- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 327 มีข้าอยู่ก็พอ
ตอนที่ 327 มีข้าอยู่ก็พอ
ตอนที่ 327 มีข้าอยู่ก็พอ
และมังกรดำก็ค้นพบอย่างรวดเร็วว่าเฟิงสิงเหยาคือผู้ที่ช่วงชิงชีพจรมังกรไป ความแค้นใหม่บวกกับความแค้นเก่า ทำให้มังกรดำยิ่งเคียดแค้นเฟิงสิงเหยาลึกล้ำยิ่งขึ้น
ชีพจรมังกร เป็นของมัน!
มันตัดใจกลืนกินชีพจรมังกรไม่ลงมาตลอด ไม่คิดเลยว่าจะถูกบุรุษผู้นี้ชิงตัดหน้าไปเสียได้!
นัยน์ตาสัตว์ร้ายของมังกรดำราวกับจะพ่นไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวออกมา มันเปิดฉากโจมตีอย่างดุดันไปทางเฟิงสิงเหยาและเสิ่นเยียนทันที ทว่าการโจมตียังไม่ทันตกถึงตัวพวกเขาทั้งสอง ก็ถูกคนสามคนที่จู่ ๆ ก็โผล่มาสกัดกั้นเอาไว้เสียก่อน
ทั้งสามคนนี้คือผู้ใต้บังคับบัญชาของเฟิงสิงเหยา
ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสามต่างระเบิดพลังฝีมือที่ไม่ใช่เพียงระดับนภาขั้นห้าออกมา พวกเขาพุ่งเข้าต่อกรกับมังกรดำโดยไม่ต้องรอให้เฟิงสิงเหยาออกคำสั่ง
ส่วนทางด้านอูอิ่งและจิ่วจ่วนในยามนี้ คิดจะแอบหลบกลับเข้าไปในมิติพลังพิเศษอย่างเงียบ ๆ ทว่าจู่ ๆ กลับสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่ไม่อาจเพิกเฉยได้
เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็สบเข้ากับแววตาอันหนาวเหน็บเสียดกระดูกของเฟิงสิงเหยาอย่างจัง แววตานั้นราวกับกำลังบอกว่า พวกเจ้าทำไมถึงได้ไร้ประโยชน์เช่นนี้? ถึงกับปล่อยให้เจ้านายของตัวเองต้องตกอยู่ในอันตรายเชียวหรือ?
อูอิ่ง “...”
จิ่วจ่วน “...”
แน่นอนว่าพวกมันเองก็ไม่อยากไร้ประโยชน์เช่นนี้ แต่ระดับพลังฝีมือก็มีอยู่เพียงเท่านี้ จะให้พวกมันดิ้นรนทำสิ่งใดได้อีกล่ะ?
อูอิ่งหวาดระแวงเฟิงสิงเหยาอย่างสุดซึ้ง มันรีบพลิ้วตัวกลับเข้าไปในมิติพลังพิเศษทันที ทิ้งไว้เพียงเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวให้อยู่กับที่
จิ่วจ่วนมึนงงไปชั่วขณะ
อูอิ่งถึงกับทอดทิ้งมันไปเสียแล้ว!
ในตอนนั้นเอง เฟิงสิงเหยาก็ดีดนิ้วไปทางมันคราหนึ่ง รอยประทับจิตวิญญาณที่มังกรดำทิ้งไว้บนเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวก็สลายหายไปในพริบตา
“ขอบคุณท่าน!”
จิ่วจ่วนกล่าวประจบเอาใจ
กล่าวจบ มันก็มุดหนีกลับเข้าไปในมิติพลังพิเศษเช่นกัน
ส่วนเจ้านายนั้น มีเทพสังหารอย่างเฟิงสิงเหยาคอยคุ้มครองอยู่ ย่อมไม่มีทางเกิดเรื่องอันตรายใด ๆ ขึ้นแน่นอน! อีกอย่าง เขาเองก็คงไม่มีทางยอมปล่อยให้เจ้านายเกิดเรื่องเป็นแน่!
เพราะว่า... เฟิงสิงเหยาแอบรักเจ้านายอยู่น่ะสิ!
อิอิ
ทางด้านเนี่ยสวินที่เก็บภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไว้ในสายตา เมื่อเขาเห็นเฟิงสิงปรากฏตัวขึ้น ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ทว่าเมื่อได้เห็นเฟิงสิงรวบตัวเสิ่นเยียนเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก ภายในใจก็ตื่นตะลึงอย่างถึงที่สุด
สิ่งที่ทำให้เขาตื่นตะลึงยิ่งกว่าเดิมก็คือ เสิ่นเยียนไม่ได้มีท่าทีขัดขืนเฟิงสิงเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งดูเหมือนว่าจะเชื่อใจเขามากเสียด้วย
ภายในใจของเนี่ยสวินรู้สึกอธิบายไม่ถูกว่ามันคือความรู้สึกเช่นไร
กว่าเขาจะเรียกสติกลับคืนมาได้ ก็พบว่าตนเองได้เดินมาอยู่ตรงหน้าของเฟิงสิงและเสิ่นเยียนแล้ว เมื่อสายตาอันเย็นชาของเฟิงสิงกวาดมองมา เนี่ยสวินก็ยังคงสามารถรักษาความเยือกเย็นบนใบหน้าเอาไว้ได้
เนี่ยสวินกล่าวขึ้น
“ข้าสามารถช่วยถอนไอทมิฬให้แม่นางเสิ่นได้”
เฟิงสิงเหยาพิจารณาเนี่ยสวิน พลางแค่นหัวเราะเบา ๆ
“ไม่ต้อง มีข้าอยู่ก็พอแล้ว ข้าจะถอนไอทมิฬให้นางเอง”
เนี่ยสวินสัมผัสได้อย่างฉับไวว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะมีศัตรูต่อตน เขาช้อนตาขึ้นและกล่าวอย่างใจเย็น
“คุณชายเฟิงคงไม่ใช่คนของโลกเบื้องล่างกระมัง?”
เฟิงสิงเหยาไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ
เนี่ยสวินกล่าวต่อไป
“คุณชายเฟิงมาที่จิ้นซวีด้วยเรื่องอันใด ข้าไม่มีเจตนาจะสืบสาว ทว่าแม่นางเสิ่นร่วมเดินทางมากับพวกเรา ทั้งยังได้รับบาดเจ็บสาหัสเพื่อถ่วงเวลามังกรดำ ข้าจึงสมควรเป็นผู้รักษานาง”
แววตาของเฟิงสิงเหยาลึกล้ำลงเล็กน้อย มุมปากพลันเผยอยิ้ม บนใบหน้าอันหล่อเหลางดงามประดุจเทพเซียนของเขาปรากฏแววชั่วร้ายขึ้นมาหลายส่วน ราวกับปีศาจที่งดงามจนถึงขีดสุด เขาแค่นหัวเราะเย็นชา
“นางน่ะ มีข้าอยู่ก็พอแล้ว”
เป็นคำพูดที่แฝงความหมายสองนัย
เนี่ยสวินชะงักไปเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วบาง ๆ เขาไม่ได้มีความรู้สึกเช่นนั้นกับเสิ่นเยียน
เฟิงสิงกำลังเข้าใจผิด
ทว่าสิ่งที่เนี่ยสวินไม่รู้ก็คือ เฟิงสิงเหยาเป็นคนที่ฉับไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ความรู้สึกอย่างยิ่งยวด ดังนั้น ในมุมมองของเฟิงสิงเหยา แม้ว่าตอนนี้เนี่ยสวินจะยังไม่ได้ตกหลุมรักเสิ่นเยียน ทว่าเขาก็มีความรู้สึกดี ๆ ให้กับนางอย่างแน่นอน
เมื่อเฟิงสิงเหยาเห็นเนี่ยสวินผละตัวจากไป พลิ้วร่างเข้าร่วมขบวนการต่อกรกับมังกรดำแล้ว นัยน์ตาของเขาก็หม่นลงเล็กน้อย
เขาก้มลงมองเด็กสาวที่หมดสติไปในอ้อมกอด นิ้วมือเรียวยาวช่วยทัดปอยผมของนางท่ามกลางสายลมเบา ๆ พลางยิ้มขื่นและพึมพำ
“ข้าเพิ่งจะจากไปได้ไม่นานเองนะ เสิ่นเยียน”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความทอดถอนใจ และยังเจือไปด้วยความรู้สึกโชคดีอยู่หลายส่วน
หากตอนนั้นเขาตัดสินใจที่จะช่วงชิงทุกอย่างกลับคืนมาและสลัดอันตรายทั้งหมดทิ้งไปก่อน ค่อยกลับมาหานางละก็ เกรงว่าตอนนี้นางคงจะไปลงเอยกับผู้อื่นเสียแล้ว
เขาไม่สงสัยในเสน่ห์ของเสิ่นเยียนเลยแม้แต่น้อย
