตอนนี้ข้าต้องตั้งใจฝึกยุทธ์ เรื่องผู้หญิงเอาไว้สำเร็จยอดวิชาก่อนค่อยว่ากัน”

“ก็จริง ตอนนี้ต้องให้ความสำคัญกับการฝึกยุทธ์ เรื่องความรักเอาไว้ก่อนก็ได้ เอาล่ะ ข้าไม่กวนแล้ว รีบไปฝึกยุทธ์เถอะ”

ฝูจิ้นโบกมือ กำลังจะเดินจากไป ก็ถูกสวีอวิ๋นฟานเรียกไว้

“ศิษย์พี่ ข้าอยากเรียนตีอาวุธกับท่าน”

ฝูจิ้นอึ้งไปนิด ขมวดคิ้ว “ตอนนี้หน้าที่หลักของเจ้าคือฝึกยุทธ์ เรื่องตีอาวุธเอาไว้ก่อน”

สวีอวิ๋นฟานอธิบาย “ศิษย์พี่ วิชาค้อนสะบัดพายุของข้าสมบูรณ์แบบแล้ว ใช้ค้อนหนักได้ดั่งใจนึก ถ้าได้เรียนตีอาวุธ ควบคุมน้ำหนักพลังให้พลิกแพลงได้ดั่งใจ การออกแรงต้องก้าวไปอีกขั้นแน่ๆ มีประโยชน์ต่อการเพิ่มความแข็งแกร่งให้ข้าแน่นอน”

ฝูจิ้นฟังแล้วก็คิดดู “เรื่องนี้ข้าต้องไปปรึกษาท่านอาจารย์ก่อน เจ้าตั้งใจฝึกยุทธ์ไปก่อนนะ”

หลังจากฝูจิ้นรีบกลับไป วันเวลาต่อมาก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรน่าตื่นเต้น สวีอวิ๋นฟานยืนยันตัวตนได้ชัดเจน แม้จะโผล่มาจากเมืองเป่ยเย่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่มาจากทิศทางของทุ่งน้ำแข็งรกร้างแปดร้อยลี้ ด้วยเส้นสายของถ้ำเทียนกง ย่อมต้องสืบเรื่องหนิงกู่ถ่าได้

ถึงขนาดทุกครั้งที่ฝูจิ้นมาหา พอเห็นสวีอวิ๋นฟานก็ถอนหายใจยาว บอกว่าเขาเป็นเด็กน่าสงสาร ชะตากรรมเหมือนหุบเขาศาสตราเทพ ทำเอาเขารำคาญจะแย่

จนกระทั่งเมื่อวาน ข่าวเรื่องอู๋โจวถูกราชสำนักต้าโจวปิดล้อมแพร่สะพัดมา จ้านเหยียนกำลังตีอาวุธให้เขา ยังไม่ออกจากห้องเก็บตัว ฝูจิ้นในฐานะผู้รักษาการหัวหน้าหอถูกตามไปประชุม หูสวีอวิ๋นฟานถึงได้สงบลงบ้าง

กองทัพเสือเกราะดำหนึ่งแสนนายเข้าไปกวาดล้างสำนักยุทธ์ในอู๋โจว สำนักยุทธ์สิบสี่แห่งถูกทำลายย่อยยับ

เรื่องนี้สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วยุทธภพ ว่ากันว่าแม้แต่สำนักยอดกระบี่เก้าสุริยัน ยอดสำนักอันดับหนึ่งของเส้นทางเยี่ยนเป่ย ก็ยังส่งคนไปเมืองอวี้จิงเลย

จบบทที่ ตอนที่ 104 เรื่องของอู๋โจว(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว