- หน้าแรก
- ผมปลุกพรสวรรค์คูณทรัพยากรสิบเท่า
- บทที่ 24 มอนสเตอร์อีลีตเลเวล 10 กับกล่องสมบัติดาร์กโกลด์
บทที่ 24 มอนสเตอร์อีลีตเลเวล 10 กับกล่องสมบัติดาร์กโกลด์
บทที่ 24 มอนสเตอร์อีลีตเลเวล 10 กับกล่องสมบัติดาร์กโกลด์
บนเกาะทรัพยากรระดับ 5
ซูโม่นำทีมพาเสิ่นอวี้ฟูและซาแมนธา ค่อยๆ สำรวจเข้าไปในตัวเกาะอย่างระมัดระวัง
พวกเขายังไม่เข้าไปลึกมาก แค่เดินวนเวียนอยู่ในป่าสีแดงเข้มแถวชายหาด
ต้นไม้ในป่านี้หน้าตาประหลาดพิลึกพิลั่น ลำต้นบิดเบี้ยวเหมือนมือผีที่กำลังตะเกียกตะกาย เปลือกไม้มีลวดลายสีแดงเลือดดูน่ากลัว
ไม่มีใบไม้สักใบ มีแต่กิ่งก้านแห้งๆ ที่ห้อยผลไม้ขนาดเท่ากำปั้นซึ่งกำลังเต้นตุบๆ เหมือนหัวใจ
"บอสคะ ผลไม้พวกนี้...น่าขยะแขยงจัง"
ซาแมนธามองผลไม้ที่เต้น ตุบตับ พวกนั้นแล้วรู้สึกพะอืดพะอม
"อย่าแตะต้องเชียว"
ซูโม่แววตาเคร่งเครียด
ในผลไม้พวกนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังงานที่บ้าคลั่ง
ทันใดนั้น สัตว์ประหลาดหน้าตาคล้ายกิ้งก่าแต่มีหกขา ตัวสีแดงเข้ม วิ่งพรวดพราดออกมาจากป่าลึก
พอมันเห็นผลไม้บนต้น ตาก็ลุกวาว รีบปีนต้นไม้ขึ้นไปเขมือบ ผลไม้หัวใจ เข้าไปคำโต
วินาทีต่อมา
"โฮก"
กิ้งก่าหกขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวหนังปริแตกเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดสีแดงคล้ำพุ่งกระฉูดออกมา
ไม่กี่วินาที มันก็ระเบิด ตูม ร่างแหลกเหลวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เศษเนื้อสาดกระจายไปทั่ว
"นี่...ตายเลยเหรอ"
ซาแมนธาอ้าปากค้าง
"ดูท่าผลไม้นั่นจะเป็นพิษร้ายแรงนะคะ"
เสิ่นอวี้ฟูพูดด้วยความสยดสยอง
แต่ซูโม่กลับตาเป็นประกาย
เขาเดินไปที่ซากกิ้งก่าที่ระเบิดกระจาย พบลูกบอลแสงเล็กๆ ตกอยู่บนพื้น
[ท่านได้รับ: เลือดคลุ้มคลั่ง (ไอเท็มพิเศษ)]
[เลือดคลุ้มคลั่ง: เลือดมอนสเตอร์ที่อัดแน่นด้วยพลังบ้าคลั่ง เมื่อดื่มเข้าไปจะเพิ่มพลังและความเร็วชั่วคราว แต่จะเข้าสู่สถานะสับสนและสร้างความเสียหายรุนแรงต่อร่างกายตนเอง สามารถแลกเป็นเหรียญเกม: 2,000]
ของขายได้อีกแล้ว
ซูโม่เก็บเข้ามิติเก็บของทันทีอย่างไม่เกรงใจ
[เอฟเฟกต์พรสวรรค์ "ความโลภ" ทำงาน... มิติเก็บของทำการคัดลอกทรัพยากรเรียบร้อยแล้ว: เลือดคลุ้มคลั่ง x9]
"ดูเหมือนของบนเกาะนี้จะใช้สามัญสำนึกตัดสินไม่ได้"
ซูโม่เตือน
"อะไรที่ดูธรรมดาอาจจะฆ่าเราได้ แต่ก็อาจจะเป็น...สมบัติล้ำค่าก็ได้เหมือนกัน"
ทั้งสามเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ
ตลอดทาง พวกเขาเจอมอนสเตอร์หน้าตาประหลาดอีกหลายชนิด
หนอนยักษ์พ่นกรดกัดกร่อน
ตั๊กแตนตำข้าวใบมีดที่พรางตัวเนียนกริบเหมือนกิ้งก่าเปลี่ยนสีเพื่อซุ่มโจมตี
ค้างคาวดูดเลือดที่บินมาเป็นฝูง ปีกคมกริบเหมือนใบมีด
มอนสเตอร์พวกนี้ ตัวไหนหลุดไปเกาะระดับต่ำสักตัวคงเกิดโศกนาฏกรรมล้างบางแน่
แต่ต่อหน้าซูโม่และสองสาว พวกมันทำอะไรไม่ได้เลย
ฮาคิเกราะของซูโม่คือดาวข่มมอนสเตอร์พวกนี้ชัดๆ
ไม่ว่าการโจมตีจะพิสดารแค่ไหน พลังป้องกันจะหนาแค่ไหน เจอหมัดเคลือบฮาคิสีดำเข้าไป หมัดเดียวจอด
ถ้าหมัดเดียวไม่จอด ก็สองหมัด
ส่วนเสิ่นอวี้ฟูและซาแมนธา หลังจากหายตื่นเต้นก็เริ่มจับจังหวะการต่อสู้ได้
ฝีมือยิงธนูพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ การประสานงานก็เข้าขากันมากขึ้น
คนหนึ่งยิงกดดัน อีกคนยิงเก็บงาน
ส่วนใหญ่มอนสเตอร์ยังไม่ทันถึงตัว ก็โดนยิงพรุนเป็นเม่นไปแล้ว
ทั้งสามเหมือนหน่วยรบพิเศษที่ร่วมงานกันมาหลายปี เก็บเกี่ยวประสบการณ์และของรางวัลในป่ามรณะแห่งนี้อย่างมีประสิทธิภาพและเลือดเย็น
"บอสคะ ข้างหน้า...เหมือนมีสิ่งก่อสร้างค่ะ"
ซาแมนธาที่เดินนำหน้าหยุดกึก ชี้ไปข้างหน้า
ซูโม่มองตามไป
สุดชายป่า มีแท่นบูชาหินขนาดยักษ์สไตล์โบราณตั้งตระหง่านอยู่ลางๆ
รอบแท่นบูชามีเสาโทเท็มทำจากกระดูกปักเรียงราย บนเสาสลักอักขระประหลาด
กลิ่นอายความชั่วร้ายเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากแท่นบูชา
"ไปดูกัน"
ซูโม่หรี่ตาลง เดินนำเข้าไป
ยิ่งใกล้แท่นบูชา กลิ่นอายอัปมงคลยิ่งเข้มข้น
พอไปถึงตีนแท่นบูชา ถึงได้เห็นความยิ่งใหญ่ของมันชัดๆ
ใจกลางแท่นบูชา มีกล่องสมบัติทำจากหินออบซิเดียนวางอยู่ บนกล่องสลักลวดลายสีเลือด แผ่คลื่นพลังงานที่ทำให้ใจสั่น
กล่องทองคำ
ไม่ใช่สิ เป็นกล่องที่มีพลังงานรุนแรงกว่ากล่องทองคำทั่วไป...กล่องสมบัติสีทองคำดำ หรือ ดาร์กโกลด์
"รวยแล้ว บอส รอบนี้รวยเละเทะ"
ตาสีฟ้าของซาแมนธาแทบจะมีประกายทองพุ่งออกมา
เธออยากจะพุ่งเข้าไปกอดกล่องนั้นใจจะขาด
"อย่าวู่วาม"
ซูโม่ขวางเธอไว้
"ที่ไหนมีของดี ที่นั่นย่อมมีผู้พิทักษ์"
สิ้นเสียงเขา
"โฮก"
เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนฟ้าดินดังมาจากด้านหลังแท่นบูชา
เงาร่างมหึมาค่อยๆ เดินออกมาจากความมืด
มันคือ...มิโนทอร์ สูงกว่า 5 เมตร ร่างกายปกคลุมด้วยเกราะกระดูกหนาเตอะ ในมือถือดาบกระดูกเล่มยักษ์
ดวงตาของมันลุกโชนด้วยไฟวิญญาณสีฟ้า จมูกพ่นลมหายใจร้อนแรงกลิ่นกำมะถัน
[ผู้พิทักษ์โครงกระดูก อาร์โนลด์ (LV10 อีลีต)]
มอนสเตอร์ระดับอีลีตเลเวล 10
"เชรด มอนอีลีต"
ซาแมนธาร้องเสียงหลง รีบหลบหลังซูโม่
เสิ่นอวี้ฟูก็กำธนูแน่น หน้าเครียด
