เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 849 ผีวายร้าย

บทที่ 849 ผีวายร้าย

บทที่ 849 ผีวายร้าย


เจ็ดวันให้หลัง ณ เมืองเฟิน เมืองชายแดนเล็กๆ ของฮวาเซี่ย

ฐานทัพทหารแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรที่ห่างไกลจากตัวเมืองเฟิน ณ ริมทะเลสาบธรรมชาติในป่าลึก เจียงเสี่ยวกำลังนั่งเล่นอยู่ริมขอบทะเลสาบ

เขาถลกขากางเกงขึ้น ปล่อยให้ขาท่อนล่างแช่อยู่ในน้ำทะเลสาบ กลางทะเลสาบมีวาฬขนาดยักษ์ตัวหนึ่งกำลังผุดดำผุดว่าย ครอบครองพื้นที่ของทะเลสาบแห่งนี้

มันไม่ได้แค่ครอบครองพื้นที่เท่านั้น แต่ด้วยขนาดตัวอันมหึมาของมัน ทำให้ทีมนักวิจัยจำต้องร้องขอต่อกองทัพ ให้ทำการขุดขยายทะเลสาบธรรมชาติแห่งนี้ให้กว้างและลึกขึ้นกว่าเดิม

ซูม!

วาฬเวิงเวิงพลิกตัว ตบครีบท้องเบาๆ เกลียวคลื่นยักษ์ก็ถาโถมเข้ามา สาดซัดใส่ร่างของเจียงเสี่ยว

"โอ๊ย..." เจียงเสี่ยวยกสองแขนขึ้นบังหน้า ร่างกายเปียกโชกไปด้วยแรงกระแทกของคลื่นน้ำ

"วูม..."

เจียงเสี่ยวแสยะยิ้ม มุมปากกระตุกด้วยความระอาใจ

ตัวใหญ่ขนาดนี้แล้วยังจะซุกซนอีก สมกับน้ำหนักตัวกว่า 200 ตันไหมเนี่ย?

จากการวัดขนาดของนักวิจัย ทำให้เจียงเสี่ยวได้รับรู้ถึงน้ำหนักตัวของวาฬเวิงเวิงอย่างชัดเจน

ความจริงแล้ว ตอนที่เจียงเสี่ยวพบว่าวาฬเวิงเวิงหนักถึง 200 กว่าตัน เขาตกใจแทบแย่

ถ้าพุงกะทินี้ทับลงมา คงทับผู้ปลุกพลังตายได้เป็นเบือเลยมั้ง?

จะว่าไปแล้ว การจะหาเพื่อนเล่นก็ต้องหาที่มีขนาดตัวใกล้เคียงกัน ไม่อย่างนั้น มันจะกลายเป็น "การรังแก" ได้ง่ายๆ

"สหายตัวน้อยเจียง"

ด้านหลัง มีเสียงแหบพร่าของหญิงชราดังขึ้น

"หืม?" เจียงเสี่ยวหันกลับไปมอง แล้วรีบลุกขึ้นยืนทันที "ท่านตี๋"

"โฮะๆ"

ตี๋เหลียนเผยรอยยิ้มชื่นชม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นนั้นเปี่ยมไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา "ไม่ผิดจากที่ฉันคาดไว้ สหายตัวน้อยมาที่ถ้ำมังกรจริงๆ แถมยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับฮวาเซี่ยอีกด้วย"

เจียงเสี่ยวยิ้มพลางโบกมือปฏิเสธ "ของขวัญอะไรกันครับ นั่นเป็นภารกิจของผม เป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว"

"นี่คือวาฬเวิงเวิงที่คุณนำกลับมาจากมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือสินะ? ราชวงศ์และขุนนางของอาณาจักรซีหม่า ยอมปล่อยให้คุณพามันมาต่อหน้าต่อตาแบบนี้เลยเหรอ"

สายตาของตี๋เหลียนทอดมองไปยังครีบหลังขนาดมหึมาราวกับใบเรือที่โผล่พ้นผิวน้ำกลางทะเลสาบ แล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

เจียงเสี่ยวเองก็ขำออกมา "พูดจริงๆ นะครับ ท่านตี๋ ท่านคิดว่าสิ่งมีชีวิตระดับนี้ ใครจะกล้าไปบังคับมัน?"

ตี๋เหลียนพยักหน้า อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นชื่นชมอีกครั้ง "ได้ยินมาว่า มันช่วยทีมขนหางล่าสังหารมังกรจองจำตัวหนึ่ง ไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาจริงๆ"

"อื้ม"

เจียงเสี่ยวบุ้ยใบ้ไปทางนักวิจัยที่อยู่ริมทะเลสาบไกลๆ "ทีมงานของท่านนิสัยดีมากครับ ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้วาฬเวิงเวิงเท่าไหร่"

"โฮะๆ"

ตี๋เหลียนยิ้มพลางก้าวเท้าเข้ามา ผายมือเชิญเจียงเสี่ยวให้นั่งลง "ก็อย่างที่คุณว่านั่นแหละ สิ่งมีชีวิตระดับนี้คงไม่มีใครกล้าล่วงเกิน และคงไม่มีใครแบกรับผลที่ตามมาไหว"

ตี๋เหลียนสวมเสื้อกาวน์สีขาว ไม่รังเกียจพื้นดินที่เปียกแฉะ เธอนั่งลงเช่นกัน

ดวงตาที่ขุ่นมัวของเธอ ทอดมองผิวน้ำที่สงบนิ่ง ราวกับจะมองทะลุถึงคลื่นใต้น้ำที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายใน "ได้ยินมาว่า การแปลงดาราเป็นอาวุธของคุณนั้นแปลกประหลาดมาก และตอนที่คุณอยู่ระดับดาวดารา คุณก็เชี่ยวชาญฟังก์ชันบางส่วนของการแปลงดาราเป็นอาวุธแล้ว"

"ก็ใช่น่ะสิครับ"

เจียงเสี่ยวนึกย้อนไปถึงช่วงสองสามวันที่ผ่านมาที่ถูกกองทัพซักถาม รวมถึงช่วงเวลาที่ถูกทดสอบความแข็งแกร่งของทักษะดารา ก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้ม แล้วกล่าวว่า "การแปลงดาราเป็นอาวุธของผมสามารถเสริมอานุภาพของทักษะดาราในแผนภูมิดาราได้ ตอนนี้ผมเพิ่งจะเข้าใจเคล็ดลับเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าผมโชคดีได้เลื่อนขั้นสู่ระดับดาวสมุทรดารา ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จนบรรลุ สามารถแปลงดาราเป็นอาวุธได้อย่างแท้จริง เชื่อว่าความแข็งแกร่งของทักษะดาราของผมจะเพิ่มขึ้นอีกมากโข"

"คงรวมถึงเปลวเทียนขาวดำที่อาศัยอยู่ในช่องดาราของคุณด้วยสินะ"

ตี๋เหลียนเอ่ยขึ้น "ฉันเคยให้คุณลองใช้เปลวเทียนขาวดำไปพึ่งพิงมังกรหมอกของฉัน แต่คิดไม่ถึงเลยว่า คุณจะให้เจ้าเปลวเทียนนั่นไปพึ่งพิงเจ้าตัวร้ายกาจนี่ แข็งแกร่งกว่ามังกรหมอกถึงสามส่วนด้วยซ้ำ"

"ฟลุ๊คครับ ฟลุ๊ค"

เจียงเสี่ยวรีบพูดถ่อมตัว "วาฬเวิงเวิงฉลาดมาก สิ่งมีชีวิตแบบนี้ ผู้ปลุกพลังที่เป็นมนุษย์ไม่มีทางสยบมันได้หรอกครับ มันไม่ควรจะเป็นสิ่งที่มนุษย์ครอบครองได้ด้วยซ้ำ มันเป็นฝ่ายเลือกผม ไม่ใช่ผมสยบมัน"

"อืม"

