- หน้าแรก
- เทพธิดายังเป็นเพียงสาวน้อยผู้น่าสงสาร ผมจึงตั้งใจหลอกล่อให้เธอมาเป็นภรรยา
- บทที่ 9 น้ำนี่รสชาติดีจริงๆ
บทที่ 9 น้ำนี่รสชาติดีจริงๆ
บทที่ 9 น้ำนี่รสชาติดีจริงๆ
บทที่ 9 น้ำนี่รสชาติดีจริงๆ
ในถุงของเย่ชิวมีลอตเตอรี่อยู่เต็มไปหมดหลายร้อยใบ
หากต้องการจะดูว่าถูกรางวัลหรือไม่ เขาจำเป็นต้องหยิบพวกมันออกมาตรวจทีละใบเพื่อเปรียบเทียบเลข
อันที่จริง วิธีที่ง่ายที่สุดคือการไปที่ร้านขายลอตเตอรี่ในวันพรุ่งนี้เพื่อดูว่ามีป้ายประกาศรางวัลหรือไม่
แต่เย่ชิวก็ยังอยากจะทราบผลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ตื่นเต้น เขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อระงับความประหม่าภายในใจและเริ่มตรวจทานพวกมันอย่างจริงจัง
เขาถูกรางวัล! เขาถูกรางวัลที่หนึ่งจริงๆ ด้วย!
เมื่อเขาเปิดไปถึงใบที่ร้อยกว่าๆ ตัวเลขบนลอตเตอรี่ใบหนึ่งก็ตรงกับตัวเลขที่รายงานทางโทรทัศน์ทุกประการ!
รางวัลที่หนึ่งของซูเปอร์ลอตโตคือสิบล้านหยวน แม้จะหักภาษีแล้ว เงินที่เขาจะได้รับจริงก็คือแปดล้านหยวน
เงินแปดล้านหยวนมีความหมายอย่างไร
ในยุคนี้ที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่ในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ ราคาต่อตารางเมตรก็อยู่ที่สองหมื่นหยวนต้นๆ เท่านั้น
หากเขาใช้เงินจำนวนนี้ซื้อบ้านทิ้งไว้ อีกสิบปีต่อมา ผลกำไรย่อมไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านหยวนแน่นอน
ส่วนเรื่องที่ว่าจะบอกพ่อแม่เกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ เย่ชิวครุ่นคิดครู่หนึ่งและตัดสินใจว่ายังไม่บอกตอนนี้จะดีกว่า
ถ้าเขาบอกพ่อแม่ เงินส่วนใหญ่คงถูกพวกท่านเก็บออมไว้ และเขาก็จะไม่สามารถนำมันมาใช้เป็นทุนในการสร้างธุรกิจได้ตามใจชอบ
บ่ายวันจันทร์ เย่ชิวเดินทางไปยังศูนย์สลากกินแบ่งเพื่อขึ้นเงินรางวัล
เมื่อมองดูยอดเงินคงเหลือในบัตรธนาคาร เย่ชิวก็อารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นเขาจึงไปซื้อขนมกองใหญ่จากซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วมุ่งหน้ากลับหอพัก
"ลูกๆ ทั้งหลาย พ่อกลับมาแล้ว" เย่ชิววางถุงพลาสติกที่เต็มไปด้วยขนมลงตรงหน้าเพื่อนๆ อย่างโอ้อวด
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ เพื่อนร่วมห้องของเขาไม่ได้ถูกดึงดูดด้วยขนมเหล่านั้นเลย
"อาชิว แกรรู้เรื่องหรือยัง ร้านหวยหน้าโรงเรียนเรามีคนถูกรางวัลที่หนึ่งตั้งสองใบแน่ะ"
"นั่นมันสิบล้านเลยนะ ฉันล่ะอิจฉาสุดๆ"
"เห็นเจ้าของร้านบอกว่า หนึ่งในคนถูกรางวัลเป็นนักศึกษาในโรงเรียนเราด้วยนะ"
เมื่อเห็นเย่ชิวกลับมาถึงหอ จางจวิ้น เจียงหลินเจี๋ย และหูย่าเหวย ต่างพากันเข้ามารุมล้อม
จางจวิ้นชูโทรศัพท์ให้ดูหน้าข่าว ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับการถูกรางวัลที่ร้านลอตเตอรี่แห่งนั้น
"เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของโชคชะตาที่แสวงหาไม่ได้หรอก อยู่กับความเป็นจริงดีกว่า" เย่ชิวเอ่ย
ข่าวเรื่องการถูกหวยคงจะอยู่ในกระแสนิยมเพียงไม่กี่วัน และหลังจากนั้นทุกคนก็จะลืมเลือนไปเอง
เย่ชิวปีนขึ้นไปบนเตียงและเลือกนิยายเรื่อง เทพธิดาหรือผู้น่าสงสาร หลอกล่อเธอมาเป็นภรรยา ขึ้นมาอ่าน
ชิ ชิ ชิ การอ่านนิยายนี่แหละสบายที่สุดแล้ว
ส่วนเรื่องการทำธุรกิจ เขาจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป จะรีบร้อนไม่ได้
เช้าวันอังคาร วันหยุดเทศกาลไหว้พระจันทร์ผ่านพ้นไปแล้ว
เย่ชิวไปที่ห้องเรียนเพื่ออ่านหนังสือตอนเช้า และเขาก็พบร่างของเสิ่นฉู่เทียนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ประปราย
เธอนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง โดยมีกระติกน้ำร้อนลายโดราเอมอนวางอยู่บนโต๊ะ
สมกับที่เป็นตัวแทนฝ่ายวิชาการที่ต้องรับผิดชอบเรื่องเช็คชื่อจริงๆ เธอมาถึงเช้ามาก
มุมปากของเย่ชิวหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาค่อยๆ เดินไปนั่งลงข้างเสิ่นฉู่เทียนเงียบๆ
"คุณเสิ่น ซื้อหมั่นโถวมาให้ผมหรือเปล่า"
"ซะ... ซื้อมาค่ะ" เสิ่นฉู่เทียนพยักหน้าเบาๆ
"วางไว้ไหนล่ะ ผมเริ่มหิวแล้ว หมั่นโถวในโรงอาหารสู้หมั่นโถวแป้งหมักที่คุณซื้อมาไม่ได้เลย"
เสิ่นฉู่เทียนก้มหน้าลง พวงแก้มของเธอเริ่มซับสีระเรื่อ
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เปิดกระเป๋าเรียนและหยิบถุงที่ใส่หมั่นโถวออกมา
เย่ชิวรับหมั่นโถวมาและเริ่มทานคำใหญ่
เมื่อคืนเขาทานไปน้อยมาก พอถึงตอนเช้าจึงรู้สึกหิวจริงๆ
"แค็กๆ"
อาจเป็นเพราะเขาทานรีบร้อนเกินไป ใบหน้าของเย่ชิวจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง เขาพยายามตบที่หน้าอกตัวเอง
เขาทานเร็วเกินไป ประกอบกับหมั่นโถวคำโตเกินไป ทำให้ตอนนี้เขากำลังติดคอ
เย่ชิวอยากดื่มน้ำโดยสัญชาตญาณ สีหน้าของเขาดูทรมานมาก
เสิ่นฉู่เทียนมองดูเขาด้วยความลนลานเล็กน้อยก่อนจะยื่นกระบอกน้ำของเธอให้
เย่ชิวไม่ปฏิเสธและดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่
หลังจากกลับสู่ภาวะปกติ เย่ชิวก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด
พับผ่าสิ ผมเพิ่งจะถูกรางวัลตั้งหลายล้าน แต่เกือบจะมาเสียชีวิตเพราะหมั่นโถวติดคอเสียแล้ว
นี่สินะที่เขาเรียกว่า "ทุกขลาภ"
"การมีชีวิตอยู่นี่มันดีจริงๆ!"
