เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5: ห้องฮีโร่ (1)

บทที่ 5: ห้องฮีโร่ (1)

บทที่ 5: ห้องฮีโร่ (1)


บทที่ 5:ห้องฮีโร่(1)

ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมา

หลังจากที่ใส่เครื่องแบบของฉันและใช้กลิ่นหอมที่ตรงกับสภาพอากาศ ฉันจึงสามารถออกจากห้องได้

เอมี่รอที่ประตูทักทายฉันและส่งฉันกระเป๋าเอกสารที่ค่อนข้างหนักมาให้

ฉันชำเลืองมองเข้าไปข้างใน พบกับหนังสือ สมุดบันทึกและอุปกรณ์การเขียน

เอมี่ทำความเคารพโค้งตัว 90 องศา

"สวัสดีค่ะนายน้อย วันนี้ท่านมีแผนจะทำอะไรเป็นพิเศษไหมคะ?"

ไม่มีอยู่แล้ว แต่ถึงจะมี ฉันก็จะยกเลิกทั้งหมด

"ไม่ ฉันไม่มีแผนอะไรหรอก แต่ฉันจะกลับมาช้าหน่อยนะ กินข้าวเย็นก่อนได้เลย"

การอยู่ข้างนอกนั้นย่อมดีกว่าการอุดอู้อยู่ในห้องอยู่แล้ว

เมื่อคิดได้อย่างนี้ ฉันจึงกะว่าจะไปฝึกที่สนามฝึกซ้อมสักหน่อย

“รับทราบค่ะนายน้อย”

“ไว้เจอกัน จริงสิ ดูเหมือนว่าตะเกียงวิเศษที่อยู่ห้องของฉันจะเสียนะ จะดีใจมากถ้าเธอรีบไปจัดการมันให้ฉันหน่อย”

ก่อนหน้านี้ฉันลองใช้ทักษะของฉันกับโคมไฟในห้องดู

ฉันสามารถเปิดและปิด [ลบล้างเวทมนตร์]ได้โดยเพียงแค่คิด

"เข้าใจแล้วค่ะนายน้อย ดิฉันจะซ่อมมันก่อนที่นายน้อยจะกลับมาค่ะ"

ถ้าพูดถึงการทำงานของเอมี่นั้นดีที่สุด,ดังนั้นตะเกียงวิเศษจะได้รับการซ่อมวันนี้

“ขอบคุณเธอมาก”

“ค่ะ”

ฉันเดินผ่านเอมี่ที่ยืนแข็งทื่อแล้วออกไปข้างนอกเพื่อขึ้นรถม้า

ไม่เหมือนเมื่อคืนก่อน ร้านค้าต่างๆ เปิดร้านจนมีแสงสว่างไสวไปทั่ว

การตกแต่งภายในที่นี่ส่วนใหญ่เป็นแบบเรียบๆ ไม่มีการการตกแต่งหรูหรา เหมือนกับห้องของฉัน

พวกมันคล้ายกับที่ฉันเคยเห็นในตัวเกมมาก

ฉันต่อคิวที่ป้าย โดยเข้าแถวจากทางด้านหลัง

หลังจากรอประมาณห้านาที...

ปีบ ปีบ ปีบ ปีบ ─

เสียงบีบแตรดังขึ้น

แม้ว่ามันจะเรียกว่ารถม้า แต่ก็ไม่มีม้า

แม้จะมีชื่อม้า แต่ก็ไม่มีม้าให้เห็น มันเหมือนกับรถบัสที่ขับเคลื่อนด้วยหินมานาแทนน้ำมันมากกว่า

ฉันขึ้นรถม้าโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสาร

ภายในรถม้ามีลักษณะคล้ายรถบัสในโลกยุคสมัยใหม่ โดยมีที่นั่งประมาณ 20 ที่นั่งและราวจับห้อยลงมาจากด้านบน