ตี๋เหลียนพยักหน้าเห็นด้วยไม่หยุด "ข่าวคราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงดาราของคุณ ทางเบื้องบนของกองทัพเฝ้ายามราตรีได้เปิดเผยให้ฉันรู้ไม่น้อย ตอนที่มา ฉันก็ได้ดูข้อมูลที่ผู้ช่วยเตรียมไว้ให้แล้ว วาฬเวิงเวิงฉลาดเหลือเกิน ในบางแง่มุม แม้แต่มนุษย์เรายังต้องละอายใจ"

พูดจบ ตี๋เหลียนก็หันมามองเจียงเสี่ยว แววตาที่ขุ่นมัวเล็กน้อยนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชม "ต้องเป็นคนที่มีคุณธรรมแบบไหนกันนะ ถึงจะทำให้มันยอมติดตามด้วยความเต็มใจได้?"

"เอ่อ..." เจียงเสี่ยวเกาหัวแก้เขิน ถ้าเป็นคนอื่น เจียงเสี่ยวคงกวนประสาทจนตัวลอยไปแล้ว แต่สำหรับบุคคลระดับ "ปราชญ์แห่งชาติ" ท่านนี้ เขาให้ความเคารพเป็นพิเศษ

ตี๋เหลียนอุทิศทั้งชีวิตให้กับดาราศาสตร์ อุทิศให้กับฮวาเซี่ย เธอและทีมงานทำงานอย่างขยันขันแข็ง ศึกษาวิจัยลูกแก้วดารา ทักษะดารา และสัตว์ดารามานานหลายสิบปี ตำราเรียนที่เธอเรียบเรียงและตีพิมพ์ ได้บ่มเพาะนักเรียนฮวาเซี่ยรุ่นแล้วรุ่นเล่า

คนประเภทนี้ถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นบุคคลที่ควรค่าแก่การเคารพยกย่องอย่างแท้จริง

ดังนั้นในการติดต่อพูดคุยกับตี๋เหลียน เจียงเสี่ยวจึงวางตัวนอบน้อมถ่อมตนมาโดยตลอด

จู่ๆ ตี๋เหลียนก็หัวเราะออกมา แล้วว่า "แต่ชื่อที่คุณตั้งก็น่าสนใจดีนะ หมีอิ๋งอิ๋ง วาฬเวิงเวิง..."

เจียงเสี่ยว: "..."

ตี๋เหลียนไม่ถือตัว ยิ้มอย่างใจดี แล้วพูดต่อ "ชื่ออาภรณ์กลืนทะเลยังดูปกติหน่อย คุณเคยคิดถึงขีดจำกัดความสามารถของเปลวเทียนขาวดำไหม? ว่าตกลงแล้วมันสามารถพึ่งพิงสัตว์ดาราได้กี่ตัว หรือว่าไม่มีขีดจำกัดจำนวนกันแน่"

เจียงเสี่ยวส่ายหน้า กล่าวว่า "ถ้าเจอตัวไหนก็พึ่งพิงได้หมดก็ดีสิครับ ผมจะได้สร้างกองทัพสัตว์ดาราซะเลย?"

"โฮะๆ"

ตี๋เหลียนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "นั่นเป็นความปรารถนาที่สวยงาม ฉันดูข้อมูลที่ผู้ช่วยให้มา เปลวเทียนขาวดำของคุณเติบโตเร็วมาก เมื่อเทียบกับข้อมูลการวัดครั้งก่อน มันเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กกลายพันธุ์นี่แข็งแกร่งเกินไป หรือเป็นผลมาจากฟังก์ชันแผนภูมิดาราดาวกระบวยเหนือเก้าดวงของคุณกันแน่"

เจียงเสี่ยวถามอย่างระมัดระวัง "ยังต้องวิจัยอีกนานไหมครับ? ผมต้องประจำการอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน?"