เพราะยิ่งได้อยู่ร่วมกับนางนานเท่าใด ก็จะยิ่งค้นพบความดีงามของนางมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
และในขณะเดียวกัน
การโจมตีของมังกรดำก็ถูกผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสามของเฟิงสิงเหยาและเนี่ยสวินสกัดเอาไว้ได้
ยามนี้ร่างกายของมังกรดำไม่เพียงแต่มีรอยแตกเป็นแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่เท่านั้น แต่รอยแตกนี้ยังทำให้ความเร็วในการเน่าเปื่อยยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย
ระดับพลังฝีมือของผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสามนั้นแข็งแกร่งมาก พวกเขามีความสามารถพอที่จะต่อกรกับมังกรดำได้! การปรากฏตัวของพวกเขา ทำให้มังกรดำเกิดความหวาดหวั่นอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากผ่านไปหลายสิบกระบวนท่า
ทันใดนั้น มังกรดำก็สะบัดพวกของเนี่ยสวินหลุด แล้วพุ่งทะยานไปทางม่านปราการฟ้าชั้นที่สองของจิ้นซวีอย่างรวดเร็ว จะมัวยืดเยื้อต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะหากยังยืดเยื้อต่อไปจนร่างมังกรเน่าเปื่อยไปทั้งหมด น้ำทมิฬก็จะไม่สามารถเกาะติดอยู่บนซากศพของหลงหวงอ้าวได้ ถึงเวลานั้นมันก็จะไม่สามารถทำลายม่านปราการฟ้าสองชั้นสุดท้ายได้!
เมื่อเห็นว่ามังกรดำหลบหนีไป ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสามก็รีบหันขวับไปมองทางเฟิงสิงเหยาทันที ในตอนที่เห็นว่าท่านจุนซ่างของพวกตนถึงกับกำลังโอบกอดเด็กสาวเผ่ามนุษย์ผู้หนึ่งเอาไว้ ซ้ำยังมีท่าทีสนิทสนมถึงเพียงนี้ ภายในใจของพวกเขาก็ทั้งตื่นตะลึงและอดที่จะเกิดความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้
“อะแฮ่ม...”
“ท่าน จะให้ตามไปหรือไม่ขอรับ?”
หนึ่งในนั้นรีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยถามด้วยความเคารพ
เฟิงสิงเหยาค่อย ๆ ช้อนตาขึ้นแล้วกล่าว
“ตามไป ทำลายซากศพของหลงหวงอ้าวทิ้งซะ อ้อ แล้วก็อย่าปล่อยให้มันทำลายม่านปราการฟ้าได้”
เสิ่นเยียนต้องการจะซ่อมแซมม่านปราการฟ้าให้สมบูรณ์ เช่นนั้นก็ต้องรักษาม่านปราการฟ้านั้นเอาไว้ก่อน
“ขอรับ ท่านจุนซ่าง!”
ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสามรับคำด้วยความเคารพ พวกเขาพุ่งทะยานร่างไล่ตามไปทางที่มังกรดำหนีไป ส่วนเนี่ยสวินที่อยู่ไม่ไกลนักก็ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาเช่นกัน
แววตาของเนี่ยสวินไหววูบเล็กน้อย ท่านจุนซ่างงั้นหรือ?
สายตาของเนี่ยสวินหยุดชะงักอยู่ที่ร่างของเสิ่นเยียนที่กำลังหมดสติอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงพุ่งตัวไล่ตามมังกรดำไป
ส่วนทางด้านอิ๋งฉีและคนอื่น ๆ ในระหว่างที่กำลังต้านทานการโจมตีของซากมังกรอยู่ ก็ได้เห็นฉากที่มังกรเจียวซึ่งเป็นสัตว์อสูรพันธสัญญาของเสิ่นเยียนขยายร่างจนทะลวงร่างของมังกรดำแตกออก ภายในใจของพวกเขารู้สึกสั่นสะท้านเป็นอย่างยิ่ง และในยามที่ชีวิตของเสิ่นเยียนกำลังตกอยู่ในอันตราย จู่ ๆ คนทั้งสี่จากแดนจุติก็ปรากฏตัวขึ้น
เป็นเฟิงสิงจากแดนจุตินั่นเอง ที่ช่วยรับการโจมตีแทนเสิ่นเยียนเอาไว้
“เฟิงสิงนี่นา!”