ที่นั่งส่วนใหญ่จะว่างเปล่า แต่ฉันยังเลือกที่นั่งที่ในแถวหลัง

ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ไปถึงห้องฮีโร่

ช่วงเวลาที่ต้องรอคอยเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก

ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นๆ นั่งลง รถม้าก็เริ่มเคลื่อนตัวพร้อมเสียงท่อไอเสียที่เป็นเอกลักษณ์

ฉันมองดูอาคารต่างๆ ที่พาดผ่านไปอย่างรวดเร็ว

โรงเรียนอิลิเนีย รวมถึงบริเวณโดยรอบมีพื้นที่ขนาดใหญ่พอสมควร

มันกว้างใหญ่เกินไปสำหรับคน 30,000 คนด้วยซ้ำ ซึ่งที่นี่มีนักเรียนอยู่ 10,000 คน

20,000 คนที่เหลือ เป็นพวกอาจารย์ นักวิจัย ฮีโร่ที่สังกัดโรงเรียนอิลิเนีย รวมไปจนถึงพนักงานอำนวยความสะดวก เช่น พนักงานร้านอาหารและร้านค้าทั่วไป และแม้แต่พวกขุนนางจากประเทศต่างๆ

มีคนทุกประเภท สมกับเป็นโรงเรียนอิลิเนียที่มีชื่อเสียงชั้นนำของทวีป

หลังจากชมทิวทัศน์ภายนอกประมาณสิบนาที

ฉันก็หยิบหนังสือเรียนออกมา

มีทั้งหมดสี่เล่มที่หนามากๆ เนื้อหาภายในนั้นเยอะพอสมควร

"ความรู้เบื้องต้นของฮีโร่"

ฉันเริ่มอ่านหนังสือเล่มนั้น

"...ฮีโร่ที่ทำงานคนเดียวนั้นหายาก ฮีโร่ส่วนใหญ่จะรวมทีมกับผู้ช่วยของพวกเขาในภารกิจต่างๆ ตามปกติแล้วจะมีฮีโร่หนึ่งคนต่อผู้ช่วยสี่คน..."

อืม...

ฉันรู้เรื่องทั้งหมดนี้อยู่แล้ว

ฉันสุ่มเปิดหน้าหนึ่งจากหนังสือ 500 หน้า แต่ฉันก็รู้ทุกอย่างที่เขียนอยู่ในนั้นแล้ว

เนื้อหาพวกนี้มันไม่ง่ายเกินไปหน่อยเหรอ?

เมื่อฉันลองเปิดอ่านผ่านตำราเล่มอื่นๆ ฉันก็คุ้นเคยกับเนื้อหาข้างในทั้งหมดแล้ว

ตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่องต้นฉบับมีปัญหาในการทำความเข้าใจเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือ แต่สำหรับฉันที่จดจำโครงเรื่องของเกมทั้งหมดได้ ทุกอย่างก็ง่ายเกินไปมาก

ดูเหมือนฉันคงไม่ต้องเรื่องคะแนนภาคทฤษฎีแล้วสินะ

แม้ว่าการประเมินทางทฤษฎีจะมีผลน้อยกว่าการประเมินภาคปฏิบัติ อาทิตเช่น การสำรวจสิ่งประดิษฐ์ การล่าปีศาจ และการบุกดันเจี้ยนใต้ดิน แต่ใช่ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ละเลยได้

เอาล่ะ ฉันจะตั้งเป้าหมายเป็นที่หนึ่งในการประเมินทฤษฎีให้ได้

มันไม่เกินความสามารถของฉันเลยสักนิด

แต่... อาจยังมีส่วนที่ฉันสับสนอยู่

ฉันควรอ่านมันทั้งหมดอีกรอบหนึ่ง

ขณะที่ฉันหมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือเรียน...

“...ธีโอ?”

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นเบื้องหน้าฉัน

ด้วยความที่ฉันกลัวว่าตัวตนของฉันที่เข้ามาสิงร่างจะถูกเปิดเผย ฉันจึงยังคงทำหน้านิ่งและไม่แสดงท่าทีใดออกไป ส่วนหนึ่งที่ต้องทำแบบนี้ไป ก็เพราะไอ้เจ้าศักดิ์ศรีของขุนนางที่บิดเบี้ยวของฉัน

พอเงยหน้าขึ้นช้าๆ ก็เห็นเจ้าของเสียงใสกระจ่าง

ฉันรู้สึกคุ้นเคยมากจากเสียงของเธอ ซึ่งเธอก็เป็นตัวละครที่ฉันจำได้ดี

เธอชื่อไอรีน

เธอกับธีโออายุเท่ากัน และเธอเป็นสมาชิกนักเรียนฮีโร่ของโรงเรียนอิลิเนีย

เธอมีผมสีม่วงยาวถึงสะโพกและดวงตาสีฟ้าอ่อน ชวนหลงใหล

ณ เวลานี้ เธอเป็นคู่หมั้นของธีโอ

“สวัสดีตอนเช้า ไอรีน”

ฉันพูดแล้วกลับไปอ่านหนังสือเรียนต่อ

คู่หมั้นของธีโอไม่ชอบฉันเหมือนกับคนอื่นๆ

การหมั้นของพวกเขาถูกตัดสินโดยไม่ได้ถามความคิดของเธอเลย

ด้วยความที่เธอเป็นลูกสาวของตระกูลฮีโร่ที่มีชื่อเสียง เธอจึงดูแคลนคนไม่เอาถ่านและเกียจคร้านเป็นอย่างมาก

ซึ่งน่าเสียดายที่ทั้งสองอย่างนี้คือตัวตนของธีโอ

ขณะที่เรานั่งรถม้ากัน ไอรีนก็เลือกที่จะยืนอยู่ข้างหน้าฉัน แทนที่จะนั่งในที่นั่งว่างเพียงที่นั่งเดียวซึ่งอยู่ติดกับฉัน

"...นายเป็นอะไรไป?"

"เธอหมายความว่าไง?"

"นายมาโรงเรียนอิลิเนียเร็วและอ่านหนังสือบนรถม้า มันแปลกๆ ไม่ใช่เหรอ? ฉันแน่ใจว่านายทำแบบนี้ได้ไม่เกินสามวันหรอก”

เขาทำแบบนั้นไปทำไมกันนะ

“ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลก ฉันแค่ทำตามสิ่งที่ฉันต้องทำ”

เมื่อพูดตอบกลับไป ฉันก็หันกลับมาจดจ่อกับหนังสือเรียนเพื่อเปรยๆ ว่าฉันไม่ต้องการพูดต่อ

"..."

ไอรีนไม่ได้พูดอะไรอีก

ฉันก็เช่นกัน

และในที่สุดเราก็ไปถึงที่ห้องฮีโร่

ความสัมพันธ์ของเราอาจดูเย็นชา แต่จากสถานการณ์ ฉันคิดว่ามันถูกต้องแล้ว

เพราะเหนือสิ่งอื่นใด ฉันไม่ใช่ธีโอคู่หมั้นของเธอ

ฉันเป็นแค่คนที่เข้ามาอยู่ชั่วคราวในร่างนี้

ฉันได้รับทักษะที่ยอดเยี่ยมมาอย่างการลบล้างเวทมนตร์ แต่นั่นยังไม่เพียงพอสำหรับการสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนยอดเยี่ยม

ฉันโชคดีที่ยังพอหลีกเลี่ยงการถูกไล่ออกได้

แต่หนทางยังอีกยาวไกล

********

ขณะที่ฉันก้าวออกจากรถม้า ฉันก็พบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าห้องฮีโร่