เย่ชิวลูบหน้าอกและมองไปที่กระติกน้ำบนโต๊ะอีกครั้ง
น้ำของเสิ่นฉู่เทียนนี่มันรสชาติดีจริงๆ!
ในตอนนั้นเอง เสิ่นฉู่เทียนที่นั่งอยู่อีกด้านเพิ่งจะรู้สึกตัว ใบหน้าเล็กๆ ของเธอแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
เด็กสาวไม่กล้ามองหน้าเย่ชิว เธอเอาแต่จ้องมองกระติกน้ำของตัวเองอย่างเหม่อลอย
คนชอบรังแกคนนี้ใช้กระติกน้ำของเธอ
"คุณเสิ่น ขอบคุณที่ช่วยนะ คุณช่วยชีวิตผมไว้แท้ๆ"
เย่ชิวเกาหัวโดยไม่มีท่าทีเขินอายแม้แต่นิดเดียว
หลังจากได้ดื่มน้ำของเสิ่นฉู่เทียน เย่ชิวกลับรู้สึกมีความสุขลึกๆ
เสิ่นฉู่เทียนส่ายหน้าเบาๆ ใบหน้าที่จิ้มลิ้มยังคงมีสีแดงระเรื่อ
"มะ... ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่คุณไม่ควรทานหมั่นโถวเร็วแบบนั้นนะ"
"อืม เดี๋ยวผมดื่มน้ำล้างคอเพิ่มอีกหน่อยก็แล้วกัน"
เย่ชิวหยิบกระติกน้ำของเสิ่นฉู่เทียนขึ้นมาอีกครั้งแล้วดื่มน้ำที่เหลือจนหมดในรวดเดียว
เมื่อมีโอกาสให้ตักตวงก็ต้องรีบคว้าไว้ ได้เกิดใหม่เป็นครั้งที่สองเย่ชิวจึงหน้าด้านขึ้นมากทีเดียว
เขายิ้มให้เสิ่นฉู่เทียน "คุณอ่านหนังสือต่อไปเถอะ เดี๋ยวผมไปเติมน้ำร้อนให้เอง"
เย่ชิวเดินไปยังจุดบริการน้ำร้อนใต้อาคารวิทยาศาสตร์เพื่อไปเติมน้ำ เสิ่นฉู่เทียนอยากจะตามไปแต่เธอก็กลัวว่าเขาจะรังแกเธออีก
เมื่อไม่มีทางเลือก เธอจึงกลับไปนั่งที่เดิมเพื่ออ่านหนังสือต่อ และถือโอกาสเช็คชื่อเพื่อนๆ ที่มาอ่านหนังสือตอนเช้าไปด้วย
ในสายตาของเสิ่นฉู่เทียน เย่ชิวเป็นเด็กหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม
แม้ว่าเขาจะดูดุดันมาก แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้าย เพียงแค่ช่วงนี้เขาชอบมาแกล้งเธออยู่บ่อยครั้งเท่านั้นเอง
ไม่กี่นาทีต่อมา เย่ชิวก็กลับมาที่ห้องเรียน
ตอนที่ไปเติมน้ำร้อน เขาถือโอกาสเทนมผงใส่ลงไปด้วยหนึ่งซอง
เสิ่นฉู่เทียน ยัยเด็กซื่อบื้อคนนี้ มื้ออาหารปกติของเธอเห็นแล้วมันช่างน่าปวดใจจริงๆ
"คุณเสิ่น ได้แล้วครับ" เย่ชิวยื่นกระติกน้ำคืนให้
"อื้อ"
เสิ่นฉู่เทียนรับกระบอกน้ำมาอย่างระมัดระวัง แต่กลับได้กลิ่นหอมของนมโชยออกมา
"เอ๊ะ?"
เสิ่นฉู่เทียนหมุนเปิดฝากระติกน้ำดู ข้างในนั้นเต็มไปด้วยนมร้อนจริงๆ ด้วย
เมื่อเห็นสีหน้าที่งุนงงของเธอ เย่ชิวก็ยิ้มออกมา "เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ผมเลยชงนมให้คุณแก้วหนึ่ง รีบทานตอนร้อนๆ นะ"
เสิ่นฉู่เทียนถือกระติกน้ำไว้ แววตาของเธอแสดงความลังเลใจอยู่บ้าง
เธอกังวลว่าถ้าไม่ทาน เย่ชิวจะรังแกเธออีก เธอจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องค่อยๆ จิบเข้าไปด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
นมร้อนรสชาติดีกว่าน้ำเปล่าจริงๆ แถมยังมีรสหวานมากอีกด้วย
เมื่อเห็นเสิ่นฉู่เทียนยอมดื่มนม มุมปากของเย่ชิวก็ยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
เขารู้สึกว่าการมาอ่านหนังสือตอนเช้าที่มหาวิทยาลัยไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากไปกว่าการบังคับให้ตื่นเช้า
เพราะชีวิตมหาวิทยาลัยมีเวลาให้อ่านหนังสือด้วยตัวเองมากมาย และเนื่องจากเพิ่งเปิดเรียนได้ไม่กี่วัน จึงยังไม่มีเนื้อหาอะไรให้เรียนรู้มากนัก
ในชีวิตที่แล้ว เพราะเย่ชิวมุ่งเน้นพลังงานไปที่การสร้างธุรกิจ เขาจึงมักจะมาทบทวนบทเรียนเพียงแค่สัปดาห์เดียวก่อนสอบเท่านั้น
สิบนาทีหลังจากเริ่มเวลาอ่านหนังสือตอนเช้า เฉินหมิงกังก็รีบวิ่งหน้าตั้งมาที่ห้องเรียนและนั่งลงข้างหลังเย่ชิว
เมื่อเห็นหมั่นโถวที่เย่ชิวยื่นให้ เขาก็ทำได้เพียงรับไปพร้อมกับรอยยิ้มขมขื่น
"กินให้หมดด้วยนะ" เย่ชิวสั่ง
"เออ รู้แล้ว"
ไม่นานนัก เวลาอ่านหนังสือตอนเช้าก็สิ้นสุดลง
เนื่องจากเช้านี้พวกเขามีเรียนในคาบที่สามและสี่ เย่ชิวและเฉินหมิงกังจึงเดินกลับหอพักด้วยกัน
ระหว่างทางเดินกลับ เย่ชิวมองดูรูปถ่ายยอดเงินในบัญชีธนาคารในโทรศัพท์แล้วก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
ตอนนี้เขามีเงินเก็บอยู่แปดล้านหยวน
แม้ว่ามันจะเทียบไม่ได้เลยกับทรัพย์สินในชีวิตที่แล้ว แต่นี่คือเงินทุนเริ่มต้นในการสร้างธุรกิจของเขา
เขาวางแผนที่จะเริ่มจากการลงทุนเล็กๆ น้อยๆ ก่อน และจะไม่ยอมใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายโดยเด็ดขาด
แต่เขาควรจะลงทุนอะไรเป็นอย่างแรกดีนะ
ในขณะที่เย่ชิวกำลังใช้ความคิด เฉินหมิงกังที่อยู่ข้างๆ ก็รีบเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างรวดเร็ว
"พี่ชิว อยากดื่มอะไรไหม เดี๋ยวผมซื้อให้"
"จริงด้วย เมื่อตอนหยุดเทศกาลไหว้พระจันทร์ผมเจอซ้อด้วยนะ เห็นเธอกำลังทำงานพิเศษแจกใบปลิวอยู่พอดีเลย"