เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 หลอกล่อเธอมาเป็นภรรยา

บทที่ 3 หลอกล่อเธอมาเป็นภรรยา

บทที่ 3 หลอกล่อเธอมาเป็นภรรยา


บทที่ 3 หลอกล่อเธอมาเป็นภรรยา

"จะไม่นับได้อย่างไร อีกอย่างคราวที่แล้วแกบอกว่าจะเลี้ยงข้าวฉัน ถึงเวลาต้องทำตามสัญญาแล้วใช่ไหม"

เย่ชิวพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกันเลย"

"ไปด้วยกันหรือ" เฉินหมิงกังมองไปรอบๆ ก่อนจะสังเกตเห็นเสิ่นฉู่เทียนที่ยืนทำตัวลีบอยู่ด้านหลังเย่ชิว

"เอาเถอะ ในเมื่อแกเป็นคนเลี้ยง คนเยอะก็ครึกครื้นดี"

ภายในโรงอาหาร เย่ชิวและเฉินหมิงกังเดินถือถาดไปด้านหน้าพลางเลือกอาหารที่ต้องการตามซุ้มต่างๆ

เสิ่นฉู่เทียนเดินตามหลังพวกเขาไปเงียบๆ โดยทิ้งระยะห่างไว้ช่วงหนึ่ง

แม้เธอจะดูเหม่อลอยไปบ้าง แต่เสิ่นฉู่เทียนก็ไม่ได้เดินชนใครที่ผ่านไปมา

"คุณเสิ่น พวกเราสองคนจะไปรับอาหารเอง คุณไปหาที่นั่งรอเถอะ"

เสิ่นฉู่เทียนพยักหน้าอย่างว่าง่ายแล้วเดินไปหาที่นั่ง

ตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาเร่งด่วน จึงมีที่นั่งว่างในโรงอาหารมากมาย เสิ่นฉู่เทียนเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง

แม้เธอจะชินกับการทานหมั่นโถวเป็นมื้อเย็น แต่กลิ่นหอมของอาหารในโรงอาหารก็ทำให้ท้องของเสิ่นฉู่เทียนส่งเสียงร้องประท้วงออกมาอย่างทรยศ

พวงแก้มของเด็กสาวขึ้นสีระเรื่อพลางพยายามลูบหน้าท้องให้สงบลง

ถือเสียว่าเป็นรางวัลให้ตัวเองสำหรับวันนี้ก็แล้วกัน แล้วพรุ่งนี้กับมะรืนนี้ค่อยสั่งกับข้าวน้อยลงหน่อยในมื้อกลางวัน

อีกด้านหนึ่ง เย่ชิวพาเฉินหมิงกังเดินผ่านซุ้มอาหารต่างๆ

"ป้าครับ ผมเอาอันนี้ที่หนึ่งครับ"

"เอาไก่นี่ที่หนึ่งครับ"

"หมูเส้นผัดพริกหยวกที่หนึ่งด้วยครับ"

เพียงไม่นาน ถาดอาหารของทั้งสามคนก็เต็มไปด้วยกับข้าวนานาชนิด

มหาวิทยาลัยเจียงมีโรงอาหารสี่แห่งคือ ซิน หนาน ฉิน และซี

อาหารในมหาวิทยาลัยราคาไม่แพง กับข้าวส่วนใหญ่ราคาเพียงสองถึงสามหยวน และบางอย่างก็แค่หนึ่งหยวนเท่านั้น

เมื่อเย่ชิวถือถาดอาหารขนาดใหญ่สองถาดมาที่โต๊ะ ดวงตาของเสิ่นฉู่เทียนก็เบิกกว้าง

"ฉันทานไม่หมดหรอกค่ะ มันเยอะเกินไป"

เสิ่นฉู่เทียนรู้สึกลำบากใจ หากเธอทานมื้อนี้เข้าไป พรุ่งนี้ทั้งวันเธอคงต้องทานแต่หมั่นโถวอย่างเดียวแน่ๆ ใช่ไหม

"ไม่เยอะหรอก พอดีผมก็หิวเหมือนกัน และก็ไม่ได้ทานอาหารโรงอาหารของโรงเรียนมานานแล้ว ถ้าคุณทานไม่หมดก็ส่งมาให้ผมจัดการเอง"

เย่ชิวยิ้มออกมา แต่สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงทุกประการ

หลังจากห่างหายไปนาน จู่ๆ เขาก็รู้สึกโหยหารสชาติอาหารในโรงอาหารมหาวิทยาลัยและอยากจะลองชิมทุกอย่างที่ขวางหน้า

เสิ่นฉู่เทียนพยักหน้าและก้มหน้าก้มตาค่อยๆ ทานไปเงียบๆ

แต่เธอกลับเลือกทานแต่ผักและแทบจะไม่แตะเนื้อสัตว์เลย

เย่ชิวกระแอมไอ "คุณเสิ่น ทานหมูเส้นผัดพริกหยวกกับไก่นี่หน่อยสิ แล้วก็ลองทานเคาหยกนี่ด้วย"

พูดจบเขาก็ไม่สนปฏิกิริยาของเสิ่นฉู่เทียน จัดการคีบกับข้าวที่เป็นเนื้อสัตว์หลายอย่างวางลงบนข้าวของเธอ

เสิ่นฉู่เทียนลังเล แต่เมื่อเห็นสายตาที่ดูดุดันของเขา เธอก็เริ่มตักเนื้อสัตว์ที่เย่ชิวคีบให้เข้าปากทีละคำเล็กๆ

พูดตามตรง การทานอาหารร่วมกับผู้อื่นนั้นมีรสชาติอร่อยกว่าการทานคนเดียวจริงๆ

เมื่อเห็นว่าเสิ่นฉู่เทียนยอมทานแล้ว เย่ชิวก็เริ่มทานอาหารของตัวเองอย่างมีความสุข

ครู่ต่อมา เฉินหมิงกังก็ถืออาหารของตนเองตามมาสมทบ

"พี่ชิว อาหารนี่มันไม่เยอะเกินไปหน่อยหรือ"

"มื้อกลางวันฉันกินไม่อิ่มน่ะ ตอนเย็นเลยต้องจัดหนักหน่อย"

การได้นั่งทานข้าวกับเฉินหมิงกังทำให้เย่ชิวนึกถึงช่วงเวลาที่พวกเขาร่วมกันบุกเบิกธุรกิจ

มีอยู่หลายเดือนที่บริษัทเกือบจะล้มละลาย ทั้งคู่ต้องทานข้าวเพียงแค่วันละมื้อ และหลังจากนั้นยังต้องประทังชีวิตด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่นานนับเดือน

แม้จะบ่นอยู่ตลอด แต่เฉินหมิงกังก็ไม่เคยทอดทิ้งและอยู่เคียงข้างเขาเสมอมา นั่นแหละคือความหมายของคำว่าพี่น้อง

"ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ทานไป"

เย่ชิวและเฉินหมิงกังเป็นฝ่ายทานเสร็จก่อน

เมื่อสังเกตเห็นว่าเด็กสาวเริ่มดูลนลาน เย่ชิวจึงส่งสัญญาณบอกเธอว่าไม่ต้องรีบร้อน

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เสิ่นฉู่เทียนที่ค่อยๆ ทานทีละนิดก็ทานจนหมด

เด็กสาวมีท่าทีลังเล เธอก้มหน้าลงพลางหยิบธนบัตรยับๆ หลายใบออกมาจากกระเป๋า

"คุณเย่ชิว นี่ค่ะ"

เมื่อเห็นความดื้อรั้นของเด็กสาว เย่ชิวก็รู้ทันทีว่าเธอไม่อยากรับการเลี้ยงข้าวจากเขาโดยไร้เหตุผล

เขาจึงรับธนบัตรห้าหยวนมาใบหนึ่ง "ผมทำหมั่นโถวของคุณเปื้อน อีกอย่างกับข้าวส่วนใหญ่ผมก็เป็นคนทานเอง เพราะฉะนั้นห้าหยวนก็พอแล้ว"

"แต่ว่า... ตอนมื้อกลางวันที่ฉันมาทาน ราคามันไม่ได้ถูกขนาดนี้นะคะ" เสิ่นฉู่เทียนเอ่ยถามเบาๆ โดยที่ยังก้มหน้าอยู่

"โรงอาหารซินหยวนเขามีช่วงบุฟเฟต์ลดครึ่งราคาก่อนหกโมงเย็นน่ะ" เฉินหมิงกังช่วยพูดเสริมเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

"ถ้าอย่างนั้น... ก็ได้ค่ะ"

หลังจากได้ยินคำอธิบายของเฉินหมิงกัง เสิ่นฉู่เทียนก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อและเตรียมตัวจะเดินจากไป

แต่จู่ๆ แขนเสื้อของเธอก็ถูกเย่ชิวคว้าไว้ ทำให้หัวใจของเสิ่นฉู่เทียนสั่นระรัวด้วยความกลัว

คนเลวที่ดูดุดันคนนี้ต้องการอะไรอีกนะ

เขาตั้งใจจะใช้ข้าวเพียงมื้อเดียวมาแลกกับการที่เธอจะไม่เช็คชื่อเขาว่าสายหรือขาดในช่วงอ่านหนังสือตอนเช้าและเย็นอย่างนั้นหรือ

"เรื่องการอ่านหนังสือตอนเช้าและเย็น... ฉันยังต้องเช็คชื่อตามระเบียบนะคะ" เสิ่นฉู่เทียนพูดตะกุกตะกักโดยไม่ยอมเงยหน้า

"เช็คชื่อ?"

เย่ชิวไม่เข้าใจว่าเธอจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน เขามองเธอแล้วบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา

"คุณเสิ่น ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนคุณหน่อย"

"เรื่องอะไรคะ" เสิ่นฉู่เทียนเหลือบมองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ผมว่าหมั่นโถวของคุณรสชาติดีทีเดียว"

เย่ชิวลูบหน้าตัวเอง "เอาเป็นว่า นี่คือเงินห้าหยวน รบกวนคุณช่วยซื้อหมั่นโถวมาเผื่อพวกเราทุกวันได้ไหม เพื่อเป็นการขอบคุณ ผมจะเลี้ยงมื้อเย็นคุณทุกคืนเอง"

พูดจบ เย่ชิวก็ยื่นธนบัตรห้าหยวนยับๆ ใบนั้นคืนให้เธอ

เสิ่นฉู่เทียนยังคงก้มหน้าและไม่ได้ตอบตกลง

"มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าไม่ได้" เย่ชิวถามด้วยความสงสัย

เสิ่นฉู่เทียนอึกอัก "แต่ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกว่า... หมั่นโถวแป้งหมักพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรจะกินนะ"

"ผมไม่เคยพูดเรื่องแบบนั้นเลย คุณคงจำผิดคนแล้วล่ะ หมั่นโถวนี่แหละของดี ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน"

"ใช่ๆๆ หมั่นโถวนี่แหละอร่อยที่สุด" เฉินหมิงกังช่วยเสริมอีกแรง

หลังจากพูดเสร็จ เย่ชิวก็ยัดเงินใส่มือของเสิ่นฉู่เทียน โดยไม่เปิดโอกาสให้เด็กสาวได้ปฏิเสธ

เมื่อทานเสร็จแล้ว เย่ชิวและเฉินหมิงกังก็ลุกขึ้นเพื่อกลับไปยังหอพักชาย

อีกด้านหนึ่ง เสิ่นฉู่เทียนยังคงยืนอยู่ที่เดิม เธอมองธนบัตรในมือด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

แม้เย่ชิวจะดูเปลี่ยนไปบ้าง แต่เขาก็ยังดูดุดันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

เขาชอบทานหมั่นโถวจริงๆ หรือ

ระหว่างทางกลับหอพัก เฉินหมิงกังรู้สึกสงสัยเล็กน้อย

"พี่ชิว แกกำลังตามจีบเสิ่นฉู่เทียนอยู่หรือเปล่า"

เย่ชิวพยักหน้า "ใช่ แต่ไม่ใช่แค่ตามจีบนะ ฉันจะหลอกล่อเธอมาเป็นภรรยาให้ได้เลยต่างหาก"

เฉินหมิงกังนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง "ดูเหมือนแกจะเอาจริงนะ แต่หลี่ตงชิงที่เป็นหัวหน้าห้องไม่สวยกว่าหรือ"

เย่ชิวครุ่นคิดครู่หนึ่ง "ลางเนื้อชอบลางยา ในบรรดาน้ำทั้งหมดในโลกนี้ ฉันขอเลือกตักดื่มเพียงหยดเดียว และนั่นก็คือเสิ่นฉู่เทียน"

เขาตัดสินใจแล้วว่าในชาตินี้เขาจะไม่ยอมพลาดหญิงสาวล้ำค่าคนนี้ไปเด็ดขาด

"เอ้า กังจื่อ เอาหมั่นโถวไปทานเป็นของหวานสิ" เย่ชิวหยิบหมั่นโถวออกมาสองลูกแล้วยื่นให้เฉินหมิงกังลูกหนึ่ง

เฉินหมิงกังรับมาแล้วลองกัดดูสองสามคำ "แข็งไปหน่อย แต่รสชาติก็พอใช้ได้"

เย่ชิวเองก็เคี้ยวหมั่นโถวในมือเช่นกัน "อืม รสชาติก็โอเค แค่มันไม่ค่อยมีสารอาหารเท่าไหร่"

"อ้อ จริงด้วย หมั่นโถวลูกของแกเมื่อกี้เพิ่งตกพื้นมาน่ะ" เย่ชิวเพิ่งนึกขึ้นได้

เฉินหมิงกัง: "???"

เฉินหมิงกัง: "พี่ชิว ถ้าพี่จะจีบเสิ่นฉู่เทียน ก็อย่าลากผมเข้าไปเกี่ยวด้วยได้ไหม ผมไม่อยากเป็นก้างขวางคอ"

"ไม่ได้หรอก เป็นพี่น้องกันก็ต้องทานมื้อเย็นด้วยกันสิ"

เฉินหมิงกังอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา ต่อจากนี้เขาไม่ต้องทนทานทั้งอาหารหมาที่คนเขาจีบกันและหมั่นโถวไปพร้อมๆ กันเลยหรือไง

"นี่มันสิ่งที่มนุษย์เขาทำกันหรือเปล่าเนี่ย"

มหาวิทยาลัยเจียง อาคารซินหยวน 3 หอพัก 315

ภายในหอพัก หญิงสาวคนหนึ่งกำลังดูซีรีส์อย่างใจจดใจจ่อ อีกคนกำลังอ่านนิยาย และคนที่สามกำลังแชทผ่านคิวคิว

แต่ในตอนนี้ พวกเธอทุกคนต่างหันไปมองยังมุมหนึ่งของห้องพัก

ที่ตรงนั้น เสิ่นฉู่เทียนนั่งอยู่บนเก้าอี้และกำลังจ้องมองไปในอากาศด้วยความเหม่อลอย

จบบทที่ บทที่ 3 หลอกล่อเธอมาเป็นภรรยา

คัดลอกลิงก์แล้ว