พื้นที่นั้นกว้างใหญ่และให้ความรู้สึกลึกลับ ทำให้ที่นี่แตกต่างจากส่วนอื่นๆ ของโรงเรียนอิลิเนียพอสมควร

อาคารที่ทันสมัย ถูกสร้างขึ้นโดยการใช้เวทมนต์ที่แตกต่างกัน

โรงยิมขนาดใหญ่ที่นี่ทำให้ฉันนึกถึงโคลอสเซียม

ในห้องฮีโร่ มีนักเรียนประมาณ 600 คนตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงปีที่ 4

พื้นที่ของที่นี่ใหญ่โตมาก แตกต่างจากจำนวนคนที่มีอยู่พอสมควร

อย่างที่คาดไว้ ห้องฮีโร่มันสุดยอดจริงๆ

ยามนี้เป็นเวลา 8.40 น. และคาดว่าคงจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการเดินไปถึงห้องเรียน

นักเรียนชั้นปีที่ 1 ส่วนใหญ่จะเข้าร่วมการบรรยายในตึกเดียวกัน ยกเว้นบางห้อง

ซึ่งด้วยสถานะ (ความอดทน) ที่เพิ่มขึ้นของฉัน การเดินจึงไม่ใช่ปัญหาเลย ฉันเดินอย่างอดทนไปที่ห้องเรียน

ฉันมาถึงตอน 9 โมงเช้าเป๊ะๆ โดยไม่หลงทาง

ฉันยืดตัวให้เสื้อผ้าไม่ยับ ฉันจ้องมองไปที่ประตูห้องเรียนขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับอาจารย์และนักเรียนหลากหลายเชื้อชาติ

ภายในห้องเรียนมีตัวละครที่มีชื่อมากมาย รวมถึงนีกี้และปิเอล

สถานที่แห่งนี้รวบรวมบุคคลที่มีความสามารถมากที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนอิลิเนีย

เมื่อมีนีกี้เป็นจุดศูนย์กลาง เหตุการณ์ร้ายต่างๆ ก็จะเข้ามาไม่มีวันจบสิ้น

ฉันรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อ แต่ฉันก็ยังรู้สึกกังวลมากอยู่ดี

"ฟู่วว"

ฉันถอนหายใจออก และผลักประตูเข้าห้องเรียนไป

ตามที่คาดไว้ การตกแต่งภายในก็ทันสมัยพอๆ กับภายนอก ห้องถูกจัดวางด้วยโต๊ะยาว แต่ละโต๊ะสามารถนั่งได้ถึงห้าคน พร้อมด้วยเก้าอี้กว่า 200 ตัว

นอกจากนี้ยังมีเก้าอี้เหล็กสำหรับนักเรียนกึ่งมนุษย์ที่มีน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนักเรียนที่มีความหลากหลายของโรงเรียนอิลิเนีย

ที่นี่คล้ายกับห้องบรรยายของมหาวิทยาลัยสมัยใหม่เลย

อืม ฉันควรจะนั่งตรงไหนดีล่ะเนี่ย?

โดยปกติแล้ว ธีโอจะมาถึงห้องก่อนที่การบรรยายจะเริ่มขึ้นและนั่งยังที่นั่งที่ว่างอยู่

แต่เพราะมาก่อนเวลา 30 นาทีก่อนจะถึงการบรรยายแรก จึงมีที่ว่างเหลือเยอะมาก

ฉันมองดูรอบๆ

ฉันเห็นคนที่คุ้นหน้าหลายคน

นีกี้และปิเอลกำลังคุยกันอยู่ที่แถวหน้า

เอลฟ์ไม้ผู้หนึ่งเปล่งรัศมีลึกลับที่ด้านซ้ายสุดของแถวกลาง

เผ่าสัตว์ป่ากำลังรีบกินอะไรบางอย่างที่ด้านขวาสุดของแถวกลาง ส่วนยักษ์กับมนุษย์กิ้งก่าก็กำลังเบ่งใส่กันที่แถวหลัง

ฉันจึงเลือกที่นั่งตรงกลางแถวกลาง

หลังจากผ่านไปประมาณ 20 นาที ห้องเรียนก็เต็มไปด้วยนักเรียน

พวกเขาคุยกันเสียงดังถึงเรื่องที่พวกเขาทำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทว่าไม่มีใครคุยกับฉันเลย

นีกี้ เป็นคนเดียวที่สบตา ยิ้มและโบกมือให้ฉัน

ส่วนที่เหลือต่างก็มองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ไม่สบายใจนัก

เฮ้อ...คงเป็นโชคดี

ปัจจุบัน มีโอกาส 90% ที่ นีกี้จะอยู่บนเส้นทางของผู้ใช้หอก

ทว่าเส้นทางผู้ใช้หอกไม่ได้เปิดเผยสาเหตุการตายของธีโอ

มีการกล่าวถึงเพียงช่วงสั้นๆ ว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว

นั่นหมายความว่าทุกคนในห้องเรียน รวมทั้งไอรีนที่ฉันเจอบนรถม้า อาจมีความเป็นอันตรายต่อความอยู่รอดของฉัน

ฉันรู้สึกขอบคุณจริงๆ ที่ตอนนี้ไม่มีใครมาหาเรื่องฉัน

เพื่อหลีกเลี่ยงการดึงดูดความสนใจ ฉันจึงตัดสินใจทำตัวเป็นปกติ ไม่ดึงดูดความสนใจ

คาบแรกคือความรู้เบื้องต้นของฮีโร่ ซึ่งสอนโดยผู้หญิงวัยสามสิบ

ธีโอเคยมีเรื่องกับเธอในอดีต

เธอเป็นฮีโร่มานานแล้วง ถ้าฉันจำไม่ผิด ชื่อของเธอคือมารี

ฉันหวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นนะ เมื่อคิดเช่นนั้นแล้ว ฉันก็เปิดตำราหนังสือบทนำสู่ฮีโร่และอ่านมันต่อ

***

"ดังนั้นการมีผู้ช่วยจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับฮีโร่ยุคใหม่ พวกเธอจึงต้องคัดหาผู้ที่มีศักยภาพที่ลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนอิลิเนียด้วย แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มาจากห้องฮีโร่หรือห้องเวทมนตร์ แต่ก็มีนักเรียนที่มีชื่อเสียงมากมายที่โรงเรียนอิลิเนีย เหมาะแก่การเป็นผู้ช่วยให้พวกเธอเป็นที่สุด"

ศาสตราจารย์มารีบรรยายด้วยเสียงอันไพเราะของเธอ

ตามที่คิดไว้ ฉันคุ้นเคยกับเนื้อหาทั้งหมดในชั้นเรียนอยู่แล้ว

พูดตามตรง มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะต้องมาเรียน

ไม่มีค่าให้จดด้วยซ้ำ

ก็เหมือนกับคนที่ถนัดคูณและหาร หากให้กลับไปบวกลบก็คงจะง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก

ฉันเท้าคางและจ้องมองนาฬิกาที่อยู่เหนือกระดานดำ เพื่อรอให้เวลาการบรรยายสิ้นสุดลง

เฮ้อ... ฉันน่าจะนั่งแถวหลังห้อง พอต้องนั่งตรงกลางห้องก็รู้สึกอึดอัดแฮะเวลาจะทำอะไรต่างๆ

***

ศาสตราจารย์เคาะแท่นยืนเบา ๆ และกล่าวออกมาว่า

"สำหรับการบรรยายวันนี้ ทุกคนดูไม่ค่อยกระตือรือร้นเพราะเป็นวันจันทร์สินะ แต่ทุกคนตั้งใจฟังกันดีใช่ไหม?"

-ค่ะ/ครับ

คำขานรับได้ดังมาจากนักเรียนแบบเอื่อยๆ

มารีหัวเราะเบา ๆ แล้วถามว่า

"จริงหรอ?"