ตี๋เหลียนกล่าวว่า "กรณีเฉพาะบุคคลไม่มีคุณค่าในการวิจัยมากนัก นับตั้งแต่พวกเราแยกจากกันที่คังเค่อจินเต๋อ คุณรู้ไหมว่าทั่วประเทศ รวมถึงในภูมิภาคเอเชียกลาง มีทหารกี่นายที่ได้รับภารกิจ ออกตระเวนไปทั่วภูเขาราตรีภัยพิบัติ เฝ้ารออยู่ข้างแดนศักดิ์สิทธิ์รกร้างทั้งวันทั้งคืน เพียงเพื่อรอคอยเปลวเทียนขาวดำสักตัว?"

เจียงเสี่ยวเลิกคิ้วเล็กน้อย "ผลลัพธ์ล่ะครับ?"

ตี๋เหลียนส่ายหน้า "จนถึงตอนนี้ ยังไม่พบเปลวเทียนขาวดำตัวที่สองเลย คุณโชคดีมาก"

เจียงเสี่ยวยิ้ม "เด็กที่มณฑลต้าเจียงคนนั้นต่างหากที่โชคดี เขาเก็บเปลวเทียนขาวดำได้"

"อืม"

ตี๋เหลียนจ้องมองเจียงเสี่ยวเงียบๆ แล้วกล่าวว่า "ถ้าคุณไม่ไปช่วยครอบครัวสี่คนนั้น ไม่ได้ช่วยเมืองนั้นให้รอดพ้นจากวิกฤตภูเขาราตรีภัยพิบัติ ครอบครัวนั้นจะยอมมอบเจ้าตัวเล็กที่แสนพิเศษนี้ให้คุณหรือ?"

"โธ่ ท่านตี๋ อย่าชมเลยครับ ขืนชมอีกผมคงตัวลอยแน่..." เจียงเสี่ยวเกาหัวอย่างขัดเขิน

ตี๋เหลียนกล่าวว่า "ตอนนี้คุณเป็นบุคคลสำคัญในการสำรวจถ้ำมังกร ทันทีที่มีคำสั่งลงมา สัตว์ดาราของทั่งหมดของคุณจะถูกส่งคืนให้ครบจำนวน พวกเราจะไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการภารกิจของคุณ"

"อืม..." เจียงเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจออกมา "ถ้ำมังกรปิดไปเมื่อสามวันก่อนแล้วครับ"

ตี๋เหลียนพยักหน้า แต่กลับพูดว่า "ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวมันก็เปิดอีก"

เจียงเสี่ยวถอนหายใจ "ผมหลงนึกว่าเป็นเพราะมีการเปิดออกของมิติต่างมิติ และแดนศักดิ์สิทธิ์รกร้างจำนวนมาก ทางรัฐบาลคิดว่าต่างโลกจะหลอมรวมกับโลกมนุษย์ ก็เลยระดมกองทหารจำนวนมากเร่งสำรวจถ้ำมังกร ที่แท้ก็..."

ตี๋เหลียนกล่าวว่า "แน่นอนว่ามีเหตุผลที่คุณว่ามา แต่การปิดตัวของช่องทางถ้ำมังกรเมื่อครึ่งปีก่อน ทำให้ผู้คนตกใจกลัวจริงๆ ถ้ำมังกรปิดตัวครั้งล่าสุด คือเรื่องเมื่อสามปีครึ่งที่แล้ว"

ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า ถ้ำมังกรปิดตัวลงมากกว่าหนึ่งครั้ง ครั้งล่าสุดก็คือเมื่อครึ่งปีก่อน ชั่วขณะหนึ่ง ทั้งฮวาเซี่ยและสหพันธรัฐรัสเซียต่างก็มึนงง ไม่รู้ว่าถ้ำมังกรจะเปิดขึ้นอีกเมื่อไหร่

แต่หนึ่งเดือนต่อมา ณ ตำแหน่งเดิม อุโมงค์ถ้ำมังกรก็เปิดออกอย่างดื้อรั้นอีกครั้ง จนถึงทุกวันนี้ ผู้คนก็ยังวิจัยไม่ออกว่าทางเข้าช่องทางพิเศษนั้นคืออะไรกันแน่