เวินอวี้ชูที่ใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ค่อยผ่อนคลายลงเล็กน้อย
อวี๋ฉางอิงหรี่ตาลงเล็กน้อย หากเยียนเยียนคุ้นเคยกับเฟิงสิงจริง ๆ พวกเขาก็เบาใจไปได้เปราะหนึ่งแล้ว
ในตอนนั้นเอง กงซุนยวิ่นก็ร้องอุทานขึ้นด้วยความตกใจ
“แย่แล้ว มังกรดำกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เป้าหมายของมันคือม่านปราการฟ้า!”
ตอนนี้สมาชิกที่เหลืออยู่ของทั้งสามกลุ่ม มีจำนวนไม่มากนักแล้ว
ส่วนกลุ่มทิศเหนือ ตั้งแต่จากไป ก็ไม่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง!
เมื่อมังกรดำเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ เหล่าซากมังกรที่กำลังโจมตีพวกเขาอยู่ก็พากันล่าถอยและหดตัวไปหลบอยู่ด้านข้าง ส่วนอิ๋งฉีและคนอื่น ๆ ในยามนี้ต่างก็เหนื่อยล้าจนแทบจะหมดแรง ซ้ำยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย
อิ๋งฉีส่งเสียงร้องสั่งการ
“ขวางมันเอาไว้!”
เหล่ายอดอัจฉริยะนับสิบคนรวมตัวกันกลางอากาศ ร่างของพวกเขาราวกับก่อตัวเป็นปราการด่านหนึ่ง หวังจะสกัดกั้นมังกรดำเอาไว้
แต่มังกรดำไม่มีอารมณ์จะมาต่อกรกับพวกเขาแล้ว มันพ่นเพลิงทมิฬอันน่าสะพรึงกลัวและทรงพลังอานุภาพไปทางพวกของอิ๋งฉีโดยตรง
“กางข่ายอาคม!”
ทุกคนรีบประสานอินกางข่ายอาคมป้องกันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พยายามจะต้านทานเพลิงทมิฬสายนี้เอาไว้ ทว่าในวินาทีที่เพลิงทมิฬพุ่งเข้ามาใกล้ พวกเขาถึงได้รู้ตัวว่า ข่ายอาคมที่บอบบางเช่นนี้ ไม่มีทางต้านทานการโจมตีครั้งนี้เอาไว้ได้อย่างแน่นอน!
“รีบหนีเร็ว!”
กงซุนยวิ่นตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
ทุกคนรีบหนีเอาตัวรอดอย่างฉุกละหุก
ตู้ม!
สิ้นเสียงระเบิดดังกึกก้อง เพลิงทมิฬก็ระเบิดออกกลางอากาศ อุณหภูมิร้อนระอุจนผิดปกติ แผดเผาจนผิวหน้าของผู้คนปวดแสบปวดร้อนไปหมด
มีอีกหลายคนที่หลบหนีไม่ทัน ถูกแรงระเบิดจนตายคาที่ทันที
เดิมทีกลุ่มังกรดำยังคิดจะโจมตีพวกเขาซ้ำอีกครั้ง ทว่ามันสัมผัสได้ว่าพวกของเนี่ยสวินทั้งสี่คนกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ทำให้มันจำต้องล้มเลิกความคิดนี้ แล้วมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของม่านปราการฟ้าชั้นที่สองของจิ้นซวี
มังกรดำเปิดฉากโจมตีใส่ม่านปราการฟ้าชั้นที่สองจากระยะไกลลิบ!
เสียง ปัง ดังสนั่น ม่านปราการฟ้าชั้นที่สองของจิ้นซวีสั่นคลอนราวกับจะพังทลายลงมา
มังกรดำโจมตีอย่างต่อเนื่อง
เสียง ปัง ปัง ปัง การโจมตีอันดุดันระลอกแล้วระลอกเล่า ทำให้ม่านปราการฟ้าชั้นที่สองของจิ้นซวีแตกสลายไปอย่างรวดเร็ว
ม่านปราการฟ้าชั้นที่สองถูกทำลายแล้ว!