-ค่ะ/ครับ!

"เอาล่ะ ในเมื่อมีเวลาเหลืออยู่ เรามาทดสอบกันดีกว่าว่าพวกเธอเข้าใจการบรรยายของวันนี้ดีแค่ไหน อ่า ขอคนอื่นที่ไม่ใช่นีกี้นะ อืม... ฉันควรเลือกใครดี?"

มารียิ้มให้นีกี้ซึ่งนั่งแถวหน้าอย่างกระตือรือร้นและชำเลืองมองนักเรียนทั้งห้อง

เธอเพียงแสร้งทำเป็นมอง

เธอมีนักเรียนที่เธอเลือกไว้ในใจตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

เจ้าเด็กผู้ชายที่ดูเหมือนจะฟังครึ่งๆ กลางๆ และเอาแต่เหลือบมองนาฬิกา

"ธีโอ"

มารีดันแว่นตาขึ้นขณะที่เธอเรียกชื่อเขา

ทุกสายตาในห้องเรียนจับจ้องไปที่ธีโอ

"มีนักเวทย์ชื่อ 'ออตลันกา' จากสายเวทมนตร์ที่ โรงเรียนเดฮาริม เธอรู้จักเขาไหม?"

คำถามนี้ถามถึงตัวบุคคลจากโรงเรียนอื่นและสายอื่นที่แตกต่างกันเลย

ไม่มีทางที่นักเรียนปีหนึ่งจะรู้เรื่องนี้

มีเพียงมารี ซึ่งเป็นฮีโร่ที่ทำงานและอาจารย์ในโรงเรียนอิลิเนียเท่านั้นที่จะรู้

แถมนี้เป็นครั้งแรกที่เธอพูดถึง 'ออตลันกา' ระหว่างการบรรยาย จึงเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเลยสักนิดเดียว

ธีโอ ไม่มีทางจะรู้เรื่องนี้ได้

ส่วนนักเรียนปี 3 และ 4 ที่เน้นภาคปฏิบัติส่วนใหญ่ก็คงไม่รู้เหมือนกัน

แต่แล้ว...

"ผมรู้จักเขา"

ธีโอมองตรงไปที่เธอและพยักหน้าโดยไม่มีอาการตื่นตระหนกเลย

มารีหัวเราะเบาๆ พลางยิ้มให้ธีโอ

“แล้วอะไรคือประเด็นหลักที่เขาเน้นในระหว่างการประชุมห้องเวทมนตร์ของโรงเรียนเดฮาริมเมื่อสองเดือนก่อน? มันเป็นประเด็นที่ค่อนข้างร้อนแรงในตอนนั้นพอสมควร”

แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่พูดคุยกันในหมู่คนในวงการเท่านั้น

นักเรียนมองไปมาระหว่าง มารีและธีโอด้วยสีหน้างุนงง

ทว่าธีโอกลับตอบโดยไม่ลังเล

"วิธีเดียวที่ผู้อ่อนแอจะเอาชนะผู้แข็งแกร่งได้คือการเลือกและจับจุดให้ถูก ต้องยอมรับว่าพรสวรรค์ตามธรรมชาตินั้นไม่ยุติธรรมเสมอ เดฮาริมจึงต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อเอาชนะโรงเรียนอิลิเนีย"

รอยยิ้มของมารีเลือนหายไป

เธอไม่สามารถซ่อนอาการที่ลุกลนของเธอได้แล้ว

มันเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ไม่ผิดแม้แต่คำเดียว

ความเงียบแผ่กระจายไปทั่วห้องเรียน

ในที่สุดมารีก็พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

"เอ่อ... ถูกต้อง ถ้าอย่างนั้นการบรรยายจบลงแค่นี้"

***

จบบทที่ บทที่ 5: ห้องฮีโร่ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว