เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 น่าเสียดายที่ไม่มีใครดรอปหอยนางรม, การ์ดปริศนาปรากฏอีกครั้ง

บทที่ 55 น่าเสียดายที่ไม่มีใครดรอปหอยนางรม, การ์ดปริศนาปรากฏอีกครั้ง

บทที่ 55 น่าเสียดายที่ไม่มีใครดรอปหอยนางรม, การ์ดปริศนาปรากฏอีกครั้ง


เฉาหย่าเสวียนและสวี่หลางเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน เวลานี้สวี่หลางรวยอู้ฟู่ ไม่ขาดแคลนเหรียญทองแดง ย่อมใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้เต็มที่

บ้านอื่นต้องรองน้ำใส่ถังใช้ซ้ำ แต่ทางนี้เปิดน้ำทิ้งไว้ตลอดตั้งแต่เข้าไป

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง สวี่หลางก็ส่งข้อความหาถงฉี

ไม่นานนัก ประตูห้องน้ำก็ถูกถงฉีผลักเข้ามาอย่างตื่นตระหนก

"เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมเจ๊หย่าถึงเป็นลมไปแล้ว!?" หน้าอกหน้าใจของถงฉีกระเพื่อมไหว สีหน้าตื่นตระหนก ภายใต้ผมทรงหน้าม้า ใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์มีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย

สวี่หลางไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าข้อมือถงฉีดึงเข้ามาทันที

ร่างของถงฉีเปียกโชกในพริบตา สายน้ำไหลผ่านผิวเนียนละเอียด ไหลลงสู่ส่วนโค้งเว้าของเรียวขาที่อวบอัดแน่นเปรี๊ยะ ก่อนจะหยดลงสู่พื้น

"ฉันยังไม่ได้ถอดเสื้อผ้าเลยนะ!"

สวี่หลางกำลังติดลมบน จะไปสนเรื่องหยุมหยิมพวกนั้นทำไม

วันนี้ เขาตั้งใจจะจัดให้ "สลบเหมือด" ไปทั้งสองคน!

ความจริงพิสูจน์แล้วว่า สาวอวบนั้นมีอำนาจเหนือกว่าที่คิด

สวี่หลางทำถงฉีสลบไม่ได้ ตัวเขาเองกลับต้องเดินเอามือกุมเอวออกมาจากห้องน้ำ

เฉาหย่าเสวียนแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยและออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

หวังหย่าจือกำลังฝึกกระบี่ พอเห็นถงฉีหน้าแดงแปร๊ด และเห็นหน้าตาอิ่มเอิบเหมือนบรรลุธรรมของสวี่หลาง ก็บ่นอุบ "เบาๆ หน่อยสิ ผนังห้องอาจจะไม่กันเสียงก็ได้นะ!"

ก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ ระบบกันเสียงของหอพักดีเยี่ยม อย่างน้อยสวี่หลางก็ไม่เคยได้ยินเสียงจากห้องข้างๆ เลย

สวี่หลางกระแอมเบาๆ เปลี่ยนเรื่อง "หย่าจือ เธอแน่ใจแล้วเหรอว่าจะใช้กระบี่เป็นอาวุธหลัก?"

"อื้ม" หวังหย่าจือพยักหน้า สีหน้าจริงจัง "ฉันรู้สึกว่ากระบี่เข้ากับฉันมาก และใช้ได้คล่องมือค่ะ"

"งั้นก็ดีแล้ว" สวี่หลางยิ้ม

ถ้าเกมรอบนี้เขาสามารถคว้าอันดับหนึ่ง และสามสาวติดสิบอันดับแรก รางวัลแต้มสถานะและของรางวัลอื่นๆ ของพวกเธอก็จะได้เท่ากับเขา

ถึงจะเทียบไม่ได้กับการอัปเกรดหอพักต่อเนื่อง แต่ก็นับเป็นข่าวดีอย่างมาก

ดังนั้น อะไรที่ควรไขว่คว้าก็ต้องคว้าไว้

นั่นหมายความว่า สามสาวจะเป็นแค่แจกันประดับห้องไม่ได้

หลังจากนั้น หวังหย่าจืออาบน้ำเสร็จก็ขึ้นเตียง

สวี่หลางที่เดิมทีจะนอนแล้ว แต่เห็นว่าเวลาคูลดาวน์เตียงฝันร้ายใกล้หมด และกลัวว่าค่าความสบายจะไม่แสดงผล เลยจัดกิจกรรมกระชับมิตรกับหวังหย่าจือสักหน่อย

"สวี่หลาง..." หวังหย่าจือฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงของอีกฝ่าย พูดด้วยน้ำเสียงลังเล

"มีอะไรเหรอ?" สวี่หลางปั้นรอยยิ้มที่คิดว่าดูชิลๆ แต่ความจริงฝืนสุดขีด

"วันหลังนายลองแบ่งแต้มไปอัปค่า 'กายภาพ' เพิ่มหน่อยนะ แล้วยกหน้าที่สายพลังจิตให้ถงฉีกับหย่าเสวียนไปเถอะ"

"ฮึ่ม... นอนเถอะ!"

หวังหย่าจือรู้ตัวว่าไม่ควรพูดแบบนั้น

กลุ้มใจจริงๆ

ทำไมไม่มีใครดรอปพวกหอยนางรมมาบ้างนะ

...

คนในห้อง 200 หลับฝันดีไปแล้ว แต่คนในห้องอื่นยังพักไม่ได้

เพราะตอนนี้คือช่วงเวลาชิงความได้เปรียบ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องออกไป "กวาดล้างตึก" ไม่งั้นถ้าไปช้า อาจไม่เหลือแม้แต่เศษฝุ่นให้เก็บ

ดังนั้น นอกจากพวกที่หัวถึงหมอนแล้วหลับเป็นตาย คนอื่นต่างวิ่งออกจากหอพัก ไม่กล้าพักผ่อน

สภาพจิตใจของทุกคนถูกบีบคั้นจนถึงขีดสุด

ความเหนื่อยล้าแบบนี้ อาหารระดับสูงแค่นิดหน่อยชดเชยไม่ไหวหรอก

เหลยถิงตาแดงก่ำจากการฆ่ามอนสเตอร์ทั้งคืน แต่ในฐานะหัวหน้าชั้น เขาจะพักไม่ได้เด็ดขาด ต้องนำทีมผู้เล่นชั้นหนึ่งไปกวาดล้างตึกต่อ

ถึงจะอยากจัดการสวี่หลางให้สิ้นซาก แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาจริงๆ

เวลาแบบนี้ต้องรวมกลุ่มกันไว้

ไม่อย่างนั้นถ้าคนในชั้นหนึ่งโดนรังแก ก็เท่ากับลดทอนกำลังรบโดยรวมของชั้นหนึ่ง ทำให้ชั้นหนึ่งโดนตีแตกง่ายขึ้น

ผู้เล่นทั่วไปก็ต้องพึ่งพาหัวหน้าชั้น ขณะเดียวกันก็อยากจะแซงหน้าหัวหน้าชั้นให้ได้

สรุปคือ ความสัมพันธ์ในนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้สั้นๆ

ผ่านเกมไปหนึ่งคืน จำนวนผู้เล่นในหอพักราชาวิปลาสลดลงเหลือสามร้อยคน

แต่สามร้อยคนนี้จะแข็งแกร่งกว่าเดิม!

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะของดรอปจากมอนสเตอร์ อีกส่วนคือผู้เล่นที่ตายไปแล้ว ทำให้พวกที่เหลือรอดไปรื้อค้นห้องว่างเหล่านั้นได้

ในเกมรอบแรก พวกสวี่หลางยังไม่ค่อยรู้วิธีฟาร์มของ

แต่ในเกมรอบที่สอง เพราะมีผู้เล่นเก่าเข้ามาผสมโรง พวกมือใหม่เลยเรียนรู้เร็วมาก แต่ละคนเหมือนฝูงตั๊กแตน ไปที่ไหนหญ้าก็ไม่เหลือ

...

หลังจบเกมแต่ละรอบ เขตหมอกเลือดจะขยายออกไปด้านนอกนิดหน่อย เปิดพื้นที่ว่างและโซนเกิดไอเท็มมากขึ้น

คนสามร้อยคนกระจายตัวกันออกไป ความจริงก็ไม่ได้ดูเยอะมาก ดังนั้นต่อให้แยกตัวออกจากกลุ่มไปหาของคนเดียวก็ทำได้ แต่ถ้าโดนปล้นก็โทษใครไม่ได้นะ

เพราะช่วงเวลานอกเกม ไม่มีระบบ "หนี้เลือด" คุ้มครอง

ผู้เล่นชั้นสิบ เก้าในสิบส่วนเกาะกลุ่มกันแน่น โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่อู๋ฮุ่ยฮุ่ย

หวังถิงถิงพูดกับอู๋ฮุ่ยฮุ่ยว่า "ฮุ่ยฮุ่ย เราจะพึ่งพาแต่พี่หลางไม่ได้นะ"

"ฉันรู้" อู๋ฮุ่ยฮุ่ยพยักหน้า สีหน้าเคร่งเครียด

อดีตเทพสงครามอย่างอู๋ฮุ่ยฮุ่ย ตอนนี้กลายเป็นหัวหน้าชั้นที่อ่อนแอที่สุด แม้แต่สามสิบอันดับแรกของกระดานคะแนนยังไม่ติด

"พี่ฮุ่ยฮุ่ย ดูนี่สิ!" จู่ๆ หญิงสาวคนหนึ่งก็ร้องตะโกนขึ้นมา

ในมือเธอชูไพ่ใบหนึ่ง ลวดลายบนหน้าไพ่คือคิงโพแดง

กษัตริย์ชาร์เลอมาญผมม้วนเป็นลอน ถือดาบจ่อศีรษะตัวเอง ดูแปลกพิลึก

ไอเท็มที่เพิ่งได้มาแบบนี้ยังไม่มีเจ้าของชัดเจน ทุกคนเลยมองเห็นข้อมูลได้

[คิงโพแดง]

[ประเภท: ไอเท็ม]

[เลเวล: ไม่ทราบ]

[ผลลัพธ์: เลื่อนเวลาเริ่มเกมออกไป 3 วัน หรือ อัปเกรดหอพัก 1 ครั้ง]

[คำอธิบาย: ว้าว ตำนานสีทอง!]

"ฮ่าฮ่าฮ่า เสี่ยวจู๋ เธอรวยเละแล้ว!" อู๋ฮุ่ยฮุ่ยหัวเราะลั่น

กลุ่มสาวๆ รีบเข้ามามุงดูทันที

"ฮุ่ยฮุ่ย เธอว่าฉันควรอัปเกรดหอพัก หรือเลื่อนเวลาเริ่มเกมออกไปสามวันดี" เนี่ยเสี่ยวจู๋ถามอย่างดีใจ

การเข้าร่วมกลุ่มของผู้เล่นชั้นสิบ ไม่มีการหักหัวคิวหรือต้องส่งส่วยเสบียง เพียงแค่จ่ายเงินให้อู๋ฮุ่ยฮุ่ย 200 เหรียญทองแดงก็พอ

ดูเหมือนหน้าเลือด แต่ความจริงถือว่าเป็นหัวหน้าชั้นที่มีคุณธรรมที่สุดในบรรดาสิบชั้นแล้ว

ช่วยไม่ได้ อู๋ฮุ่ยฮุ่ยถึงจะไม่ใช่คนเลว แต่ก็ไม่ใช่แม่พระมาโปรดสัตว์จริงๆ

"ฉันแนะนำให้เธอเลือกเลื่อนเวลาเริ่มเกมออกไปสามวันดีกว่า"

ทันใดนั้น เสียงผู้หญิงที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจก็ดังขึ้น

ทุกคนหันไปมอง เห็นสวีหรูเยียนยืนกอดอกอยู่ที่มุมห้อง

"อุ๊ย เจ๊สวี เจ๊แยกไปลุยเดี่ยวไม่ใช่เหรอ โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่!" หญิงสาวคนหนึ่งถามอย่างตกใจ

หวังถิงถิงถาม "เจ๊สวี ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?"

สวีหรูเยียนอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ชั้นเก้าพังไปแล้ว พวกหลี่ลี่ย้ายหนีไปชั้นอื่นหมด ถึงเวลาแรงกดดันจากมอนสเตอร์จะตกมาที่ชั้นสิบและชั้นแปด"

ทุกคนใจหายวาบ

จริงด้วย!

อู๋ฮุ่ยฮุ่ยเองก็รู้เรื่องนี้ เธอขมวดคิ้ว "แต่แบบนั้นเสี่ยวจู๋ต้องเสียสละมากเกินไปนะ"

เธอคิดว่าถ้าเอาการ์ดใบนี้ไปขายให้พวกที่มีจิตวิญญาณความเป็นทีม น่าจะช่วยกอบโกยผลประโยชน์ให้เนี่ยเสี่ยวจู๋ได้บ้าง

สวีหรูเยียนพูดเรียบๆ ว่า

"พูดตรงๆ นะ ไอเท็มไร้เลเวลชิ้นนี้มีค่ามหาศาล ถ้าเอาไปขายให้พวกผู้เล่นเก่ารอบที่ 7-8 รับรองว่าขายได้ราคาแพงระยับชนิดที่พวกเธอจินตนาการไม่ถึงแน่!"

"แต่... พวกเธอมั่นใจเหรอว่าจะรอดผ่านเกมรอบนี้ไปได้?"

"เท่าที่ฉันดู พลังรบโดยรวมของชั้นสิบเราน่าจะอ่อนแอที่สุดในตึกแล้ว ขนาดชั้นเก้าที่เก่งกว่าพวกเธอยังแตกพ่าย เกมรอบหน้ามันจะยิ่งโหดหินกว่าเดิม!"

"ฉันพูดแค่นี้แหละ ไปคิดกันเอาเอง"

พูดจบ ร่างของสวีหรูเยียนก็ไหววูบ หายตัวไปราวกับภูตผี

เนี่ยเสี่ยวจู๋เริ่มมีสีหน้าลังเลใจทันที

จบบทที่ บทที่ 55 น่าเสียดายที่ไม่มีใครดรอปหอยนางรม, การ์ดปริศนาปรากฏอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว