- หน้าแรก
- เนตรทองคำ ล่าขุมทรัพย์พลิกโลก
- บทที่ 1180 - อันตรธานหายไป
บทที่ 1180 - อันตรธานหายไป
บทที่ 1180 - อันตรธานหายไป
บทที่ 1180 - อันตรธานหายไป
"สตีเวน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกองเรือสำรวจร่วม ห่างออกไปประมาณยี่สิบไมล์ทะเล มีเรือเจ็ดแปดลำโผล่มา กำลังมุ่งหน้ามาทางเรา ดูทรงแล้วไม่น่าจะมาดี!"
"จากข้อมูลที่จับได้บนเรดาร์ มีทั้งเรือยอทช์ เรือบรรทุกสินค้า แล้วก็เรือประมงอีกสองลำ มาจากหลายประเทศเลย ทั้งปานามา โคลอมเบีย แล้วก็เปรู"
เคนนี่รายงานสถานการณ์อย่างรวดเร็ว น้ำเสียงฟังดูตื่นเต้นไม่เบา
"รับทราบเคนนี่ พวกนายส่งคำเตือนไปหาเรือพวกนั้นหน่อย บอกไม่ให้เข้ามาใกล้เกินไป จะได้ไม่เกิดความเข้าใจผิดโดยไม่จำเป็น จากนั้นก็ไม่ต้องไปสนใจพวกมันแล้ว!"
"รอให้พวกมันเข้ามาใกล้อีกนิด เดี๋ยวพวกมันก็จะเห็นเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบกบอนฮอมม์ริชาร์ดบนเรดาร์เอง ถึงตอนนั้น ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพวกมันจะกล้าเดินหน้าต่อ นอกเสียจากว่าอยากตาย!"
"พวกนายคอยจับตาดูเรือพวกนั้นไว้ให้ดี ถ้าพวกมันกล้าล้ำเข้ามาในระยะสิบไมล์ทะเล ก็ให้พวกเรย์มอนด์เอาเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบิน ไปเตือนไอ้พวกโง่นั่นสักหน่อย!"
"ตอนบินไปก็อย่าลืมพกจรวดบาซูก้าไปด้วยล่ะ ถ้าอีกฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน ก็จัดจรวดบาซูก้าให้พวกมันชิมสักชุด ส่งพวกมันลงไปเป็นอาหารปลาซะ!"
"ถ้าไอ้พวกโง่นั่นยังไม่เจียมตัว พยายามจะเข้าใกล้กองเรืออีก ก็ปล่อยให้พวกทหารอเมริกันบนเรือบอนฮอมม์ริชาร์ดจัดการ เงินที่เราจ่ายไปจะได้ไม่สูญเปล่า!"
เย่เทียนพูดกลั้วหัวเราะ สั่งการอย่างรวดเร็ว โดยไม่เห็นหัวพวกแขกไม่ได้รับเชิญที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบไมล์ทะเลเลยสักนิด!
"ฮ่าๆๆ ฉันชอบวิธีของนายนะสตีเวน ฉันจะส่งคำเตือนไปให้ไอ้พวกโง่นั่นหยุดเข้ามาเดี๋ยวนี้แหละ รอดูว่าพวกมันจะเลือกทางไหน จะรนหาที่ตาย หรือจะฉลาดพอที่จะหันหัวเรือกลับ!"
เคนนี่หัวเราะลั่น ท่าทางเหมือนคนชอบดูเรื่องสนุกแบบไม่กลัวบานปลาย
จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็วางสายไป แล้วพวกเคนนี่ก็เริ่มลงมือทันที
ส่วนพวกเย่เทียนก็ยังคงนั่งชิลอยู่ที่โซนพักผ่อนบนดาดฟ้าชั้นฟลายบริดจ์ นั่งคุยเล่นกันไปพลาง ชมวิวกลางคืนรับลมทะเลเย็นๆ ไปพลาง!
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว กองเรือสำรวจร่วมทั้งสามฝ่ายแล่นไปข้างหน้าได้อีกสิบไมล์ทะเล ขยับเข้าใกล้แผ่นดินใหญ่ของคอสตาริกาเข้าไปอีกนิด!
"สตีเวน ไอ้พวกโง่บนเรือพวกนั้นพอได้รับคำเตือนแล้วก็ไม่ได้หยุดเรือเลยนะ แถมยังเร่งความเร็วขึ้นอีก ท่าทางดุดันเอาเรื่องเชียว!"
"แต่พอพวกมันแล่นเข้ามาใกล้กองเรือสำรวจร่วมในระยะสิบสองไมล์ทะเล ในที่สุดพวกมันก็เห็นเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบกบอนฮอมม์ริชาร์ดบนเรดาร์จนได้"
"พอเห็นไอ้ยักษ์ใหญ่น่ากลัวนั่น ไอ้พวกโง่นั่นก็เบรกหัวทิ่มทันที ไม่กล้าขยับเข้ามาแม้อีกก้าวเดียว เห็นชัดๆ เลยว่าพวกมันก็กลัวตายเหมือนกัน!"
"น่าเสียดายที่พวกเรย์มอนด์เลยอดออกโรง ฉันก็อดดูเรื่องสนุกไปด้วย น่าเสียดายจริงๆ แหมอยากให้พวกมันใจกล้ากว่านี้อีกนิดจัง!"
เสียงของเคนนี่ดังมาอีกครั้ง น้ำเสียงฟังดูเสียดายนิดๆ
"ฮ่าๆๆ ต่อให้ไปขอยืมความกล้ามาอีกสักร้อยเท่า พวกมันก็ไม่กล้าเข้ามาหรอก ต่อให้ขุมทรัพย์ลิมามันจะเย้ายวนจนทำให้คนสติแตกได้ขนาดไหน มันก็ไม่ได้สำคัญไปกว่าชีวิตหรอกน่า!"
เย่เทียนพูดกลั้วหัวเราะ ผลลัพธ์นี้มันอยู่ในความคาดหมายของเขาตั้งแต่แรกแล้ว!
จากนั้นพวกเขาก็คุยเล่นกันอีกสองสามประโยค ก่อนจะวางสายไป
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปอีกชั่วโมงกว่าแล้ว ท้องฟ้ามืดมิดลงทุกที
ในที่สุด เสียงที่เย่เทียนรอคอยมาตลอดก็ดังมาจากหูฟังไร้สายล่องหน!
"เย่เทียน ฉันโจวเจียคังนะ ตอนนี้กำลังขับเครื่องบินน้ำมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก อย่างมากก็อีกสี่สิบนาที น่าจะถึงน่านฟ้าเหนือกองเรือสำรวจร่วมแล้ว!"
"ตกลงพวกเราจะไปเจอกันที่ไหน บอกพิกัดจุดลงจอดมาได้แล้วมั้ง นายนี่มันรอบคอบจริงๆ ใครก็คิดจะหักหลังนายไม่ได้เลย!"
คนที่พูดคือโจวเจียคัง แถมยังพูดเป็นภาษาจีนกลางด้วย ซึ่งถือเป็นการเก็บความลับไปในตัวอยู่แล้ว
"เยี่ยมไปเลย! พี่โจว เดี๋ยวผมส่งพิกัดจุดนัดพบไปให้ที่มือถือพี่นะ พี่ไปลงจอดตรงนั้นได้เลย เดี๋ยวผมจะนั่งเฮลิคอปเตอร์ตามไป!"
เย่เทียนกระซิบตอบด้วยความดีใจ สีหน้าดูตื่นเต้นสุดๆ
เวลาแห่งการจากลามาถึงแล้ว ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้พอศาสตราจารย์ดักลาสกับคนอื่นๆ รู้ว่าเขาอันตรธานหายไปแล้ว จะทำหน้ายังไงกันนะ คงต้องเป็นภาพที่น่าดูชมแน่ๆ!
สิ้นเสียงของเขา เย่เทียนก็หยิบมือถือออกมาส่งพิกัดจุดนัดพบไปให้โจวเจียคังทันที
สาเหตุที่เขาไม่ยอมบอกพิกัดผ่านหูฟังไร้สายล่องหน ก็เพื่อเก็บความลับนั่นแหละ ป้องกันไม่ให้พิกัดรั่วไหลออกไปก่อนเวลาอันควร จนกลายเป็นภัยมืดที่คาดไม่ถึง!
จากนั้น เขาก็หันไปพูดกับมาติสว่า
"เดี๋ยวหลังจากที่ฉันขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปแล้ว พวกนายต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบกบอนฮอมม์ริชาร์ดไว้ให้ดี ถ้าพวกมันมีท่าทีตุกติกอะไรล่ะก็ รีบแจ้งฉันทันทีเลยนะ!"
"ในขณะเดียวกัน นายก็ใช้วิทยุสื่อสารไปบอกพวกทหารอเมริกันนั่นด้วย ว่าที่พวกเราเอาเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินก็แค่ลาดตระเวนตามปกติ ไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไรกับเรือบอนฮอมม์ริชาร์ดหรอก บอกพวกมันว่าอย่าตื่นตูมไปหน่อยเลย!"
"เข้าใจแล้วสตีเวน ฉันจะจับตาดูพวกทหารอเมริกันพวกนั้นไว้เอง! จะได้ไม่เกิดการเข้าใจผิดขึ้น!"
มาติสพยักหน้ารับคำ ตอบกลับอย่างฉะฉาน
หลังจากนั้น เย่เทียนก็เดินออกจากดาดฟ้าชั้นฟลายบริดจ์ กลับไปที่ห้องนั่งเล่นบนดาดฟ้าหลักพร้อมกับมาติส
เมื่อเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นบนดาดฟ้าหลัก เขาก็เดินตรงไปที่ตู้เซฟขนาดกลางเพียงใบเดียวในห้องนี้ แล้วรีบเปิดตู้เซฟสุดแกร่งใบนั้นออกอย่างรวดเร็ว!
วินาทีต่อมา เขาก็หยิบกล่องอะลูมิเนียมอัลลอยที่บรรจุหัวคทาทองคำรูปดาวหกแฉกซึ่งถูกเก็บไว้ในตู้เซฟออกมาถือไว้ในมือ
ในขณะที่รับกล่องอะลูมิเนียมอัลลอยมาถือไว้ เขาก็แอบเปิดเนตรทิพย์ เพื่อตรวจสอบของที่อยู่ข้างในกล่อง
ไม่มีอะไรผิดพลาด หัวคทาทองคำรูปดาวหกแฉกที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งราชบัลลังก์ของจักรวรรดิมายาชิ้นนั้น ยังคงนอนนิ่งอยู่ในกล่องใบนี้!
มันกำลังส่องประกายสีทองอร่ามจนเขาแทบจะตาลาย!
เมื่อแน่ใจแล้วว่าของล้ำค่าชิ้นนี้ยังอยู่ในกล่อง เย่เทียนก็รีบดึงสายตากลับ ปิดเนตรทิพย์ แล้วปิดประตูตู้เซฟที่ทั้งหนาและหนักให้เรียบร้อย ก่อนจะหมุนรหัสผ่านทิ้งไปลวกๆ!
จากนั้น เขาก็ถือกล่องใบนี้เดินลงบันไดไปที่ห้องพัก
ไม่นานนักเขาก็กลับมาถึงห้องพักส่วนตัว แล้วต่อสายโทรศัพท์ปลุกโลแกนให้ตื่น สั่งให้หมอนั่นแต่งตัวให้เรียบร้อย เก็บข้าวของแล้วมาหาที่ห้องพักของเขา โดยย้ำว่าห้ามทำให้คนอื่นตื่นเด็ดขาด!
แม้โลแกนจะรู้สึกงุนงงสุดๆ แต่เขาก็ทำตามแต่โดยดี ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรให้มากความ!
หลังจากโทรปลุกโลแกนแล้ว เย่เทียนก็โทรหาโคล สั่งให้เขาเก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางไปพร้อมกับตน เพื่อหนีออกจากเรือซูเปอร์ยอทช์ลูร์สเซนภายใต้ความมืดมิดของยามค่ำคืน!
เมื่อได้รับคำสั่ง โคลก็ไม่ได้ถามอะไรสักคำ เขารีบจัดการตามคำสั่งทันที ทำงานได้ฉับไวมาก!
เมื่อจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ เย่เทียนก็เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บกระเป๋า แล้วก็ยัดกล่องที่ใส่หัวคทาทองคำรูปดาวหกแฉกลงไปในกระเป๋าเป้!
อีกด้านหนึ่ง ปีเตอร์และชาร์ลีในชุดพร้อมรบเต็มยศก็เดินไปที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ตรงหัวเรือ เตรียมขับเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินเพื่อไปส่งพวกเย่เทียนที่จุดนัดพบ!
เนื่องจากปฏิบัติการครั้งนี้ต้องปิดเป็นความลับ นักบินของเฮลิคอปเตอร์แอร์บัสก็เลยเปลี่ยนมาเป็นชาร์ลี เขาเคยอยู่กรมทหารพรานที่ 75 การขับเฮลิคอปเตอร์แค่นี้ก็เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ไม่มีอะไรยากเลยสักนิด!