แรงกดดันจากวัวยักษ์ตัวนี้ มากกว่ามอนสเตอร์ทั้งหมดที่เคยเจอมามัดรวมกันเสียอีก
"พวกคุณถอยไป คอยก่อกวนจากระยะปลอดภัย"
ซูโม่กันสองสาวไว้ข้างหลัง แล้วเดินเข้าหาผู้พิทักษ์โครงกระดูกอย่างไม่เกรงกลัว
"ผมจะเล่นกับมันเอง"
เขาหมุนข้อมือ ฮาคิเกราะสีดำทมิฬค่อยๆ ลามเลียปกคลุมแขนขวา
"โฮก"
ผู้พิทักษ์โครงกระดูกคำรามลั่น ก้าวเท้าหนักๆ พุ่งเข้าใส่ซูโม่ราวกับรถถัง
ดาบกระดูกยักษ์ถูกง้างขึ้นสูง ฟาดลงมาที่หัวซูโม่ด้วยแรงมหาศาลปานภูเขาถล่ม
ดาบนี้ผ่าตึกขาดครึ่งได้สบายๆ
เผชิญหน้ากับการโจมตีหนักหน่วงนี้ ซูโม่ไม่มีทีท่าหวาดกลัว
เขาไม่คิดจะหลบด้วยซ้ำ
วินาทีที่ดาบจะถึงตัว
หมัดขวาของซูโม่ก็สวนออกไป
หมัดที่เคลือบฮาคิเกราะ ปะทะเข้ากับดาบกระดูกยักษ์กลางอากาศอย่างจัง
"เปรี้ยง"
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นป่า
คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวกระจายออกจากจุดปะทะ พัดต้นไม้รอบๆ ถอนรากถอนโคน ปลิวว่อนเป็นชิ้นๆ
เสิ่นอวี้ฟูและซาแมนธาที่อยู่ไกลออกไป ยังโดนลมพายุพัดจนเซถอยหลังแทบยืนไม่อยู่
ฝุ่นจางลง
ซูโม่ ยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อน
แขนขวาที่ดูไม่ได้ใหญ่โตอะไร รับดาบกระดูกที่ใหญ่กว่าตัวเขาได้สบายๆ
ส่วนผู้พิทักษ์โครงกระดูก ร่างยักษ์ของมันกลับถูกแรงสะท้อนจนเซถอยหลังไป 7-8 ก้าว ทุกก้าวเหยียบพื้นยุบเป็นรอยลึก
วัดกันด้วยแรงเพียวๆ มันแพ้ราบคาบ
"บะ...บอส รับมือมอนอีลีตเวล 10 ได้ด้วยมือเปล่าเหรอเนี่ย"
ซาแมนธาตาโตแทบถลน ไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เสิ่นอวี้ฟูก็ช็อกไม่แพ้กัน
เธอรู้ว่าซูโม่เก่ง แต่ไม่คิดว่าแรงกายเพียวๆ ของเขาจะเหนือมนุษย์ไปไกลขนาดนี้
บวกกับมอนสเตอร์อีลีตเลเวล 10 แล้วยังได้เปรียบ
นี่ไม่ใช่ผู้เล่นแล้ว นี่มันบอสชัดๆ
"มีแรงแค่นี้เหรอ"
ซูโม่สะบัดมือขวาที่ชาหนึบเล็กน้อย มองเจ้าโครงกระดูกด้วยความผิดหวัง
"อ่อนชะมัด"
"โฮก"
ผู้พิทักษ์โครงกระดูกเหมือนจะฟังคำดูถูกรู้เรื่อง ไฟวิญญาณในตามันลุกโชนรุนแรง
มันคำรามด้วยความโกรธ ทิ้งดาบกระดูก แล้วระดมหมัดใส่ซูโม่ไม่ยั้งราวกับพายุ
"ปัง ปัง ปัง ปัง"
เสียงกระแทกทึบๆ ดังรัวเหมือนกลองศึกหน้าแท่นบูชา
ซูโม่ไม่หลบไม่หลีก เหวี่ยงหมัดสวนกลับ แลกหมัดกับเจ้าโครงกระดูกอย่างป่าเถื่อนและดิบเถื่อนที่สุด
เศษหินปลิวว่อน ฝุ่นตลบอบอวล
เสิ่นอวี้ฟูและซาแมนธาที่ยืนดูอยู่ไกลๆ ทำอะไรไม่ได้เลย
ได้แต่ยืนดูเงาร่างสองร่างปะทะกันอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางฝุ่นควัน ส่งเสียงระเบิดตูมตามครั้งแล้วครั้งเล่า
นี่น่ะเหรอ พลังของบอสพวกเธอ
เหมือนเทพมารจุติชัดๆ