ในเวลานี้ ประจวบเหมาะกับเป็นช่วงเวลาพิเศษที่มิติต่างมิติเปิดออก และแดนศักดิ์สิทธิ์รกร้างลงมาจุติ แนวคิดเรื่องการหลอมรวมต่างโลกกับโลกมนุษย์ได้รับรู้ไปถึงเบื้องบนแล้ว ภายใต้อิทธิพลของปัจจัยหลายอย่าง ภารกิจสำรวจถ้ำมังกรจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

เพียงแต่ ทุกคนต่างคาดไม่ถึงว่า ผ่านไปครึ่งปี ทางเข้าถ้ำมังกรกลับปิดตัวลงอีกครั้ง ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะเปิดออกอีก

ตี๋เหลียนตั้งข้อสงสัย "จริงๆ แล้วถ้ำมังกรแปลกประหลาดมาก คุณไม่รู้สึกเหรอ? ที่นั่นไม่ใช่โลกปกติ แตกต่างจากมิติชั้นล่างอื่นๆ ทั้งหมด"

ตี๋เหลียนพูดต่อ "มิติชั้นล่างของมิติต่างมิติใดๆ ล้วนไม่มีแนวคิดเรื่องการไหลของเวลา แต่ในถ้ำมังกรกลับมีกลางวันและกลางคืน แถมยังเป็นกลางวันกลางคืนที่หมุนเวียนอย่างรวดเร็ว และภูมิประเทศที่นั่นก็พิเศษมาก"

เจียงเสี่ยวพยักหน้า "ครับ ผมสัมผัสได้ เดี๋ยวก็กลางวัน เดี๋ยวก็กลางคืน ปรับตัวยากจริงๆ"

จู่ๆ ตี๋เหลียนก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า "คุณเคยคิดไหมว่า ในถ้ำมังกรมีแดนศักดิ์สิทธิ์รกร้างดำรงอยู่จริงหรือไม่?"

เจียงเสี่ยวเลิกคิ้วเล็กน้อย มองไปที่ตี๋เหลียน

ตี๋เหลียนกล่าวว่า "สิ่งมีชีวิตในถ้ำมังกร อานุภาพทักษะดาราของพวกมันนั้นไม่ต้องสงสัยเลย ผมคิดว่าคุณคงได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้ว และแดนศักดิ์สิทธิ์รกร้างของประตูมิติทุกบาน ล้วนไม่มั่นคงอย่างยิ่ง เผ่าพันธุ์มังกรในถ้ำมังกร เพียงแค่ใช้ทักษะดาราสักท่า ก็สามารถทุบทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์รกร้างที่ไม่มั่นคงนั้นได้ แล้วทำไม... ถ้ำมังกรถึงดำรงอยู่ได้ยาวนานขนาดนี้?"

"นี่..." เจียงเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "นี่เป็นปัญหาจริงๆ ด้วยครับ"

ตี๋เหลียนยื่นมือออกมา ตบไหล่เจียงเสี่ยวเบาๆ "นั่นต้องรอให้คนอย่างคุณไปไขคำตอบให้พวกเราแล้วล่ะ"

เจียงเสี่ยวพยักหน้าอย่างหนักแน่น "เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ"

ตี๋เหลียนมองใบหน้าหนุ่มสาวชาวฮวาเซี่ยที่อยู่ข้างกาย เธอก็เผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ยิ้มอย่างมีความสุข และเปี่ยมสุข

หนึ่งแก่หนึ่งหนุ่มเงียบเสียงลง จ้องมองผิวน้ำตรงหน้าอย่างเงียบงัน

เจียงเสี่ยวเอ่ยปากว่า "เรื่องการวิจัยเปลวเทียนน้อย ผมขอโทษด้วยครับ มันไม่อยากพึ่งพิงสิ่งมีชีวิตอื่น สัตว์ดาราที่พวกคุณหามา ดูเหมือนมันจะไม่สนใจเลย มันชอบอยู่ในแผนภูมิดารากับวาฬเวิงเวิงและหมีอิ๋งอิ๋งมากกว่า ผมบังคับสั่งมันไม่ได้"

เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยว ตี๋เหลียนกลับถามด้วยความเป็นห่วงว่า "จริงสิ เบื้องบนมอบรางวัลไข่มังกรดาราให้พวกคุณแล้ว ได้ยินว่า การบ่มเพาะความรู้สึกระหว่างเปลวเทียนขาวดำและลูกมังกรดารา ได้ผลน้อยมากเหรอ?"

"ครับ"

เจียงเสี่ยวพยักหน้า "เปลวเทียนน้อยกับมันเข้ากันไม่ได้สุดๆ แทบจะกลายเป็นเจอหน้าก็ตีกันแล้ว อย่าว่าแต่พึ่งพิงเลยครับ"

ตี๋เหลียนทอดถอนใจ "เผ่าพันธุ์มังกรยังไงก็มีความหยิ่งทะนง ต่อให้เป็นลูกมังกรดารา มันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดกลุ่มหนึ่งในโลกนี้"

เจียงเสี่ยวแสยะยิ้ม "หลายวันก่อนท่านยังไม่มา ท่านได้ดูวิดีโอจากกล้องวงจรปิดหรือยังครับ? เปลวเทียนน้อยของผมเพิ่งโผล่หน้ามาต่อหน้ามังกรดารา ก็โดนเจ้ามังกรเฮงซวยนั่นฟาดหางกระเด็น..."

ตี๋เหลียนยิ้มละไม มองเจียงเสี่ยวแล้วว่า "ฉันเห็นคุณให้พรลูกมังกรดาราตัวนั้นด้วย"

สีหน้าของเจียงเสี่ยวดูขัดเขินเล็กน้อย "เอ่อ..."

ตี๋เหลียน: "ในชีวิตการทำงานของคุณ คงไม่ค่อยเจอสัตว์ดาราที่ปราบพยศไม่ได้แบบนี้สินะ?"

"ก็ใช่น่ะสิครับ"

เจียงเสี่ยวเดาะลิ้น แล้วว่า "อย่าว่าแต่สัตว์ดาราเลย ต่อให้เป็นเอ้อร์... แค่กๆ เอาเป็นว่าพรของผมลงไปทีหนึ่ง ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตตัวไหนที่ไม่สยบ แต่เจ้ามังกรดารานั่นกลับดีเหลือเกิน ไม่ยอมสยบจริงๆ หยิ่งยโสเข้ากระดูกดำไปเลย! เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบของคำว่า 'ฆ่าได้หยามไม่ได้' จริงๆ เมื่อชั่วโมงก่อน ผมลองไปสานสัมพันธ์ดูอีกที ท่านทายซิว่าเป็นไง?"

ตี๋เหลียนถามด้วยความอยากรู้ "ฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้น เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"

อารมณ์ของเจียงเสี่ยวก็พุ่งขึ้นมาเช่นกัน เขากล่าวว่า "จริงๆ นะ ผมยอมใจเลย เมื่อกี้มันเกือบจะระเบิดตัวเอง! ท่านเชื่อไหม? เจอมหน้าผมปุ๊บ ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็จะระเบิดตัวเอง นิสัยนี้นับว่าห้าวหาญเกินไปแล้ว ถอดแบบมาจากพ่อมันเปี๊ยบเลย เล่นเอาผมตกใจต้องรีบฮีลมันไปอีกดอก..."

ตี๋เหลียน: "..."

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พ่อของมัน ก็น่าจะเป็นมังกรดาราตัวที่ระเบิดตัวเองกลางทุ่งหญ้านั่นแหละ

พูดไปพูดมา สีหน้าของเจียงเสี่ยวก็ดูแปลกพิกล เขากล่าวว่า "ถึงผมจะกลายเป็นคนเลว แต่ดูเหมือนจะทำให้เสี่ยวเจียงเสว่สมหวังนะครับ"

จบบทที่ บทที่ 849 ผีวายร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว