- หน้าแรก
- ผมปลุกพรสวรรค์คูณทรัพยากรสิบเท่า
- บทที่ 22 ขึ้นฝั่งเกาะทรัพยากรระดับ 5
บทที่ 22 ขึ้นฝั่งเกาะทรัพยากรระดับ 5
บทที่ 22 ขึ้นฝั่งเกาะทรัพยากรระดับ 5
"ฉันเข้าใจแล้ว"
เสิ่นอวี้ฟูสีหน้าเคร่งขรึม แววตามุ่งมั่น
"ฉันไปกับนาย"
"ฮิๆ ในเมื่อบอสพูดซะขนาดนี้ ฉันก็ต้องไปให้สุดอยู่แล้ว"
ซาแมนธายิ้มอย่างตื่นเต้น
"อยากเห็นมาตั้งนานแล้ว ว่าสัตว์ประหลาดบนเกาะระดับ 5 มันจะเร้าใจขนาดไหน"
"ดีมาก"
ซูโม่เดินออกจากห้องกัปตันอย่างพอใจ แล้วออกคำสั่งใหม่แก่ลูกเรือบนดาดฟ้า
"ทุกคนฟังคำสั่ง"
"ปรับเส้นทาง เป้าหมาย ทิศตะวันออกเฉียงใต้"
"เราจะไป...พิชิตเกาะที่อันตรายที่สุดในน่านน้ำแห่งนี้กัน"
"รับทราบค่ะ บอส"
ลูกเรือแม้จะไม่รู้ว่าเกาะทรัพยากรระดับ 5 คืออะไร แต่คำสั่งของซูโม่คือสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ภายใต้การบังคับการของจ้าวเถียหลิน หัวเรือของโนอาห์ค่อยๆ หันหัวเรือไป
เครื่องยนต์คำรามต่ำๆ ท้ายเรือแหวกคลื่นเป็นทางยาวสีขาว มุ่งหน้าเต็มกำลังสู่น่านน้ำสีทองที่เต็มไปด้วยอันตรายและโอกาสซึ่งรออยู่เบื้องหน้า
...
ในขณะเดียวกัน
บนเกาะทรัพยากรระดับ 2 ที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่ม
กองทัพหญิงล้วนกว่าสองร้อยชีวิตของ 【กุหลาบโลหิต】 กำลังต่อสู้อย่างยากลำบากกับสัตว์ประหลาดบนเกาะ
"พี่น้องทุกคน ต้านไว้ เคลียร์แมงมุมหมาป่าระลอกนี้หมด เราก็ตั้งค่ายกลางเกาะได้แล้ว"
หญิงสาวร่างสูงเพรียว สวมชุดเกราะหนังสีแดงเพลิง ถือดาบยาวที่มีเปลวไฟลุกโชน กำลังบัญชาการรบอยู่แนวหน้า
เธอคือหัวหน้าสมาพันธ์กุหลาบโลหิต เฉียงเว่ย
เลเวล LV5 ทำให้เธอมีพลังเหนือคนทั่วไป ดาบเพลิงในมือฟันเหล็กเหมือนฟันหยวก
แต่ฝูงแมงมุมหมาป่าตัวเท่าครึ่งคนที่มีพิษสีเขียวหยดติ๋งๆ จากเขี้ยวพวกนี้ ก็ไม่ใช่จะเคี้ยวง่ายๆ
"โอ๊ย"
ผู้เล่นหญิงคนหนึ่งพลาดท่า โดนพิษแมงมุมพ่นใส่แขน แขนทั้งข้างเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำทันที เธอร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
"ทีมแพทย์ เร็วเข้า เอายาแก้พิษให้เธอ"
เฉียงเว่ยหน้าถอดสี ตะโกนสั่งการทันที
ยังดีที่พวกเธอเตรียมตัวมาดี เปิดกล่องได้ยาพื้นฐานมาบ้าง
หลังผ่านการต่อสู้อันดุเดือด ในที่สุดพวกเธอก็เคลียร์พื้นที่ได้สำเร็จแบบทุลักทุเล
"เฮ้อ... เสร็จสักที"
ผู้เล่นหญิงคนหนึ่งทรุดนั่งกับพื้น หอบหายใจแฮกๆ
"พี่เฉียงเว่ย เมื่อไหร่พวกเราจะเก็บเลเวลได้ง่ายๆ เหมือนผักเหมือนปลาแบบขาใหญ่ซูโม่บ้างนะ"
เด็กสาวอีกคนพูดด้วยแววตาอิจฉา
"นั่นสิ ฉันเพิ่งดูอันดับมา ขาใหญ่ซูโม่เลเวล 8 เข้าไปแล้ว ผู้หญิงสองคนของเขาก็ปาเข้าไปเลเวล 5 แล้ว น่ากลัวเกินไปแล้ว"
"พวกเราสองร้อยกว่าคน สู้แทบตายครึ่งค่อนวันกว่าจะเคลียร์ที่เล็กๆ นี่ได้ แต่เขาสามคน ป่านนี้คงล้างบางไปทั้งทะเลแล้วมั้ง"
ฟังเสียงลูกน้องคุยกัน เฉียงเว่ยยิ้มขื่นๆ
เธอเปิดหน้าต่างข้อความของซูโม่ขึ้นมาดูอีกครั้ง เห็นกล่องข้อความที่ว่างเปล่า ก็รู้สึกเจ็บปวดใจลึกๆ
ผู้ชายคนนั้น เมินข้อความเธออีกแล้ว
เขาดูถูกกุหลาบโลหิตเล็กๆ ของเธอ หรือว่า...เป้าหมายของเขา ไม่ได้อยู่ในบ่อโคลนของปุถุชนอย่างพวกเธอตั้งแต่แรกแล้วกันแน่
ทันใดนั้น หน่วยลาดตระเวนหญิงคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"พี่เฉียงเว่ย แย่แล้ว ช่องแชตโลก...ช่องแชตโลกแตกแล้ว"
"เกิดอะไรขึ้น"
ใจเฉียงเว่ยกระตุกวูบ
"เรือ...เรือของขาใหญ่ซูโม่ ไปโผล่ที่น่านน้ำเกาะทรัพยากรระดับ 5 แล้วค่ะ"
"ว่าไงนะ"
เฉียงเว่ยลุกพรวด หน้าตาตื่นตะลึง
"เกาะระดับ 5 แน่ใจนะว่าดูไม่ผิด"
"พันเปอร์เซ็นต์ค่ะ"
หน่วยลาดตระเวนหอบแฮกๆ ส่งรูปแคปหน้าจอจากช่องแชตโลกให้เฉียงเว่ยดู
มันเป็นรูปที่ผู้เล่นคนหนึ่งบังเอิญอยู่แถวนั้นถ่ายไว้ได้แบบเสี่ยงตาย
ฉากหลังคือเกาะมหึมาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีทอง ดูลึกลับและน่าเกรงขาม
และเบื้องหน้าเกาะนั้น สัตว์ร้ายเหล็กกล้าขนาดมหึมาเกินจินตนาการ กำลังแหวกคลื่นฝ่าหมอกสีทองเข้าไป
โครงร่างเรือลำนั้น ไม่มีผู้รอดชีวิตคนไหนจำผิดแน่นอน
เรือโนอาห์
รูปนี้รูปเดียว ทำเอาช่องแชตโลกเงียบกริบไปพักใหญ่
พันธมิตรทั้งหลายที่กำลังดีใจกับการยึดเกาะระดับ 1 หรือ 2 ผู้รอดชีวิตที่ยังตีกันแย่งขนมปัง พอเห็นรูปนี้ ต่างก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนตัวตลก
ตอนที่พวกเขายังตบตีกับสไลม์ในหมู่บ้านมือใหม่
ผู้ชายที่ชื่อซูโม่คนนั้น ก็ใส่ของเทพฟูลออปชัน ขับเรือไปบวกกับบอสใหญ่แล้ว
"คนบ้า...หมอนั่นมันคนบ้าชัดๆ"
ในช่องแชตของพันธมิตรพิชิตมังกร หลงอ้าวเทียนมองรูปนั้นแล้วโกรธจนแทบขยี้ขวานในมือแหลก
"มันรนหาที่ตาย เกาะระดับ 5 ต่อให้มันเวล 10 เข้าไปก็ต้องหนังถลอกปอกเปิกออกมาแน่"
ธอร์ หัวหน้าสมาคมนภา หน้าดำคร่ำเครียดไม่แพ้กัน
"สั่งลงไป ทุกคนเร่งมือเคลียร์พื้นที่ เราต้องยึดเกาะระดับ 3 ให้ได้เร็วที่สุด ห้ามโดนมันทิ้งห่างไปกว่านี้เด็ดขาด"
ชั่วพริบตา พันธมิตรใหญ่ทุกแห่งเหมือนโดนฉีดเลือดไก่ ต่างเร่งเครื่องบุกตะลุยกันอย่างบ้าคลั่ง
...
เรือโนอาห์แล่นเข้าสู่หมอกสีทองที่ปกคลุมเกาะระดับ 5
ทันทีที่เข้าสู่หมอก ทุกคนบนเรือสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
อากาศอัดแน่นไปด้วยพลังงานประหลาด ทำให้ประสาทสัมผัสตึงเครียด
"บอสคะ สนามพลังที่นี่แปลกมาก"
ซาแมนธาขมวดคิ้ว พรสวรรค์ [นักล่าสมบัติ] ของเธอถูกรบกวนอย่างหนัก
"ฉันจับได้แค่ลางๆ ว่าลึกเข้าไปในเกาะ มีปฏิกิริยาพลังงานมหาศาลเยอะมาก แต่ระบุตำแหน่งเป๊ะๆ ไม่ได้เลย"
"ก็กะไว้แล้ว"
ซูโม่ไม่แปลกใจ
ถ้าสมบัติบนเกาะระดับ 5 หาง่ายขนาดนั้น มันคงไม่เรียกว่าระดับ 5 หรอก
"จ้าวเถียหลิน เตรียมพร้อมระดับ 1 รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินตลอดเวลา"
"รับทราบค่ะ บอส"
จ้าวเถียหลินรีบวิ่งไปประจำที่ห้องคนขับ
"หน่วยอารักขาหญิง คอยระวังรอบด้าน หน่วยแบกหาม เตรียมอุปกรณ์ขึ้นฝั่ง"
ซูโม่สั่งการอย่างเป็นระบบ
ไม่นาน เรือโนอาห์ก็ฝ่าหมอกออกมา ภาพเต็มตาของเกาะปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทุกคน
ซี๊ด
พอเห็นสภาพเกาะ ทุกคนถึงกับสูดปากด้วยความหนาวเหน็บ
เกาะนี้มหึมามาก พื้นที่อย่างน้อยหลายสิบตารางกิโลเมตร
แต่มันไม่ได้เขียวชอุ่มอย่างที่คิด กลับเป็นสีแดงเข้มที่ดูน่าขนลุก
ดินแดง หินแดง แม้แต่พืชพรรณรูปร่างประหลาดบนเกาะ ก็ยังเป็นสีแดงคล้ำที่ดูอัปมงคล
ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาหนาทึบ บรรยากาศอึมครึมกดดัน
อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถันจางๆ ผสมกลิ่นคาวเลือด
ที่น่าขนลุกที่สุด คือโครงกระดูกยักษ์ที่เกลื่อนกลาดอยู่ทั่วเกาะ
บ้างสูงเท่าภูเขา บ้างทอดยาวหลายร้อยเมตร ไม่รู้ว่าเป็นกระดูกของตัวอะไร
ทั้งเกาะเหมือนซากสนามรบโบราณขนาดยักษ์ เต็มไปด้วยกลิ่นอายความรกร้าง ความวิปลาส และความตาย
"พระเจ้าช่วย...ที่นี่ มีสิ่งมีชีวิตอยู่จริงๆ เหรอเนี่ย"
พยาบาลสาวโจวเสี่ยวเสี่ยวหน้าซีดเผือด เกาะแขนเพื่อนแน่น
"อึก..."
ขนาดจ้าวเถียหลินที่เป็นหญิงแกร่งยังกลืนน้ำลายเอือก รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง
"กลัวอะไร"
"ยิ่งอันตราย สมบัติก็ยิ่งเยอะ"
สายตาของซูโม่กวาดมองเกาะราวกับเหยี่ยว
"ซาแมนธา หาจุดขึ้นฝั่ง"
"ค่ะ บอส"
ซาแมนธาตั้งสติ กวาดตามองชายฝั่ง
ไม่นานเธอก็ชี้ไปที่หาดทรายที่ดูราบเรียบแห่งหนึ่ง
"บอส ตรงนั้นได้ค่ะ หาดทรายสีดำนั่นดูแน่นดี น่าจะขึ้นฝั่งสะดวก"
"ดี เอาตรงนั้นแหละ"
เรือโนอาห์เทียบท่า
ตึง
สะพานเหล็กหนักอึ้งถูกปล่อยลงมากระแทกหาดทรายสีดำเสียงดังสนั่น
"หน่วยแบกหาม ตามผมลงไป ตั้งค่ายหน้าด่าน"
ซูโม่เดินนำลงจากสะพานเป็นคนแรก
ในมือถือมีดเดินป่าเล่มใหญ่ที่สร้างจากแปลนคุณภาพดี ใบมีดส่องประกายวาววับ
"ค่ะ"
จ้าวเถียหลินนำลูกเรือรุ่นใหญ่ 4 คน แบกเครื่องมือและวัสดุตามลงไปติดๆ
เสิ่นอวี้ฟูและซาแมนธานำหน่วยอารักขาหญิง ถือธนูคุ้มกันอยู่สองข้างสะพาน
ทันทีที่เท้าเหยียบพื้นเกาะ ซูโม่ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่ธรรมดา
ทรายสีดำใต้เท้าแข็งโป๊กเหมือนผสมผงโลหะจำนวนมาก